เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19  ครอบครัวเราไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป!

บทที่ 19  ครอบครัวเราไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป!

บทที่ 19  ครอบครัวเราไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป!


ผู้ใหญ่บ้านซื้อไก่ย่างตัวหนึ่งและเหล้าหนึ่งไห แล้วพาทุกคนกลับหมู่บ้าน  เขานำทุกอย่างขึ้นเขาไปด้วย ดูเหมือนเขาจะตั้งใจไปแจ้งข่าวแก่พี่ชายผู้ล่วงลับ

ครอบครัวหลี่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างดีใจเมื่อได้เห็นโฉนดบ้านและที่ดิน ทุกคนพากันมาล้อมดูและสัมผัสอย่างตื่นเต้น จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาทำความสะอาดบ้านใหม่ด้วยความกระตือรือร้น

ในห้องใหญ่มีย่าหลี่และเจียอินอาศัยอยู่ ส่วนห้องตะวันตกเป็นที่พักของพี่น้องเจียเหริน

ห้องทางทิศใต้ของปีกตะวันออกจึงมอบให้หลี่เหล่าเออร์และภรรยา ส่วนห้องทางทิศเหนือให้หลี่เหล่าซาน

ห้องทางทิศใต้ของปีกตะวันตกถูกมอบให้หลี่เหล่าซือและเถาหงอิง ส่วนห้องทางทิศเหนือถูกล็อกและใช้เป็นคลังเก็บของชั่วคราว

นอกจากนี้ ห้องปีกทั้งสองยังถูกแบ่งให้ชายและหญิงใช้เป็นห้องซักล้าง และใช้ตากเสื้อผ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัดใจจากการอยู่ร่วมกันของคนจำนวนมาก

ฤดูหนาวที่นี่ในเขตเมืองหลวงไม่อบอุ่นนัก แต่ทุกห้องมีเตียงอุ่น หรือคัง ทำให้ครอบครัวหลี่ยิ่งพึงพอใจมากขึ้น

หลี่เหล่าเออร์เดินตามหลังแม่และยุ่งอยู่กับการทำรายการ

หลี่เหล่าเออร์เดินตามย่าหลี่ คอยช่วยจดรายการสิ่งของที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเสื่อสำหรับปูเตียง กระดาษติดหน้าต่าง น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู ข้าว แป้ง ธัญพืช หม้อดิน และไหเก็บของ

ย่าหลี่กำลังอุ้มเจียอิน  นางส่งเงินให้เถาหงอิงและจ้าวอวี้หรู ให้หลี่เหล่าสือและเจียอี้ตามไปช่วยขนของในตัวเมืองทันที

ส่วนเจียอินนั้น แม้จะช่วยอะไรไม่ได้ แต่นางก็ไม่ก่อปัญหาให้ยุ่งยาก แค่ร้องไห้เล็กน้อยตอนหิว หรือเข้านอนเมื่อง่วงเท่านั้น พฤติกรรมอันน่ารักเช่นนี้ทำให้ย่าหลี่และทุกคนในครอบครัวยิ่งรักใคร่ ใครผ่านมาก็ต้องหอมแก้มเล็ก ๆ ของนางคนละที

เสียงครึกครื้นในบ้านตระกูลหลี่ดังไปจนชาวบ้านในหมู่บ้านชิงสุ่ยได้ยิน

หญิงสามคนที่เพิ่งกลับจากไร่มารวมตัวกันที่หน้าหมู่บ้านเพื่อพูดคุย

“ได้ยินจากเมียผู้ใหญ่บ้านว่า มีคนย้ายเข้ามาอยู่ในลานบ้านใหญ่ที่เชิงเขาแล้ว”

หญิงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ใกล้บ้านผู้ใหญ่บ้านรีบเล่าเรื่องที่ได้ยินให้คนอื่นฟัง

“ลานบ้านนั้นมีคนซื้อไปแล้วหรือ? ใช้เงินเท่าไหร่กัน? ช่างกล้านัก พวกเขาไม่รู้หรือว่าจางเหล่ากุ้ยตายอย่างไร?” หญิงคนหนึ่งเอ่ยอย่างตกใจ

“ได้ยินมาว่าร้อยตำลึงเงิน แถมครอบครัวนี้จ่ายเงินโดยไม่กะพริบตาเลย” หญิงอีกคนทำท่าประกอบอย่างตื่นเต้นเหมือนอยู่ในเหตุการณ์

“ครอบครัวนี้คงรวยมากแน่ ๆ ถึงแม้ลานบ้านจะสกปรกไปบ้าง แต่มันเป็นบ้านที่ดีจริง ๆ ได้ยินว่าตอนจางเหล่ากุ้ยสร้างใช้เงินเกินร้อยตำลึง นี่ยังได้ที่ดินสิบหมู่ด้วย เรียกได้ว่าคุ้มค่าจริง ๆ!”

"ใครบอกไม่ใช่ล่ะ? ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าครอบครัวนี้มาหาญาติในหมู่บ้านเมื่อวาน เพื่อขอที่พักอาศัยชั่วคราวจากญาติ แต่ญาติไม่ยอมรับไว้ จนต้องซื้อบ้านเอง ไม่รู้ว่าญาติคนนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงได้ปฏิเสธคนรวยขนาดนี้”

ภรรยาหลิวไท่จู้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากนั้น สีหน้าเขียวแดงไปหมด ฟังแล้วรู้สึกเสียดายจนท้องบิดไปหมด

เธอหันหลังแล้ววิ่งไปทางลานที่เชิงเขา…

ในขณะเดียวกัน ตระกูลหลี่กำลังยุ่งอยู่กับการทำความสะอาด ล้างพื้นหินจนสะอาดเอี่ยม นางยืนนิ่งมองอยู่พักใหญ่เหมือนคนตกอยู่ในภวังค์ ก่อนเดินกลับบ้านไปอย่างเลื่อนลอย

ที่บ้านของนาง กัวซื่อกำลังจุดไฟเตรียมทำอาหาร เมื่อเห็นลูกสะใภ้เดินกลับมาอย่างซึมเซา กำลังจะจะด่าว่านางขี้เกียจ แต่เมื่อได้ยินว่าครอบครัวหลี่ซื้อบ้านหลังใหญ่ด้วยเงินร้อยตำลึง นางถึงกับลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้

“เป็นไปไม่ได้! ครอบครัวหลี่มีเงินขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

นางกัดฟันพูดอย่างเสียดาย “ถ้ารู้แบบนี้ เราน่าจะกักตัวพวกเขาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน แม้จะไล่พวกเขาไป ก็ต้องรีดเงินออกมาให้ได้ก่อน!”

นางหันไปสั่งเสียงดัง “ไปดูที่นั่นเดี๋ยวนี้!”

กัวซื่อไม่ยอมแพ้  นางรู้ว่าย่าหลี่เป็นป้าของลูกๆ นาง  ตอนนี้ย่าหลี่รวยขนาดนี้  จะปล่อยให้หลานเดือดร้อนอยู่ได้ยังไง

นางต้องเอาเงินจากย่าหลี่มาให้ได้ !

หลิวไท่จู้และหลิวไหล่ฝูต่างก็คิดเหมือนกัน และทั้งครอบครัววิ่งตรงไปที่เชิงเขา

“โธ่เอ๋ย พี่สาว ท่านนี่แปลกจริง ออกจากบ้านไปโดยไม่บอกกันสักคำ ข้าสั่งให้สะใภ้ทำอาหารรอพวกท่านตั้งแต่เช้า แต่พอเปิดประตู กลับไม่เห็นใครเลย”

ทันทีที่เข้ามาในลานบ้าน กัวซื่อก็รีบเดินไปหาย่าหลี่พร้อมส่งยิ้มอย่างกระตือรือร้นยิ่งกว่าวันก่อนหลายเท่า

ย่าหลี่เหลือบตามองอย่างเย็นชา ก่อนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ไม่กลัวว่าพวกเราจะไปอยู่บ้านเจ้าหรือ?”

กัวซื่อถึงกับหน้าเสีย แต่ยังแถอย่างไม่อาย...

พี่สาวเข้าใจผิดไปแล้ว ท่านก็เห็นแล้วว่าครอบครัวเราจนจริงๆ มีบ้านแค่ไม่กี่หลัง จะไม่กลัวหรือว่าพี่สาวจะไม่พอใจ?”

พูดจบ นางก็มองลานบ้านกว้างด้วยสายตาโลภพลางเอ่ยต่อ

“พี่สาว ข้าได้ยินมาว่าท่านซื้อบ้านหลังนี้หรือ? โอ้โฮ ดูสิ มันรกมากเลย ทุกอย่างต้องจัดการใหม่หมด เดี๋ยวข้าเรียกจูจูกับคนอื่นมาช่วยนะ”

หลิวไท่จู้กับพรรคพวกแกล้งทำท่าพับแขนเสื้อเตรียมจะช่วย แต่ความจริงสายตาพวกเขากลับจับจ้องไปที่ถุงสัมภาระของตระกูลหลี่

ในขณะเดียวกัน หลี่เหล่าซือและเถาหงอิงก็กลับมาจากข้างนอก สีหน้าของทั้งคู่ดูไม่ดีเลยเมื่อเห็นครอบครัวหลิวอยู่ในบ้าน

หลี่เหล่าซือเอ่ยไล่ทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม

“เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเจ้า รีบไปเสียเถอะ!”

หลิวไหล่ฝูที่ไม่ชอบหลี่เหล่าซืออยู่แล้ว พอได้ยินคำนี้ความอิจฉาริษยาและความไม่พอใจก็พลุ่งพล่านเหมือนไฟลุกโชน

“เจ้าแค่ซื้อบ้านหลังเดียว มีอะไรให้น่าภูมิใจ? ข้าจะบอกให้นะ ครอบครัวของเราอยู่ในหมู่บ้านนี้มานานกว่าสิบปี ถ้าพวกเจ้ากล้าหาเรื่องเรา พวกเจ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้แน่!”

เจียอินเพิ่งถูกเถาหงอิงอุ้มขึ้นจากเปลและกำลังงัวเงียได้ที่ แต่เสียงเอะอะของครอบครัวหลิวทำให้เด็กน้อยรู้สึกเหนื่อยหน่ายยิ่งกว่าเดิม

นี่เป็นครั้งที่หาได้ยากที่นางจะร้องไห้ออกมาเสียงดัง!

“แว้….แอ๊ ๆ ๆ ”

เสียงร้องนี้เหมือนการจุดประกายรังแตนรบกวนตระกูลหลี่ พวกเขาทุกคนรีบโยนงานที่ทำอยู่ทิ้งและพากันวิ่งมาดู

“ฟู่หนิวเออร์เป็นอะไร? กลัวหรือเปล่า?”

“คงตกใจสิ ได้ยินเสียงหมาเห่าทันทีที่ตื่นขึ้นมา!”

ย่าหลี่ที่กำลังอุ้มหลานสาวอยู่ก็พลอยใจเสียไปด้วย แม้ก่อนหน้านี้จะยังอ่อนใจต่อครอบครัวหลิวอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นหายวับไปทันที

นางกอดหลานสาวพร้อมทั้งปลอบโยน ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ประตู ไล่คนออกไปอย่างไม่ลังเล

“รีบไปเสีย แล้วอย่ากลับมาอีกนะ! อย่างที่พูดไปเมื่อคืน หลิวเกินเออร์ตายไปแล้ว ครอบครัวเราสองบ้านก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป!

อีแก่! เจ้ากล้าดียังไงมาไล่พวกข้า!”

หลิวไหล่ฝูที่อารมณ์ร้อนยกมือขึ้นหมายจะทำร้ายนาง แต่หลี่เหล่าซือคว้าแขนเขาไว้แน่น

หลิวไหล่ฝูร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเย็นแตกพลั่กบนหน้าผาก

กัวซื่อที่เป็นแม่ของหลิวไหล่ฝูตั้งใจจะเข้ามาช่วยลูกชาย แต่พอเห็นสายตาของหลี่เหล่าซือก็หวาดกลัวจนไม่กล้าขยับ

หลิวไหล่ฝูเจ็บจนแทบจะหมดสติ เขารู้สึกเหมือนแขนจะหัก ก่อนที่หลี่เหล่าซือจะโยนเขาออกไปอย่างแรง

“ไสหัวไป! อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก!”

ครอบครัวตระกูลหลิวรีบวิ่งเข้ามาช่วยหลิวไหล่ฝู ก่อนจะพากันเดินเซซังออกไปจากบ้าน

เจียอินที่เฝ้ามองอยู่รู้สึกสะใจจนอดไม่ได้ที่จะถ่มน้ำลายใส่พวกเขา

แต่ด้วยแรงที่มีเพียงน้อยนิด น้ำลายกลับไหลเลอะมุมปากแล้วหยดลงคอแทน

ย่าหลี่กับหลี่เหล่าซือเห็นเข้าก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

“โอ้โฮ ฟู่หนิวเออร์ของข้าช่างเก่งกล้า ขนาดถ่มน้ำลายใส่พวกมันได้!”

“ถึงจะเด็ก แต่ฟู่หนิวเออร์ก็ดูออกว่าใครดีใครร้าย!”

ทุกคนพากันหัวเราะและหยอกล้อเจียอิน จนเด็กน้อยหน้าแดงด้วยความอาย

ย่าหลี่โบกมือเรียกทุกคน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ครอบครัวเราได้ตั้งหลักแล้ว แม้ในอนาคตจะมีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย แต่พวกเราต้องมีความมุ่งมั่นและร่วมมือกันเพื่อใช้ชีวิตให้ดี!”

คนในครอบครัวหลี่ตอบรับเป็นเสียงเดียว

“อย่าห่วงเลยแม่ พวกเราจะตั้งใจทำงานหนัก!”

“ย่าจ๋า พวกเราก็จะเป็นเด็กดีด้วย”

เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า บ้านหลังใหม่ก็พร้อมสำหรับการอยู่อาศัย

เถาหงอิงทำโจ๊กหม้อใหญ่ ใส่ผักป่าลงไป และฉีกเนื้อไก่ย่างที่ซื้อมาจากในเมืองใส่ลงไปด้วย อาหารมื้อแรกในบ้านหลังใหม่ก็พร้อมแล้ว

ทุกคนนั่งล้อมวงกัน แม้จะเห็นอู๋ชุ่ยฮวากับอู๋เออร์โกวที่คอยแต่จ้องจะแย่งไก่ย่างจนดูไม่น่ามอง แต่ทุกคนก็รู้สึกอบอุ่นและสบายใจ

หลังจากวิ่งรอนแรมกันมานานเกือบสองเดือน ในที่สุดพวกเขาก็มีบ้านแล้ว

ฤดูใบไม้ร่วงใกล้เข้ามา ครอบครัวหลี่ไม่มีเวลามานั่งซาบซึ้งกับความสำเร็จ พอรุ่งเช้าก็ลุกขึ้นมาขยันขันแข็งทำงานต่อทันที

จบบทที่ บทที่ 19  ครอบครัวเราไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป!

คัดลอกลิงก์แล้ว