เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

HK ตอนที่ : 70

HK ตอนที่ : 70

HK ตอนที่ : 70


วันที่สงบสุขผ่านพ้นไป วันนี้วันที่ 19 ตุลาคม บริษัทไอโกเดินทางมาถึงโรงแรมกรีนเลคในย่านชวนฮูและติดต่อมาหาเป็นครั้งแรกเชิญชิเล่ยไปเพื่อเจรจาธุกิจกัน

ชิเล่ยไม่เห็นด้วยทันที ตอบกลับไปยังบริษัทไอโก บอกกับพวกเขาจะเจรจากันอีกครั้งในวันที่ 20 ตุลาคม เพราะปัจจุบันมู่ชวงมีความเป็นมืออาชีพอย่างมาก แล้ ววันนี้เธอมีเรียน เธอจะไม่โดดเรียนไปแน่นอน!

สองวันก่อนทางบริษัทไลก้าได้ส่งอีเมลมาแสดงจุดยืนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาจะส่งทีมเจรจาต่อรองทางธุรกิจมาที่เมืองชวนกิ่งเพื่อติดต่อกับชิเล่ย อย่างไรก็ดูจากท่าทีพวกเขาแล้วไม่ได้แสดงออกว่าถึงความสนใจมากเท่าไหร่!

คนประเทศยีสซิ(เยอรมนี)เป็นคนที่เข้มงวดจริงจังและให้ความสำคัญกับสิทธิบัตรอย่างมาก สิทธิบัตรของโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มประเทศเซี่ยที่อยู่ในมือของชิเล่ย ไม่ได้ทำให้ไลก้ามีความสนใจมากนัก

เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 8.30 น. ชิเล่ยลุกขึ้นจากเตียงและทำธุระของตัวเองเสร็จแล้ว ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา ดูเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา ชิเล่ยไม่ลังเลกดรับสายโดยตรง

เสียงในโทรศัพท์พูดขึ้นมาด้วยภาษาอังกฤษที่แฝงไปด้วยความกดดัน "ฮัลโหล คุณชิหรือเปล่าครับ?"

ชิเล่ยที่ถือโทรศัพท์ด้วยมือซ้ายก็ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกันว่า "ใช่ผมชิเล่ย แล้วคุณเป็นใคร?"

"สวัสดีครับคุณชิ ผมเป็นตัวแทนจากบริษัทไลก้า ชื่อวิลเลี่ยมลุดวิก คุณจะเรียกผมลุดวิกหรือวิลเลี่ยมก็ได้ครับ "ลุดวิกแนะนำตัวเอง "ทางเรามาถึงโรงแรมกรีนเลคย่านชวนฮูแล้วครับ เมื่อคุณชิพร้อมเมื่อไหร่เราสามารถพูดคุยเกี่ยวกับความร่วมมือของโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มได้ตลอดเวลาเลยครับ"

ชิเล่ยฟังการแนะนำตัวที่ยืดยาว ในใจกำลังคิดว่าพวกต่างชาตินี่รับมือยากจริงๆ!

"คุณวิลเลี่ยมวันนี้เลยก็ได้ครับ!" ชิเล่ยรู้ถึงความตั้งใจของพวกเขาและสไตล์ในการทำงาน พวกเขาเป็นพวกร้อนแรงเหมือนดั่งดวงอาทิตย์ ทำได้ทุกอย่างหากพวกเขาต้องการ ถ้าพวกเขาเจอกับตัวแทนบริษัทไอโกต้องมีกระทบกระทั่งกันแน่

วิลเลียมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังผ่านทางโทรศัพท์ว่า "คุณชิ งั้นเรามาพบกันที่โรงแรมกรีนเลคเวลา 10.00 น. เพื่อหารือถึงข้อตกลงของโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มดีไหมครับ?"

ชิเล่ยคิดสักครู่และตอบตกลงไป วันนี้มู่ชวงไม่มีเรียนวิชาหลักจึงโดดเรียนไปช่วยชิเล่ยเจรจาให้ได้

เมื่อวางสาย ชิเล่ยก็ออกไปหน้าหอพัก 502 ทันทีและเคาะประตู

"เสี่ยวโม่ มู่ชวงเปิดประตูให้ที!"

"เปิดให้นายไม่ได้!" เสียงของหลิงหยูโม่รอดออกมา "พิสดารหิน เรากำลังใส่ชุดนอนกันอยู่ นายมีความคิดชั่วร้ายอะไรถึงได้อยากเข้ามาในห้องของเรา!"

ชิเล่ยยิ้มอย่างชั่วร้าย "ไม่เปิดก็ไม่เปิด! พวกเธอรีบไปแต่งตัวได้แล้ว เราจะออกไปหาอาหารเช้ากินกันและไปเจรจาธุรกิจกันต่อที่โรงแรมกรีนเลค!"

เวลา 09.50 น. ชิเล่ยพร้อมกับสองสาวงามมาถึงโรงแรมกรีนเลค และได้เจอกับตัวแทนบริษัทไลก้าในล็อบบี้ ครั้งนี้ตัวแทนของบริษัทไลก้าที่มามีเพียงแค่สองคนเท่านั้น คนหนึ่งคือวิลเลี่ยมลุดวิกและอีกคนเรียกชื่อว่าคอนราดเอ็ดฮาด ซึ่งเป็นวิศวกรด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์กล้องดิจิตอลของไลก้า และวิลเลี่ยมเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีซอฟต์แวร์

วิลเลี่ยมจองห้องประชุมขนาดเล็กในโรงแรมกรีนเลคเอาไว้ไม่เหมือนกับตัวแทนของโกดักที่จองห้องอาหารไว้เพื่อคุยธุรกิจ จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าประเทศยีสซิและประเทศลี่เจียงแตกต่างกัน

ในห้องประชุมขนาดเล็ก หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายแนะนำตัวกันเรียบร้อยแล้ว วิลเลี่ยมก็พูดขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า "คุณชิ โปรแกรมตรวจจับรอยยิ้ม คุณนำมันมาด้วยหรือเปล่า?"

คราวนี้ชิเล่ยเอาโน้ตบุ๊คและกล้องดิจิทัลของตัวเองมาด้วย หยิบโน้ตบุ๊คออกมาวางและจากนั้นก็ส่งให้คอนราด ผู้ชายคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญวิศวกรด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ที่จะเป็นคนตรวจสอบ ไม่ใช่วิลเลี่ยมที่เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีซอฟต์แวร์

คอนราดเปิดโน้ตบุ๊คขึ้นมาและไม่จำเป็นต้องขออนุญาตชิเล่ย เขาใช้ตัวเองเป็นนายแบบและถ่ายภาพสองสามภาพด้วยกล้องดิจิทัล

จากนั้นก็ถ่ายวิลเลียมรวมทั้งห้องประชุมขนาดเล็กและทุกอย่างในห้อง ขณะที่คอนราดกำลังทดสอบอยู่ วิลเลี่ยมกับชิเล่ยกำลังพูดคุยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีในประเทศ

ชิเล่ยคุยกับวิลเลี่ยมอย่างถูกคอ คุยเกี่ยวกับเทศกาลเบียร์อ็อกโทเบอร์เฟสต์(Oktoberfest) ประจำปีของเมืองมิวนิค และคาร์นิวัลในเมืองเบรเมินถึงงานรื่นเริงและความหลากหลาย คุณไม่สามารถมโนขึ้นมาเองได้ เป็นไปไหมที่ชิเล่ยเคยอาศัยอยู่ในประเทศยีสซิ?

วิลเลี่ยมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ชิเล่ยรู้เกี่ยวกับกับประเทศยีสซิ ทำให้ทั้งสองฝ่ายคุยกันอย่างสนุก

"ชิเล่ยเทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ปีนี้ ประเทศของเรายินดีต้อนรับคุณในฐานะแขกของเรา!" หลังจากที่มีการสนทนาที่น่าพอใจ ทำให้วิลเลี่ยมและชิเล่ย ได้มีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นสนิทกันมากขึ้น

ชิเล่ยหัวเราะแล้วพูดว่า "ดี! วิลเลี่ยม เทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ปีนี้ ฉันคนนี้จะต้องเป็นราชาแห่งการดื่มเบียร์แน่นอน!"

วิลเลี่ยมมองไปที่ชิเล่ยด้วยความประหลาดใจ "เพื่อน คุณดื่มเก่งแค่ไหน?"

ชิเล่ยโม้ต่อว่า "เรื่องการดื่มฉันไม่ได้โม้ ตั้งแต่ดื่มเบียร์มาฉันยังไม่เคยเมา!" เรื่องนี้ชิเล่ยไม่ได้โกหก เพียงแต่ว่าเขาไม่เคยดื่มเบียร์ก็เท่านั้น ดื่มแต่นมมะพร้าว!

"โอ้ว้าว!" วิลเลียมมองชิเล่ยอย่างชื่นชม "ชิเล่ย เทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ปีนี้ ผมต้องเชิญคุณไปเข้าร่วมแน่นอน บริษัทไลก้าของเราเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์ของอ็อกโทเบอร์เฟส ผมจะให้คณะกรรมการจัดงานส่งบัตรเชิญไปให้คุณ!"

ชิเล่ยยังคงโม้ต่อไม่หยุด "ไม่มีปัญหา! สำหรับตำแหน่งราชาเบียร์ เป็นเรื่องง่ายมากที่จะคว้ามันมา!"

ทั้งสองฝ่ายคุยกันเกือบชั่วโมง วิศวกรคอนราดก็ได้ทดสอบเสร็จสมบูรณ์และคืนโน้ตบุ๊คให้กับชิเล่ย

"คุณคอนราด ผลการทดสอบโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มเป็นอย่างไรบ้าง?" ชิเล่ยถามด้วยรอยยิ้ม

คอนราดสีหน้าอย่างจริงจังและพูดว่า "ยอดเยี่ยมมาก! ทางบริษัทไลก้าของจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ตัวนี้ในกล้องดิจิทัล!"

คนประเทศยีสซิเป็นคนที่จริงจังและตรงไปตรงมา มีเหตุมีผล อยากได้โปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มก็ไม่เสแสร้งแกล้งดัด อ้อมไปอ้อมมา อยากได้ก็บอกอยากได้

วิลเลียมยังคงรอยยิ้มบนใบหน้า "ชิเล่ยแม้ว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน แต่นี่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบริษัท นี่เป็นเรื่องธุรกิจ!"

ชิเล่ยพยักหน้า "นั่นดีแล้ว! วิลเลี่ยมนี่คุณมู่ชวง เธอเป็นตัวแทนของเราที่จะคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเธอมีอำนาจเต็มที่"

มู่ชวงด้วยใบหน้าที่เข้มงวงพูดว่า "สวัสดีค่ะคุณลุดวิก!"

วิลเลี่ยมตอบ "สวัสดีครับคุณมู่ เกี่ยวกับโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มคุณคิดไว้ราคาเท่าไหร่ครับ?"

"2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ!" มู่ชวงชูสองนิ้วขึ้นมาและเปิดปากบอกจำนวนตัวเลขที่ต้องการ

"เป็นไปไม่ได้!" วิลเลี่ยมส่ายหัวปฏิเสธทันที "ซอฟแวร์ตรวจจับรอยยิ้มแม้มันจะดีมาก แต่สิทธิบัตรในประเทศยีสซิอยู่ในมือของโซนี่ แม้ว่าคุณจะขายซอร์สโค้ดของซอฟแวร์ให้กับเรา เราก็ยังต้องมีปัญหากับโซนี่อยู่! ส่วนซอร์สโค้ดก็ไม่ได้มีมูลค่าถึง 2 ล้าน! ผมให้ได้เต็มที่ 300,000 ดอลลาร์ ถ้าแปลงเป็นเงินสกุลเซี่ยก็น่าจะได้ 2.4 ล้านหยวน!"

มู่ชวงพูดด้วยเสียงที่นุ่มนวลว่า "คุณลุดวิก คุณล้อฉันเล่นอยู่หรือไง? จะใช้เงิน 300,000 ดอลลาร์ ซื้อซอฟต์แวร์ที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่อุตสาหกรรมกล้องดิจิทัลได้เนี่ยนะ มุขคุณนี่ฝืดจริงๆ"

ตัวแทนประเมินของไลก้าได้ประเมินมูลค่าของซอฟต์แวร์ตรวจจับรอยยิ้มไว้ในใจแล้ว แม้ว่าโซนี่จะมีสิทธิบัตรซอฟต์แวร์อยู่ในมือ แต่ซอฟต์แวร์ของชิเล่ยมีความก้าวหน้ามากกว่ามาก บริษัทไลก้าสามารถเผชิญหน้ากับบริษัทโซนี่ได้แน่นอน หรือแม้กระทั่งหลังจากที่วิจัยคิดค้นผลิตภัณฑ์ได้ใหม่ ค่อยไปขอจดสิทธิบัตรใหม่ก็ได้ ดังนั้นความสนใจในโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มไม่ได้เพิ่มขึ้นมามากเท่าไหร่

"350,000 ดอลลาร์" วิลเลี่ยมเพิ่มราคาขึ้นด้วยสีหน้าหนักแน่น "ไม่ว่าอะไรก็ตามสิทธิบัตรของโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มยังอยู่ในมือของโซนี่!"

มู่ชวงไม่เต็มใจที่จะประนีประนอมและพูดว่า "คุณลุดวิก ฉันขอแก้ไขข้อผิดพลาดของคุณนิดหน่อย สิทธิบัตรของโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มไม่ได้อยู่ในมือของโซนี่ที่เดียว อย่างน้อยสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ของประเทศเซี่ยก็อยู่ในมือของเรา! ตอนนี้ในประเทศเซี่ยอุตสาหกรรมต่างๆกำลังพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและก็หลากหลาย การบริโภคสินค้าระดับไฮเอนด์กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยอดขายกล้องของบริษัทไลก้าของคุณในประเทศช่วงนี้กำลังเพิ่มสูงขึ้น ฉันพูดถูกไหม?"

วิลเลียมตอบโดยใช้จิตวิทยาเข้าช่วย "คุณมู่ งั้นคุณจะขายโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มกับสิทธิบัตรทั้งสองอย่างเลยไหม? ถ้าเป็นอย่างนี้ทางไลก้าของเราจะเพิ่มเงินให้!"

มู่ชวงส่ายหัว "เราจะเก็บสิทธิบัตรไว้!"

"คุณมู่ถ้าคุณขายแค่เฉพาะซอร์ซโค้ดของซอฟต์แวร์เทานั้น ผมสามารจ่ายได้แค่ 350,000 ดอลลาร์เท่านั้น!" วิลเลียมรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ตลาดในประเทศเซี่ยที่มู่ชวงพูดมาเป็นเรื่องจริง มันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากคุณมีสิทธิบัตรในประเทศเซี่ย มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับในการขายกล้องของไลก้าในประเทศเซี่ย!

มู่ชวงเอาผมที่หล่นลงมาไปทัดไว้ที่หู "เราสามารถให้ทางไลก้าขายกล้องในประเทศได้อย่างอิสระ พร้อมกับโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มในประเทศเซี่ย โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์!"

วิลเลี่ยมคิดราคาและเพิ่มขึ้นอีกครั้ง "ถ้าเป็นกรณีนี้ เราสามารถเพิ่มให้ได้ 375,000 ดอลลาร์ ถ้าแปลงเป็นเงินสกุลเซี่ยก็เท่ากับ 3 ล้านหยวน ผมต้องการซอร์สโค้ดของโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มและค่าลิขสิทธิ์ฟรี!"

"คุณลุดวิก ราคาที่คุณให้มามันต่ำเกินไป มันไม่พอค่าซอร์สโค้ดของโปรแกรมตรวจจับรอยยิ้มและค่าลิขสิทธิ์ฟรี ทั้งหมดมันต้องเป็น 1 ล้านดอลลาร์!" มู่ชวงพูดด้วยโทนเสียงเย็นชา

วิลเลี่ยมกำลังเตรียมที่จะต่อรองต่อ มู่ชวงก็ยืนขึ้นขัดจังหวะ "คุณลุดวิก วันนี้ฉันว่าเราระงับการเจรจาไว้ชั่วคราวก่อนดีกว่า เรายังนัดกับทางบริษัทโกดักจากประเทศลี่เจียงไว้และบริษัทกล้องในประเทศเซี่ยไอโกไว้! หวังว่าครั้งหน้าเราคงได้มีโอกาสร่วมมือกันนะคะ!"

ชิเล่ยลุกขึ้นยืนด้วยความเสียใจและพูดว่า "วิลเลี่ยม คุณลองคิดดูละกัน 1 ล้านดอลล่าร์มันไม่ได้แพงเกินเลย!"

วิลเลี่ยมพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "ผมจะรายงานกลับไปทางบริษัท และลองชักจูงผู้บริหารดู!"

เขาทั้งสามคนเดินออกมาห้องประชุมเล็ก โทรศัพท์ของชิเล่ยก็เสียงดังขึ้น เขากดกดปุ่มรับและเสียงที่ดูสุภาพที่พูดด้วยภาษาเซี่ยก็ดังออกมา

"ฮัลโหล? น้องชายชิเล่ย? ฉันซ่งโทรมาจากบริษัทไอโก! ไม่รู้ว่าวันนี้น้องชายว่างไหม? เรามาเจอกันที่โรงแรมกรีนเลค แล้วสั่งอาหารง่ายมากินกันเป็นอย่างไร?" ชื่อเต็มของซ่งก็คือ ซ่งหม่าอัน เป็นรองประธานบริหารของบริษัทไอโก ซึ่งเป็นผู้หุ้นถึง 17% ใน บริษัทไอโก

เมื่อวานนี้เขาโทรไปคนที่ชื่อว่าชิเล่ยและถูกปฏิเสธ แต่ก็ทำให้เขาอารมณ์เสียนิดหน่อยแค่นั้น จากตรงนี้บอกได้เลยว่าคนๆนี้เป็นคนตรงไปตรงมาใจกว้างและรู้วิธีที่จะอดกลั้นในเวลาเดียวกัน!

ชิเล่ยเหลือบมองไปที่วิลเลี่ยมเผยรอยยิ้มจางๆและพูดว่า "ได้สิพี่ชายซ่ง ผมก็อยู่โรงแรมกรีนเลค แล้วพี่อยู่ที่ไหน"

ในสายเสียงของซ่งหม่าอันเต็มไปด้วยความประหลาดใจและมีความสุขพูดว่า "น้องชายชิเล่ย คุณอยู่ในโรงแกรมกรีนเลคแล้ว? รอสักครู่ เดี๋ยวฉันออกไปรับ!"

จบบทที่ HK ตอนที่ : 70

คัดลอกลิงก์แล้ว