- หน้าแรก
- จิ้งจอกขี้เกียจกับแม่มดแห่งชนบท
- ตอนที่ 7 นั่นมัน…ไม่ใช่สะดือจิ้งจอก!
ตอนที่ 7 นั่นมัน…ไม่ใช่สะดือจิ้งจอก!
ตอนที่ 7 นั่นมัน…ไม่ใช่สะดือจิ้งจอก!
“มาแล้วจ้า~ หูหู ได้เวลาตัวหอมแล้วนะ!”
อวี่เสวี่ยชิงใช้มือข้างเดียวจับหนังหลังคออันเซิงหิ้วพาเข้าไปในห้องน้ำ แล้ววางลงในกะละมังสีแดงสดที่ดูเหมือนของโบราณ จากนั้น เธอก็เดินไปปรับอุณหภูมิน้ำตรงเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า
บ้านจัดสรรในตำบลฉางซี แม้จะมีหลังใหญ่โตหรูหราเหมือนคฤหาสน์ แต่ไม่ว่าจะหรูแค่ไหน ทุกบ้านในละแวกนี้ก็ไม่มีใครได้ใช้แก๊สแบบท่อทั้งนั้น ที่นี่นิยมใช้เครื่องทำน้ำร้อนกับพลังงานแสงอาทิตย์
“ฟู่ว—”
อันเซิงเห็นอวี่เสวี่ยชิงกำลังปรับน้ำ ก็ไม่ได้วางท่าขี้เกียจเหมือนคุณชาย นั่งยอง ๆ อยู่ในกะละมังแดง แผ่หลังพิงขอบกะละมังจนขนฟูฟ่องสีขาวทั้งตัวกับพุงนุ่ม ๆ โชว์ออกมาเต็มที่ แต่ท่ามกลางขนขาวฟูนั้น ตรงบริเวณใกล้ท้อง มีวงกลมสีดำเด่นชัดเหมือนจุดกลางเป้าธนู อันเซิงทำหน้าจริงจัง แอบมองแสงไฟบนเพดานแล้วหันมามองอวี่เสวี่ยชิงด้วยสายตาระวัง
เวลาจะอาบน้ำ เรื่องอื่นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ...จุดอันตรายกำลังถูกแสงไฟส่องเต็ม ๆ!
“อิ๋งอิ๋งอิ๋ง——”
อันเซิงจ้องอวี่เสวี่ยชิงเหมือนเตรียมพร้อมรับศึกใหญ่
“...”
อวี่เสวี่ยชิงเห็นจิ้งจอกที่บ้านทำท่าเหมือนจะสละชีพก็อดขำปนเขินไม่ได้
ในบ้านนี้ เสี่ยวอันจะไม่ยอมเข้าไปสองที่
ที่แรกคือห้องครัวถ้ามีอวี่เสวี่ยชิงอยู่ อีกที่คือห้องน้ำถ้ามีอวี่เสวี่ยชิงอยู่
วันที่รับเสี่ยวอันมาเลี้ยงวันแรก อวี่เสวี่ยชิงยังไม่มีประสบการณ์ ตอนอาบน้ำให้เสี่ยวอัน ดันเข้าใจผิดว่าวงกลมดำบนพุงคือสะดือ เอานิ้วปาดสบู่ไปจิ้มเป๊ะกลางเป้าดำ
วินาทีนั้นเอง อวี่เสวี่ยชิงก็ได้ยินเสียงร้องสุดตกใจปนเจ็บของเสี่ยวอันเป็นครั้งแรก จิ้งจอกน้อยที่เคยเป็นตัวเรียวยาว กลายเป็นก้อนขนกลมทันที
จากเหตุการณ์นั้นก็พิสูจน์ได้ว่า จุดดำบนพุงไม่ใช่สะดือแต่อย่างใด
มือพระเจ้านายอวี่เสวี่ยชิงเกือบทำกระดิ่งของอันเซิงหลุดออกมาแล้ว
ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่ต้องอยู่ในห้องน้ำด้วยกัน อันเซิงจะยืนอยู่ตรงจุดที่ไฟสว่างที่สุด และระแวดระวังอวี่เสวี่ยชิงสุดชีวิต
ส่วนเหตุผลที่อันเซิงไม่ยอมเข้าไปในครัวถ้ามีอวี่เสวี่ยชิงอยู่ ก็เพราะตอนอวี่เสวี่ยชิงผัดกับข้าว น้ำมันร้อนกระเด็นใส่หางจิ้งจอก
วันนั้นอันเซิงเพิ่งจะเข้าใจศักยภาพการกระโดดของตัวเองอย่างลึกซึ้ง
แต่เดิมอันเซิงกำลังอ้อนคลอเคลียขา ทำตัวน่ารักหลอกล่อให้อวี่เสวี่ยชิงซื้อโคล่ามาให้
แต่โคล่ารสเลมอนยังไม่ได้กิน น้ำมันร้อนก็พุ่งใส่หางซะก่อน เกือบตกลงไปในกระทะไปเป็นเพื่อนปลาซะแล้ว
“ฉันไปค้นไป่ตู้มาแล้วนะ รู้แล้วว่าสะดือจิ้งจอกอยู่ตรงไหน”
อวี่เสวี่ยชิงพูดกลั้วขำ แอบรู้สึกผิดนิด ๆ อธิบายกับอันเซิง
พูดตามตรง ในขนขาวฟูมีจุดดำโผล่เด่นขนาดนั้น ใครจะไม่เผลอจ้องบ้างล่ะ
เธอเอื้อมมือไปหา
อันเซิงเอนหลังพิงขอบกะละมัง ใช้หางยันตัวขึ้น ยกขาหลังขึ้นยันมืออวี่เสวี่ยชิง
อวี่เสวี่ยชิงชักมือกลับ แล้วเปลี่ยนทิศทางจะเอื้อมไปใหม่
ขาจิ้งจอกยืดยาวออกมา ยันข้อมือไว้ได้อย่างแม่นยำ
คนหนึ่งคนกับจิ้งจอกหนึ่งตัวจ้องหน้ากันอยู่พักใหญ่ อวี่เสวี่ยชิงได้แต่หยิบฟองน้ำอาบน้ำขึ้นมาเงียบ ๆ
“ใจร้ายจริง ๆ ไม่ไว้ใจกันเลยสักนิด...”
หลังจากอาบน้ำเป่าขนให้อันเซิงจนแห้งแล้ว อวี่เสวี่ยชิงก็โยนอันเซิงขึ้นเตียง หยิบเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำต่อ
“อื้ม——”
อันเซิงนอนแผ่อยู่บนเตียง กลิ้งตัวเหยียดขาเหยียดแขนอย่างสบาย รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่ได้รู้สึกง่วงแม้ยามค่ำคืนจะมาเยือน
เขาหลับตา เปิดดู【รายการขอพร】ในหัว
ไม่ผิดคาด มีพรที่เกี่ยวกับอวี่เสวี่ยชิงเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งข้อ
【เฮ้อ—ไม่ไว้ใจกันเลย มีที่ไหนหมาเฝ้าระวังเจ้านายแบบนี้บ้างนะ อวี่เสวี่ยชิงบ่นพึมพำระหว่างอาบน้ำ】
【พรสำเร็จ: ตู้เย็นหูหูแบบสองประตู】
“ตู้เย็นบ้าอะไรเนี่ย สองประตู!”
อันเซิงเห็นพรข้อนี้ถึงกับเด้งตัวขึ้นทั้งตัว
เขานึกว่าอาชิงจะขอพรให้ช่วยเรื่องไลฟ์ขายของ แต่ที่ไหนได้ อาชิงดันขอพรอยากได้ตู้เย็นหูหูแบบสองประตู
สองประตูในที่นี้ ก็คือ ให้จิ้งจอกนอนแผ่กลายเป็นตู้เย็นสองประตูให้เจ้านายกอดนั่นเอง
อันเซิงคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่า...ก็ไม่ได้แปลกอะไรนี่นา
เมื่อก่อนมีแต่จิ้งจอกดูดพลังหยางจากมนุษย์จนกลายเป็นปีศาจ
แต่สมัยนี้เทคโนโลยีก้าวหน้า มนุษย์กลับดูดพลังหยางจากสัตว์เลี้ยงซะเอง
ในอินเทอร์เน็ตยังมีแก๊งคนดูดพลังหยางสัตว์เลี้ยง นำโดยหัวหน้าแก๊งชื่อท่านแม่ศิขี วางแผนกันเป็นเรื่องเป็นราว
แถมท่านแม่ศิขียังหน้าตาเจ้าเล่ห์ชวนให้สงสัยอีกต่างหาก
“เอาเถอะ...ดอกไม้ลวดหนามสื่อถึงความอดทน ก็ถือว่าเป็นค่าเช่าบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ก็แล้วกัน”
อันเซิงบ่นในใจสองสามคำ แล้วก็นอนแผ่เป็นตู้เย็นสองประตูต่อ พลางเปิดดูว่ามีพรข้อไหนที่ทำได้ง่ายบ้าง
แต่ไล่ดูแล้ว พรที่ง่ายสุดก็มีแต่เด็กประถมขอว่าไม่อยากทำการบ้าน
อันเซิงอดกลอกตาไม่ได้ เพราะเขาเองก็ไม่อยากช่วยใครทำการบ้านเหมือนกัน
แต่ถ้าเป็นลายเซ็นผู้ปกครอง เขายินดีปลอมให้เต็มที่
เสียดายว่าสมัยนี้เทคโนโลยีไปไกลแล้ว ลายเซ็นผู้ปกครองต้องแสกนหน้าทาง WeChat หมดแล้ว
คิดไปคิดมา อันเซิงก็รู้สึกว่า พรที่ทำได้ง่ายสุดในรายการขอพร ก็คือพรที่อวี่เสวี่ยชิงเคยขอก่อนหน้านี้—ภูเขาชาเขียวชอุ่ม
บ้านอาชิงเปิดร้านน้ำชา แต่ช่วงนี้ตลาดน้ำชามีแต่ร้านเหมือน ๆ กัน กำไรก็ลดลงเรื่อย ๆ
คุณพ่ออาชิงอยากเปลี่ยนแนว เพราะทำธุรกิจนี้มานาน คิดว่าตัวเองน่าจะปลูกไร่ชาเองได้
แต่เขาก็มีครอบครัวต้องดูแล ไม่กล้าทุ่มหมดตัว เลยเช่าที่บนเขามาลองปลูกชาเก็บประสบการณ์
แต่ไร่ชา 3 ไร่นั้น บางทีก็สมบูรณ์ บางทีก็เหี่ยวเฉา จนคุณพ่ออาชิงปวดหัว
สาเหตุจริง ๆ คืออะไร อาชิงกับพ่อก็คิดไม่ออก
แต่ที่จริงมันง่ายมาก อันเซิงแค่ไปดม ๆ แถวนั้นก็รู้เลย
ที่ดินที่บ้านอาชิงเช่าไว้ เป็นรังหนูภูเขาชัด ๆ ใต้ไร่ชาเต็มไปด้วยหนูตัวอ้วน ๆ ที่ชอบแทะรากต้นชาเล่น
อันเซิงดูจบก็จัดยาสูตรเด็ดให้
ปล่อยงู 30 ตัวลงไป หนูหายทันตาเห็น ไร่ชาก็กลับมาสมบูรณ์
“ฮ่า—จิ้งจอกน้อย!”
ขณะที่อันเซิงคิดว่าจะขึ้นเขาไปดูหนูอีกทีคืนนี้
อวี่เสวี่ยชิงที่อาบน้ำเสร็จกลับเข้ามาในห้อง เห็นจิ้งจอกน้อยนอนแผ่เหมือนแป้งโรตีอยู่บนเตียงรับลมแอร์
ดวงตาอวี่เสวี่ยชิงเป็นประกาย รีบเอาหน้าซุกอกจิ้งจอกน้อยแล้วสูดกลิ่นจิ้งจอกอย่างมีความสุข
จิ้งจอกเหม็นเหรอ? เสี่ยวอันที่บ้านเธอไม่มีเหม็นเลย แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบไม้กับน้ำผึ้งอีกต่างหาก
ยิ่งสูดยิ่งติดใจ!
“อิ๋งอิ๋งอิ๋ง——”
โดนอวี่เสวี่ยชิงจู่โจมที่พุง อันเซิงก็อดหัวเราะคิกคักไม่ได้
กว่าจะหยอกกันเสร็จ ก็ปาไปเกือบ 5 ทุ่ม อวี่เสวี่ยชิงลูบพุงจิ้งจอกแล้วก็เผลอหลับไป
อันเซิงค่อย ๆ เลื้อยออกจากผ้าห่ม สะบัดขนขาวฟู เดินออกจากห้องอย่างเด็ดเดี่ยว
อะไรที่ทำให้จิ้งจอกน้อย ยอมออกจากห้องแอร์ในคืนฤดูร้อนอันร้อนระอุ?
เพราะรัก? เพราะหน้าที่? หรือเพราะความงาม?
ถ้าถามอันเซิง เขาจะตอบว่า...เพราะกลิ่นข้าวต้มยามดึกของบ้านข้าง ๆ ต่างหาก!