เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53: ฝึกฝน หาเงินและแต่งงานกับถังหยู่!

บทที่ 53: ฝึกฝน หาเงินและแต่งงานกับถังหยู่!

บทที่ 53: ฝึกฝน หาเงินและแต่งงานกับถังหยู่!


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 53: ฝึกฝน หาเงินและแต่งงานกับถังหยู่!

“อ่า ลืมเรื่องนั้นไปเถอะ ผมจะเข้าเรียนในมหาลัยดีๆเพราะผมได้ยินมาว่าเวทมนตร์ระดับสูงนั้นจะสอนเฉพาะในมหาลัยเท่านั้นน่ะนะ” โม่ฝานกล่าวออกมาเรียบๆพร้อมกับสายตายังคงจับจ้องไปที่อุปกรณ์ป้องกันเวทมนตร์อยู่ เมื่อหัวหน้าจ้านคงได้ยินเช่นนั้น เขาหงุดหงิดทันที

‘ไอ้เด็กบ้านี่ ฉันอุตส่าให้เกียรติเชิญแกเข้ารวมกองกำลังที่เต็มไปด้วยเกียรติยศแต่แกกล้าปฏิเสธงั้นเหรอ!’

“ออกไปได้แล้ว ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก” จ้านคงกล่าวออกไปด้วยอารมณ์ที่บูดเบี้ยว

“อ้อใช่ ผมมีเรื่องจะถาม มีหมาป่าเวทเพียงตัวเดียวงั้นเหรอที่อยู่ในถ้ำนั้น?” ในขณะที่โม่ฝานกำลังจะออกไป เขานึกขึ้นได้ในทันทีว่าเขามีคำถามเตรียมไว้

“แน่นอนว่ามีตัวเดียว ถ้าหากมีตัวอื่นเพิ่มเติมอีก เธอก็คงจะตายตกไปแล้วเนื่องจากต้องกลายเป็นอาหารของมัน ทำไมล่ะ ยังจะสงสัยอะไรอีก?” จ้านคงบ่นออกมา

“ไม่มีอะไร ผมแค่อยากจะถามเฉยๆ” โม่ฝานพยักหน้าพร้อมกับหันไปหาไป่หยางที่อยู่ด้านข้าง “หมาป่าเวทของคุณรสชาติเยี่ยมยอดมาก”

ไป่หยางสงสัยคำพูดนั้นอย่างมากแต่โม่ฝานไม่ได้สนใจเขาแต่อย่างใด

“รีบออกไปได้แล้ว!” จ้านคงพูดออกมาอย่างหงุดหงิด

——

โม่ฝานถูกโยนออกมาด้านนอกอย่างรวดเร็ว เขาอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตนเอง “นักเวทรุ่นใหญ่เหล่านี้โกรธฉันเพราะต้องมอบอุปกรณ์เวทมนตร์ให้ฉันงั้นเหรอเนี่ย?”

ตอนนี้โล่เคียวกระดูกนั้นอยู่ในมือของโม่ฝาน…

ขนาดของมันใหญ่ครอบคลุมฝ่ามือของเขา เขามองมันพร้อมกับงุนงงในสิ่งเหล่านี้ แน่นอนว่าโม่ฝานนั้นไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอุปกรณ์เวทมนตร์ เช่นนี้เขาจึงไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับมันต่อไป

‘อืม ในตอนนี้มันสามารถป้องกันฉันจากการโจมตีของอสูรเวทมนตร์ได้สินะ? แล้วเหล่าอสูรร้ายเหล่านั้นมันจะอยากโจมตีใส่โล่นี้งั้นเหรอ? ว่าไปแล้วรูปร่างของมันคล้ายกับโล่ของกัปตันอเมริกาเลยแฮะ!’

หลังจากที่เขาพยายามทำความเข้าใจกับมันอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ได้รู้ถึงวิธีการใช้มัน

ในตอนนี้เขาจะต้องประทับตราความเป็นเจ้าของกับโล่นี่เสียก่อน เริ่มต้นด้วยการใส่พลังวิญญาณของตนเองเข้าไปด้านใน จากนั้นมันจะเชื่อมกับจิตวิญญาณของนักเวทอัตโนมัติ นี่คือเสร็จสิ้นการเป็นเจ้านายของมันแล้ว

หลังจากที่ประทับตราเรียบร้อยแล้ว โล่จะหายวับเข้าไปในร่างกายของผู้เป็นเจ้านายทันที

สำหรับการเรียกใช้งานมันนั้นเพียงแค่นึกถึงมันเท่านั้น มันจะปรากฏขึ้นตรงหน้าของเจ้าของทันที แต่โล่นั้นจะไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในขนาดที่เทียบเท่ากับฝ่ามือเช่นก่อนหน้านี้ มันจะกลายเป็นกำแพงขนาดเล็กสำหรับป้องกันทันที หากเป็นเช่นนี้ทักษะของอสูรที่โจมตีมาจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้อีกต่อไป

“อืม ไม่แปลกที่ราคาของมันสูงขนาดนั้น ถ้าฉันมีโล่เคียวกระดูกนี้ตอนที่สู้กับหมาป่าเวทล่ะก็… ฉันก็จะปลอดภัยและใช้เวทมนตร์อยู่ด้านหลังโล่นี้ได้อย่างสบายๆ” โม่ฝานนั้นมองไปที่โล่รูปสามเหลี่ยมเปียกปูนตรงหน้าอย่างภาคภูมิใจ เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

ในตอนนี้ด้วยอุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นนี้ เขาสามารถที่จะต่อสู้กับหยู่อั๋นแห่งตระกูลมู่แล้ว!

“อืม แต่จะว่าไปแล้วฉันน่ะมีทั้งธาตุสายฟ้าและธาตุไฟอยู่ในร่างกาย แม้ว่าทักษะอสนีบาตกับลูกบอลเพลิงจะยอดเยี่ยมมาก แต่มันก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับอสูรเวทมนตร์ได้เลยสินะ…” โม่ฝานได้แค่คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งหาจุดบกพร่องของตนเอง

แต่จะว่าไปแล้วการที่เขาสามารถสังหารหมาป่าเวทได้นั้นประกอบกับความโชคดีหลายอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะธาตุสายฟ้าที่ถ่วงเวลาให้เขาดึงหินย้อยออกมาจากผนังของถ้ำหรือว่าการวิ่งที่รวดเร็วของจางหู่ อีกทั้งการโจมตีพร้อมกันของเพื่อนร่วมห้องในเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ถ้าหากไม่มีเหตุการณ์เหล่านี้ แน่นอนว่าเขาจะต้องถูกหมาป่าเวทฉีกเป็นชิ้นๆ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาเหล่านั้น เขาก็คงไม่มีโอกาสได้รับอุปกรณ์เวทที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้อย่างไร?

‘ฉันต้องเรียนรู้เวทมนตร์ของธาตุลมและธาตุดินไว้บ้างเพื่อที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและสำหรับป้องกันตนเองให้ดีกว่านี้ ความเร็วของฉันในตอนนี้นั้นน่าเกลียดเกินไป แน่นอนว่าถ้าหากต้องเผชิญหน้ากับอสูรเวทที่แท้จริง ฉันจะต้องตายก่อนที่จะเชื่อมต่อกับดวงดาวทั้งเจ็ดได้สำเร็จ’

หลังจากการต่อสู้ที่โหดร้ายผ่านไปแล้ว โม่ฝานตระหนักได้ถึงความสำคัญของคาถาป้องกันและเคลื่อนไหวมากขึ้น

ซึ่งในระดับปฐมภูมิเช่นนี้ มีเพียงธาตุน้ำเท่านั้นที่จะได้เรียนรู้คาถาป้องกัน ภายในโรงเรียน… เด็กๆทุกคนล้วนแต่คิดว่าธาตุน้ำนั้นไร้ประโยชน์ที่สุด แต่ความจริงแล้วนักเวทธาตุน้ำนั้นจำเป็นอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในการต่อสู้กับอสูรเวทมนตร์ ซึ่งพวกเขาจะต้องทำหน้าที่ปกป้องทุกคน

“เอาล่ะ ตอนนี้ฉันมีโล่เคียวกระดูกแล้ว มันอยู่ในประเภทการป้องกัน ดังนั้นฉันควรจะรีบไปฝึกฝนด้านการเคลื่อนไหวให้รวดเร็วยิ่งขึ้นมากกว่าอย่างเช่นคาถาของธาตุลม… เอ้ะ หรือว่าจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมเหมือนที่อาจารย์ถังหยู่ดีนะ? การเคลื่อนย้ายของเธอนั้นรวดเร็วมากอีกทั้งยังเท่ห์มากอีกด้วย”

ธาตุลมนั้นเป็นตัวหลักสำหรับการต่อสู้อย่างมาก ถ้าหากไม่มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของพวกเขา แน่นอนว่าคนอื่นๆจะไม่มีเวลาสำหรับร่ายคาถาใดๆ

โม่ฝานนั้นรู้สึกว่าธาตุลมเป็นเวทที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก แต่สุดท้ายเขารู้สึกชอบการเคลื่อนย้ายเงาดั่งเช่นอาจารย์ถังหยู่ซะมากกว่า!

หลังจากที่เขาศึกษาเรื่องเหล่านี้อยู่สักพัก โม่ฝานนั้นเข้าใจคาถาที่ถังหยู่ใช้ มันคือการเคลื่อนย้ายเงาซึ่งเป็นเวทมนตร์ธาตุเงา!

ในระดับปฐมภูมินี้สำหรับพวกเขานั้นจะสามารถเรียนรู้ได้เพียงทักษะของธาตุเบื้องต้นเท่านั้น

ในความจริงแล้วนอกเหนือจากธาตุเวทมนตร์พื้นฐานแล้ว เวทมนตร์ยังมีธาตุอื่นอีกสามประเภท เวทมนตร์ขาว เวทมนตร์ดำและเวทมนตร์มิติ!

ธาตุการรักษานั้นจัดอยู่ในเวทมนตร์ขาว

ธาตุเงานั้นจัดอยู่ในเวทมนตร์ดำ

สำหรับการอัญเชิญของไป่หย่างนั้นจัดอยู่เวทมนตร์มิติ

เก้าปีสำหรับการเรียนเวทมนตร์ในระดับประถมถึงมัธยมนั้นเป็นเพียงการเรียนรู้พื้นฐานเท่านั้น ถ้าหากต้องการที่จะเรียนรู้เวทมนตร์อีกสามประเภทที่เหลือจะต้องได้เข้าเรียนภายในมหาลัยเท่านั้น

ปัจจุบันโม่ฝานนั้นสามารถควบคุมธาตุไฟได้ มันมีพลังโจมตีที่สูงมาก เช่นเดียวกันกับธาตุสายฟ้าด้วย เขาสามารถจัดการกับทั้งสองธาตุนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อบวกกับโล่เคียวกระดูกอีก เขาจะสามารถป้องกันตัวได้ ในตอนนี้สิ่งที่เขายังขาดอยู่ก็คือการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว!

ถ้าหากต้องการที่จะต่อสู้กับอสูรเวทเพียงคนเดียวได้ ทักษะเหล่านี้จะต้องครบครัน!

ธาตุเงา!

นี่เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับเขา!

“ฉันจะต้องฝึกฝนให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะก้าวสู่นักเวทระดับมัชฌิมให้ได้ ถ้าหากไปถึงแล้วฉันจะสามารถใช้เวทมนตร์ของธาตุอื่นได้อีก ฉันจะต้องฝึกฝนธาตุเงาให้ได้!” โม่ฝานกล่าวออกมาด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยม

โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่จะสามารถปลุกธาตุหลักขึ้นมาได้เพียงธาตุเดียวเท่านั้น

แต่สำหรับโม่ฝานแล้วเขามีธาตุหลักถึงสองชนิด เช่นนั้นถือได้ว่าโอกาสของเขานั้นได้เปรียบคนอื่นอยู่มาก

นักเวทระดับมัชฌิมนั้นไม่เพียงแต่สามารถเรียนรู้เวทมนตร์ระดับที่สูงขึ้นไปได้อีก แต่พวกเขายังจะสามารถปลุกธาตุลำดับที่สองขึ้นมาได้อีกครั้ง เรียกได้ว่าจะมีดวงดาวในสังกัดเพิ่มอีกหนึ่งวง!

ถ้าหากสามารถปลุกขึ้นมาได้แล้ว แน่นอนว่านักเวทผู้นั้นจะมีความสามารถทางการรบที่สูงขึ้นอย่างมาก!

เช่นเดียวกับหัวหน้ากองทัพจ้านคง ในครั้งแรกที่โม่ฝานพบเขา โม่ฝานเห็นเขาเล่นกับเปลวไฟ เช่นนั้นเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าจ้านคงเป็นนักเวทธาตุไฟ

อย่างไรก็ตาม เมื่อจ้านคงปรากฎตัวขึ้นภายในถ้ำพร้อมกับปีกแห่งวายุ ทุกคนล้วนแต่ประหลาดใจระคนชื่นชมกับภาพตรงหน้าอย่างมาก

ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดเจนว่าเขาไม่ใช่นักเวทธาตุไฟเพียงอย่างเดียว เขาเป็นนักเวทธาตุลมด้วย

นอกจากนี้โม่ฝานยังคิดได้อีกว่าจ้านคงนั้นคงจะมีธาตุอะไรอีกสักอย่างอีกแน่นอน

ซึ่งปีกแห่งวายุนั้นจะต้องเป็นนักเวทขั้นสูงเท่านั้นจึงจะสามารถควบคุมมันได้ นักเวทระดับมัชฌิมนั้นมีธาตุสองชนิด ถ้าเป็นเช่นนั้นนักเวทขั้นสูงสุดจะต้องมีธาตุอยู่สามชนิดเป็นอย่างต่ำ!

ซึ่งตอนนี้นักเวทระดับปฐมภูมินั้นถือครองเพียงธาตุเดียวเท่านั้น

นักเวทขั้นมัชฌิมถือครองสองธาตุ

สำหรับนักเวทขั้นสูงสุดจะสามารถควบคุมได้สามธาตุ!

โม่ฝานในตอนนี้อยู่ในระดับปฐมภูมิเท่านั้น แต่ทว่าเขาก้าวหน้าไปมากกว่าผู้อื่นอย่างมากเพราะเขาถือครองธาตุหลักอยู่สองชนิด

นอกจากนี้ถ้าหากในวันนั้นโม่ฝานนั้นไม่ได้มีธาตุสายฟ้าและธาตุไฟอยู่ในร่างกาย แน่นอนว่าเขาคงจะโดนหมาป่าเวทกลืนกินไปเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าจ้านคงนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมหมาป่าเวทจึงไม่สามารถหลบหินย้อยได้เพราะเขาคิดว่าโม่ฝานเป็นเพียงนักเวทธาตุไฟเท่านั้น แต่ความจริงแล้วเขาใช้ธาตุสายฟ้าเพื่อตรึงให้มันอยู่กับที่ก่อน จากนั้นค่อยใช้ธาตุไฟเมื่อลงมือสังหาร!

“ฉันยังมีจี้ทมิฬนี้อยู่ ซึ่งมันมีประโยชน์กับการฝึกของฉันมาก ในตอนนี้เวลาการฝึกฝนของฉันนั้นมากกว่าคนอื่นถึงสองเท่า นั้นทักษะของฉันย่อมรวดเร็วกว่าคนอื่นแน่นอน อย่างไรก็ตามการมีธาตุสายฟ้าและธาตุไฟเพียงเท่านี้ไม่สามารถที่จะเผชิญหน้ากับอสูรเวทได้อย่างมั่นคงนัก ฉันอยากจะรีบขึ้นไปสู่นักเวทขั้นมัชฌิมให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ธาตุอื่นมาเสริมความแข็งแกร่ง การมีธาตุเพิ่มขึ้นมาจะได้ไม่ต้องสร้างภาระที่หนักหนาให้กับร่างกายของฉันมากนัก ฮ่าฮ่า” โม่ฝานพูดคนเดียวอย่างปลื้มใจ

‘อืมมมม ฉันจะต้องทำให้ดีที่สุด ต้องทำให้ได้!’

‘เอ๊ะ คำขวัญของเด็กชายในห้องแปดนั้นคืออะไรนะ?’

‘อ้อใช่แล้ว! หาเงินให้มาก ฝึกฝนให้เก่งกาจและจงแต่งงานกับถังหยู่!’

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

ช่วยกันกดคะแนนดาวให้กับผู้แปลเพื่อเป็นกำลังใจด้วยน้าาาา

กดแล้วกดอีกได้จ้า !! ^^

จบบทที่ บทที่ 53: ฝึกฝน หาเงินและแต่งงานกับถังหยู่!

คัดลอกลิงก์แล้ว