เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9

ตอนที่ 9

ตอนที่ 9


ตอนที่ 9

หลังจากที่เรย์มอนด์ได้ถูกตีเข้าที่หน้าผากในตอนบ่ายเขาก็เลือกที่จะทำการหยุดเคลื่อนไหว เนื่องจากมันไม่มีประโยชน์ที่เขาจะทำการเคลื่อนไหวภายในสถานการณ์นี้เลย เพราะนอกจากเขาจะไม่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ภายในสถานที่อันแปลกประหลาดแห่งนี้ได้แล้วเขายังไม่สามารถที่จะใช้พลังของเขาออกมาได้อีกด้วย

ปัจจุบันแกนพลังงานของเขาไม่ได้รับความเสียหายอีกต่อไปแล้วและพลังงานภายในร่างกายของเขาก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามใช้พลังงานออกมาอย่างไรเขาก็ไม่สามารถที่จะปลดปล่อยพลังงานออกมาจากร่างกายได้เลย

ด้วยเหตุนี้เองหลังจากที่เขาสยบอาการตื่นเต้นของตัวเองได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็รอคอยอยู่นิ่ง ๆ พร้อมกับทำการฟังการเคลื่อนไหวจากสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกและพยายามเดาว่าในตอนนี้เขากำลังอยู่ที่ไหนกันแน่

จากการนอนฟังบทสนทนาอยู่เงียบ ๆ มาเป็นเวลานาน แม้ว่าเรย์มอนด์อาจจะไม่อยากยอมรับแต่มันก็ดูเหมือนกับว่าเขาจะกำลังอยู่ภายในท้องของใครบางคนอยู่จริง ๆ

เมื่อเขาพยายามคิดอีกครั้งเขาก็พบว่าร่างกายของเขาไม่ได้มีขนาดหดเล็กลงและถึงแม้ว่าเขาจะยืดร่างกายออกไปสุดตัวแต่มันก็ยังคงมีพื้นที่เหลืออยู่อีกมากมาย

แล้วไข่ใบนี้มันเป็นไข่ที่มีขนาดใหญ่ขนาดไหนกัน?

แล้วท้องของคนที่ตั้งครรภ์จะต้องใหญ่ขนาดไหนถึงจะสามารถบรรจุไข่ขนาดยักษ์ขนาดนี้เอาไว้ได้?

นอกจากเขาจะคิดเรื่องที่เขาจะฟักออกไปจากไข่เมื่อไหร่เขายังได้คิดเรื่องทางการเมืองในช่วงเวลานี้ด้วยว่าหลังจากที่มันได้มีข่าวว่าเขาเสียชีวิตได้แพร่กระจายออกไป มันจะมีใครเข้ามาทำหน้าที่แทนเขาในฐานะของจอมพล

แล้วออร์คทั้งสี่ตัวที่ได้ไล่ล่าเขาภายในป่าดึกดำบรรพ์ล่ะเป็นคนของใคร?

เขาอยากจะรู้จริง ๆ ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ที่ต้องการชีวิตของเขา เพราะถึงแม้ว่าเขาจะกลายเป็นคนที่พิการไปแล้วแต่คนพวกนั้นก็ยังไม่ยอมที่จะปล่อยเขาไป

แต่เมื่อกี้นี้เขาก็ได้ยินมาว่ามันได้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยทำการช่วยเหลือเอาไว้ได้อ้างว่าเธอเป็นคู่หมั้นของเขาและกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่อีกด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าพ่อแม่ของเขาอาจจะยังไม่เชื่อหญิงสาวคนนี้ในตอนแรกแต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ยังไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องที่แน่นอน

ดอริสผู้ซึ่งเป็นแม่ของเขาต้องการที่จะให้เขาแต่งงานตั้งนานแล้วและเธอก็มักที่จะพูดเรื่องของผู้หญิงต่อหน้าของเขาบ้างเป็นครั้งคราว แต่เขาก็พยายามปฏิเสธแม่ของเขาอยู่เสมอเพราะเขายุ่งอยู่กับงานมากจนเกินไป

หลังจากที่พ่อของเขาประสบอุบัติเหตุและนอนอยู่บนเตียงมานานหลายปีแม่ของเขาก็อยู่ในอาการซึมเศร้ามาเป็นเวลานาน และในตอนนี้มันยังมีข่าวว่าเขาเสียชีวิตลงอย่างกระทันหันซึ่งพ่อกับแม่ของเขาก็คงจะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วอนาคตพวกเขาจะต้องทำอะไรยังไงกันแน่

เรย์มอนด์พยายามครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างหนัก แต่ทันใดนั้นเขาก็ถูกบีบด้วยแรงที่มองไม่เห็น จากนั้นจู่ ๆ เขาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นภายในห้องที่สว่างไสว

การที่จู่ ๆ เขาได้ออกมาพบกับแสงสว่างมากขนาดนี้มันจึงทำให้เขาไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ทันแล้วมันก็ทำให้สายตาของเขาเกิดอาการพร่ามัว

“ต้าไห่ตื่นแล้วอย่างนั้นหรอ” ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งหลักกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน จู่ ๆ มันก็ได้มีเสียง ๆ หนึ่งดังขึ้นมาจากจุดที่ไม่ไกลจากเขามากนัก

เสียง ๆ นี้เป็นน้ำเสียงที่คุ้นหูของเขาเป็นอย่างมากเพราะตั้งแต่เขาได้ฟื้นขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บเขาก็ได้ยินเสียงนี้อยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงของผู้พูดแล้วเขาก็ดูเหมือนกับเป็นคนที่เดินทางมาจากดวงดาวที่ห่างไกลและกำลังพยายามเรียนรู้พูดภาษาท้องถิ่นของที่นี่เป็นครั้งแรก ดังนั้นความเร็วในการพูดของเขาจึงค่อนข้างที่จะช้ามาก

“อย่ามาแกล้งตาย ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ! ฉันอยากจะรู้ว่าในตอนนี้นายจะยังกระดิกหางอยู่ไหม”

เรย์มอนด์: "..."

ปัจจุบันเรย์มอนด์ยังคงรู้สึกสับสนว่าเขาถูกคลอดออกมาจากไข่จริง ๆ แล้วอย่างนั้นหรอ แต่เมื่อเขาได้พิจารณาสภาพแวดล้อมบริเวณรอบ ๆ ตัวเขาก็ได้พบว่าตอนนี้เขาได้ออกมาอยู่พื้นที่ด้านนอกแล้วจริง ๆ

เขาอยู่ในไข่ไม่ใช่อย่างนั้นหรอ แต่การที่จู่ ๆ เขาได้ปรากฎตัวออกมาแบบนี้มันก็เหมือนกับเขาไม่ได้อยู่ภายในไข่เลย?

เมื่อจินเห็นงูหลามยักษ์ปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านนอกแล้วเขาก็ค่อนข้างที่จะรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก และถึงแม้ว่าน้องชายของเขาจะไม่ยอมกระดิกหางแต่เขาก็คิดว่างูหลามตัวนี้ยังมีสติปัญญาที่ไม่สูงมากนัก ดังนั้นเขาจึงไม่สมควรที่จะคาดหวังอะไรกับมันมากจนเกินไป

สติปัญญาของปีศาจที่ฝึกฝนตนจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาแห่งการฝึกฝน ซึ่งในปัจจุบันต้าไห่ก็แข็งแกร่งกว่าร่างปีศาจของเขาอยู่หลายเท่า ดังนั้นในอนาคตสติปัญญาของอีกฝ่ายย่อมจะต้องเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

เมื่อเห็นงูหลามยักษ์ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ จินก็กรอกตาและตัดสินใจที่จะทำการล้างสมองเจ้างูน้อยของเขาเสียก่อน

“เอาล่ะนายจำได้ไหมว่าเมื่อวานนายทะเลาะกับเสือดาวตัวใหญ่ก่อนจะไปฟัดกับจระเข้”

เมื่อได้ยินเสียงของจินเรย์มอนด์ในร่างของงูหลามยักษ์ก็ได้หันหน้าจ้องมองไปยังอดีตหอยทากน้อย

“นายเข้าใจที่ฉันพูดไหม ถ้าเข้าใจก็ให้พยักหน้า”

เมื่อจินถามขึ้นใหม่อีกครั้งงูหลามยักษ์ก็ขยับหัวขึ้นลง

“อ๋อฉันลืมไปเลย ต้าไห่ยังไม่เคยเรียนภาษามนุษย์มาก่อนสินะดูเหมือนว่าฉันจะต้องค่อย ๆ สอนเขาไปอย่างช้า ๆ” จินคิดกับตัวเองภายในใจ จากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกไปว่า

“เมื่อวานนายได้รับบาดเจ็บสาหัสและกำลังจะตาย แต่ฉันก็เป็นผู้มีพระคุณที่ได้ทำการช่วยเหลือชีวิตของนายเอาไว้”

เมื่อได้ยินจินกล่าวจบเรย์มอนด์ก็พอจะคาดเดาอะไรได้บางอย่าง ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าอย่างเชื่อฟังและจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเคารพ

“ฉันรู้ว่านายยังไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนแต่ฉันจะสอนให้ฟังนะว่าบุญคุณของผู้ช่วยชีวิตนั้นยิ่งใหญ่มากกว่าท้องฟ้า และในตอนนี้ฉันก็เป็นเหมือนกับพ่อแม่ที่ได้มอบชีวิตใหม่ให้กับนาย”

เรย์มอนด์: "..."

“แน่นอนว่าเผ่าพันธุ์ของพวกเราแตกต่างกันและฉันก็เป็นพ่อแท้ ๆ ให้กับนายไม่ได้ แต่ยังไงพวกเราก็ถูกลิขิตให้มาพบกันแล้วและพรสวรรค์ของนายก็เป็นของจริง แต่ถ้าหากว่านายไม่มีใครสอนนายก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกนานนับ 1,000 ปีกว่าจะสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ ซึ่งฉันจะยอมสั่งสอนนายก็ได้แต่นายจะต้องมาเป็นน้องชายของฉัน”

เรย์มอนด์: "..."

เรย์มอนด์เพิ่งเข้าใจในตอนนี้เองว่าอีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขาคือใครซึ่งในความเป็นจริงอีกฝ่ายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นออร์ค ดังนั้นอีกฝ่ายจึงพยายามทำการรักษาเขาเพราะคิดว่าเขาเป็นเพียงงูหลามธรรมดาที่อาศัยอยู่ภายในป่าและการที่อีกฝ่ายพูดว่า ‘แปลงร่างเป็นมนุษย์’ มันอาจจะหมายถึงการที่เขาจะทำการเปลี่ยนงูหลามให้กลายเป็นมนุษย์หรือเปล่า

เรย์มอนด์นอนฟังอีกฝ่ายพูดคุยไปเงียบ ๆ โดยไม่ขยับเขยื้อนร่างกายเลยแม้แต่น้อยและเขาก็ต้องยอมรับว่าความสามารถของชายตรงหน้าของเขานั้นช่างเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ

ในตอนนี้ดวงตาของเขาปรับสภาพได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นรูม่านตาแนวตั้งสีเขียวเข้มของเขาจึงได้เหลือบมองไปยังหน้าท้องของอีกฝ่าย

ปัจจุบันชายตรงหน้ากำลังสวมใส่เครื่องแบบทหารที่ไม่ได้พอดีตัวมากนัก แต่เขาก็ยังสามารถบอกได้ว่าหน้าท้องของชายตรงหน้ายังคงแบนราบไม่ต่างไปจากสายพันธุ์อ่อนแอที่พบได้โดยทั่วไป

จากนั้นเรย์มอนด์ก็ค่อย ๆ ขยับใบหน้าขึ้นไปเพื่อจ้องมองใบหน้าของจินแล้วเขาก็พบว่าคนตรงหน้านี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากสายพันธุ์อ่อนแอที่เขาได้พบภายในป่าของดวงดาวลึกลับ

นอกจากนี้ตรงบริเวณกึ่งกลางหน้าผากของอีกฝ่ายยังมีตราสัญลักษณ์รูปงูขดตัวขนาดประมาณนิ้วโป้งอยู่อีกด้วย

“นี่ต้าไห่! เฮ้นายนั่นแหละต่อจากนี้ไปฉันจะขอตั้งชื่อนายว่าต้าไห่นะ”

ในระหว่างนั้นเรย์มอนด์ก็ค่อย ๆ หดตัวให้ร่างของเขาก่อตัวเป็นรูปพีระมิดก่อนที่เขาจะวางศรีษะของเขาลงไป

เมื่อจินสังเกตท่าทางของงูหลามตรงหน้าเขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่พอใจเล็กน้อย ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายคิดว่าตัวเองมีพลังสูงกว่าเขาเป็นอย่างมาก ดังนั้นอีกฝ่ายจึงไม่พอใจที่จะต้องมาเป็นน้องชายของเขา

“นี่ฉันจะบอกอะไรให้คนที่มีตราสัญลักษณ์แบบนี้จะได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก ฉันสัญญาว่าหลังจากที่นายแปลงร่างได้แล้วฉันจะมอบตราสัญลักษณ์แบบนี้ให้กับนายด้วย” จินกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่ตราสัญลักษณ์รูปหอยทากตรงกึ่งกลางบริเวณหน้าผากของเขา

เมื่อเรย์มอนด์เงยศีรษะขึ้นไปมองดูตราสัญลักษณ์บนหน้าผากของจินอีกครั้ง เขาก็ทำการแลบลิ้นออกมาเพื่อสัมผัสกับอนุภาคกลิ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในห้อง

นอกจากกลิ่นของคอรีย์ที่ติดอยู่บนชุดเครื่องแบบที่จินกำลังสวมใส่อยู่แล้วสายพันธุ์ที่อ่อนแอตรงหน้าของเขานี้ยังมีกลิ่นของเขาติดอยู่อีกด้วย แต่นอกเหนือจากกลิ่นทั้งสองกลิ่นนี้มันก็ไม่มีกลิ่นของออร์คตัวอื่นใดติดอยู่บนร่างของฝ่ายตรงข้ามอีกแล้ว

อย่างไรก็ตามจากสิ่งที่จินได้กล่าวออกมามันกลับดูคล้ายราวกับว่าสายพันธุ์ที่อ่อนแอตัวนี้ได้สร้างตราสัญลักษณ์ขึ้นมาด้วยตัวของมันเอง

“อย่ากังวลไปเลย นายแค่จะต้องเชื่อฟังฉันก็พอในอนาคตถ้าหากว่าฉันมีความรุ่งเรืองมากกว่านี้นายที่คอยอยู่เคียงข้างฉันก็จะได้รับผลประโยชน์ไปด้วย” จินกล่าวขึ้นมาหลังจากที่ได้รับคำตอบจากงูหลามยักษ์ตรงหน้าด้วยการแลบลิ้น

“มานี่สิ! เดี๋ยวฉันจะตรวจร่างกายของนายให้” จินกล่าวพร้อมกับกวักมือเรียก

ในความเป็นจริงทันทีที่เรย์มอนด์ได้ออกมายังโลกภายนอกเขาก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขากลับมาเป็นปกติแล้วและการปลดปล่อยพลังงานยังสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้วด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าเขาย่อมสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างง่ายดายตราบใดก็ตามที่เขาต้องการ

แต่… ในตอนนี้เขายังไม่ต้องการที่จะกลายร่างเป็นมนุษย์อย่างน้อยก็ต่อหน้าของสายพันธุ์ที่อ่อนแอตัวนี้

จากนั้นเรย์มอนด์ก็เลื้อยช้า ๆ ไปที่เตียงพร้อมกับเงยหัวของเขาขึ้น เพราะเขาไม่รู้ว่าสายพันธุ์ที่อ่อนแอนี้จะทำการตรวจร่างกายของเขายังไง

เมื่อจินได้เห็นต้าไห่เคลื่อนไหวอย่างเชื่อฟังเขาก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก จากนั้นเขาก็นั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงพร้อมกับแตะนิ้วกลางไปบนหน้าผากของงูหลามยักษ์พร้อมกับทำการส่งพลังวิญญาณของเขาเข้าไป

ระหว่างกระบวนการนี้เรย์มอนด์ก็สัมผัสได้ถึงพลังงานอันอ่อนโยนที่กำลังไหลเข้ามาภายในร่างกายของเขา ซึ่งมันก็เป็นพลังงานที่เขาค่อนข้างจะคุ้นเคยราวกับว่ามันเป็นพลังงานที่เคยไหลเข้ามาภายในร่างกายของเขามาก่อน

เมื่อพลังงานที่อ่อนโยนค่อย ๆ ไหลไปตามเส้นเลือดของเขา ในที่สุดมันก็ไหลเข้าไปจนถึงแกนพลังงาน

เหตุการณ์นี้ได้ทำให้เรย์มอนด์ตระหนักว่าสิ่งที่สายพันธุ์ที่อ่อนแอได้พูดออกมาก่อนหน้านี้น่าจะเป็นความเป็นจริง ซึ่งอาการบาดเจ็บของเขาและแกนพลังงานที่แตกสลายไปก็น่าที่จะได้รับการซ่อมแซมมาจากพลังของอีกฝ่าย

จากนั้นไม่นานจินก็ดึงมือของเขาออกพร้อมกับกล่าวขึ้นมาว่า

“โอเค ร่างกายของนายไม่มีปัญหาอะไรแล้วพรุ่งนี้ฉันจะช่วยนายหาหินวิญญาณซัก 2-3 ก้อนและถ้าหากนายยังคงฝึกฝนอย่างหนักร่างกายของนายก็จะได้รับการพัฒนาและสามารถแปลงร่างกลายเป็นมนุษย์ได้ในไม่ช้า”

ร่างกายได้รับการพัฒนา…?

เรย์มอนด์ยังคงรู้สึกไม่สบายใจกับคำพูดของจินอยู่เล็กน้อย แต่จินกลับตบมือเรียกสติและกล่าวขึ้นมาว่า

“เอาล่ะจำเอาไว้ว่าฉันชื่อจิน ต่อจากนี้นายจะเรียกฉันว่าพี่จินก็ได้ส่วนนายก็มีชื่อว่าต้าไห่จำเอาไว้นะ”

เรย์มอนด์: "..."

“อ้อ! ฉันลืมบอกนายไปหลังจากนี้นายจะต้องกลับเข้าไปอยู่ในนี้ไปก่อน” จินกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่ท้องของเขา

“ในตอนกลางคืนฉันจะปล่อยให้นายออกมาดูโลกกว้างและเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนด้านนอกเอาไว้ด้วย”

เนื่องมาจากการที่เขาแกล้งตั้งครรภ์ปลอม ๆ มันจึงทำให้เขาต้องติดอยู่ที่นี่นานอีก 1 เดือน ดังนั้นเขาจึงยังไม่สามารถที่จะทำอะไรในตอนนี้ได้เลย

หมอที่ชื่อนิชิซาวะได้นำเครื่องมือขนาดเล็กกลับมาจากสำนักการศึกษากฎหมายระหว่างดวงดาว ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะสามารถสังเกตอาการของผู้ตั้งครรภ์ได้ตลอดเวลา ดังนั้นต้าไห่จึงจำเป็นต้องอยู่ภายในเปลือกของเขาไปก่อน

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเรย์มอนด์ผู้ซึ่งไม่อยากรู้ว่าเขาเคยไปอยู่ที่ไหนมาก่อนก็หันศีรษะหนีไปอย่างเงียบ ๆ แต่จินกลับตีความหมายว่าต้าไห่ไม่ต้องการกลับเข้าไปอยู่ภายในเปลือก เพราะนอกจากต้าไห่จะได้เข้าไปนอนพักผ่อนภายในเปลือกของเขาแล้วมันก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อีกเลย

สำหรับงูหลามยักษ์ย่อมมีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากหอยทาก เพราะงูจะทำการจำศีลในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ในขณะที่หอยทากจะสามารถหลับได้ตลอดทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว ซึ่งโดยปกติแล้วพวกมันก็มักที่จะแทบไม่ทำอะไรอื่นใดเลยนอกเสียจากตื่นขึ้นมากินและกลับไปนอน

การพยายามจะสั่งสอนน้องชายก็ไม่ควรที่จะทำการสั่งอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นเดียวกัน เพราะเราจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วย ดังนั้นจินจึงเริ่มพูดกับงูหลามยักษ์ว่า

“หลังจากนี้ฉันจะจับไก่มาให้นายกินทุกคืนดีไหม”

เรย์มอนด์: "..."

“โอเคตกลงตามนี้นะ! ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วฉันขอตัวนอนก่อนและนายก็คงจะไม่ชอบแสงของไฟฟ้า ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาปิดไฟกันดีกว่าเนอะ”

หลังจากกล่าวจบจินก็ลุกจากเตียงพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ผนังแต่เขาก็ไม่พบกับสวิตช์ไฟแต่อย่างไร

เมื่อเห็นเช่นนั้นจินก็ปรบมือพร้อมกับพูดช้า ๆ กับน้องชายของเขาว่า

“เอาล่ะถึงเวลาทดสอบสติปัญญาของนายแล้ว จากนี้ไปนายจะต้องปิดไฟนี้ให้ได้แต่ห้ามถามฉันอย่างเด็ดขาดว่าไฟนี้มันปิดยังไง นายจะต้องพยายามลองผิดลองถูกด้วยตัวของนายเอง”

เรย์มอนด์: "..."

หลังจากนั้นเรย์มอนด์ก็ขยับปลายหางของเขาเบา ๆ และไฟภายในห้องก็ดับลง

จิน: "..."

“ไม่เลวเลยนี่” จินกล่าวออกไปอย่างใจเย็น

แต่ในระหว่างที่เรย์มอนด์กำลังนอนอยู่ในความมืดจู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงขึ้นมาว่า

“คืนนี้นายนอนที่พื้นไปก่อนนะ”

เรย์มอนด์: "..."

เรย์มอนด์ทำได้เพียงแต่นอนอยู่บนพื้นและรอจนกว่าคนบนเตียงจะหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นเขาก็ทำการเปิดประตูห้องและเลื้อยออกจากห้องแห่งนี้ไปอย่างเงียบ ๆ

ในเวลาเดียวกันดวงตาสีแดงของหุ่นยนต์ทรงกระบอกตรงบริเวณประตูก็กระพริบและเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ แต่เมื่อร่างของเรย์มอนด์ได้หายไปแล้วหุ่นยนต์ทรงกระบอกตัวนี้ก็หันไปรอบ ๆ โดยอัตโนมัติก่อนที่ดวงตาสีแดงของมันจะกระพริบอย่างสงสัยอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะกลับเข้าไปภายในเงามืดอีกครั้ง

++++++++++++++++++

จินนนนนน ถามเองตอบเองคิดไปเองทั้งตอนเลยนะ คิดได้ยังไงงูแลบลิ้นคือคำตอบ 555555

จบบทที่ ตอนที่ 9

คัดลอกลิงก์แล้ว