เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49: ด้วยสมองของฉัน!

บทที่ 49: ด้วยสมองของฉัน!

บทที่ 49: ด้วยสมองของฉัน!


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 49: ด้วยสมองของฉัน!

“ตายซะ!” โม่ฝานตะโกนออกมาพร้อมกับขว้างลูกบอลเพลิงในมือออกไป

ลูกบอลเพลิงที่เปลวไฟลุกโชนนั้นส่องแสงเจิดจ้าทำให้ถ้ำที่มืดสนิทตอนนี้สว่างขึ้นมาในทันที เปลวไฟส่องแสงอยู่ที่ด้านหน้าของหมาป่าเวททำให้เห็นใบหน้าที่ดุร้ายของมันอย่างชัดเจน

ม่านตาของหมาป่าเวทวูบวาบเคลื่อนไหวเล็กน้อยด้วยความสงสัย สายตาของมันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและยังคงดุร้ายเช่นเดิมพร้อมกับจ้องมองเปลวไฟด้านหน้า

‘มนุยย์ตัวจ้อยผู้นี้มันกลัวจนหลงทิศทางไปแล้วงั้นหรือ? ทำไมมันถึงโยนเปลวไฟขึ้นไปด้านบนแทนล่ะ?’

แต่สิ่งที่โม่ฝานคิดคือในตอนนี้หมาป่าเวทกำลังอยู่ในสภาวะอัมพาตเพราะสายฟ้าเมื่อครู่นี้ มันยืนหยุดอยู่กับที่และไม่สามารถเคลื่อนไหวเพื่อหลบหนีไปไหนได้เลย ในสถานการณ์เช่นนี้ถ้าหากเขาใช้เผาผลาญกระดูกอีกครั้งมันจะง่ายเกินไป มันก็คงจะเหมือนกับการฝึกของเขาที่ยิงลูกบอลเพลิงใส่กับหุ่นเท่านั้น…

สิ่งที่โม่ฝานทำกลับกลายเป็นทำให้มนุษย์หมาป่าคิดว่าเขากำลังกลัวจนสติแตกไปแล้ว

โม่ฝานเผยรอยยิ้มปีศาจออกมาเล็กน้อยพร้อมกับมองไปที่เปลวไฟของเขาอย่างภูมิใจ

~บู๊ม!!!!!~

เปลวไฟระเบิดออกพร้อมกับพุ่งเข้ารวมกับเหล่าหินย้อยที่อยู่ด้านบนของถ้ำ ทุกสิ่งร่วงหล่นลงมาราวกับอุตกาบาต

เปลวไฟที่กำลังหลอมรวมกับหินเหล่านั้นจะไม่สูญเปล่า ในตอนนี้การเผาไหม้นั้นลงลึกไปถึงแก่นของก้อนหินเหล่านั้น มันเพิ่มความร้อนและคมกริบให้กับหินย้อยเหล่านั้นในทันที

แกร๊ก…ก ~~~

เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เปลวไฟหลอมรวมเข้ากับหิน มันซึมลึกเข้าไปถึงรากของหินย้อยเหล่านั้นพร้อมกับเริ่มขุดหินก้อนยักษ์นั้นออกมาในทันที

หินย้อยขนาดยักษ์ถูกดึงออกมาจากผนังถ้ำ มันเต็มไปด้วยความร้อนและน้ำหนักที่มหาศาล ในตอนนี้อุณหภูมิของมันเดือดจนเข้าขั้นสูงสุดแล้ว ในตอนนี้รูปร่างของมันไม่ต่างจากหอกเพลิงยักษ์!

ในตอนแรกนั้นหมาป่าเวทเต็มไปด้วยความสงสัยกับสถานการณ์ตรงหน้า อย่างไรก็ตามมันได้รู้แล้วว่าในตอนนี้สถานการณ์กำลังเลวร้ายเนื่องจากหินย้อยขนาดยักษ์นั้นอยู่เหนือศีรษะของมัน!

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับแกอีกแล้ว!” โม่ฝานค่อยๆดึงหินย้อยนั้นออกมาอย่างช้าด้วยเปลวไฟที่สุดภาคภูมิของเขา รอยยิ้มเย็นชาเผยออกมาทำให้ดูไร้หัวใจอย่างถึงที่สุด

‘หึ ถูกแล้วล่ะ! สายฟ้านั้นทำได้เพียงจำกัดการเคลื่อนไหวของแกเท่านั้นและลูกบอลเพลิงนั้นก็ไม่อาจจะฆ่าแกได้สินะ ยังไงซะพ่อของแกคนนี้จะใช้สมองนี้แหละที่จะทำให้แกไปเกิดในโลกหน้า!’

หินย้อยที่เขาดึงออกมานั้นมีขนาดใหญ่มาก มันราวกับหอกยักษ์ที่พร้อมจะฝังรากลึกเข้าไปในร่างกายของหมาป่าเวท

มันเจาะลงไปผ่านหลังของหมาป่าเวทผ่านช่องท้องและยึดติดกับพื้นดินด้านล่างอย่างโหดเหี้ยม!!!

โลหิตมากมายไหลออกมาจากร่างกายของหมาป่าเวท อีกทั้งหินย้อยเล็กใหญ่ต่างๆได้พากันร่วงหล่นลงมทับถมอสูรตนนี้อย่างไร้ปราณี ตอนนี้หินเหล่านั้นกองทับหมาป่าเวทโดยสมบูรณ์แล้ว

หมาป่าเวทยังคงยืนอยู่ที่เดิม… ด้วยท่าที่ถูกตรึงไว้กับหอกยักษ์นั้น

มันไม่สามารถขยับขยายร่างกายได้เลย ในตอนนี้ดวงตาแดงฉานที่เคยเป็นสีแดงกลับคืนสู่สีเขียวอีกครั้งในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

มันหันมองหินย้อยที่ปักร่างกายของมันอยู่พร้อมกับมองไปที่มนุษย์ตรงหน้าอย่างว่างเปล่า

ในตอนนี้สายตาของมันว่างเปล่าและไม่เข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น…

ความหยิ่งผยองเมื่อครู่นี้หายไปอย่างสมบูรณ์ ในตอนนี้มันอ่อนแอเกินกว่าจะต่อสู้ได้อีกครั้ง… ไม่มีจิตสังหารใดๆถูกปล่อยออกมาอีกแล้ว

ชีวิตของมันจบสิ้นเพียงเท่านี้…

จบภายใต้มือของนักเวทตัวจ้อยคนนี้….

สายลมพัดเข้ามาภายในถ้ำเกิดเสียงเสียดสีเล็กน้อย

นักเรียนที่กำลังบาดเจ็บเมื่อก่อนหน้านี้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผลมากมาย

ชายคนหนึ่งพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ด้านหลังของเขามีปีกแห่งวายุสยายอยู่อย่างน่าเกรงขาม

“วายุ… ปีกแห่งวายุ!” มู่ไป๋ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อาจเชื่อได้

“นั่น… นั่นมันหัวหน้ากองทัพ!”

“โอ้สวรรค์ ฉันกำลังมองอะไรอยู่? นางฟ้างั้นเหรอ?”

นักเรียนทุกคนต่างพากันตื่นตกใจกับภาพตรงหน้า

พวกเขานั้นรู้ดีว่าหัวหน้ากองทัพจ้านคงนั้นเป็นนักเวทที่เก่งกาจอย่างมาก แต่ทั้งหมดไม่เคยจินตนาการถึงว่าเขาจะเป็นนักเวทที่อยู่ในระดับสูงพอที่จะควบคุมปีกแห่งวายุได้!

ปีกแห่งวายุ!

มันคือเวทมนตร์ที่ทำให้นักเวทสามารถบินได้อย่างอิสระราวกับนางฟ้า!

จ้านคงยืนมองนักเรียนเหล่านี้อย่างเหนื่อยใจ จากนั้นเขาหันกลับเข้าไปมองภายในถ้ำที่เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นทันที

“ฉันหวังว่านักเรียนที่สามารถใช้เวทเผาผลาญกระดูกยังจะมีชีวิตอยู่นะ!” จ้านคงไม่กล้าที่จะชักช้าอีกต่อไป เขาขยับปีกพร้อมกับพุ่งเข้าไปด้านในของถ้ำทันทีราวกับลูกศรที่ถูกยิงออกจากคันธนู

หินย้อยมากมายถูกร่างกายของจ้านคงบดขยี้ เขาพุ่งหน้าเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้ต้องปะทะกับหินในถ้ำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

“บอลเพลิงทมิฬ!”

ภายในถ้ำที่มืดมิด จ้านคงเรียกลูกบอลไฟมาไว้ในมือเพื่อส่องสว่าง

ตอนนี้ลูกไฟปรากฏขึ้นส่องแสงสว่างไปทั่วถ้ำแห่งนี้

จ้านคงมองไปรอบๆพร้อมกับหวังว่าหมาป่าเวทยังคงสามารถควบคุมได้อยู่สักเล็กน้อย ถ้าเป็นเช่นนั้นเด็กนักเรียนอัจฉริยะที่ชื่อโม่ฝานนั้นรอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ให้ได้

ในตอนนี้เขาไม่สนใจพลังเวทของตนเองอีกแล้ว เขาใช้มันออกไปเพื่อค้นหาโม่ฝานให้เร็วที่สุด

เปลวไฟจากมือของเขาค่อยๆสว่างขึ้นจนทำให้ทั่วทั้งถ้ำสว่างจนมองเห็นได้ชัดเจน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่จ้านคงเห็นต่อไปนี้ทำให้เขาอยู่ในสภาวะที่โง่งมโดยสมบูรณ์!

หัวหน้ากองทัพผู้แข็งแกร่งอยู่ในสถาวะมึนงง ดวงตาที่น้ำตาลสั่นไหววูบไปมาอย่างอธิบายไม่ได้!

เรื่องนี้… มันเป็นไปได้อย่างไร!!!

ในตอนนี้บนแท่นหิน ผู้อัญเชิญไป่หยางนั้นแสดงสีหน้าที่ตื่นตระหนกออกมาอีกครั้ง ภายในใจของเขาคิดเพียงแค่ต้องการให้ผู้นำของเขาไปถึงที่นั่นได้ทันเวลา…

“บ้าเอ้ย…” เฉินกวงเหลียงนั้นยืนอยู่บนพื้นด้วยท่าที่ที่อ่อนแรง ถ้าหากนักเรียนตายตกไปในการสอบปฏิบัติครั้งนี้ เขาจะต้องรับผิดชอบทุกอย่าง เพราะประเทศแห่งนี้ล้วนแต่ให้ความสำคัญกับนักเรียนเวทมนตร์อย่างยิ่ง แม้กระทั่งทรราชแห่งเมืองบ่อมู่โจวอวิ๋น… ยังไม่กล้าที่จะทำร้ายนักเรียนเลย

ถังหยู่กัดริมฝีปากของตนเอง…

เธอคิดถึงวันที่เธอเล่นมุกตลกกับโม่ฝาน ถ้าหากว่าเขาสามารถสังหารอสูรเวทได้ให้เขาส่งสถานที่ตายของมันมาให้เธอผ่านวีแชท แต่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าทุกอย่างมันจะจบเร็วเช่นนี้…

ถังหยู่นั้นสนใจโม่ฝานอย่างมาก เธอคิดว่าเด็กคนนี้มีอะไรบางอย่างที่มากกว่าเวทละอองดาราในการฝึกฝน อีกทั้งเธอยังอยากเห็นพัฒนาการของเขาว่าเขานั้นจะสามารถไปได้ไกลสุดเท่าไหร่กัน… เธอจึงใช้มุกเหล่านั้นเพื่อที่จะติดต่อกับเขาตลอดเวลา

น่าสงสาร… ช่างน่าเสียดายจริงๆ…

“ไป่หยาง นี่เกิดอะไรขึ้น? ทำไมอสูรร้ายถึงไม่สามารถควบคุมได้? แน่นอนว่าการเผาผลาญกระดูกนั้นเจ็บปวดก็จริงแต่มันไม่ใช่เหตุผลที่จะสูญเสียการควบคุมมันไม่ใช่เหรอ!” ลั่วหยุนปั๋วตะโกนออกมาอย่างโกรธจัด

สำหรับผู้อัญเชิญนั้น เวทอัญเชิญเป็นทักษะพื้นฐานที่พวกเขาจะต้องเข้าใจมันอย่างถ่องแท้!

“ฉะ-ฉันไม่รู้… ถ้าตามปกติแล้ว แม้ว่ามันจะต้องตายตกไป มันก็จะไม่ลงมือสังหารนักเรียนเด็ดขาดถ้าฉันไม่ได้สั่ง ในตอนนี้ฉันไม่รู้จริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น!” ไป่หยางกล่าวออกมาอย่างคร่ำครวญ

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหาที่มาที่ไปได้เลย…

ไป่หย่างนั้นไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่านักเรียนจะสามารถใช้เพลิงเผาผลาญกระดูกจนทำให้อสูรร้ายของเขาเสียการควบคุมได้ แต่สิ่งที่เขาคิดในตอนนี้คือมันจะต้องมีเหตุผลอื่นเสริมอย่างแน่นอน อสูรร้ายไม่อาจหลุดจากพันธนาการได้ง่ายเช่นนี้!

“ในตอนนี้คุณควรจะเริ่มภาวนาได้แล้วว่าไม่ให้อสูรร้ายของคุณนั้นสังหารนักเรียนมากเกินไป!” พันหลี่จวินกล่าวออกมาอย่างเยือกเย็น

“ฉะ-ฉัน…อ๊ะ!” ไป๋หยางพยายามจะอธิบายแต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง

ราวกับจิตวิญญาณของเขากำลังถูกทุบตีอย่างรุนแรง มันเจ็บปวดจนใบหน้าของไป่หยางบิดเบี้ยวไม่สามารถควบคุมได้ เขาลงไปกองกับพื้นพร้อมกับดิ้นอย่างทุรนทุรายทันที

“อะไรอีก เกิดอะไรขึ้นอีก!!??” ลั่วหยุนปั๋วตะคอกออกมาอย่างหมดความอดทน

“หมาป่า… หมาป่าเวท… หมาป่าเวทของฉัน!!” ในทันทีไป่หยางนั้นราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เขาคุกเข่าบนพื้นพร้อมกับจ้องมองไปที่ถ้ำตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

“เกิดอะไรขึ้น?” ถังหยู่ขมวดคิ้วแน่นเพราะเธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ไป่หยางกำลังทำอยู่นั้นหมายถึงอะไร

“หมาป่าเวท…ของฉัน…ตะ-ตายแล้ว!” ไป่หยางกล่าวออกมาด้วยความตื่นกลัวและจิตใจของเขาว่างเปล่าราวกับเขานั้นได้ตายไปพร้อมกับมันด้วย…

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

อย่าลืมกดติดตามนิยายด้วยน้า เวลาเค้าอัพเดทจะได้มีแจ้งเตือนค่าา

ช่วยกันกดคะแนนดาวให้กับผู้แปลเพื่อเป็นกำลังใจด้วยน้าาาา //อ้อนน

จบบทที่ บทที่ 49: ด้วยสมองของฉัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว