เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 204 รีบไปดูเร็ว

บทที่ 204 รีบไปดูเร็ว

บทที่ 204 รีบไปดูเร็ว


บทที่ 204 รีบไปดูเร็ว

“พี่โก่ว ลองชิมนี่ดูสิ” ซือเฟยฮั่นตักเนื้อชิ้นหนึ่งที่เขาคิดว่าอร่อยใส่จานของเอ๋อร์โก่ว

“ดีเลย” เอ๋อร์โก่วก็ไม่เกรงใจ หยิบเนื้อเข้าปากทันที

“อืมอร่อย รสชาติดีจริง ๆ” เขาชื่นชมแม้จะยังร้อนอยู่เล็กน้อย แต่ความอร่อยนั้นช่างโดดเด่น

“แล้วอวิ๋นม่อกับชื่อเกอสองคนนั้นหายไปไหน?” ขณะนั้นเอง เสี่ยวไป๋ก็นำศิษย์ชุดดำเดินเข้ามาใกล้พลางกล่าวเพราะเขาเพิ่งสังเกตว่า ศิษย์เอกและศิษย์รองไม่อยู่ในสายตาแล้ว

“ไม่เห็นเลย” เอ๋อร์โก่วตอบอย่างสบาย ๆ ยังไงก็ไม่มีอะไรน่าห่วงเพราะเขาทิ้งรอยประทับไว้บนร่างของหนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอ หากเกิดอันตรายถึงชีวิต เขาจะรู้ทันที

“แปลกแฮะ พอแยกย้ายกันไปแค่แป๊บเดียว พวกนั้นก็หายหัวไปเลย” เสี่ยวไป๋เกาศีรษะ สองคนนั้นจะไปที่อื่นไม่คิดจะบอกกันสักคำหรือ?

“ทางนั้นมีเรื่องแล้ว รีบไปดูเร็ว” มีศิษย์หลายคนรีบร้อนวิ่งไปทางหน้าลานเสมือนว่าช้ากว่านี้จะไม่ทันดูเรื่องสนุก

เสี่ยวไป๋เอื้อมมือคว้าตัวหนึ่งในนั้นไว้ ศิษย์ผู้นั้นแม้ตอนแรกจะหงุดหงิดเพราะโดนขัด แต่พอเห็นเสี่ยวไป๋ยื่นหยกวิญญาณให้สองสามชิ้น ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นยิ้มสดใสในทันที

“สหายมีธุระอันใดหรือ?”

“รบกวนสอบถามข้างหน้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือ?” เสี่ยวไป๋กล่าวในใจว่าโลกนี้ช่างสมจริงเสียเหลือเกิน แค่หยกไม่กี่ชิ้นความสัมพันธ์ก็แน่นแฟ้นขึ้นมาทันตา

“ข้างหน้าน่ะหรือ? ก็จะมีเรื่องตีกันน่ะสิ ได้ข่าวว่าศิษย์หนุ่มสองคนทะเลาะกับศิษย์เอกของสำนักใหญ่” สหายแท้ผู้นั้นตอบอย่างตรงไปตรงมา

“ซวยล่ะ คงมีคนไปหาเรื่องอวิ๋นม่อกับชื่อเกอเข้าแล้ว” เสี่ยวไป๋เอามือกุมหน้าผาก หนึ่งในคุณสมบัติของผู้มีโชคชะตาพระเอกก็คือมักจะโดนหาเรื่องก่อนเสมอไม่ว่าพวกเขาจะเดินไปที่ไหนก็มีคนหาเรื่องเองทุกที

“เราไปดูเถอะ” เสี่ยวไป๋วางถาดอาหารลงบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งไปทันที

ที่เขารีบไปดูไม่ใช่เพราะเป็นห่วงศิษย์ทั้งสองหรอกแต่เป็นห่วงคนที่จะหาเรื่องพวกเขามากกว่า เสี่ยวไป๋รู้ดีว่าฝีมือศิษย์ของตนอยู่ระดับไหน ถ้าเกิดปะทะขึ้นจริง ๆ คนที่ซวยสุดคงเป็นฝ่ายตรงข้าม

เพราะฉะนั้นเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น เสี่ยวไป๋จึงจำใจต้องรับหน้าที่นี้ช่วยสกัดศิษย์ตัวเองก่อนจะฆ่าคนได้ แล้วก็ฉวยโอกาสรีดหยกวิญญาณไปด้วยจะได้ไม่ถือว่าช่วยฟรี

แน่นอนว่าเป็นตามคาด หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอกำลังโต้เถียงอยู่กับกลุ่มศิษย์จากสำนักใหญ่อื่น

“สหาย ที่ตรงนี้พวกข้าเห็นก่อน ไยพวกเจ้าจึงทำเยี่ยงนี้?” หนานกงอวิ๋นม่อเอ่ยเสียงเยือกเย็น

โต๊ะอาหารตรงนี้มีของที่ทั้งสองอยากกิน พอพวกเขาเอื้อมมือจะคีบอาหาร พวกศิษย์จากสำนักอื่นก็มาชิงตักไปหน้าตาเฉย

“เหอะ สิ่งที่ศิษย์พี่ของข้าต้องการ มันก็ต้องเป็นของเขาอยู่แล้ว มีที่ไหนมีกฎว่าใครเห็นก่อนคนนั้นได้?” ศิษย์รูปร่างผอมใบหน้าลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงยียวน ดูก็รู้ว่าเกิดมาเป็นบ่าวรับใช้โดยแท้

ศิษย์เอกของเขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาก็ชัดเจน เขาดูแคลนพวกหนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกออย่างสิ้นเชิงไม่แม้แต่จะลดตัวพูดด้วย

ทั้งสองคนยืนจ้องชายผู้นั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เจ้าหนุ่ม เจ้านี่มันหาเรื่องชัด ๆ

ความเย่อหยิ่งดูถูกเช่นนี้อาจมีผลกับคนอื่นเพราะอาจเกรงกลัวอำนาจของสำนักใหญ่แต่กับพวกข้าน่ะหรือ? ไม่มีผลแม้แต่น้อย

“ศิษย์พี่ เราจะลงมือเลยไหม?” จางชื่อเกอส่งเสียงผ่านจิตถาม

“แน่นอนสิ อาจารย์กำชับไว้ชัดว่าขณะอยู่นอกสำนัก หากมีใครหาเรื่องก่อนเราก็มีสิทธิ์ตอบโต้ตามใจ” หนานกงอวิ๋นม่อหมุนข้อมือเบา ๆ พลางยิ้มเย็น

“หือ? คิดจะลงมือรึ?” ศิษย์ผอมนั่นแค่นเสียงเยาะ “เจ้ารู้ไหมว่าศิษย์พี่ข้าเป็นใคร? เขาคือศิษย์เอกอันดับหนึ่งของเขาดาวสิงห์จันทรา ตั้งแต่ยังเยาว์ก็ฝึกถึงระดับราชาวิญญาณขั้นสูงสุด (เทียบระดับ 89) เป็นยอดฝีมืออันดับต้น ๆ แห่งยุคเลยนะ”

ผู้คนรอบข้างพากันตกตะลึง ชื่อของศิษย์เอกแห่งดาวสิงห์จันทรานั้นเป็นที่ร่ำลืออยู่ก่อนแล้ว

“ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเขาถึงกับออกจากการปิดด่านเพื่อมาร่วมศึกครั้งนี้เชียวหรือ?” ศิษย์คนหนึ่งพึมพำ

“จริง สองคนนั้นงานเข้าแล้วล่ะ ศิษย์ของดาวสืงห์จันทราขึ้นชื่อว่าเจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นที่สุด” คนข้าง ๆ กล่าวต่อ แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ภาพลักษณ์ของทั้งสำนักก็ไม่น่าชื่นชมนัก

ศิษย์เอกคนนั้นพยักหน้าเบา ๆ ดูเหมือนจะพึงพอใจกับคำสรรเสริญของศิษย์ลิงอย่างมาก ก็ใครกันเล่าจะไม่ชอบให้คนสรรเสริญ?

“พูดมากจริง เจ้าจะสู้หรือไม่?” หนานกงอวิ๋นม่อเริ่มขมวดคิ้ว ถ้าไม่คิดจะสู้ก็บอกมาเลย ข้าจะได้กลับไปกินข้าว

“บึ้ย เจ้าหนุ่ม เจ้าคู่ควรกับข้าหรือ...”

“โครม” เสียงเนื้อกระแทกดังขึ้น ยังพูดไม่ทันจบศิษย์ลิงก็ถูกหนานกงอวิ๋นม่อต่อยลอยกระเด็น

“ทุกวันนี้ทำไมหมาเลียเจ้าถึงพูดมากนัก? ไปเลียเจ้านายตัวเองไม่ดีกว่าหรือ?”

จากนั้นเขาก็มองตรงไปยังศิษย์เอกของดาวสิงห์จันทรา พวกศิษย์คนอื่นของสำนักนั้นเห็นฝีมือของเขาแล้วรู้ตัวว่าไม่อาจรับมือได้จึงพากันหลบไปแอบด้านหลังศิษย์เอก

“พวกขี้ขลาด” ศิษย์เอกสบถขึ้น เมื่อกี้ยังวางท่าโอหังอยู่เลยตอนนี้กลับหดหัวเหมือนเต่าเสียแล้ว

แต่เขาเองกลับไม่หวั่น ไร้ซึ่งความเกรงกลัว สบตาหนานกงอวิ๋นม่ออย่างไม่ยอมแพ้ราวกับจะแทงทะลุด้วยสายตา

สถานการณ์ร้อนระอุเช่นนี้ทำให้ศิษย์เอกและสตรีศักดิ์สิทธิ์จากสำนักใหญ่หลายแห่งเริ่มจับตาดูเพราะการสำรวจพลังคู่แข่งล่วงหน้าคือเรื่องสำคัญ

“พวกเจ้าว่าใครจะชนะ?” เสียงสนทนาเบา ๆ ดังขึ้นในกลุ่มผู้ชม

“ไม่รู้สิ” ศิษย์เอกผู้หนึ่งตอบอย่างสบาย ๆ แสดงว่าไม่คิดใส่ใจนัก

“ก็แน่ล่ะเพราะท่านกวนศิษย์เอกเพิ่งทะลวงสู่ราชาศักดิ์สิทธิ์ (ระดับ 9 ขั้นใหญ่สุด) จะมองข้ามศิษย์ดาวสิงห์จันทราก็ไม่แปลก” คนถามหัวเราะเบา ๆ

อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่สีหน้าหยิ่งทะนงเผยชัดบนใบหน้า

“แล้วคุรหนูจวงคิดเห็นเช่นไร?” ศิษย์อีกคนหันไปถามสตรีศักดิ์สิทธิ์นางหนึ่งด้วยความสนใจ

ทุกคนล้วนเงียบลง หันไปมองสตรีศักดิ์สิทธิ์นางนั้น

นางมีชื่อเสียงเลื่องลือ พลังลึกล้ำ ย่างเข้าสู่ระดับราชาศักดิ์สิทธิ์มานานแล้วและไม่มีใครรู้ว่ายามนี้ฝึกไปถึงขั้นใด

และไม่เพียงฝีมือสูงล้ำ รูปโฉมก็งามล่มเมือง อุปนิสัยยังสุภาพอ่อนโยน เรียกได้ว่าภรรยาในอุดมคติของเหล่าศิษย์เอกนับไม่ถ้วน แต่น่าเสียดายที่นางไม่สนใจเรื่องชายหญิง

“ข้ากลับคิดว่าบุรุษผู้นั้นน่าจะเป็นฝ่ายชนะ” นางตริตรองครู่หนึ่งก่อนกล่าวเสียงเบา

จบบทที่ บทที่ 204 รีบไปดูเร็ว

คัดลอกลิงก์แล้ว