เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 199 เจ้าทำยังไงถึงได้จนขนาดนี้?

บทที่ 199 เจ้าทำยังไงถึงได้จนขนาดนี้?

บทที่ 199 เจ้าทำยังไงถึงได้จนขนาดนี้?


บทที่ 199 เจ้าทำยังไงถึงได้จนขนาดนี้?

ณ โรงเตี๊ยมกลางเมืองที่พวกเสี่ยวไป๋เคยพักอาศัย

เวลานี้พวกเขากำลังจัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้อาวุโสใหญ่คนใหม่แห่งสำนัก ซือเฟยฮั่นหรือพูดให้ถูกก็คือกำลังกินข้าวกันเสร็จนั่นแหละ

ขณะที่อาหารใกล้หมด ซือเฟยฮั่นก็เอ่ยถามเสี่ยวไป๋ขึ้นมาว่า

“พี่ชาย มีแผนอะไรสำหรับอนาคตของสำนักเราบ้างไหม?”

“มีสิ หารายได้ข้าจะเข้าร่วมทุกกิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำเงิน พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปรับภารกิจลอบสังหารอีกสักงาน” เสี่ยวไป๋วางแก้วน้ำผลไม้ลงอย่างเคร่งขรึม

“พี่ชาย พลังท่านแข็งแกร่งขนาดนี้ทำไมถึงจนได้ขนาดนี้เนี่ย?” ซือเฟยฮั่นกลั้นใจถาม ในใจเขาสงสัยข้อนี้มานาน คนระดับเจ้าสำนักที่แค่กระดิกนิ้วยังมีคนตายได้ทั้งเมืองกลับไม่มีเงินพอจะตั้งสำนักเสียอีก

“ข้าเองก็ไม่รู้ ข้ารู้แค่ว่าข้าจนมาตลอด” เสี่ยวไป๋พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ เมื่อตอนมาที่นี่ใหม่ ๆ แม้แต่หยกวิญญาณสักก้อนยังไม่มีติดตัว มาตอนนี้ก็ดีขึ้นหน่อยถึงจะยังจนอยู่ก็เถอะ แต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะแล้ว

...

เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอลืมตาตื่นก็เจอแสงแดดแรกของวันใหม่

หลังมื้อเช้า พวกเขาก็พากันเดินเท้าไปยังหอหลีเหิ่น

หอหลีเหิ่นในเมืองนี้ดูไม่ต่างจากที่เสี่ยวไป๋เคยเห็นมาก่อนแม้แต่น้อย ทั้งรูปแบบการตกแต่งไปจนถึงบุคลิกของผู้คน พูดน้อยเหมือนกันเป๊ะ

เห็นซือเฟยฮั่นขมวดคิ้วแน่น เสี่ยวไป๋ก็คิดว่าอีกฝ่ายคงถูกกลิ่นคาวเลือดปลุกสัญชาตญาณกระหายเลือดเข้าให้จึงรีบดึงแขนซือเฟยฮั่นพลางเตือนว่า

“เจ้าอย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามล่ะ อย่าฆ่าคนบริสุทธิ์ หากจะดื่มเลือดล่ะก็ รอไว้จัดการพวกสารเลวก่อนก็แล้วกัน”

“หา?” ซือเฟยฮั่นทำหน้างง

“ข้าไม่ดื่มเลือดนะ”

“หา? พวกเจ้าเผ่าผีดูดเลือดไม่ดื่มเลือด?” เสี่ยวไป๋ก็อึ้งเช่นกันเพราะในความเข้าใจของเขา ผีดูดเลือดก็คือเผ่าที่ต้องดูดเลือด วันไหนไม่ได้ดูดคงจะทรมานแย่

“ใครบอกเจ้าล่ะว่าเผ่าผีดูดเลือดต้องดูดเลือดจริง ๆ? มันก็แค่ชื่อเรียกนั่นแหละ” เอ๋อร์โก่วตอบจากข้าง ๆ ก็เหมือนกับเมื่อก่อนมีเผ่าหนึ่งชื่อเผ่าไร้เทียมทานแล้วก็ถูกล้างเผ่าเรียบร้อย พวกเขาก็ไม่ได้ไร้เทียมทานสักหน่อย

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” เสี่ยวไป๋พยักหน้าโล่งใจ แค่ไม่ถึงขั้นคลั่งเวลาเห็นเลือดก็พอแล้ว แค่กลัวว่าจะมีเรื่องยุ่ง ๆ เกิดขึ้นเท่านั้น

เสี่ยวไป๋เริ่มค้นหาภารกิจจากกระดานที่มีงานลอบสังหารหลากหลาย เขามีเกณฑ์เลือกอยู่สามข้อ

หนึ่งต้องจ่ายเยอะ นี่คือหัวใจหลัก ต่อให้ข้ออื่นดีแค่ไหนถ้าเงินน้อยก็ไม่รับ

สองสถานที่ต้องวิวดี แม้จะเป็นงานลอบสังหารก็ควรมีทิวทัศน์ที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ชีวิตจะได้ไม่เครียดเกินไป

สามเป้าหมายต้องเป็นพวกชั่วร้ายจริง ๆ เสี่ยวไป๋ไม่ฆ่าคนบริสุทธิ์เด็ดขาด

“เจอแล้ว” เสี่ยวไป๋ค้นอยู่นาน กว่าจะเจอภารกิจที่ถูกใจ

ชื่อภารกิจ: ลอบสังหารต้นคิดจัดงานชุมนุมยอดยุทธ์พันหลง ถานจิ้น

ค่าหัว: หยกวิญญาณชั้นสูง [200,000 ก้อน]

ระดับเป้าหมาย: ระดับจอมเทพขั้นสาม (เทียบเท่าระดับ 153)

สถานที่เป้าหมาย: แดนพันหลง มณฑลจงโจว

หมายเหตุ: ถานจิ้นฝึกเคล็ดเทียนซา ใช้เนื้อและเลือดมนุษย์เป็นอาหาร เคยกวาดล้างสำนักต่าง ๆ ไปแล้วจำนวนนับไม่ถ้วน ไม่มีใครรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว เป็นผู้สังหารผู้บริสุทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนจึงเปิดรับผู้กล้ามาชำระแค้น

เสี่ยวไป๋ส่งภารกิจนี้ให้เจ้าหน้าที่จัดการ หลังเอกสารเสร็จสิ้น เขาก็หันมาถามเอ๋อร์โก่วและคนอื่น ๆ

“พวกเจ้ามีอะไรติดค้างไหม? ถ้าไม่มีพวกเราก็ออกเดินทางกันเลย”

เสี่ยวไป๋จะขยันสุด ๆ ก็ต่อเมื่อมีเงินเป็นแรงจูงใจ

“เจ้ากำลังยอมศิโรราบต่อเงินสินะ” ระบบเอ่ย

“พูดจาเหลวไหล ข้านี่แหละกำลังปกป้องประชาชน อย่าพูดให้มันดูต่ำตมแบบนั้นสิ” เสี่ยวไป๋ค้านทันควัน ข้าทำเพื่อส่วนรวมแท้ ๆ เจ้ายังกล้าว่าข้าอีกเรอะ?

เมื่อทุกคนส่ายหัวว่าไม่มีเรื่องใด เสี่ยวไป๋ก็เดินไปที่ประตูยกมือขึ้นพาทุกคนเคลื่อนย้ายทันที

“ฟุ่บ” ในพริบตาพวกเขาก็ปรากฏอยู่กลางท้องฟ้าเหนือเมือง

“ยังไงก็ชอบการเคลื่อนย้ายฉับพลันนี่แหละ” เสี่ยวไป๋ถอนหายใจ หากไม่มีวิชานี้แค่เดินทางไปแต่ละที่ก็คงหมดเรี่ยวหมดแรงไปแล้ว

“อาจารย์ วิชานี้พวกข้าเรียนได้ไหม?” หนานกงอวิ๋นม่อถามด้วยแววตาเปล่งประกาย วิชานี้ทั้งสะดวกและรวดเร็ว บอกไปไหนก็ไปได้ทันที เหมาะกับขี้เกียจอย่างข้าโดยแท้

“เอ่อ...” เสี่ยวไป๋ถึงกับอึ้ง แม้เขาจะเก่ง แต่เรื่องสอนคนนี่เขาไม่ถนัดเอาเสียเลย รับศิษย์มาตั้งนานนอกจากตอนแรกที่ถ่ายทอดเคล็ดวิชากับวิชายุทธ์ไปแล้ว เขาไม่เคยสอนอะไรเพิ่มอีกเลย ศิษย์ทั้งหลายต้องอาศัยเรียนรู้เองล้วน ๆ

เรื่องอื่นอาจจะพอแถได้ แต่เรื่องเคลื่อนย้ายฉับพลันนี่เขาแถไม่ออกจริง ๆ เพราะเขาไม่ได้ฝึกเองตั้งแต่แรก ตอนที่มาถึงโลกนี้ระบบก็แจ้งเลยว่าใช้ได้ทันที ไม่ต้องฝึกอะไรเลยด้วยซ้ำ

“วิชานี้ไม่ต้องฝึกหรอก คิดในใจว่าจะไปไหน แล้วก็เคลื่อนพลังปราณไปตามนั้นก็พอ แต่มันขึ้นอยู่กับระดับพลัง พลังสูงก็เคลื่อนระยะไกล พลังต่ำก็ได้แค่ใกล้ ๆ ถ้าพลังต่ำเกินไปก็ยืนค้างอยู่ที่เดิมนั่นแหละ” ซือเฟยฮั่นอธิบาย

“อีกอย่าง ทุกโลกก็มีข้อจำกัดของเจตจำนงสวรรค์ต่างกันซึ่งถูกปรับแต่งให้เข้ากับโครงสร้างของโลกนั้น ยกตัวอย่างเช่นในแผ่นดินตะวันออกหลี่ของพวกเจ้า เจตจำนงสวรรค์เป็นผู้จำแนกทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติธาตุ สายพันธุ์ ความแข็งแกร่งหรือแม้แต่เพศ

เช่น มนุษย์จะใช้พลังมิติหรือเคลื่อนย้ายได้ก็ต่อเมื่อมีพลังมากพอหรือมีธาตุมิติและต้องฝึกเคล็ดวิชาที่เกี่ยวข้องกับมิติด้วย

ข้อจำกัดที่พบบ่อยก็เช่นจำกัดพลังสูงสุด จำกัดจำนวนผู้แข็งแกร่ง จำกัดคุณสมบัติสูงสุด จำกัดสายพันธุ์ ทั้งหมดนี้คือข้อกำหนดของเจตจำนงสวรรค์

แต่ละโลกก็มีเจตจำนงสวรรค์ของตัวเอง ยกเว้นแต่โลกระดับสูงสุดและแดนเทพที่มีเทพเจ้าดูแล โลกอื่นทั้งหมดอยู่ใต้การปกครองของเจตจำนงสวรรค์” เอ๋อร์โก่วเสริมและประโยคท้ายสุดก็พูดให้ซือเฟยฮั่นฟังโดยเฉพาะเพราะตอนนี้มีแค่เขาคนเดียวที่ถูกเจตจำนงสวรรค์กดพลัง

ทุกคนฟังจบก็นิ่งอึ้ง สีหน้าเข้าใจแจ่มแจ้ง เสี่ยวไป๋ก็อดรู้สึกขอบคุณสองคนนี้ไม่ได้เพราะเขาเองก็กำลังปวดหัวว่าจะอธิบายเรื่องเคลื่อนย้ายยังไงดี

“แล้วทำไมพลังของพี่ชายถึงไม่ถูกจำกัด?” ซือเฟยฮั่นถามขึ้น เขารู้สึกว่าพลังของเสี่ยวไป๋ไม่น่าจะอยู่แค่ระดับจักรพรรดิเทพอย่างแน่นอน แค่เมื่อคืนใช้จิตเพียงเสี้ยวก็ลากเขาออกมาจากค่ายผนึกได้แล้ว ขนาดนั้นจะเรียกว่าแค่จักรพรรดิเทพได้อย่างไร?

จบบทที่ บทที่ 199 เจ้าทำยังไงถึงได้จนขนาดนี้?

คัดลอกลิงก์แล้ว