เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38: สถานียอดเขาหิมะ

บทที่ 38: สถานียอดเขาหิมะ

บทที่ 38: สถานียอดเขาหิมะ


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 38: สถานียอดเขาหิมะ

......

รถบัสวิ่งผ่านป่าเขาที่กว้างใหญ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้หนาทึบที่ปรากฏต่อสายตาของทุกคน

ป่าเขียวขจีแห่งนี้ดิบชื้นและหนาทึบ ทุกคนถูกล้อมรอบไปด้วยความเขียวชะอุ่มและพืชพรรณที่หนาแน่น เมฆลอยต่ำและพร้อมที่จะมีฝนตลอดเวลา ให้ความรู้สึกที่ลึกลับน่าค้นหา

“เห็นนั่นไหม! ภูเขาที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น ยอดเขาหิมะ มันแสดงถึงเขตสิ้นสุดเมืองของเรา ในพื้นที่ตรงนั้นเต็มไปด้วยสภาพอากาศที่ยอดแย่ ฟ้าฝนคะนองเอาแน่นอนไม่เคยได้” ลั่วหยุนปั๋วกล่าวแนะนำเด็กๆ

“อ่า เมืองนี้เป็นเพียงเมืองเล็กๆเท่านั้น ถ้าหากเป็นพวกเมืองที่เจริญแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่มีเขตแดนที่น่าอันตรายเช่นนี้หรอก” พันหลี่จวินกล่าวออกมาพร้อมกับสะบัดผมเล็กน้อย

“ถ้าเช่นนั้นพวกคุณก็จะต้องเจอกับอสูรเวทย์อยู่บ่อยครั้งน่ะสิ ความสามารถของพวกคุณคือนักเวทย์ขั้นกลางใช่ไหม?” หวังซานฟ่าถามออกมา

“ระดับกลางงั้นเหรอ?” พันหลี่จวินเหลือบมองเจ้าของคำถามอย่างเย็นชาและกล่าวต่ออย่างเหยียดหยัน “เหอะ นักเวทย์ชั้นกลางจะสามารถดูแลเด็กน้อยเหล่านี้ได้ยังไงกัน!”

หวังซานฟ่าได้ยินเช่นนั้น เขารู้สึกหงุดหงิดทันทีพร้อมกล่าวต่อ “แม้ว่าคุณจะเป็นนักเวทย์ระดับต้นๆเท่านั้น ไม่เห็นจะต้องเย่อหยิ่งให้มาก!”

หวังซานฟ่านั้นเป็นเพียงเด็กน้อยที่ปากไวและไร้หูรูด เมื่ออาจารย์ทั้งสองได้ยินเช่นนั้น ทำได้เพียงยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเขา!

......

รถบัสใช้เวลานานพอสมควรสำหรับการเดินทางผ่านภูเขา

เวลาทั้งหมดของโม่ฝานส่วนใหญ่แล้วหมดไปกับการนั่งสมาธิ เขานั่งอยู่ที่ด้านหลังสุดและไม่สนใจสิ่งรอบข้างแต่อย่างใด

ในตอนนี้เขาสามารถควบคุมดวงดาวทั้งเจ็ดได้ดั่งใจนึก แม้ว่าตนเองจะนั่งอยู่บนรถบัสก็ตาม

โม่ฝานรู้สึกว่าธาตุไฟของเขามีอะไรบางอย่างผิดปกติ เหมือนมันกำลังต้องการทำอะไรสักอย่าง…

จี้ดำทมิฬนั้นเป็นอุปกรณ์ละอองดาราที่ยอดเยี่ยมมาก มันช่วยให้การฝึกฝนของโม่ฝานพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว การสอบประจำปีนั้นผ่านไปแล้ว ตอนนี้โม่ฝานพบว่าละอองดาราของเขานั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและยอดเยี่ยมอย่างมาก ดูเหมือนว่ามันจะมีผลกับธาตุไฟในตัวของเขาด้วย

เมื่อก่อนดวงดาวของเขานั้นยังไม่ได้ส่องสว่างอย่างเด่นชัดมากนัก แต่ในตอนนี้ทั้งหมดส่องสว่างราวกับดาวฤกษ์ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยพลังงานที่เสถียร

มีบันทึกไว้ว่าถ้าหากดวงดาวยิ่งส่องสว่างมากเท่าไหร่ พลังเวทย์ก็จะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเช่นกัน ทักษะต่างๆนั้นย่อมดีขึ้นตามลำดับ

‘ฉันใช้เวลาทั้งปีเพื่อจัดการกับเรื่องเหล่านี้ ฮ่าฮ่า คุ้มค่า!’

‘อยากรู้จริงๆว่าพลังของฉันในตอนนี้มันจะแข็งแกร่งสักแค่ไหนกัน ฉันทนไม่ไหวแล้วที่จะได้ลองใช้มันดูสักหน่อย!’

......

ในที่สุดตอนนี้ทุกคนได้มาถึงสถานียอดเขาหิมะแล้ว!

แม้จะชื่อของมันจะเรียบง่าย แต่สิ่งแวดล้อมโดยรอบนั้นไม่ง่ายตาม สถานียอดเขาหิมะนั้นล้อมไปด้วยหน้าผาที่สูงชันกว่าร้อยเมตร มันตั้งตระง่านสูงเสียดฟ้าอย่างโดดเด่น

หน้าผาที่ล้อมรอบเปรียบเสมือนกำแพงของภูเขา ทั้งด้านหน้าและหลังของสถานีมีประตูเหล็กใหญ่แน่นหนา อีกทั้งยังมีป้อมปราการขนาดเล็กตั้งอยู่รอบๆหุบเขา

“นี่คือสถานียอดเขาหิมะ ป้อมปราการเหล่านี้มีความสามารถมากพอที่จะป้องกันเหล่าอสูรเวทย์ต่างๆที่ไร้ความสามารถในการบินขึ้นที่สูงกว่าร้อยเมตร! ความแข็งแกร่งของที่นี่คงไม่ต้องพูดอะไรมากนัก เพราะในระยะเวลากว่าร้อยปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีอสูรตนใดสามารถขึ้นมายังที่แห่งนี้ได้” ซางจิงเก่านั้นเดินออกจากรถบัสพร้อมกับกล่าวออกมา เขามองไปรอบๆด้วยความประทับใจ

“อาจารย์ ฉันเคยได้ยินมาว่าประตูผู้พิทักษ์นี้ถูกสร้างโดยนักเวทธาตุดินอัจฉริยะ อีกทั้งเขายังเป็นวิศวกรที่ฉลาดมาก ลือกันว่าแม้แต่นักเวทระดับกลางก็ไม่สามารถทำให้ประตูนี้สั่นไหวได้?” ซูมินกล่าวออกมาอย่างกระตือรือร้น

“แน่นอน แม้ว่ามันจะดูเก่าไปหน่อย แต่ความจริงนั้นมันแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าเหล็กด้วยซ้ำ” ซางจิงเก่าเดินไปด้านหน้าของกลุ่มสามพร้อมกับธงในมือ ราวกับเขาเป็นไกด์กำลังนำนักเรียนของตนเองเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้

หลังจากนั้นไม่นาน อีกสี่กลุ่มได้มาถึงสถานที่แห่งนี้ นักเรียนทั้งหมดร้อยคนยืนเรียงกันอยู่ที่ด้านหน้าของประตูผู้พิทักษ์

ป้อมปราการทั้งสามตั้งอยู่ที่ด้านหน้าประตูเด่นเป็นสง่า มีผู้รักษาการณ์ยืนอยู่ด้านในนั้นอย่างละหนึ่งคน พวกเขาไม่มีอาวุธอะไร แต่มีหนึ่งคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับกำลังเล่นกับเปลวไฟในมืออย่างอิสระ เปลวไฟเหล่านั้นคล้ายกับสัตว์เลี้ยงที่เต็มไปด้วยความเชื่อฟัง มันกำลังโลดแล่นไปมาบนนิ้วของยามคนนั้น ให้ความรู้สึกที่อิสระและเป็นภาพที่นักเรียนรู้สึกประทับใจอย่างมาก

โม่ฝานเห็นภาพเช่นนั้นแล้วรู้สึกประหลาดใจอยู่ลึกๆ

‘อืม แม้ว่าเขาจะเล่นกับไฟได้อย่างอิสระ แต่ฉันก็ไม่รู้เลยว่าพลังของเขานั้นแข็งแกร่งขนาดไหน…’

“เฮ้ ว่าไงท่าน อะไรหอบให้คุณมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?” ลั่วหยุนปั๋วมองไปที่บุรุษคนนั้น ผู้ที่กำลังเล่นกับเปลวไฟด้วยรอยยิ้ม

“ฉันไม่มีอะไรทำน่ะ อีกอย่างได้ยินมาว่าวันนี้จะมีกลุ่มนักเรียนหญิงมาเยี่ยมชม ฉันก็เลยออกมาดูนิดหน่อย” ชายคนนั้นตอบกลับอย่างเจ้าเล่ห์และเผยรอยยิ้มลึกลับออกมา

ซูมินที่ยืนอยู่ด้านข้างของอาจารย์ตนเองรู้สึกเกร็งเล็กน้อยเพราะเธอรู้สึกว่ากำลังถูกจ้องมองโดยเขาคนนั้น…

“เขาหล่อมากเลย!”

“ใช่ ใช่เลย เขาไม่เหมือนเด็กผู้ชายในโรงเรียนของเราสักนิด เขาดูเป็นผู้ใหญ่และเป็นผู้ชายจริงๆ!”

“เขาดูสุภาพมากอีกด้วย!”

เด็กผู้หญิงภายในชั้นเรียนไม่อาจเก็บงำความในใจไว้ได้อีกต่อไป พวกเธอทั้งหมดเริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทันที

“เหอะ เด็กน้อย อย่าได้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ท่านฉานค่งเลย เขาเป็นผู้ที่เก่งกาจที่สุดในสถานที่แห่งนี้น่ะ!” พันหลี่จวินกล่าวออกมาอย่างเหยียดหยามที่เด็กคนนี้ทำตัวเย่อหยิ่งใส่เจ้านายของตนเอง

“อ่า ฉันเคยได้ยินชื่อจ้านคง เขาเป็นนักเวทธาตุไฟที่สามารถสังหารอสูรได้มากที่สุดในเขาหิมะสินะ!” ซางจิงเก่าเงยหน้ามองในทันที “ช่างโชคดีที่ได้พบ!”

“เพียงแค่สังหารอสูรไม่กี่ตัว มันน่าประทับใจตรงไหนกัน” หวังซานฟ่ากล่าวออกมาพร้อมคว่ำปาก

“อ่า จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ในตอนแรกเติ้งข่ายต้องการจะนำนักเรียนมาที่นี่และฉันคิดว่าฉันปฏิเสธไปแล้วนะ…” จ้านคงผู้หล่อเหล่ากล่าวออกมาเรียบๆ

“อ่า เรื่องการแจ้งเตือนของหนึ่งปีที่แล้วน่ะเหรอ? นี่ก็ผ่านมานานมากแล้วสำหรับการเตือนครั้งล่าสุด ฉันคิดว่าคงไม่มีอะไรผิดปกติ นักเรียนทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นนักเวทชั้นยอดของโรงเรียน ซึ่งพวกเขาเพียงต้องการมาหาประสบการณ์เพิ่มเติม เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดยั้งการฝึกฝนของพวกเขาเพียงแค่สถานที่แห่งนี้อันตรายเกินไป” ซางจิงเก่ากล่าวออกมา

“อ่า ก็อย่างว่านั่นแหละนะ เพียงแค่อย่าปล่อยให้นักเรียนเดินออกไปสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ลวกัน ฉันไม่อยากได้ยินข่าวว่ามีเด็กหญิงตัวเล็กรูปร่างผอมบางเหล่านี้ถูกกินโดยหมาป่าตาเดียวน่ะ” จ้านคงกล่าวออกมาพร้อมเผยรอยยิ้มจางๆ

ซางจิงเก่าได้ยินเช่นนั้น เขายิ้มตอบในทันที

อีกคนนั้นคือผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะเป็นอาจารย์แต่ก็ไม่อาจต่อกรกับคนที่พยายามจะเหยียดหยามลูกศิษย์ของตนได้ เขาจึงทำได้เพียงเงียบไว้เท่านั้น

การแจ้งเตือนเมื่อหนึ่งปีที่แล้วงั้นเหรอ?

โม่ฝานเคยได้ยินเรื่องนี้จากป้าของเขา อย่างไรก็ตามเขานั้นใช้เวลาส่วนมากอยู่ในโรงเรียน ซึ่งเรื่องอันตรายในโลกภายนอกนั้นเขาไม่เคยได้รับรู้มันเลย…

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

จบบทที่ บทที่ 38: สถานียอดเขาหิมะ

คัดลอกลิงก์แล้ว