เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66: โล่เคียวกระดูกช่วยชีวิต

บทที่ 66: โล่เคียวกระดูกช่วยชีวิต

บทที่ 66: โล่เคียวกระดูกช่วยชีวิต


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 66: โล่เคียวกระดูกช่วยชีวิต

“โม่ฝาน… โม่ฝานนน… เราต้องทำอะไรสักอย่าง ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว!” ซูมินใบหน้าไร้โลหิตในขณะที่ตะโกนบอกโม่ฝานอยู่ด้านหลัง

ถนนเส้นนี้จะชี้วัดความเป็นความตายในค่ำคืนนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากสถานที่ก่อสร้างแห่งนี้นั้นกลายเป็นพื้นที่รกร้างและไม่มีผู้คนอาศัยอยู่มากนัก ตอนนี้หมาป่าตาเดียวกำลังวิ่งไล่ล่าพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของมันวูบไหวราวกับเงาพร้อมปะทะกับทุกสิ่งที่ขวางหน้าอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งสิ้น

“รีบไปซะ ไปหลบอยู่กับยายของเธอก่อน ฉันจะถ่วงเวลามันไว้เอง!” โม่ฝานกล่าวกับซูมินอย่างรีบร้อน

ไม่ว่าพวกเขาจะวิ่งได้เร็วมากแค่ไหนก็ตาม ทั้งสองก็ไม่อาจหนีความน่ากลัวนี้ได้พ้นอยู่ดี ความเร็วของขาทั้งสี่ของมันนั้นโหดร้ายเกินกว่าจะคาดเดาได้ ในตอนนี้โม่ฝานตระหนักได้อีกครั้งหนึ่งว่าคาถาเวทเคลื่อนไหวนั้นสำคัญกับเขามากเพียงใด

“เธอจะถ่วงเวลามันด้วยวิธีไหนกัน…” ซูมินถามออกมา น้ำเสียงของเธอสั่นไหวอย่างไม่มั่นคง

“เลิกพูดมากสักที!” โม่ฝานหันไปตะหวาดอย่างไม่ตั้งใจ

แม้ว่าซูมินนั้นจะเป็นนักเวทธาตุไฟเหมือนกัน แต่ทว่าไฟระดับปฐมภูมิของเธอนั้นไม่สามารถต่อกรกับหมาป่าตาเดียวได้เลย ตอนนี้อุปกรณ์สื่อสารของทีมหน่วยล่าล้างเมืองนั้นเริ่มส่งสัญญาณเตือน แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังอยู่ใกล้ๆกับโม่ฝานในขณะนี้ ดังนั้นโม่ฝานจึงคิดว่าเขาจะสามารถถ่วงเวลาไว้ได้ก่อนที่ทีมของตนจะมาถึง!

ซูมินที่ได้ยินเช่นนั้น เธอตัดใจและวิ่งออกไปอีกทางในทันที ทิศทางของเธอนั้นคือบ้านหลังหนึ่งที่อยู่บนถนนแห่งนั้น

อย่างไรก็ตาม โม่ฝานนั้นประเมินความใจดีของหญิงสาวข้างกายเขาต่ำเกินไป ในตอนแรกเขาคิดเพียงว่าเธอจะแจ้งเตือนให้กับยายของตนเท่านั้น แต่ทว่าเธอกลับเคาะประตูทุกบ้านและแจ้งเตือนทุกคนในบริเวณนั้นทันที

เมื่อโม่ฝานได้เห็นว่ามีคนแก่มากมายอยู่ในบริเวณนี้ คิ้วของเขาขมวดติดกันแน่น สถานการณ์เริ่มแย่ขึ้นในทันที

ถ้าหากว่าเขาไม่พบเจอกับอสูรเวทตนนี้ แน่นอนว่าคนชราเหล่านี้จะต้องกลายเป็นอาหารของหมาป่าตาเดียวอย่างแน่นอน

‘ที่นี่แหละ!’

สุดท้ายแล้ว หมาป่าตาเดียวนั้นอยู่ห่างจากโม่ฝานเพียงยี่สิบเมตรเท่านั้น

หมาป่าตาเดียวนั้นใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นสำหรับระยะเพียงยี่สิบเมตร

ผู้แปล : เร็วมากเนอะ แต่ไล่ตามไม่ทัน งง55555*

หมาป่าตาเดียวนั้นน่ากลัวเกินกว่าที่โรงเรียนได้กล่าวไว้มากนัก จิตสังหารของมันที่ส่งออกมานั้นร้ายแรงเกินกว่านักเรียนทั่วไปจะรับได้ไหว ถ้าหากเป็นคนปกติที่ยืนอยู่ตรงนี้ แน่นอนว่าจะต้องขาแข็งและสมองว่างเปล่าโดยสมบูรณ์

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกตามมาสักที แต่ว่าแกก็ยังไม่ยอมหยุด แกคิดว่าแกจะได้รับสมบัติหายากหลังจากที่ฉันตายไปแล้วงั้นเหรอ?” โม่ฝานยืนจ้องหมาป่าตาเดียวพร้อมกับสาปแช่งอย่างหงุดหงิด

แม้ว่าเขาจะบ่นอุบอิบอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ยืนรอความตายเฉยๆ

จิตสังหารของเขานั้นพวยพุ่งออกมาอย่างแรงกล้า แสงลึกลับได้ปรากฏขึ้นบนร่างกายของเขา สัญลักษณ์สามเหลี่ยมรูปร่างคล้ายกับโล่ห์ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของโม่ฝาน มันสูงกว่าร่างกายของเขาเล็กน้อย นี่เป็นโล่ห์ป้องกันที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

มันคืออุปกรณ์ป้องกันเวทมนตร์ โล่ห์เคียวกระดูก!

มันปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของโม่ฝานอย่างรวดเร็ว ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ของมันนั้นเปล่งประกายออกมาอย่างน่าเกรงขาม

หมาป่าตาเดียวนั้นไม่คาดคิดว่าจะมีโล่ห์ปรากฏขึ้นตรงหน้าของมัน กว่าที่มันจะรู้ตัวได้ ทุกอย่างก็สายเกินไป มันเร่งรีบที่วิ่งพล่านเข้ามาเพื่อบดขยี้โม่ฝานจึงไม่สามารถหยุดได้ทันเวลา

ปัง!

หมาป่าตาเดียวที่วิ่งมาอย่างดุเดือดได้กระแทกเข้ากับโล่ห์เคียวกระดูกอย่างแรง โล่ห์ส่งเสียงดังสนั่นออกมา ร่างกายของหมาป่ากระเด็นถอยหลังกลับไปไกลกว่าสิบเมตรจากแรงกระแทกเมื่อครู่ แต่ในตอนนั้นโม่ฝานที่หลบอยู่หลังโล่ห์ก็ได้กระเด็นออกไปด้วยเหมือนกันจากแรงปะทะ

หลังจากที่โล่ห์เคียวกระดูกได้ช่วยชีวิตของโม่ฝานให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของหมาป่าตาเดียว รูปร่างของมันเปลี่ยนแปลงเป็นโปร่งแสงพร้อมกับค่อยๆเลือนหายไปในอากาศ ส่วนโม่ฝานนั้นกระเด็นถอยหลังไถลไปกับพื้นไกลกว่าสิบเมตร

ในตอนนี้ท้องไส้ของเขาปั่นป่วนอย่างถึงที่สุด ทำให้เขารู้สึกแย่อย่างมาก

โม่ฝานพยายามอ้วกออกมา ในตอนนี้แม้ว่าโล่ห์เคียวกระดูกจะได้ปกป้องส่วนที่สำคัญที่สุดเอาไว้ได้แล้ว แต่โม่ฝานกลับรู้สึกว่าในท้องของเขาปั่นป่วนด้วยอะไรบางอย่างซึ่งทำให้เขาอยากจะอ้วกจริงๆ

‘สัตว์ประหลาดบ้าอะไรแข็งแกร่งอย่างนี้เนี่ย!’ โม่ฝานบ่นอุบอยู่ลำพัง

โล่ห์เคียวกระดูกนั้นถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ป้องกันเวทมนตร์ที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก มันสามารถป้องกันการโจมตีของอสูรเวทได้อย่างดี แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่ามันจะป้องกันได้ดี แต่มันยังคงสร้างความเจ็บปวดให้กับโม่ฝานอยู่เช่นกัน แต่ถ้าหากเขาใช้ร่างกายรับมันโดยตรง แน่นอนว่าร่างกายของเขาจะแหลกเป็นเสี่ยงๆคาที่ทันที

หมาป่าตาเดียวนอนกองอยู่บนถนน มีเลือดไหลซึมออกมาจากหัวของมัน

มันค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับไล่ความมึนงงด้วยการสะบัดหัวของตนเบาๆ ตอนนี้มันมองไปที่โม่ฝานพร้อมกับคิดว่ามนุษย์ตนนี้น่ะเหรอ ที่กล้าทำให้มันบาดเจ็บ?

“ยังยืนได้อีกงั้นเหรอ? ร่างกายของมันเป็นเหล็กรึไง?” เมื่อโม่ฝานเห็นว่าหมาป่าตาเดียวนั้นยืนขึ้นมาได้อีกครั้ง ขากรรไกรของเขาแทบจะร่วงหล่นสู่พื้นด้วยความตื่นตระหนก

หรือว่าอสูรเวทที่เขาเคยพบเจอนั้นอ่อนแอเกินไป? หรือว่าไอ้บ้านี่มันแข็งแกร่งเป็นพิเศษ? เอาล่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนูตายักษ์หรือหมาป่าตาเดียว ถ้าหากเขาจะต้องรับแรงกระแทกนั้นด้วยร่างกายของตนเอง ไม่ว่าจะยังไงเขาก็จะต้องตายคาที่อยู่ดี! นี่ไม่ใช่เวลามาคิดไร้สาระ!!

วิ่ง! เร็วเข้าเถอะ วิ่งสิ!

เขาหยุดคิดนอกเรื่องพร้อมกับคิดที่จะเริ่มออกวิ่งอีกครั้งในทันที

แต่เพียงแค่วิ่งนั้นไม่พอ ถ้าเขาวิ่ง ไม่นานเขาจะถูกมันไล่ทันแน่นอน ดังนั้นเขาควรจะต้องใช้เวทสายฟ้าเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของมันสักระยะก่อน!

เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ โม่ฝานไม่กล้าที่จะปกปิดความแข็งแกร่งของตนเองอีกต่อไป ถ้าหากซูมินเห็นว่าเขาสามารถใช้สายฟ้าได้ ก็ปล่อยให้เธอเห็นไปก่อน ในตอนหลังเขาค่อยไปโน้มน้าวให้เธอไม่บอกมันกับใครคงจะไม่ยากจนเกินไปนัก

โม่ฝานพยายามหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับเริ่มคลายความเจ็บที่ท้องลงไปบ้าง เขาเริ่มเชื่อมดวงดาวสายฟ้าทั้งหมดในทันที

“แช่แข็ง!”

ในขณะที่โม่ฝานกำลังควบคุมดวงดาวสายฟ้าทั้งเจ็ด เกิดเสียงหวานดังขึ้นจากระยะไกล

บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบในทันที หยาดน้ำแข็งร่วงหล่นลงมาจากฟ้านั้นหมายถึงลางร้าย!

น้ำแข็งเหล่านี้เห็นได้ชัดว่ามันมีคนควบคุมอยู่ พวกมันรวมตัวกันอย่างรวดเร็วอยู่ใต้เท้าของหมาป่าตาเดียว! สภาพพื้นผิวโดยรอบควบแน่นกลายเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว

น้ำแข็งค่อยๆลุกลามไปที่ขาของหมาป่าตาเดียว ภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีขาทั้งสี่ของมันถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง

ถ้าหากในตอนนี้หมาป่านั้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แน่นอนว่าการแช่แข็งเช่นนี้ไม่อาจหยุดมันได้ แต่ตอนนี้มันยังคงอยู่ในสภาวะมึนงง เมื่อมันฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ ก็สายไปเสียแล้ว แขนขาของมันล้วนแต่ถูกแช่แข็งโดยสมบูรณ์ การก้าวย่างของมันในตอนนี้เป็นไปได้ยากเย็นเหลือเกิน!

โม่ฝานตื่นเต้นทันทีที่ได้เห็นเช่นนั้น เขามองไปที่หญิงสาวใบหน้าเย็นชาสวมใส่กางเกงยีนส์สีม่วง ขายาวๆของเธอนั้นปรากฏอยู่ที่ริมถนน ร่างกายที่สูงโปร่งของเธอนั้นทำให้ยิ่งน่ามองอย่างมาก

“ไฉ่ถัง!” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างมีความสุข

เธอไม่ลืมว่าเขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้ก่อนหน้านี้และในตอนนี้เธอได้ใช้หนี้ในครั้งนั้นแล้ว อีกทั้งโม่ฝานยังไม่ต้องเปิดเผยธาตุสายฟ้าที่ยังคงเป็นความลับต่อเพื่อนร่วมชั้นอีกด้วย

“เด็กน้อย ทำไมเธอยังอยู่ที่นี่อีกล่ะ?” ไฉ่ถังมองมาที่โม่ฝานด้วยแววตาสงสัย

เขาคือโม่ฝาน ทำไมไฉ่ถังจึงจำเขาไม่ได้กันนะ? นี่เขากลายเป็นเด็กน้อยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีทางที่ไฉ่ถังจะไม่รู้จักเขา ในตอนเด็กๆเขานั้นเคยแอบดูเธออาบน้ำ หลังจากวันนั้นมาเธอเกลียดเขาเข้ากระดูกดำอย่างมาก

ถ้าหากเธอได้รู้ว่าเขาเป็นคนที่ถ่วงเวลาหมาป่าตาเดียวไว้ แน่นอนว่าท่าทีของเธอคงจะไม่ใช่อย่างนี้แน่ ในทางทฤษฎีและปฏิบัติอสูรเวทเหล่านี้จะต้องสังหารเขาไปแล้วอย่างแน่นอน มันจะไม่มีทางปล่อยให้เขามีชีวิตได้ยาวนานขนาดนี้!

“ฉะ-ฉัน… ฉันกับแฟนนัดเจอกันที่นี่ แล้วก็เจอมัน แต่ในตอนนี้คุณมาทันเวลาพอดี!” โม่ฝานรีบถอยห่างออกไปทันทีและหันไปทางซูมินที่อยู่ห่างออกไป

“เร็วเข้า รีบออกไปจากที่นี่! ทีมหน่วยล่าล้างเมืองกำลังจะมาแล้ว!!!” ไฉ่ถังตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

จบบทที่ บทที่ 66: โล่เคียวกระดูกช่วยชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว