- หน้าแรก
- เจ้าหนูของฉันล้วนเป็นฮันเตอร์แรงค์เอส
- น้องชายของผมแปลกไป (1)
น้องชายของผมแปลกไป (1)
น้องชายของผมแปลกไป (1)
ผมกำลังนั่งอยู่บนเตียง ไม่ใช่บนร่างของมังกร กลิ่นคาวเลือดก็หายไปแล้วเช่นกัน
เสื้อผ้าที่ผมสวมอยู่ก็เปลี่ยนไป
‘...หรือว่าฉันจะย้อนเวลากลับมาจริงๆ’
อย่างแรกเลยคือผมไม่สามารถเปิดหน้าต่างสถานะได้ ช่องเก็บของก็ไม่มีเหมือนกัน
เมื่อห้าปีก่อน ผมยังไม่ได้ปลุกพลัง
‘ส่วนยูฮยอน เจ้าเด็กนั่น กลายเป็นหัวหน้ากิลด์ที่โด่งดังไปแล้ว’
กิลด์แฮยอน เป็นกิลด์ที่จะกลายเป็นกิลด์ที่ดีที่สุดทั้งในเกาหลีและทั่วโลกในอีกห้าปีข้างหน้า ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วพร้อมกับสมาชิกชั้นยอดเพียงไม่กี่คน
แน่นอนว่าผมเข้าไปไม่ได้... มีสมาชิกกิลด์หลายคนไม่ชอบหน้าผม
‘ฉันได้ยินมานับร้อยครั้งแล้วว่าควรเลิกป้วนเปี้ยนอยู่แถวกิลด์แล้วออกไปได้แล้ว’
ให้ตายสิ พวกใจร้าย... เออ! ครั้งนี้ฉันจะก้มหน้าก้มตาใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี!
ผมล้วงกระเป๋าและหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
วันที่... โอ้ ผมย้อนกลับมาในอดีต 5 ปีจริงๆ ด้วย ข้อความล่าสุดคือ...
‘เดี๋ยวนะ นี่มันนายหน้าปลุกพลังไม่ใช่เหรอ’
เมื่อเช้านี้เองที่ผมติดต่อนายหน้าปลุกพลังไป พอเห็นแบบนั้น ผมก็เริ่มนึกถึงอดีตได้
‘ฉันย้อนกลับมาในช่วงเวลานั้นสินะ’
เป็นเวลา 3 ปีแล้วที่ดันเจี้ยนเริ่มปรากฏขึ้นบนโลก ทำให้เหล่าฮันเตอร์ผู้กระตือรือร้นมากมายได้ปลุกพลังขึ้น
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกำลังค่อยๆ กลับสู่ความมั่นคง
เป็นช่วงเวลาที่ผมกำลังต่อสู้กับปมด้อยของตัวเอง ทำได้เพียงมองแผ่นหลังของน้องชายผู้เป็นที่รู้จักในฐานะ “ผู้ปลุกพลังระดับ S”
ด้วยเหตุนี้ผมจึงติดต่อนายหน้าปลุกพลังไปด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าถ้าผมปลุกพลังขึ้นมาได้ ผมก็จะเป็นเหมือนเขา
นายหน้าปลุกพลัง... พูดง่ายๆ ก็คือพวกต้มตุ๋น
นายหน้าปลุกพลังคือนายหน้าที่ลักลอบพาผู้คนเข้าไปในดันเจี้ยนอย่างผิดกฎหมายเพื่อแลกกับเงินจำนวนมหาศาล โดยบอกพวกเขาว่าจะปลุกพลังได้หากเคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จ
แต่ส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาเป็นพวกชั่วร้ายที่จะหายตัวไปหลังจากรับเงินไปแล้ว
ต่อให้พวกเขาพาคุณไปที่ดันเจี้ยน พวกเขาก็จะไม่ปกป้องคุณ ‘แถมตอนแรกฉันก็ไม่ได้ปลุกพลังจากการเคลียร์ดันเจี้ยนด้วยซ้ำ’ มีความเป็นไปได้สูงที่จะปลุกพลังขึ้นมาได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่อันตรายของดันเจี้ยน แต่มันไม่เกี่ยวอะไรกับการเคลียร์ดันเจี้ยนเลย
ข้อเท็จจริงเหล่านั้นถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนในอีกครึ่งปีต่อมา และสมาคมฮันเตอร์แห่งเกาหลีก็ได้สร้างสถานที่ปลุกพลังที่ปลอดภัยขึ้นในภายหลัง ทำให้นายหน้าหายไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม ผมได้เตรียมเงินจำนวนหนึ่งเพื่อไปพบนายหน้า
‘ฉันถูกคนของน้องชายจับได้และถูกพามาที่นี่’
ใช่ ผมจำเรื่องนี้ได้แม่นเลย นี่เป็นหนึ่งในห้องพักในอาคารของกิลด์แฮยอน
ตอนนี้เขาคงกำลังจะเข้ามาแล้วตะคอกใส่ผมด้วยความไม่พอใจ
ทันทีที่ผมคิดเช่นนั้น ประตูก็ถูกกระชากเปิดออก ฮันยูฮยอนก้าวเข้ามาในห้อง ดูท่าทางเขาเองก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษเอาเสียเลย
“พี่”
น้องชายที่ยังมีชีวิตอยู่ของผมเรียกผม ใบหน้าที่มองมานั้นดูเด็กมาก
แม้ในอีกห้าปีข้างหน้าเขาก็ยังดูเด็ก แต่ตอนนี้เขายิ่งดูเด็กกว่านั้นอีก
ตอนนี้เขาอายุยี่สิบปี
เขากำลังเริ่มแสดงสัญญาณของการเป็นผู้ใหญ่
ถ้าโลกสงบสุข เขาก็คงยังเป็นนักศึกษาอยู่
หรือไม่ก็คงเพิ่งจะถูกเกณฑ์ทหาร แน่นอนว่ากองทัพยังคงมีอยู่
‘แต่ผู้ปลุกพลังระดับ S ได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหาร’
ผมเคยไปที่นั่น ในกองทัพมีชายหนุ่มมากมายที่ปลุกพลังขึ้นมาระหว่างรับราชการและได้รับการปลดประจำการก่อนกำหนด
ส่วนที่ผมรับใช้ชาติจนปลดประจำการได้อย่างสมภาคภูมิน่ะเหรอ ก็เพราะผมดันเป็นแค่ระดับ F น่ะสิ
การยกเว้นการรับราชการทหารเริ่มตั้งแต่ระดับ E
อย่างไรก็ตาม ยูฮยอนเก่งมากจนไม่ต้องไปเกณฑ์ทหาร... โอ้ ปมด้อยของผมกำลังจะระเบิดอีกแล้ว
มาละทิ้งความโลภกันเถอะ มาโยนความเจ็บปวดทิ้งไป นะโม อมิตาภพุทธ
ยูฮยอนเดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
เมื่อเขาเข้ามาใกล้ขึ้น ผมก็เห็นว่าช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมานั้นยากลำบากสำหรับเขามากกว่าที่ผมคิด
ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้จริงๆ ก่อนที่จะย้อนเวลากลับมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาคงจะลำบากมากแน่ๆ
มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างและพัฒนากิลด์ของตัวเอง แม้ว่าคุณจะเป็นระดับ S ก็ตาม
ในขณะเดียวกัน พี่ชายของเขาก็ประสบอุบัติเหตุ
……ผมผิดไปแล้ว
“นายหน้าดันเจี้ยนคือ...”
“ฉันขอโทษ”
ผมขอโทษก่อน น้องชายของผมที่กำลังจะเทศนาก็เงียบไป
เขามองผมราวกับไม่เคยเห็นผมมาก่อน
“ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”
สำหรับเรื่องนี้และทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ผมจะรักษาสัญญา
ยูฮยอนทำหน้าสับสนและเปิดปากพูดอย่างระมัดระวัง
“เผื่อว่า... พี่เพิ่งเจออุบัติเหตุร้ายแรงอะไรมา……”
“ไม่ใช่แบบนั้น”
เขาไม่ไว้ใจผม เขาไม่เชื่อผม
ผมตบแขนเขาเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม
“คือ... ฉันลองนั่งคิดดูแล้ว และฉันก็รู้ว่าฉันดูเหมือนจะยังไม่โต”
หลังของมังกรนั้นเย็นสบาย มันจึงเป็นที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับผมในการพักผ่อน
น้องชายของผมตกใจกับคำพูดที่น่าอึดอัดของผม
“ไม่ ไม่ใช่ว่าพี่ไม่โต... ไม่ใช่”
“ไม่เชิงหรอก นี่ ฉันขอกอดนายหน่อยได้ไหม”
“ห-หา”
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
สำหรับเขามันนาน แต่สำหรับผมไม่ใช่
ความรู้สึกเย็นเฉียบจากร่างกายของเขายังคงชัดเจนอยู่ใต้ฝ่ามือของผม
“...ตามใจพี่เลย”
ยูฮยอนพยักหน้าอย่างลังเล พี่ชายของนายจะกอดนายแค่ครั้งเดียวเองนะ น้องชาย
นายจะเขินอะไรนักหนา
เอาล่ะ ฉันก็เขินนิดหน่อยเหมือนกัน
ผมยื่นแขนออกไปและกอดน้องชายของผม อ้อมกอดนั้นโอบล้อมร่างกายของเขาทั้งหมด
มันเล็กกว่าก่อนที่ผมจะย้อนเวลากลับมา
“น้องชายของฉัน ฮันยูฮยอน”
ร่างกายของเขาอบอุ่นในอ้อมแขนของผม ผมได้ยินเสียงหัวใจและลมหายใจที่เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
ด้วยความโล่งใจอย่างสุดซึ้ง บางอย่างก็หลุดออกจากปากของผม เป็นสิ่งที่ปกติแล้วผมจะไม่เคยพูดออกมา
“ฉันรักนาย”
ร่างกายของเขาสะดุ้งและสั่นเทา นี่ ฉันก็เขินเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นอย่าพูดอะไรเลย แค่...
[การปลุกพลังของ ‘ฮันยูจิน’ ได้รับการลงทะเบียนแล้ว]
...หา
[ได้รับฉายาระดับตำนาน ‘ผู้อุปถัมป์ไร้ที่ติ’!]
อะไรนะ
[ฉายา ‘ผู้อุปถัมป์ไร้ที่ติ’ มีผลบังคับใช้ สกิลเพิ่มเติมของผู้อุปถัมป์ไร้ที่ติ - เจ้าหนูของฉันสุดเจ๋ง]
[อัตราการเติบโตของผู้ปลุกพลัง ‘ฮันยูฮยอน’ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
[ระยะเวลา - 3 วัน]
อะไรนะ?!?
บ้าเอ๊ย! นี่มันสกิลโกงอะไรกัน
ฉายาผู้อุปถัมป์หรือผู้ดูแลเป็นเรื่องธรรมดา มันง่ายที่จะได้รับฉายานี้หากคุณเป็นพ่อแม่หรือพี่น้องที่ดูแลและเลี้ยงดูผู้ปลุกพลัง แม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดก็เป็นไปได้
หากระดับการปลุกพลังของผู้ที่อยู่ในความดูแลสูงกว่า C และความสัมพันธ์ดี ก็มีแนวโน้มที่ฉายานี้จะปรากฏขึ้น
หากการปลุกพลังของผู้ที่อยู่ในความดูแลอยู่ที่ระดับ C ถึง B ฉายาจะเป็น ‘ผู้ดูแลที่เงอะงะ’ ระดับ A คือ ‘ผู้ดูแลธรรมดา’ และสุดท้าย ระดับ S คือ ‘ผู้อุปถัมป์’ ผมเคยคิดว่าฉายา ‘ผู้อุปถัมป์’ ถือเป็นระดับสูงสุดแล้ว เนื่องจากไม่มีผู้ปลุกพลังที่เหนือกว่าระดับ S
‘ผู้อุปถัมป์ไร้ที่ติ? นี่มันอะไรกันวะ!’
นอกจากนี้ อัตราการบัฟการเติบโตยังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ฉายาเดิมของผม ‘ผู้อุปถัมป์’ ให้บัฟการเติบโตเพิ่มเติมสูงสุด 10 เปอร์เซ็นต์
มันมีผลเพียงแค่วันเดียว แต่นี่มันสองเท่าเลยนะ
นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถเพิ่มเลเวลได้ในครึ่งปีเหรอ
‘ไม่ ประโยชน์จะเอนเอียงไปทางสกิลมากกว่าเลเวล สกิลระดับสูงจะเติบโตช้าจนน่าหงุดหงิด!’
ว้าว นี่มันโกงสุดๆ ถ้าผมให้บัฟใครสักคนก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปในดันเจี้ยน พวกเขาก็จะเติบโตอย่างรวดเร็ว
“…พี่”
“อะ เอ่อ ใช่ ไม่”
ผมตกใจมากจนเผลอกอดเขาค้างไว้
ขณะที่ผมคลายแขนและถอยออกมา ใบหน้าของยูฮยอนก็แดงขึ้นเล็กน้อยและเขาก็กระแอม
“...ช่วงนี้ผมกดดันพี่มากไปหน่อย ขอบคุณนะที่พูดแบบนี้ พี่”
“ข-ขอบคุณ”
“……”
“……”
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุม
อืมมม
เมื่อผมรู้สึกว่าทนความอึดอัดไม่ไหวอีกต่อไปและอยากจะพังหน้าต่างกระโดดออกไป ยูฮยอนก็พูดขึ้น
“...เย็นนี้ไปทานข้าวเย็นกับผมไหม ไม่ได้ทานด้วยกันนานแล้ว”
“โอ้ ได้สิ”
“ครับ งั้น ผมมีงานต้องทำต่อ”
“อืม ตั้งใจทำงานนะ”
น้องชายของผมออกไปและประตูก็ปิดลง ผมทึ้งผมตัวเอง
‘เฮ้อ น่าอึดอัดชะมัด’
ตอนทานข้าวเย็นมันจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า
ผมน่าจะบอกว่าไม่อยากกินนะ ยกเลิกตอนนี้เลยดีไหม...
ทันใดนั้น
“ผมลืมไป”
ยูฮยอนที่ผมคิดว่าออกไปแล้ว เปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง น่าประหลาดใจจริงๆ
“ลบรายชื่อนายหน้าปลุกพลังออกจากรายชื่อติดต่อด้วย”
เขาพูด พลางมองไปที่โทรศัพท์มือถือบนเตียง
“ถึงยังไงผมก็ไม่ให้พี่รับโทรศัพท์อยู่แล้ว”
“……อะไรนะ”
ผมคงทำพลาดไปและพูดเหมือนกับว่าผมจะไปหานายหน้า
ยูฮยอนยังคงจ้องมองผมไม่ไปไหนแม้ว่าจะพูดจบแล้วก็ตาม
...เขาอยากให้ผมลบมันเดี๋ยวนี้เลยเหรอ พอผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและแสดงให้เขาเห็นว่าผมลบข้อมูลติดต่อของนายหน้าแล้ว เขาก็เดินออกไปด้วยสีหน้าพึงพอใจ
ท่าทีของน้องชายผมดูเคร่งขรึมเล็กน้อยกว่าปกติ
‘หน้าต่างสถานะของฉัน!’
ผมรีบเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
[ผู้ปลุกพลัง ฮันยูจิน]
[ฉายา - ผู้พิฆาตมังกร (L), ผู้อุปถัมป์ไร้ที่ติ (L)]
เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อนนะ ผู้พิฆาตมังกร?
‘ทำไมแกมาอยู่นี่ได้’