เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87 ใช้ตีนคิดยังเดาออก

บทที่ 87 ใช้ตีนคิดยังเดาออก

บทที่ 87 ใช้ตีนคิดยังเดาออก


บทที่ 87 ใช้ตีนคิดยังเดาออก

สถานการณ์ตอนนี้สำหรับอู๋ม่อหย่งแล้วเรียกได้ว่าเลวร้ายอย่างถึงที่สุด

ไม่เพียงถูกล้อมด้วยราชาเทพจากทั้งสองฝั่ง ยังมีชายลึกลับซึ่งเดิมทีนึกว่าเป็นพันธมิตร แต่กลับกลายเป็นคนรู้จักของฝ่ายศัตรูอีก

ดูยังไงก็ไม่รอดแน่นอน เขาจึงตัดสินใจเตรียมใจไว้กับสิ่งเลวร้ายที่สุดแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกศิษย์พี่ เชื่อข้าเถอะ พี่ชายของข้าน่ะแข็งแกร่งโคตร ๆ” ชายชุดดำไม่ยอมรับหยกหลบหนีที่อู๋ม่อหย่งยื่นให้ซ้ำยังตบอกหัวเราะออกมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“ท่านผู้อาวุโสนั้นอยู่ระดับไหนกัน?” อู๋ม่อหย่งโล่งใจเล็กน้อย อย่างน้อยศิษย์น้องของเขาก็ยังมีสำนึกพอจะรู้ว่า ‘พี่ชาย’ นั้นเก่ง

“ไม่รู้” ชายชุดดำตอบฉับพลันทันควัน

“แค่ก” อู๋ม่อหย่งแทบกระอักเลือด ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ระดับไหน เจ้ากล้าพูดออกมาได้ยังไง?

“แล้วท่านผู้อาวุโสนั้นชื่ออะไร?”

“ไม่รู้” คำตอบนี้ยิ่งเร็วกว่าเดิมเสียอีก ไม่ทันที่อู๋ม่อหย่งจะพูดจบ เขาก็ตอบออกมาแล้ว

“ให้ตายเถอะ หนีเถอะ” อู๋ม่อหย่งไม่มีทางเลือก นำหยกยัดใส่มือศิษย์น้องทันที

ในใจได้ข้อสรุปว่าสมองของศิษย์น้องคนนี้คงจากลาขาตะกร้อไปเรียบร้อยแล้ว

“เฮ้ย ไอ้เด็กเมื่อวานซืน เจ้าขี้นามสกุลเสี่ยวที่นั่นน่ะ เจ้านี่พูดมากเหลือเกินนะ อีกเดี๋ยวก็จะตายอยู่แล้ว ยังจะพูดไม่หยุดอีก?” ผู้อาวุโสลึกลับเริ่มหมดความอดทน ต้องการรีบจบเรื่องนี้แล้วพาสองศิษย์เอกกลับไปรับรางวัล

“ข้าจะพูดมากแค่ไหนมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย? วัน ๆ เอาแต่ตาย ๆ ๆ ฟังแล้วขัดหูชะมัด” เสี่ยวไป๋โดนพาดพิงก็หงุดหงิดทันที กำลังสนุกกับการแกล้งอยู่ดี ๆ ดันมีคนมาขัดจังหวะเสียได้

“เจ้าเด็กน้อย ปากเจ้าช่างกร่างยิ่งนัก ข้าไม่เคยเห็นใครกร่างเท่าเจ้ามาก่อน คนอย่างเจ้าน่ะมีแต่สองแบบ หนึ่งคือบ้า สองคือโง่คิดว่าตนไร้เทียมทาน อีกเดี๋ยวข้าจะตบเจ้าให้คุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตเอง” ผู้อาวุโสเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง

แต่สำหรับเสี่ยวไป๋แล้ว คำพูดพวกนี้มันไร้น้ำหนักโดยสิ้นเชิง

เดิมทีเขาอยากจะตอบโต้ไปอีกชุด แต่จู่ ๆ สมองก็แล่นขึ้นมา เขานึกถึงบุคคลหนึ่งขึ้นได้

“เฒ่าเอ๋ย เจ้านี่ปากดีไม่เบาเลยนะ?” เสี่ยวไป๋รู้สึกว่าถึงเวลาเชิญจอมยุทธ์ผู้เก่งเรื่องด่าทอออกโรงเสียที

“เด็กน้อย เจ้าคิดจะให้ข้าด่าเจ้ารึอย่างไร? อย่าคิดไปเลย ใคร ๆ ก็อยากโดนข้าด่าทั้งนั้น แต่พวกเขาน่ะยังไม่คู่ควร” ชายชราทำท่าเข้าใจผิด คิดว่าเสี่ยวไป๋โกรธจัดจึงยิ่งอวดดีหนัก

“งั้นหรือ? ถ้างั้นก็รอเดี๋ยว ข้าจะไปตามคน” เสี่ยวไป๋พูดจบก็หายตัวไปทันที

คนภายนอกเข้าใจว่าเขาใช้พลังมิติเพื่อหลบหนี

หญิงสาวและผู้อาวุโสพรรคพวกต่างคิดว่าเสี่ยวไป๋ขี้ขลาด กลัวจนหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หนีไปจริงด้วย แต่ไม่เป็นไร วันนี้ข้าจะยืนรออยู่ตรงนี้หนึ่งชั่วยาม ยังไงพวกเจ้าก็ต้องตายอยู่ดี จะตายช้าตายเร็วไม่ต่างกันหรอก” ชายชราหัวเราะลั่นอย่างเย้ยหยัน

“โอ้โห ไอ้เฒ่านี่จบเห่แล้วล่ะ” เอ๋อร์โก่วส่ายหัว เขารู้ทันทีว่าเสี่ยวไป๋ไปเชิญใครมาจึงขอสงบนิ่งไว้อาลัยล่วงหน้าให้สักหนึ่งนาที

“ข้าเองก็คิดแบบนั้น” หนานกงอวิ๋นม่อยิ้มบาง ๆ สายตาที่มองชายชรานั้นเต็มไปด้วยความเวทนา

คนอื่น ๆ ยังงงงวย ฟังที่สองคนนั้นคุยกันไม่เข้าใจเลยสักนิดมีเพียงสติเดียวเท่านั้น เสี่ยวไป๋ไปตามผู้ช่วยมา

“พี่ชายข้าเก่งขนาดนี้ แล้วผู้ช่วยที่เขาไปตามจะไม่ยิ่งเก่งกว่าหรือ? หรือว่านี่คือพระองค์ที่เห็นว่าพวกเรามีภัยจึงส่งผู้ช่วยมาช่วยพวกเรากันนะ?” ชายชุดดำตื่นเต้นจนแทบจะระเบิดเสียงร้องออกมา

“จะมียอดฝีมือเพิ่มมาอีกคนแล้วสินะ?” อู๋ม่อหย่งถอนหายใจ วันนี้ได้เจอยอดฝีมือมากมายราวกับเดินอยู่ในตลาด ถึงแม้ยังห่างไกลจากเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ขนาดนี้ก็ถือว่าน่ากลัวสุด ๆ แล้ว

“ผู้ช่วยของผู้อาวุโสเสี่ยวไป๋...จะเป็นใครกันนะ?” เฒ่าหลี่และพรรคพวกต่างคาดเดาอย่างกระสับกระส่าย

ณ ขณะนั้น เสี่ยวไป๋ก็ได้เทเลพอร์ตไปโผล่ตรงหน้าหนานกงหลิวอวิ๋น

ตอนนั้นทุกคนในตระกูลกำลังประชุมกันอยู่

การปรากฏตัวของเสี่ยวไป๋ทำเอาการประชุมสะดุดทันที

“ท่านผู้อาวุโสเสี่ยวไป๋กลับมาแล้ว” หนานกงเสวียนกับผู้อาวุโสทั้งหลายรีบลุกขึ้นยืนต้อนรับ

“ทุกคน สวัสดี” เสี่ยวไป๋เดินตรงเข้าไป เอามือวางบนบ่าหนานกงหลิวอวิ๋นแล้วพูดว่า

“ผู้อาวุโสหลิวอวิ๋น ขอรบกวนติดตามข้าไปสักหน่อย ข้ามีเรื่องให้ช่วย”

“เอ่อ...ได้” หนานกงหลิวอวิ๋นตอบตามสัญชาตญาณ ก่อนที่เสี่ยวไป๋จะพาเขาหายตัวไปในทันที

“เกิดอะไรขึ้น?” ผู้อาวุโสบางคนเริ่มแอบซุบซิบ

“ตอนประชุมมีใครออกไปหรือไม่?” หนานกงเสวียนหันไปถาม

“ไม่มีเลย พวกเรานั่งอยู่ตรงนี้ตลอด” ผู้อาวุโสที่โดนถามรีบตอบ แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมจู่ ๆ จึงถามเช่นนี้

“นั่นแหละประเด็น ใครจะตอบเจ้าได้ล่ะ? วิญญาณเรอะ?” หนานกงเสวียนพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย

ผู้อาวุโสขาเม้าท์ถึงกับพูดไม่ออก

“ฟิ้ว” เสี่ยวไป๋พาหนานกงหลิวอวิ๋นกลับมายังจุดเดิมพร้อมกับใช้พลังวิญญาณพาเขาลอยอยู่กลางอากาศ

“ข้าเดาไม่ผิดจริง ๆ” เอ๋อร์โก่วพยักหน้าพลางยิ้ม เห็นได้ชัดว่าเขาภูมิใจในความฉลาดของตนเอง

“เป็นลุงหลิวอวิ๋นจริง ๆ ด้วย” หนานกงอวิ๋นม่อไม่แปลกใจเลยเพราะคนที่จะเชิญมาด่ากลับได้ใช้ตีนคิดก็เดาออกแล้ว

“นี่หรือคือผู้ช่วยของผู้อาวุโสเสี่ยวไป๋? ดูอ่อนแอเกินไปนะ” นี่คือความรู้สึกของทุกคนที่ไม่ใช่ฝ่ายผู้อาวุโสกับฝ่ายหญิงสาว

ในสมรภูมิที่เหล่าราชาเทพลอยฟ้าข้ามไปมา หนานกงหลิวอวิ๋นดูแล้วก็อ่อนแอจริง ๆ

“ลุงหลิวอวิ๋น” หญิงสาวเกือบหลุดปากอุทานออกไปทันทีเมื่อเห็นเขา ผู้อาวุโสเสี่ยวไป๋เชิญลุงหลิวอวิ๋นมาทำไม? เพราะนางไม่เคยเห็นเขาแสดงพลังจึงเดาไม่ออกเลยว่าเสี่ยวไป๋คิดอะไรอยู่

“ท่านผู้อาวุโสเสี่ยวไป๋ ต้องการให้ข้าทำอะไร?” หนานกงหลิวอวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงประหม่าน้อย ๆ

รอบข้างเขาเต็มไปด้วยยอดฝีมือที่บินได้ทั้งนั้นซึ่งก็คือระดับราชาวิญญาณขึ้นไปทั้งสิ้น เขาเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้

“ผู้อาวุโสหลิวอวิ๋น เห็นเจ้าคนแก่ที่ด่าข้าเมื่อกี้ไหม?” เสี่ยวไป๋ชี้นิ้วไปยังเป้าหมาย แล้วพูดต่ออย่างเรียบ ๆ

“ด่ามันเลย เอาให้เต็มที่ ถ้าเกิดเรื่องอะไร ข้ารับผิดชอบเอง”

“ท่านผู้อาวุโสเสี่ยวไป๋...แบบนี้ไม่ดีกระมัง? ตระกูลหนานกงของข้ามีกฎอยู่ว่าต้องเป็นคนสุภาพอ่อนโยน ปากหวานเหมือนแต้มด้วยน้ำผึ้ง”

หนานกงหลิวอวิ๋นยังไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด แม้จะพอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคือศัตรู แต่ก็ยังไม่กล้าด่าตรง ๆ เพราะรอบข้างยังมีคนอื่นอยู่ ถ้าเปิดปากด่าโต้ง ๆ จะทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย เขาจึงต้อง ‘วอร์ม’ ก่อน

ยังไงสุดท้ายก็ต้องด่าอยู่ดีแต่ขอวางแผนก่อนก็แล้วกัน

“ฮ่าฮ่าฮ่า เด็กน้อย เจ้าลากใครมาอีกคน? ดูท่าจะแย่กว่าเจ้าเสียอีก รีบไสหัวไปซะเถอะ อ้อ ลืมไป เจ้าจะหนีไม่ได้เพราะวันนี้เจ้าก็ต้องตายที่นี่” ผู้อาวุโสมองปราดเดียวก็เห็นว่าหนานกงหลิวอวิ๋นอยู่ระดับไหนจึงเข้าใจว่าเสี่ยวไป๋แค่พาลูกหมูมาบูชายัญ ไม่มีค่าแม้แต่จะชายตามอง

“เวรเอ๊ย ไอ้เฒ่านี่เกือบลงหลุมไปครึ่งตัวแล้ว ยังปากเสียอีก”

หนานกงหลิวอวิ๋นได้ยินคำด่าแล้วถึงกับเดือด เจ้าแก่เฒ่านี่มันช่างไร้มารยาท เปิดปากก็เป็นคำหยาบจะไม่ให้ด่าคืนได้อย่างไร?

จบบทที่ บทที่ 87 ใช้ตีนคิดยังเดาออก

คัดลอกลิงก์แล้ว