เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักเล่นแร่แปรธาตุปัญญานิ่มตอนที่ 10

นักเล่นแร่แปรธาตุปัญญานิ่มตอนที่ 10

นักเล่นแร่แปรธาตุปัญญานิ่มตอนที่ 10


บทที่ 10 - ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

เวลานั้นผ่านไปเร็วมาก ห้าปีผ่านไปในพริบตา

ช่วงบ่ายวันนี้แดดส่องประกายเจิดจ้ามาก ตามถนนสายเล็กๆนี้ผู้คนก็เดินผ่านไปมาอย่างสงบ

มันดูธรรมดามาก แต่ทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น ตาของพวกเขาเป็นประกาย จากนั้นฝูงชนก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที

"เจ้าชายที่สิบสามกำลังมา! เขาไปถลุงเงินที่ศาลายิ้ม! มีที่นั่งจำกัดนะเห้ย รีบหน่อยถ้าเจ้าอยากจะไป!”

“อ่า เจ้าชายที่สิบสามกำลังจะใช้เงินอีกแล้ว”

“ศาลายิ้ม! ข้าไม่เคยไปสถานที่ที่แพงเช่นนั่นมาก่อนเลย”

"ฮ่าฮ่า! วันนี้ข้าก็กะว่าจะไปกินดื่มอะไรดีๆบ้าง!”

“……”

ทันใดนั้นทุกคนบนถนนก็ได้ทิ้งทุกอย่างพร้อมวิ่งไปที่ร้านอาหารที่หรูหราที่สุดบนถนน —— ศาลายิ้ม พร้อมกับส่งเสียงอึกทึกทุกครั้งที่วิ่งไป

ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้กันดีว่า ถึงแม้เจ้าชายที่สิบสามของตระกูลเย่จะเป็นพวกใจป้ำ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเป็นคนที่เมตตาอารีแก่คนอื่นหรอกนะ ถ้าที่มันไม่พอ เขาก็ไม่คิดจะเพิ่มที่นั่งพิเศษให้

ดังนั้นแล้ว ทุกๆคนที่ต้องการจะแดร๊กอาหารฟรีก็ต้องแข่งกันแย่งชิงศึกเจ้าที่นั่ง พวกเขาอาจจะต้องวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่เคยวิ่งมาทั้งชีวิตของพวกเขา บางคนยังหวังกระทั่งให้ตัวเองมีขามากกว่าเดิมสองขาด้วยซ้ำ

ทั่วเมืองหลวงของจักรวรรดิทั้งหมดต่างก็รู้เรื่องเย่หลางว่าเขานั้นเป็นคนที่แสนจะฟุ่มเฟือย เพราะต้องการที่จะเป็นอาเสี่ย แต่ตระกูลเย่ก็ยังไม่เคยจำกัดการใช้เงินของเขาเลย

มีคนลองคำนวณดูว่าเขาถลุงเหรียญทองไปเท่าไหร่ ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เขาก็ได้ใช้เงินไปเกือบล้านเหรียญทองแล้ว ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็มากพอที่จะทำให้ตระกูลหนึ่งใช้จ่ายได้ชั่วอายุคนแล้ว มีเพียงตระกูลเย่เท่านั้นที่มีเงินมากพอที่จะให้เขาสามารถถลุงเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ได้

ว่าแต่ทำไมพวกเขาถึงยังใจเย็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เงินของเขาล่ะ? หรือเป็นเพราะเขานั้นพิเศษ? ทุกๆคนต่างก็อยากรู้อยากเห็นเรื่องนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ดูเหมือนว่าผู้คนก็เริ่มชินและไม่สนใจไปเสียแล้ว

“ขออภัยด้วยขอรับ แต่เราไม่มีที่เหลือแล้ว” แม้แต่คนที่วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วก็ต้องถูกกันโดยพนักงานร้านอาหาร ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ต้องการรับเงินเพิ่มหรอกนะ แต่มันไม่มีที่นั่งเหลือแล้วเห้ย! พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากห้ามไม่ให้ลูกค้าเข้า

"ไอ้แม่ย้อย! ทำไมเจ้าถึงไม่สร้างที่นี่ให้มันใหญ่กว่านี้เล่า? ที่นั่งก็หมดเร็วโคตร!” พวกเขาต่างตะโกนอย่างไม่พอใจ

เพื่อนเอ๋ย สถานที่ของเราก็ใหญ่มากแล้วนะ เราเป็นร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงทั้งหมดด้วยซ้ำ! ซึ่งถึงแม้ร้านอาหารจะขนาดใหญ่มากกว่านี้ มันก็คงไม่เพียงพอสำหรับทุกคนอยู่ดี เราไม่ใช่จัตุรัสกลางเมืองนะเฟ้ยเห้ย!

ในร้านอาหารนั้น ที่นั่งถัดจากบันไดของชั้นสอง ก็มีเจ้าหนุ่มตัวน้อยและแม่เสือสาวแสนน่ารักอยู่ คุณสามารถเพลิดเพลินกับมุมของร้านอาหารทั้งหมดจากตรงนี่ได้อย่างเห็นชัด

“เสือสาว พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่?” เจ้าหนูน้อยถามอย่างสงสัยขณะที่ดูเมนูอาหาร

“ฮึ่ม พวกเขามาที่นี่เพื่อใช้ประโยชน์จากท่าน! นายท่าน ท่านต้องการจะเป็นอาเสี่ยจริงๆเหรอ?” แม่เสือสาวถามอย่างปวดหัว เธอถามเขามานับครั้งไม่ถ้วน แต่คำตอบของเขาก็เหมือนเดิมเสมอ

“ไม่ งานของข้าคือการเป็นลูกคนรวย ข้าจะต้องถลุงเงิน ข้าจะเป็นอาเสี่ย” เจ้าชายน้อยพูดออกมาอย่างจริงจัง นี่อาจเป็นประโยคที่ดูจริงจังที่สุดที่เขาเคยพูดมาทั้งชีวิตของเขาด้วยซ้ำ

“ข้าไม่รู้เลยว่าจะพูดยังไงกับท่านดี” แม่เสือสาวส่ายหัวพร้อมคิดวิธีที่จะลดนิสัยบ้าบอของเจ้านายเธอลง หากเธอไม่สามารถหยุดเขาได้ อย่างน้อยเธอก็ควรลดปริมาณการใช้เงินของเขาลงเล็กน้อย

เสือสาวผู้นี้ได้อยู่เคียงข้างเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งก็เพื่อควบคุมนิสัยการใช้เงินของเขา ถ้าเธอไม่อยู่ บางทีเขาอาจจะใช้เงินมากกว่านี้ด้วยซ้ำ

“มาสั่งกันเถอะ! เสี่ยวเอ้อ เอาก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ลูกชิ้นปลามาให้ข้า” เจ้าหนุ่มน้อยพูดออกมาทันที มันเป็นบะหมี่ที่เขาโปรดปรานและเป็นอาหารที่แม่เสือสาวมักจะทำให้เขากินอยู่บ่อยๆ

ดูเหมือนว่าเธอจะชอบปลามาก นั่นคงเป็นเพราะว่าเธอก็เกี่ยวข้องกับเผ่าแมว

เสี่ยวเอ้อเงียบลงแล้วพูดกลับมาว่า “ทางเราไม่มีเส้นใหญ่ขอรับ”

นี่เป็นสถานที่ที่แสนหรูหรา พวกเขาจึงมีอาหาร 'คนธรรมดาสามัญ' น้อยมาก แล้วเสี่ยวเอ้อเองก็ดูเหมือนไม่ได้ต้องการให้เขาสั่งเมนูนี้เลย เพราะว่าเมนูนี้มันมีราคาน้อยมาก

อีกทั้งเขายังถูกเจ้านายกำชับมาด้วย เจ้านายของเขาต้องการที่จะรีดเงินจากตระกูลเย่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ น่าเสียดายที่พวกเขาไม่คิดเลยว่าความคิดอันแสนโลภของพวกเขาจะมีผลตามมาในภายหลัง ...

แน่นอน หนึ่งในเหตุผลก็เพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขาไม่ควรให้บริการอาหารประเภท 'ต่ำๆ' เช่นนี้ในร้านอาหารชั้นสูง

เจ้าชายน้อยอ่านเมนูจากนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “โอ้ งั้นเอาก๋วยเตี๋ยวเหอเฟ่นลูกชิ้นปลาชามหนึ่งแทน”

[หมายเหตุ: ก๋วยเตี๋ยวเหอเฟ่นเป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นแบนกว้างชนิดหนึ่ง]

เสี่ยวเอ้อเงียบไปอีกครั้งแล้วพูดว่า “เราไม่มีลูกชิ้นปลาขอรับ”

“โอ้แล้วก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ล่ะ”

“... เราไม่มีเส้นใหญ่ขอรับ”

“งั้นข้าจะเอาลูกชิ้นปลา”

“... ทางเราไม่มีลูกชิ้นปลาขอรับ”

“ทำไมเจ้าถึงไม่มีอะไรเลย? ไหนเขาว่านี้เป็นร้านที่ดีที่สุด…งั้นข้าต้องการก๋วยเตี๋ยวปลาหมึกเส้นใหญ่”

ตอนนี้ทุกๆคนต่างรู้สึกสับสน เจ้าไปพูดแบบนั้นได้อย่างไร? เจ้าต่างหากเล่าที่เป็นปัญหา! เจ้าชายที่สิบสามนี้คงจะมีปัญหาสมองแบบที่พวกเขาได้ยินมาอย่างแน่นอน

“ทางเราไม่มีเส้นใหญ่ขอรับ!!” เสี่ยวเอ้อกำลังจะร้องไห้แล้วในตอนนี้

"อีกแล้วงั้นเหรอ? งั้นข้าจะเอาลูกชิ้นปลา”

“ไม่มีลูกชิ้นปลาขอรับ!!” ฆ่าฉัน ฆ่าฉันให้ตายดีกว่า

แม่เสือสาวเองก็ไม่สามารถทนต่อได้อีกแล้ว “นายท่าน พวกเขาไม่มีทั้งเส้นใหญ่และลูกชิ้นปลา แล้วท่านก็ไม่สามารถสั่งเส้นใหญ่หรือลูกชิ้นปลารวมกันอย่างอื่นได้หรอก”

“โอ้ รวมไม่ได้งั้นเหรอ…แต่ที่ข้าชอบก็มีแต่ลูกชิ้นปลานะ”

อุ้ป ทุกๆคนแทบจะเป็นลมแล้ว

“ไม่มีลูกชิ้นปลา!!”

“ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ก็ด้วยเหรอ?”

พอได้ยินเจ้าชายที่สิบสามทวนถามมาหลายรอบ เสี่ยวเอ้อก็กระโดดลงมาจากชั้นสอง ตอนนี้เขาไม่สามารถขยับไปไหนได้แล้ว

"เกิดอะไรขึ้นกับเขากัน? บันไดอยู่ตรงนั่นไม่ใช่หรือไง ไม่ใช่ตรงนี่สักหน่อย” เขาถามอย่างช้าๆพร้อมกับจ้องมองเสี่ยวเอ้อที่อยู่บนพื้น

“นายท่าน…” เสือสาวส่ายหัวด้วยรอยยิ้มที่แสนจะเหนื่อยล้า

“เสือสาว ที่นี่มันไม่มีอะไรเลย เราไปที่อื่นกันเถอะ แล้วเราก็จะไม่มาที่นี่อีกแล้วด้วย” เย่หลางยืนขึ้นพร้อมกับจ่ายเงินค่าน้ำชาเล็กน้อย จากนั้นก็ได้เดินลงบันไดชั้นล่างไป

ซึ่งเงินค่าน้ำชานี้ก็เรียกได้ว่ามากมายเลยสำหรับแม่เสือสาว พอเห็นแบบนี้ เธอก็ได้เปลี่ยนเหรียญทองที่อยู่บนโต๊ะกลายเป็นเหรียญทองแดงอย่างรวดเร็ว และนี่ก็เป็นสิ่งที่เธอทำบ่อยๆมาก

“เขาจะไปแล้วงั้นเหรอ??”

ทุกๆคนต่างจ้องมองไปที่เขาอย่างเงียบงัน ในขณะที่เจ้าชายน้อยเริ่มเดินไปชั้นล่างเพื่อเดินออกไป ถ้าเขาออกไป นั่นก็หมายความว่าเราต้องจ่ายค่าอาหารของเราด้วยหรือไม่?

“นายน้อยที่สิบสาม…” มีคนบอกเริ่มพูดถึงชื่อเขาเบาๆ เผื่อว่าเขาจะทิ้งอะไรเล็กๆน้อยแบบเงินไว้บ้าง

“เชิญอิ่มอร่อยกับอาหารเถิด ข้าจะออกไปแล้ว” เจ้าชายน้อยพูดอย่างสุภาพมาก

“ไปกันเถอะนายท่าน” หลังจากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แม่เสือสาวก็รีบพานายน้อยออกไปอย่างรวดเร็ว เธอรู้ว่าคนพวกนี้ต้องการอะไรและรู้ว่าเจ้านายของเธอนั้นเข้าใจช้ามาก เจ้าชายที่สิบสามไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนพวกนั้นกำลังใบ้ให้เขาจ่ายเงินค่าอาหารให้กับพวกเขา

แฟนเพจ:แปลNiyay

จบบทที่ นักเล่นแร่แปรธาตุปัญญานิ่มตอนที่ 10

คัดลอกลิงก์แล้ว