เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 186 เงียบหน่อย

บทที่ 186 เงียบหน่อย

บทที่ 186 เงียบหน่อย


บทที่ 186 เงียบหน่อย

“ข้าสงสัยนัก เจ้ารู้เรื่องทั้งหมดนั้นได้อย่างไร?” เสี่ยวไป๋หันไปมองศิษย์เก๊าผู้นั้นแล้วถาม น้ำเสียงฉายแววสงสัยไม่น้อย คนของสำนักธรรมดา ๆ คนหนึ่งไยจึงล่วงรู้เรื่องที่แม้แต่ผู้อาวุโสระดับสูงยังไม่รู้?

สายตาทุกคู่ก็หันไปจ้องชายผู้นั้นเช่นกัน ใช่แล้ว เจ้ารู้ได้อย่างไร?

โดยเฉพาะผู้อาวุโสที่ดูแลเขายิ่งสงสัยนักเพราะศิษย์คนนี้แทบไม่เคยห่างกายเขา แล้วเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ไปล่วงรู้ได้อย่างไร?

ศิษย์เก๊าอีกคนก็มองดูอย่างกังวลสุดขีด “พี่น้องเอ๋ย ได้โปรดอย่าพลั้งปากอะไรเพี้ยน ๆ ออกมานะ”

“ข้ารู้แน่อยู่แล้วเพราะข้าเป็นคนของหอหลีเหิ่น มีหนึ่งในประกาศรับงานที่เกี่ยวกับสังหารผู้ที่ทำลายสำนักตู้หยิงและข้าก็บังเอิญเป็นคนรับงานนั้นมาก็เลยรู้เรื่องทั้งหมดน่ะสิ” ศิษย์เก๊าคนนั้นกล่าวด้วยหน้าตาภูมิใจ

“แค่ก” ศิษย์เก๊าอีกคนถึงกับกระอักโลหิต “เจ้าแม่งบ้ารึเปล่า เรื่องบัดซบแบบนี้กล้าพูดออกมาได้ยังไงฟะ”

และแล้วสีหน้าของเสี่ยวไป๋ที่เมื่อครู่ยังอารมณ์ดีอยู่ก็พลันเย็นเฉียบในพริบตาเมื่อได้ยินคำว่า ‘ลอบสังหารศิษย์ของข้า’

“ท่าน ท่านผู้อาวุโส เขาพูดผิดไป พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะลอบสังหารศิษย์ของท่าน” ศิษย์เก๊าอีกคนรีบพุ่งตัวมาชี้แจง

“พี่?” ศิษย์เก๊าคนนั้นยิ้มโบกมือพลางกล่าว “ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว เจ้าจะวิ่งมาทำไมอีก?”

“พวกเจ้าสองคนเป็นพวกเดียวกัน?” เสี่ยวไป๋หรี่ตามองศิษย์เก๊าอีกคนอย่างเย็นชา “สมัยนี้ลอบฆ่าคนยังต้องตั้งทีมกันแล้วรึ?”

“ไม่ใช่ ไม่เลย ข้าไม่รู้จักมัน ไม่ใช่พวกเดียวกันแน่นอน” ศิษย์เก๊าอีกคนยังไม่ทันให้อีกฝ่ายตอบก็รีบปฏิเสธเสียงแข็ง เขารู้ดีว่าถ้าไม่ปัดความรับผิดชอบตอนนี้สิ่งเดียวที่รออยู่คือความตาย

“พี่ชาย?” ศิษย์เก๊าคนนั้นยังคงมองเขาด้วยสีหน้างุนงง “เรามิใช่พี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกันหรือ?”

“อย่าเรียกข้าว่าพี่ชาย เจ้าจำผิดคนแล้ว เราไม่เคยรู้จักกัน” ศิษย์เก๊าอีกคนตะโกนเสียงหลง “ถึงตอนนี้แล้วยังจะลากข้าลงนรกด้วยอีกเรอะ? ฝันไปเถอะ”

“พี่ชาย ข้าจะไปจำผิดได้อย่างไรกัน”

และแล้วสงครามน้ำลายระหว่างพี่น้องก็เริ่มต้นขึ้น

“เงียบซะทีเถอะ หนวกหูจะตายอยู่แล้ว” เสี่ยวไป๋ยกมือขึ้นปิดหูก่อนจะตะโกนลั่น เสียงของเขาทำให้พี่น้องทั้งสองเงียบหายไปในพริบตา

“ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว ยังจะตีกันทำไมให้เปลืองน้ำลาย”

สำหรับผู้ที่คิดปองร้ายศิษย์ของเขาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ต้องตายสถานเดียว

ผู้อาวุโสของศิษย์เก๊าทั้งสองคนลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เอ๊ะ ไม่ใช่สิ เสี่ยวไป๋ไม่ได้แม้แต่จะชายตาแลเขาด้วยซ้ำ เขารีบฉวยโอกาสนี้เฉลิมฉลองในใจทันที ใครจะตายก็ช่าง แต่ตราบใดที่เขารอดนั่นแหละคือสิ่งสำคัญ

“ยังมีใครมารังแกเจ้าหรือไม่?” เสี่ยวไป๋หันไปถามชายชุดดำ เสียงอ่อนโยนยิ่งนักถึงตอนนี้เขาคิดว่าโอกาสชวนเป็นศิษย์ย่อมง่ายขึ้นแล้ว ใครเล่าจะไม่ชอบอาจารย์ที่รักศิษย์เช่นนี้?

บรรดาผู้คนต่างตัวแข็งทื่อ สายตาจับจ้องชายชุดดำเป็นตาเดียว ท่านพี่โปรดอย่าเอ่ยชื่อพวกเราออกมานะ ข้าสาบานว่ากลัวจนขี้แทบแตกแล้วจริง ๆ

เมื่อชายชุดดำส่ายหน้าเบา ๆ ทุกคนก็พากันโล่งอก “เฮ้อ ขอบคุณสวรรค์ ท่านผู้นี้ไม่ใช่คนอาฆาต”

“อ้อ เกือบลืม ข้ายังมีภารกิจลอบสังหารที่ยังไม่ได้ทำนี่หว่า ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว ทำเสียเลยก็แล้วกัน” เสี่ยวไป๋กล่าวพลางนึกขึ้นได้

“ท่านผู้อาวุโส โปรดถามได้เลย” เหล่าผู้คนที่เพิ่งคลายใจไปเมื่อครู่รีบยืดตัวตรงอย่างไม่รู้ตัว

“เจ้าสำนักของสำนักกุยหยวนอยู่ที่ใด?” เสี่ยวไป๋ถาม

“เอ่อ ท่านผู้อาวุโส” ผู้อาวุโสคนหนึ่งเสียงสั่นเครือ

“อะไรนะ? พวกเจ้าไม่รู้รึ? เป็นไปไม่ได้” เสี่ยวไป๋หรี่ตามอง นี่คิดจะหลอกข้าอย่างนั้นหรือ?

“ไม่ใช่ไม่รู้ ท่านผู้อาวุโสคนที่ท่านฆ่าไปเมื่อครู่คือเย่เยว่เจิน เขาเป็นเจ้าสำนักกุยหยวนขอรับ” ผู้อาวุโสผู้นั้นกล่าวอย่างยากลำบาก

“หา?” เสี่ยวไป๋ถึงกับอึ้ง บังเอิญได้ถึงเพียงนี้เลยรึ? นี่มันแมวดำชนหนูตายชัด ๆ

“เจ้ามาหาซากโบราณใช่ไหม?” เสี่ยวไป๋หันไปถามชายชุดดำด้วยแววเอาใจใส่ไม่ปิดบัง ถึงตอนนี้เขาดูแลว่าที่ศิษย์อย่างดีราวกับลูกในไส้

ชายชุดดำไม่พูดอะไรเพียงพยักหน้าช้า ๆ

“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าซากโบราณอยู่ที่ใด?” เสี่ยวไป๋หันมาถามผู้คน

“รู้ขอรับ ๆ นี่เป็นแผนที่ของซากโบราณโปรดรับไว้เถิดท่านผู้อาวุโส” ผู้อาวุโสของลัทธิสิบบรรพชนรีบนำแผนที่ออกจากแหวนมิติแล้วส่งให้ด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม

เสี่ยวไป๋เพียงกวาดตามองอย่างคร่าว ๆ ก่อนจะส่งต่อให้ชายชุดดำ

ชายชุดดำรีบกางแผนที่ออกดู สีหน้าเยือกเย็นก็เผยแววยินดีอยู่เล็กน้อย ในที่สุดซากโบราณที่ตามหามานานก็ถูกพบแล้ว

“ท่านผู้อาวุโส ซากโบราณนี้ยังมีค่ายกลผนึกอยู่ คาดว่าต้องรออีกสิบกว่าวันจึงจะเปิดได้” ผู้อาวุโสของลัทธิสิบบรรพชนเตือน

“อืม ข้าทราบแล้ว” เสี่ยวไป๋พยักหน้าเบา ๆ แล้วจับแขนชายชุดดำไว้

“ไปกันเถอะ ลาก่อน” จากนั้นก็หายตัวไปพร้อมกับเอ๋อร์โก่วและพรรคพวก

“นี่แหละผู้แข็งแกร่งตัวจริง” ผู้คนพึมพำอย่างอัศจรรย์ใจ พลังมิติระดับนี้หาใช่สิ่งที่พวกเขาจะเอื้อมถึงได้ไม่

“ผู้อาวุโส งานเลี้ยงของเราจะยังจัดต่อไปหรือไม่?” ศิษย์คนหนึ่งถามอย่างหวาด ๆ

“จัดสิ ทำไมจะไม่จัด? คิดเสียว่าวันนี้เป็นงานพบปะสังสรรค์เถอะ ทุกท่านเชิญสนุกให้เต็มที่” ผู้อาวุโสลัทธิสิบบรรพชนกล่าวพลางโบกมือ

แล้วพวกเขาก็หันไปเริงร่าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ใจพวกเขาช่างใหญ่ยิ่งนัก

แม้แต่ผู้อาวุโสของศิษย์เก๊าทั้งสองคนยังดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษอาจเพราะกำลังเฉลิมฉลองที่ตนรอดตายมาได้ก็เป็นได้

ทันใดนั้น ชายฉกรรจ์สองคนก็มาจับแขนเขาไว้ทั้งคู่พลังสูงล้ำจนเขาไม่อาจขัดขืนได้เลย “พวกเจ้าสองคนเป็นใคร? ต้องการอะไรกัน?”

“ต้องการอะไรงั้นหรือ? เพราะศิษย์ของเจ้านั่นแหละทำให้เจ้าสำนักของพวกเราตาย แน่นอนว่าพวกเรามาแก้แค้น” ชายสองคนนั้นเป็นผู้ภักดีต่อเย่เยว่เจิน แม้ไม่กล้าไปล้างแค้นกับเสี่ยวไป๋โดยตรง (เพราะนั่นไม่ใช่การแก้แค้นแต่คือการไปตาย) แต่คนที่ลากศิษย์เข้าเรื่องก็ต้องชดใช้

“ฟึ่บ” เสี่ยวไป๋พาพรรคพวกมายังบริเวณหน้าประตูซากโบราณในพริบตา มือหนึ่งยังคงจับแขนของชายชุดดำไว้

ชายชุดดำขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วสะบัดแขนออกจากมือเสี่ยวไป๋

เขาก้าวไปข้างหน้าช้า ๆ พลางสำรวจรอบบริเวณ

ซากโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่กลางทะเลทรายอันเวิ้งว้างเต็มไปด้วยความอ้างว้าง มันยังคงแผ่พลังกัดกร่อนออกมาไม่หยุด แม้แต่เขาเองยังต้องใช้พลังวิญญาณในการต้านทาน สภาพแวดล้อมเช่นนี้ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ไม่เว้นแม้แต่อสูรร้าย

เสี่ยวไป๋แผ่พลังปกคลุมพื้นที่รอบข้างครอบคลุมร่างชายชุดดำไว้ด้วย

และในชั่วขณะนั้นเอง ชายชุดดำก็รู้สึกได้ทันทีว่าพลังกัดกร่อนที่รุมเร้าเมื่อครู่กลับไร้ผลต่อเขาไปเสียแล้ว

เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันมามองเสี่ยวไป๋

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เจ้าเป็นศิษย์ของข้า เรื่องแบบนี้ข้าควรทำให้อยู่แล้ว” เสี่ยวไป๋ยิ้มพลางกล่าวอย่างใจดี “เป็นอย่างไรบ้าง? รับรู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของอาจารย์แล้วใช่ไหม? รีบคุกเข่าบูชาข้าเสียดี ๆ เถิด”

จบบทที่ บทที่ 186 เงียบหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว