เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36: ส่งข้อความ

บทที่ 36: ส่งข้อความ

บทที่ 36: ส่งข้อความ


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 36: ส่งข้อความ

“ตอนนี้…อ่า ยัง ยังครับ” โม่ฝานตอบกลับ

เมื่อชะตาชีวิตของเขาถูกกำหนดมาเช่นนี้ ถ้าหากว่าการเลือกถังหยู่คือสิ่งที่เลวร้าย เขาก็ต้องยอมรับเพราะคงไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้นอกจากเธอคนนี้อีกแล้ว นี่คือความสัตย์จริงที่โม่ฝานควรจะทำในตอนนี้!

“จี้ของเธอเป็นอุปกรณ์ละอองดารา” ในที่สุดอาจารย์ถังหยู่ก็กล่าวออกมา

“อ่า” โม่ฝานฟังอย่างเงียบๆ

“แต่มัน…? อืม มันแตกต่างจากอุปกรณ์ที่เราเห็นทั่วไป มันคือละอองดาราปีศาจที่กำลังเติบโตน่ะ” อาจารย์ถังหยู่กล่าวออกมาพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกาย

“ละอองดาราปีศาจที่กำลังเติบโต?” โม่ฝานนั้นก็ไม่เคยได้ยินถึงสิ่งนี้มาก่อน ถ้าหากกำลังพูดถึงอัญมณีในเกมต่างๆ เขาย่อมเข้าใจมันได้ง่ายดายกว่าเรื่องพวกนี้นัก…

“ละอองดาราประเภทนี้ถือได้ว่ายอดเยี่ยมที่สุด เพราะว่ามันสามารถใช้งานได้แตกต่างจากอุปกรณ์ทั่วไป นอกจากนี้มันยังสามารถเติบโตได้และสามารถดูดซับพลังวิญญาณของละอองดาราอันอื่นได้ เมื่อดูดซับไปเรื่อยๆ แน่นอนว่ามันจะสามารถเลื่อนระดับขั้นวิญญาณได้เลย!” อาจารย์ถังหยู่กล่าวออกมาอย่างเคร่งครึมพร้อมกับจ้องไปที่โม่ฝาน

เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น โม่ฝานรู้สึกว่าร่างกายของตนเองกำลังสั่นสะท้าน!!!

เวทย์ละอองดาราสามารถเติบโตได้งั้นเหรอ?

อุปกรณ์ของโรงเรียนนั้นก็นับได้ว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งแล้ว เพราะโรงเรียนนั้นก็ไม่สามารถแจกจ่ายให้กับทุกคนได้ อีกทั้งนักเรียนยังไม่สามารถหามาใช้ได้ด้วยตนเองอีกด้วย ซึ่งเพียงแค่นั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันเป็นสมบัติที่มีค่าอย่างยิ่ง

อุปกรณ์ละอองดาราระดับวิญญาณนั้นมีเพียงสองชิ้นเท่านั้นในเมืองแห่งนี้ ซึ่งมู่ไป๋กล่าวว่าหาได้ยากอย่างยิ่ง ซึ่งเขารู้เพียงว่ามู่หนิงเซวียครอบครองมันอยู่เท่านั้น

ซึ่งแน่นอนว่าโม่ฝานสามารถเดาได้ว่ามันเป็นสมบัติของตระกูลมู่ทั้งนั้น!

ถ้าหากจี้ดำทมิฬนี้มีความสามารถในการเติบโตเพื่อเทียบเท่ากับสมบัติวิญญาณ…

เรื่องนั้น… มัน…

เขาไม่เคยคิดมาก่อน นี่มันเหลือเชื่อ… เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!!!

เสร็จฉัน!

ฮ่าฮ่า เสร็จฉัน!!!!

สมบัติเช่นนี้จะนำพาความอิจฉาจากทุกคนมาสู่ผู้ครอบครอง มันสามารถทำให้ผู้คนฆ่าฟันกันได้อย่างง่ายดาย

นักเวทย์มากมายต้องการที่จะต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงสมบัติ นี่เป็นเรื่องพื้นฐานทั่วไปและไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย!

อ่า แต่ในตอนนี้ฉันเป็นเพียงนักเวทย์ตัวน้อยเท่านั้น ถ้าหากอาจารย์ถังหยู่คิดที่จะกำจัดฉัน… พรุ่งนี้คงจะมีข่าวออกไปว่า ‘นักเรียนเวทมนตร์อัจฉริยะรู้สึกเครียดเกินกว่าจะมีชีวิตต่อไปได้ เขาจึงจบชีวิตตนเองด้วยการกระโดดลงจากดาดฟ้าของโรงเรียน!’

“อาจารย์ถังหยู่… มันเป็นสิ่งที่… มีค่า… มาก ผมเป็นเพียงนักเรียนเวทมนตร์ตัวเล็กๆเท่านั้น ซึ่งไม่อาจควบคุมมันได้หรอก หรือว่าผมควรจะมอบมันให้กับอาจารย์เพื่อค้นคว้า…….” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างโง่เขลาและติดขัด

แม้ว่าอาจารย์ถังหยู่จะดูเหมือนเป็นบุคคลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม แต่ก็ยากเกินกว่าที่จะคาดเดาธรรมชาติของมนุษย์ได้ ไม่แปลกแม้ว่าโม่ฝานจะเห็นว่าเธอเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยรูปร่างโค้งเว้างดงามแต่ทว่าเธออาจจะไม่อาจข้ามผ่านขีดจำกัดที่เลวร้ายของมนุษย์

“ห๊ะ~” เมื่อเธอได้ยินคำพูดของโม่ฝาน เธอสะดุ้งพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ซึ่งใบหน้าของเธอในตอนนี้ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน

โม่ฝานรู้สึกเคอะเขินหลังจากที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเธอ เขาไม่รู้ว่าอะไรกันที่ทำให้เธอขำอย่างนั้น

“โม่ฝาน ในวันสอบประจำปี… เธอเป็นคนที่เต็มไปด้วยหัวใจแห่งคุณธรรม เธอต่อสู้กับมู่โจวอวิ๋นเพื่อที่จะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกครอบครัวเล็กๆของตัวเอง ในตอนนี้ฉันถ้าหากฉันคิดถึงเรื่องการแย่งชิงสมบัติขนาดเล็กของเธอ แน่นอนว่าเธอไม่อาจปกป้องมันไว้ได้แน่ๆ แต่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะยอมเอ่ยปากพูดออกมาก่อน ฮ่าฮ่า เธอนี่เป็นคนที่น่าประทับใจจริงๆนะ” ถังหยู่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

โม่ฝานเผยรอยยิ้มอันโง่เขลาออกมา

ชีวิตของเขาคงไม่มีค่ามากนักหรอก อีกอย่างในตอนนี้เขาเป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น

สำหรับการยั่วยุมู่โจวอวิ๋นนั้น เขาก็รู้ดีว่าผลที่จะตามมาคืออะไร

ภายในสังคมมายาแห่งนี้ ทุกคนจะต้องอยู่ให้เป็นแม้ว่าจะถูกมองว่าโง่เขลาหรือซื่อบื้อมากขนาดไหน ไม่มีใครที่รู้มากแล้วอยู่รอดปลอดภัยได้นาน

คนเก่งมักจะตายไวเสมอ!

“แล้วอาจารย์จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงล่ะ?” โม่ฝานถามออกไป

“เอาล่ะ ฉันรู้ดีว่าภายในใจของเธอนั้นจะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาของตัวเองแน่นอน แล้วก็ถือว่าโชคดีที่เธอบอกกับฉัน… ถ้าหากว่าเธอบอกมันกับคนอื่น เธออาจจะต้องไปนอนคุยกับรากมะม่วงที่ด้านล่างแล้วหละนะ” ถังหยู่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง

ดวงตาของโม่ฝานสว่างขึ้น เขารู้สึกดีใจที่ตนเองคิดถูกว่าอาจารย์คนนี้ไว้ใจได้และเธอเต็มไปด้วยคุณธรรม! เธอไม่เหมือนกับคนอื่นที่เหมือนจะซื่อสัตย์แต่ทว่าแอบแฝงสิ่งซ่อนเร้นไว้มากมายที่เบื้องหลัง

“อย่างแรกเลย มันเป็นละอองดาราที่กำลังเติบโต เธอห้ามบอกมันกับคนอื่นเด็ดขาด… อีกอย่างหนึ่งฉันไม่ต้องการบอกใครเกี่ยวกับความอัจฉริยะของเธอด้วย อย่าให้ใครรู้มัน! อย่างที่สอง มันไม่ใช่ละอองดาราของฉัน มันมีเจ้าของแล้วล่ะนะก็คือเธอ! แต่ว่าการเติบโตของมันนั้นพิเศษอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนว่ามันจะสามารถเชื่อมต่อกับพลังวิญญาณได้นะ” ถังหยู่กล่าวออกมาอย่างจริงจังพร้อมกับมองหน้าโม่ฝานอย่างประหลาดใจ

เอ่อ.. มันเป็นอุปกรณ์ที่มีพันธะสัญญางั้นเหรอ?

โม่ฝานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น ทันใดเขาก็นึกได้ทันทีว่าทุกครั้งที่เขาพยายามจะถอดมัน แต่เขาก็ไม่เคยทำสำเร็จสักทีเพราะเหมือนว่ามีบางสิ่งต้านทานไว้ไม่ให้เขาดึงมันออกจากคอได้เลย

“สุดท้ายแล้วมันจะเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ที่เติบโตได้ด้วยการดูดกลืนพลังวิญญาณของละอองดาราดวงอื่นๆ ในตอนนี้มันเป็นเพียงละอองดาราวิเศษ แม้ว่ามันจะมีความสามารถในการเติบโต แต่ก็ไม่ได้เติบโตได้ง่ายดายมากนัก มันต้องการพลังวิญญาณมากมายมหาศาลหรือแม้แต่ใช้พลังวิญญาณของเหล่าอสูรเวทย์อีกด้วย ถ้าหากไม่ทำเช่นนั้น สมบัติที่บรรพบุรุษมอบให้มา มันจะกลายเป็นแค่ขยะถ้าหากเธอไม่ได้พัฒนาตนเอง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่มันจะต้องได้รับวิญญาณอสูรบริสุทธิ์ให้เพียงพอ” ถังหยู่อธิบายช้าๆ

โม่ฝานพยักหน้าตอบรับพร้อมกล่าวต่อ “วิญญาณอสูรบริสุทธิ์คืออะไรเหรอ?”

“อ่า เมื่ออสูรเวทย์ได้ตายตกไป จะมีพลังวิญญาณแยกออกมาจากร่างกาย ถ้าหากวิญญาณยังอยู่ในร่างมันจะเปล่งแสงสว่างออกมา ซึ่งสิ่งนั้นจะเรียกว่าวิญญาณบริสุทธิ์ มันแข็งแกร่งกว่าวิญญาณทั่วไปถึงสิบเท่า แน่นอนว่ามันเป็นส่วนสำคัญที่จะใช้ปรับแต่งหรือเพิ่มพัฒนาการของละอองดาราที่เธอมีอยู่!” ถังหยู่อธิบายอย่างเรียบง่าเพื่อให้โม่ฝานเข้าใจ

“ถ้าหากว่าผมต้องการให้มันเติบโตขึ้น เช่นนั้นผมจำเป็นจะต้องรวบรวมวิญญาณบริสุทธิ์งั้นเหรอ… โอ้สวรรค์! ถ้างั้นผมก็จะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้และไล่ฆ่าเหล่าอสูรเวทย์เพื่อที่จะได้รับพลังวิญญาณบริสุทธิ์ให้มากที่สุด!” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างมุ่งมั่น

“เป็นเช่นนั้น” ถังหยู่พยักหน้าพร้อมกล่าวต่อ “อืม เพียงแค่ไปรวบรวมมันเท่านั้น อย่าลืมส่งตำแหน่งที่ตายของมันให้กับฉันทางวีแชทด้วยล่ะ ฉันจะไปคว้านเอากระดูกและเครื่องในของมันแทนใบหน้าของเธอเองและต้องใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อปรับปรุงอุปกรณ์ของเธอด้วย”

*วีแชท = โปรแกรมแชท

โม่ฝานยู่ปากเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

“เอาล่ะ เอาละอองดาราที่โรงเรียนมอบให้มาให้กับฉัน จากนี้ฉันจะจัดการต่อเอง อีกอย่างเรื่องนี้ฉันช่วยเหลือเธอเป็นการส่วนตัวไม่เกี่ยวกับโรงเรียน แปลว่าเธอเป็นหนี้บุญคุณฉันล่ะนะ” แม้ว่าเธอจะกล่าวติดตลกเล็กน้อยแต่แอบแฝงไปด้วยความจริงจังอยู่ภายในข้อความเหล่านั้น

“ผมขอบคุณอาจารย์มาก ถ้าหากในอนาคตมีอะไรที่ผมทำได้ ผมจะทำให้อาจารย์แน่นอน!” โม่ฝานกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กๆ

สุดท้ายแล้ว แม้ว่าถังหยู่จะรู้สึกปวดหัวกับปัญหานี้อย่างมาก แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะแก้มันด้วยตนเอง! มีเพียงเธอเท่านั้นแหละที่ทำได้

เด็กน้อยคนนี้จะไม่ถูกขับไล่ออกจากโรงเรียน อีกทั้งเขาจะได้รับพลังฟื้นฟูจากละอองดวงดาวของตนเองตลอดไป! นี่มันเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เธอเคยเจอมาจริงๆ

มหัศจรรย์!

‘สำหรับคนอื่นๆเขาจะได้ใช้อุปกรณ์เช่นนี้เพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น หรือศัตรูในอนาคตของเขายังได้ใช้มันเพียงแค่ครึ่งปี… แต่เขาจะได้ใช้มันตลอดทั้งปี! ฮ่าฮ่า ใครจะหยุดฉันได้ล่ะ’ โม่ฝานยิ้มอยู่ภายในใจ

นี่มันหนูตกถังข้าวสารชัดๆ บ้าไปแล้ว !!!

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

จบบทที่ บทที่ 36: ส่งข้อความ

คัดลอกลิงก์แล้ว