เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 : ลิไค? เดาน้องสาวแกสิ!

ตอนที่ 6 : ลิไค? เดาน้องสาวแกสิ!

ตอนที่ 6 : ลิไค? เดาน้องสาวแกสิ!


ในตอนเย็น ชิเล่ยนำจดหมายยกเว้นการเข้าฝึกทหารมาและหลบเข้าไปในหอพักปริญญาเอก

 

ห้อง 501 ชายหนุ่มที่ร่าเริงสดใสและมีผิวอ่อนโยนกำลังใช้ความพยายามในการถูพื้น

 

เขาลากผ้าถูพื้นในขณะที่ขยับปากร้องเพลง

 

"วันนี้ฉันภูมิใจ วันนี้ฉันภูมิใจ!"

 

ด้วยระดับการขยับปากของเขาก็ไม่ยากที่จะคาดเดาว่าตอนนี้เขาอารมณ์ดีมาก!

 

ประตูห้อง 501 ไม่ได้ปิด บางทีอาจเป็นเพราะห้อง 502 ฝั่งตรงข้าม

 

ชิเล่ยเดินเข้ามาและเห็นชายคนหนึ่งกำลังถูพื้น บนหน้าของเขาแขวนไว้ด้วยรอยยิ้มโดยอัตโนมัติ

 

"ลิไคหน๋อลิไค เด็กคนนี้ชั่งขยันซะจริงๆ!"

 

"สวัสดี!"

 

เมื่อมองไปที่ชิเล่ย ลิไคเผยรอยยิ้มที่สดใสออกมา หน้าอ้วนๆของเขา ยิ่งดูมากเท่าไหร่คุณจะยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นเหมือนกับเด็กน้อยที่น่ารักมาก!

 

"สวัสดี นายเป็นเพื่อนร่วมห้องของฉัน?"

 

ชิเล่ยพยักหน้า

 

ลิไค หัวเราะอย่างมีความสุขพร้อมกล่าวแนะนำตัวเอง "ฉันชื่อลิไค สี่ปีในมหาวิทยาลัยนี้ เราจะเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน!"

 

ชิเล่ยแกล้งทำเป็นงงใบหน้าของเขาแสดงสับสนออกมา "ให้ฉันเดา?"

 

(TL = ชื่อเด็กอ้วนคือ Li Cai ซึ่ง cai หมายถึงเดา แล้ว guess ก็หมายถึงเดา ทายเช่นกัน)

 

"อ่า ~" ลิไครู้สึกอายมากๆ : "ชื่อของฉันคือลิไค!"

 

ชิเล่ยยังคงแกล้งต่อไป "นายขอให้ฉันเดา?"

 

"เป็นสิ่งที่ดีเกี่ยวกับการคาดเดาชื่ออืม?"

 

"เดาน้องสาวแกสิ!"

 

ใบหน้าของลิไคที่เหมือนเด็กอ้วนน่ารักเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง เขารีบอธิบายอย่างรวดเร็วว่า "ครอบครัวของฉันชื่อ ลิ นามสกุล ไคที่เหมือนกับเดา"

 

ชิเล่ยก็แสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจแล้ว

 

"โอ้ งั้นนายก็ชื่อชื่อลิไคจริงๆ!"

 

"ฉันชื่อชิเล่ย คำว่าชิหมายถึงหิน เล่ยก็มาจากคำว่าหิน นายสามารถเรียกฉันพี่หินได้!"

 

ลิไคประท้วงด้วยเสียงอ่อนๆของเขา "ทำไม?"

 

"บางทีฉันอาจจะแก่กว่านาย!"

 

"ฉันควรจะเป็นพี่ใหญ่แทน!"

 

ชิเล่ยแสดงท่าทางดูถูก "จากการสังเกตอย่างผู้เชี่ยวชาญของฉัน เด็กน้อย นายมีเล็กกว่าฉันแน่นอน!"

 

หลังจากที่จบประโยคแล้วชิเล่ยจงใจพูดกับตัวเองด้วยเสียงที่ลิไคได้ยินชัดเจน

 

"เจ้าเด็กลิไคคนนี้ ด้วยรูปลักษณ์แบบนี้บางทีเขาอาจจะยังไม่ได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่!"

 

ลิไคกรอกตาของเขาว่า "เฮ้ ฉันจะบอกนายให้ว่าฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว โอเค๊!"

 

"สองเดือนก่อน ฉันเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวอย่างเป็นทางการแล้ว!"

 

ชิเล่ยหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

"แน่นอนเห็นได้ชัดว่าตอนนี้นายเป็นผู้ใหญ่แล้ว!"

 

"แต่ พี่ชายคนนี้ถึงสิบเก้าแล้ว!"

 

"เสี่ยวไค ต่อจากนี้นายต้องเรียกฉันว่าพี่หิน!"

 

"ภายในมหาวิทยาลัยชวนกิ่งนี้ พี่หินคนนี้จะปกป้องนายเอง!"

 

ลิไคกรอกตาของเขาอีกครั้งและวินาทีต่อมา เขาเปลี่ยนท่าทีที่แสดงออก "ชิเล่ย ฉันมีข่าวดีจะบอกกับนาย!"

 

ชิเล่ยไม่ได้ให้ความสนใจมากเท่าไหร่ "ข่าวดีอะไร?"

 

ลิไคชี้ไปที่ห้อง 502 ฝั่งตรงข้าม ตอนนี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขากำลังส่องประกาย "ชิเล่ย นายรู้หรือเปล่าว่ามีสวยสวยสองคนพักอยู่ตรงข้ามกับเรา!"

 

"จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญแบบฉันแล้ว ความงามพวกเธอจัดอยู่ในระดับมหาวิทลัยของเรา!"

 

"ชิเล่ย ถ้านายไปเคาะประตูตอนของพวกเธอตอนนี้และจัดการที่จะตีสนิทได้ละก็ ต่อจากนี้ไปฉันจะเรียกนายว่าพี่ชาย!"

 

ชิเล่ยเปิดเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาออกมา "จริงเหรอ?"

 

ลิไคยกศีรษะขึ้นมา แสดงท่าทางของชายคนหนึ่งที่จะรักษาสัญญาของเขา

 

"แน่นอนมันเป็นความจริง!"

 

"ไปเลยสิ!"

 

"ฉันขอให้นายโชคดี!"

 

ชิเล่ยยกนิ้วขึ้นและดันแว่นตาขึ้นไปบนจมูกของเขา จากนั้นเขาก็ตรงไปที่ห้อง 502

 

ลิไคผู้อยู่เบื้องหลังชิเล่ยไขว้หัวแม่มือของเขาและพูดกระซิบเบาๆ กับตัวเอง "เพียงแค่รอให้นายโดนด่ากลับมาเท่านั้น!"

 

"กอก กอก กอก!"

 

ชิเล่ยยืนอยู่หน้าประตูห้อง 502 แล้วเคาะ

 

จากในห้องก็มีเสียงที่เย็นชาลอดออก

 

"ฉันขอเตือนคุณว่าถ้าคุณรบกวนเราอีกครั้งเราจะเรียกโทรตำรวจ!"

 

ชิเล่ยตกใจแปปนึง!

 

สถานการณ์ที่เขากำลังเจออยู่ตอนนี้นี่มันอะไร?

 

ชิเล่ยหันกลับไปเห็นลิไคกำลังยิ้มอย่างชั่วร้าย ชิเล่ยรู้ได้ทันทีว่าเขาถูกหลอก!

 

เห็นสาวสวยพักอยู่ที่ห้องตรงข้าม เขาคาดเดาได้ว่าเจ้าเด็กลิไคนี่ไปล่วงเกินพวกเธอก่อนหน้านี้

 

ชิเล่ยเคาะประตูอีกครั้ง หลังจากที่จ้องลิไค

 

"กอก กอก กอก!"

 

เสียงเย็นชาดียวกันนั้นลอดซ้ำออกมาอีกครั้ง

 

"คุณเลิกยุ่งกับเราได้ไหม?"

 

"อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าเรียกตำรวจ!"

 

"ฮืม!"

 

"คิดให้รอบคอบเกี่ยวกับผลที่ตามมาจากการโทรเรียกตำรวจ ระวังละเธอจะถูกดรอปโดยมหาวิทยาลัย!"

 

ด้วยท่าทางที่ไม่แยแสของเขา ชิเล่ยยังคงเคาะประตูต่อไป

 

ราวกับกำลังมองฮีโร่ตัวจริง ปากของลิไคพึมพำว่า "นี่เป็นพรสวรรค์! นี่คือความกล้าหาญ! แบบอย่างของเรา!"

 

จู่ๆประตูห้อง 502 เปิดออก!

 

ผู้หญิงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวจ้องมองชิเล่ย ด้วยความโกรธ

 

แม้ในขณะที่ผู้หญิงคนนี้เต็มไปด้วยความโกรธ แต่เธอยังก็สวยเหมือนเดิม!

 

ความงามของเธอเสมือนดวงจันทร์ ดวงตาที่ลุกวาวของเธอก็เหมือนดวงดาวและใบหน้าของเธอเหมือนหยกสีชมพูที่คู่กับจมูกสูง จะสังเกตเห็นว่าริมฝีปากที่ชุ่มชื้นของเธอถูกยกขึ้น เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธออารมณ์เสียมาก!

 

ผู้หญิงคนนี้ดูจากรูปร่างแล้วความสูงของเธอน่าจะประมาณ 1.7 เมตร การปรากฏตัวของเธอทำให้ชิเล่ยรู้สึกกดดัน

 

"หยุดรบกวน ... ฮือ?"

 

"คุณคือใคร?"

 

ตอนแรกผู้หญิงคิดว่าเป็นลิไค มันแย่มากตอนที่เธอเปิดประตูออกมากลับเป็นชิเล่ยแทน สถานการณ์นี้ทำให้เธอรู้สึกอายและอึดอัด

 

แต่เธอก็ยังไม่แสดงอาการผ่อนคลาย

 

ด้านหลังแว่นตาที่ซ่อนดวงตาของเขา ชิเล่ยกำลังสังเกตขาที่เรียวยาวของผู้หญิงคนนี้ ถ้าเขาทำให้การเคลื่อนไหวแปลกๆ อาจจะนำบางสิ่งบางอย่างที่ทักทายเขาจะเป็นขายาวของเธอโดยไม่ต้องสงสัย !

 

ชิเล่ยเกาศีรษะด้วยมือขวาของเขาแล้วแสดงสีหน้าโง่ๆออกมา

 

"นี่... . ฉันกำลังมองหา ... .. โอ้ใช่ เธอเป็นใคร?"

 

แม้ว่าชิเล่ยจะรู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าเขาเป็นดอกไม้ของคณะบริหารธุรกิจและความงามของมหายลัยเป็นที่รู้จักกันในนามของมู่ชวงบัวหิมะ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาพูดกันใช่มั้ย?

 

มูชวงขมวดคิ้วเล็กน้อยและกระเดาะของเธอ

 

"คุณเป็นเพื่อนร่วมห้องของผู้ชายคนนั้นใช่มั้ย?"

 

มู่ชวงชี้ไปที่ลิไคและพูดต่อว่า "ดูจากหน้าตาของเขาแล้วอย่างกับหนูกวาง แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องดีเลยทีเดียว"

[ลองเสิร์ชคำว่า Deer mice นี่แหละคือหนูกวาง]

 

"ฉันเกรงว่าคุณก็คงไม่ใช่คนดีด้วยเช่นกัน!"

 

ลิไคแทบอยากจะร้องไห้เธอหมายถึงอะไร ฉันดูเหมือนหนูกวาง?

 

เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนอ้วนอบอุ่นใจดี!

 

วิสัยทัศน์นี่มันอะไร!

 

ชิเล่นพูดออกมาว่า "ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชิเล่ยข คำว่าชิหมายถึงหินและเล่ยก็มาจากคำว่าหิน เธอสามารถเรียกฉันว่าพี่หินได้!"

 

มู่ชวงมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง

 

"ใครอยากจะเรียกคุณว่าพี่ชายหินกัน?"

 

ชิเล่ยยิ้มและตอบว่า "เธอกำลังเรียกฉัน?"

 

มู่ชวงโอดครวญและหันหลังกลับ เธอพร้อมที่จะปิดประตู

 

ชิเล่ยรีบขวางไว้ "เดี๋ยว!"

 

"คุณต้องการอะไรอีก?" การแสดงออกทางสีหน้าของมู่ชวงกลายเป็นเย็นชาและมีน้ำแข็งปกคลุม

 

"ฉันกำลังหาเสี่ยวโม่เพื่อเอาของ ช่วยเรียกเธอออกมาหาฉันที!"

 

"เสี่ยวโม่?"

 

มู่ชวงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจู่ๆ ก็เข้าใจบางอย่าง

 

"ยูโม่ ใช่มั้ย?"

 

ในเวลานั้นหลิงยูโม่บังเอิญเดินผ่านประตูแล้วสังเกตเห็นชิเล่ย เธอฉีกยิ้มกว้างบนหน้าของเธอออกมา

 

"รุ่นพี่ คุณมาแล้ว!"

 

ชิเล่ย พูดอย่างตรงไปตรงมา "เสี่ยวโม่ ที่จริงแล้วฉันไม่ใช่รุ่นพี่!"

 

ชิเล่ยแสดงท่าทางน่ารักแล้วอธิบายทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้นยกเว้นรายละเอียดที่เขาแฮ็คเซิร์ฟเวอร์ของมหาลัย

 

"อย่างไรก็ตามฉันยังอายุมากกว่าเธอ เธอสามารถเรียกฉันว่าพี่หิน! "ชิเล่ยพูดอย่างเคร่งขรึม

 

หลิง ยูโม่ กลอกตาและหัวเราะออกมาดัง ๆ

 

"ดี นายโกหกฉัน!"

 

"พิสดารหิน!"

 

"งั้น นายเป็นพิสดารหิน!"

 

"จากนี้ไปฉันจะเรียกนายว่าพิสดารหิน!"

 

ชิเล่ยพูดอย่างหมดหนทาง "ก็ได้ ก็ได้ เธอเรียกฉันอะไรก็ได้ตามที่เธอต้องการ! "

 

"เสี่ยวโม่ กระเป๋าของฉันยังอยู่ในห้องของเธอใช่ไหม?"

 

หลิงยูโม่พยักหน้า "อือ มันอยู่ในห้องของฉัน!"

 

ชิเล่ยไม่สงวนท่าทีใดๆ เริ่มที่จะก้าวเข้าไปในห้อง

 

มู่ชวงบังทางของเขาทันที

 

"คุณพยายามจะทำอะไร?"

 

ชิเล่ย ตอบเสียงดังว่า "แน่นอนว่าจะเอากระเป๋าของฉัน!"

 

มู่ชวงหันกลับมามองหลิงยูโม่ว่า "ยูโม่ นี่เป็นห้องของผู้หญิง เธอจะปล่อยให้ผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาได้อย่างไร?"

 

หลิงยูโม่ แลบลิ้นของเธอแล้วพูดว่า "ฉันขอโทษพี่มู่ชวง!"

 

"พิสดารหิน ฉันโทษนาย!"

 

หลิงยูโม่จ้องที่ชิเล่ยแปปนึงแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องของเธอเพื่อเอากระเป๋าออกมา

 

"อะนี่พิสดารหิน นี่กระเป๋าของนาย!"

 

หัวใจของเขารู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปในบ้านของสาวสวยได้ แต่ชิเล่ยก็ไม่ยืนกรานที่จะเข้าไป

 

การที่รีบร้อนเกินไปจะทำให้คุณเจอหายนะ!

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เขาเป็นคนที่ชัดเจนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้!

 

"ขอบใจ เสี่ยวโม่!"

 

หลิงยูโม่ เชิดคางเล็กๆ ของเธอ "ยังดีที่คุณยังรู้วิธีที่จะขอบคุณฉัน!"

 

ชิเล่ยถามอย่างหน้าไม่อายว่า "เสี่ยวโม ทำไมไม่ให้ฉันเลี้ยงอาหารค่ำเธอคืนนี้ล่ะ?"

 

"เรื่องนี้ ... " แม้ว่าหลิงยูโม่ค่อนข้างประทับใจกับชิเล่ยแต่การกินข้าวด้วยกันสองต่อสองกลัวทำตัวเองขายหน้าแล้วก็ยังกังวลในเวลาเดียวกัน

 

หลิงยูโม่หันกลับไปและมองไปที่มู่ชวง "พี่สาวมู่ชวง ทำไมคุณไม่มากับฉันด้วยละ?"

 

มู่ชวงตรวจสอบชิเล่ยโดยการสแกนเขาขึ้นและลงก่อนที่จะมองไปที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ

 

"นาย ฉันไม่คิดเลยว่าเด็กอย่างนายจะคิดเรื่องอย่างว่าเร็วขนาดนี้!"

 

ชิเล่ยทำท่าไร้เดียงสาอีกครั้ง แล้วเกาด้านหลังศีรษะของเขา "อะไรหรอ!"

 

การแสดงออกที่เย็นชาของมู่ชวงทำให้ชิเล่ยไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้

 

"เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้นายคมเหงรักแกน้องสาวยูโม่ ฉันจะต้องเสียสละตัวเองและไปทานอาหารกับคุณทั้งสองคนด้วย!"

 

ตาทั้งสองข้างของลิไคจ้องมองอย่างไม่พอใจ

 

ปากของเขาพึมพำออกมาเงียบ ๆ "f*ck! ฉันสามารถทำอย่างนั้นบ้างได้ไหม"

 

"เฮ้พี่หิน พาฉันไปกับทานอาหารกับคุณด้วยสิ!"

 

ด้วยการแสดงออกอย่างร่าเริงแบบเด็กอ้วนของลิไค เขาพยายามชักจูงชิเล่ย ด้วยอาวุธนี้

 

ชิเล่ยยิ้มและให้สัญญา

 

"ฉันจะรวมนายเข้าไปด้วย ฉันจะอนุโลมให้เพราะนายเป็นเพื่อนร่วมห้องของฉัน!"

 

ลิไคเริ่มประจบชิเล่ย "พี่หินน่านับถือมาก!"

 

ชิเล่ยมองขึ้นไปด้านบนท้องฟ้าข้างนอกที่ห่างไกลออกไปก่อนที่จะพูดออกมาว่า "ฉันรู้จักร้านหม้อไฟที่นึงนอกมหาวิทยาลัยของเรา มันเป็นหม้อไฟต้นตำหรับของแท้แน่นอน!"

 

"ทำไมไม่ไปที่นั่นคืนนี้กันเลยละ?"

 

หลิงยูโม่มาจากเมืองชวนกิ่ง เป็นธรรมดาที่เธอจะไม่กลัวหม้อไฟรสเผ็ด

 

สำหรับมู่ชวงเธอมาจากเมืองเชินจิง ชิเล่ยไม่แน่ใจว่าเธอสามารถทานอาหารรสเผ็ดได้หรือไม่ ดังนั้นเขาจึงต้องถามล่วงหน้าก่อน

 

สำหรับลิไค มนุษย์ช้างคนนี้ เขาถูกชิเล่ยละเลยไปแล้ว

 

"มู่ชวงเธอกินอาหารรสเผ็ดได้ไหม?" ชิเล่ยถาม

 

การแสดงออกที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นปรากฏตัวขึ้นบนหน้ามู่ชวง "หม้อไฟ? เป็นที่นิยมมากที่สุดของเมืองชวนกิ่ง!"

 

"ฉันได้ยินชื่อเสียงของหม้อไฟที่นี่มาตั้งนานแล้ว แต่หม้อไฟที่เชินจิงมันไม่เผ็ดเลย! "

 

ชิเล่ยหัวเราะและพูดต่อว่า "หม้อไฟที่เชินของเธอเพื่อตอบสนองรสนิยมของคนที่นั่น พวกเขาได้ปรับเปลี่ยนสูตรบางอย่าง!"

 

"ไปกันเถอะ พี่ชายหินคนนี้จะพาทุกคนไปเพลิดเพลินกับหม้อไฟต้นตำหรับของเมืองชวนกิ่ง!"

 

อำเภอชวงฮูมีมหาวิทยาลัยจำนวนมากและที่นี่มีนักศึกษามากกว่า 500,000 คน!

 

เช่นจำนวนของผู้บริโภคที่มากมายเป็นธรรมดาที่จะมีร้านอาหาร ที่พักและสถานบันเทิงจำนวนมาก

 

เมื่อคุณก้าวออกจากประตูด้านหลังของมหาวิทยาลัยชวนกิ่ง จะมีร้านอาหารข้างทางเต็มไปหมด

 

ในชีวิตที่ผ่านมา ชิเล่ยคุ้นเคยกับร้านอาหารข้างทางแห่งนี้เป็นอย่างมาก

 

ที่หนึ่งมีอาหารที่ดี ที่หนึ่งมีสิ่งที่พิเศษ ชิเล่ยแจ่มแจ้งมากกว่าพวกเขา

 

ออกมาจากหอพักปริญญาเอก ชิเล่ยกำลังเดินอยู่ทางด้านขวาเป็นหลิงยูโม ด้านซ้ายของหลิงยูโม่ ไม่ใช่ใครนอกจากมู่ชวง

 

ลิไคที่น่ารักและเด็กน่ากลัวได้ถูกลืมไปแล้วในขณะที่กำลังเดินตามหลังพวกเขา

 

ชิเล่ยขณะเดินปากของเขายังคงโอ้อวดเกี่ยวกับตัวเองว่า "ทำตามพี่หินคนนี้และคุณจะได้รับการกินและดื่ม ... "

 

จบบทที่ ตอนที่ 6 : ลิไค? เดาน้องสาวแกสิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว