เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: น้ำท่วมสมองเหรอ?

บทที่ 30: น้ำท่วมสมองเหรอ?

บทที่ 30: น้ำท่วมสมองเหรอ?


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 30: น้ำท่วมสมองเหรอ?

“ตระกูลมู่นั้นเพิ่งจะมีนักเวทย์ธาตุไฟมาเมื่อไม่นานนี้ แต่น่าเสียดายที่ทุกคนในตระกูลอยู่ในธาตุน้ำแข็งซะหมด พรสวรรรค์ธาตุไฟของเธอนั้นยอดเยี่ยม มันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก ดังนั้นฉันจึงมีแผนที่จะมอบทรัพยากรต่างๆให้กับเธอโดยตรง นอกจากการเรียนในชั้นแบบปกติแล้ว เธอจะได้รับการฝึกฝนจากมู่เจียงหมิงด้วย” มู่โจวอวิ๋นกล่าวออกมาพร้อมกับลูบเคราของตนเองไปด้วย

คำพูดเหล่านี้นั้นมู่โจวอวิ๋นแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เขาพูดต่อหน้าทุกคน ในสายตาของมู่โจวอวิ๋นนั้นนี่คือการให้เกียรติโม่ฝานอย่างที่สุดแล้ว!

โม่ฝานนั้นไม่ได้เป็นคนของตระกูลมู่ การได้รับสิทธิเช่นนี้นับได้ว่าเขาจะสามารถก้าวกระโดดได้อย่างไร้ขีดจำกัด!

ในตระกูลนี้ เขาที่เป็นผู้นำของตระกูล ย่อมไม่อาจสนใจแต่เรื่องภายในได้ เขาจะต้องดูแลจัดการเหล่าบุตรหลานภายในตระกูลให้เข้มแข็งและหาบุคคลมาเสริมความแข็งแกร่งอยู่เสมอด้วยเช่นกัน

“เอ่อ… พี่ใหญ่ เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? แท้จริงแล้วมู่ไป๋นั้นมีพรสวรรค์ที่เด่นชัดยิ่งกว่า เขาอาจตึงเครียดและไม่สามารถดึงพลังออกมาได้อย่างชัดเจนในวันนี้ อีกทั้งเขายังเป็นเด็กภายในตระกูลของเรา…” มู่เห่อกล่าวออกมาอย่างโง่เขลา เขารีบโต้แย้งกับมู่โจวอวิ๋นทันที

ในตอนนี้มู่ไป๋นั้นรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงซากศพ และยังคงถูกทุบตีไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง หัวใจของเขาเจ็บปวดราวกับถูกลูกศรปักไว้นับพันดอก! ทุกอย่างมันผิดเพี้ยนไปหมด!

บัดซบ! เขาคือมู่ไป๋ที่ต้องการจะเป็นนักเวทย์หลักประจำตระกูลนะ!

มู่ไป๋พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเป็นคนของตระกูลมู่อย่างแท้จริง เพื่อที่เขาจะได้รับทรัพยากรมากมาย เขาจะไม่กลายเป็นเด็กที่อยู่กึ่งกลางระหว่างรั้วอีกต่อไป!

แต่ในตอนนี้เขากลับไม่ได้รับอะไรเลย แต่คนที่ได้รับทุกอย่างไปคือคนที่เขาเกลียดมากที่สุด!

ราวกับจิตวิญญาณได้หลุดลอยไปแล้ว เหลือเพียงกายหยาบที่ไร้ความรู้สึก…

“ฉันตัดสินใจดีแล้ว แกไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วล่ะมู่เห่อ” มู่โจวอวิ๋นโบกมือให้กับมู่เห่อ จากนั้นเขาหันไปหาโม่ฝานด้วยรอยยิ้ม

สิ่งนี้ไม่ใช่เหรอที่จะทำให้แกมีความสุขน่ะ?

ยังไม่คิดที่จะขอบคุณฉันคนนี้อีกเหรอ?

มู่ไป๋รู้สึกพอใจในตัวเองที่ยอมลดสถานะของตนเองและยอมรับนักเรียนอัจฉริยะที่ยากจนคนนี้ ทำให้เขาดูเหมือนว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยความใจดี!

......

“โม่ฝาน เธอทำอะไรอยู่น่ะ? รีบขอบคุณในความเมตตาของอาจารย์มู่เร็วสิ” ชุ่ยมู่เชิงที่เป็นอาจารย์ประจำชั้นกล่าวกับโม่ฝานอย่างเร่งรีบ

เช่นนี้ยิ่งทำให้เด็กนักเรียนโดยรอบรู้สึกอิจฉามากยิ่งขึ้นไปอีก

ก่อนหน้านี้โม่ฝานเป็นเพียงขยะที่ไม่เคยมีใครสนใจ เขาอยู่ภายในทะเลกว้างใหญ่ที่ไร้แม้แต่ปลาเล็กปลาน้อยจะเหลียวแล

โม่ฝานจ้องมองใบหน้าของมู่โจวอวิ๋นพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาบางๆ จากนั้นเขาก็เหลือบตาขึ้นไปด้านบนอย่างเบื่อหน่าย

เขาเลียปากของตนเองเบาๆอย่างเหยียดหยาม

จากนั้นชั่วอึดใจโม่ฝานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “สมองของคุณจมน้ำงั้นเหรอ?”

“เธอพูดว่าอะไรนะ?” มู่โจวอวิ๋นนั้นแสดงสีหน้าที่สับสนและเขาไม่ได้ยินที่เด็กคนนี้กล่าวอย่างชัดเจนมากนัก

“ผมพูดว่าสมองของคุณจมน้ำเหรอ!” โม่ฝานตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ

ในครั้งนี้ทุกคนได้ยินมันอย่างชัดเจน แต่ใบหน้าของพวกเขาซีดขาวราวกับเผือก เริ่มมีความโกลาหลเล็กๆเกิดขึ้นทันที

“ห๊ะ เขาพูดอย่างนั้นเหรอ?”

“สมองจะไปอยู่ในน้ำได้ยังไง?”

“ไอ้เวรนั่นบอกว่าสมองของมู่โจวอวิ๋นจมน้ำงั้นเหรอ!!!”

“พระเจ้า เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!!!”

มู่โจวอวิ๋นได้ยินมันอย่างชัดเจน เขาหยุดลูบเคราของตนเองพร้อมกล่าวออกมาอย่างเกรี้ยวกราด “หวังว่าเธอจะสามารถอธิบายมันได้อย่างยอดเยี่ยมนะ ไม่อย่างนั้น….”

“อธิบายงั้นเหรอ… แน่นอน!” โม่ฝานพยักหน้าพร้อมกล่าว “คุณอย่าแสร้งทำเป็นไม่รู้หน่อยเลยว่าเมื่อสามปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมไม่ต้องการให้คุณตบหัวเสร็จแล้วมาลูบหลังให้ ผมไม่หลงเข้าไปในความหวานเพียงเล็กน้อยที่คุณหยิบยื่นมาแน่นอน คุณพูดกับพ่อของผมเมื่อสามปีที่แล้วว่าเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่โง่และซื่อสัตย์ ถึงความจำของคุณจะแย่มาก แต่ผมจำได้ทุกอย่าง เพียงคำพูดเท่านี้ของคนอย่างคุณ แน่นอนว่าผมจะไม่มีวันเข้าร่วมตระกูลจอมปลอมนี้! แม้ว่าคุณจะยอมลดตัวนำมู่หนิงเซวียและเงินทองมากมายมากองไว้ตรงหน้า ผมก็จะไม่มีวันสนใจตระกูลของคุณ! คุณคิดงั้นเหรอว่าโลกใบนี้คุณจะควบคุมมันได้จริงๆ? เอาเถอะ ทรัพยากรของตระกูลมู่อะไรนั่นผมไม่สนใจทั้งนั้น ในวันนี้ขอบคุณที่มาดูความสามารถของผมแล้วกัน ในวันนี้นอกจากผมจะเห็นว่าสมองคุณมีปัญหาแล้ว ก็คงไม่มีอะไรอย่างอื่นที่เราต้องคุยกันอีก!”

จากนั้นเขาถอนหายใจออกมาอย่างเจ็บปวด ราวกับความเจ็บแค้นทั้งหมดภายในจิตใจของเขาได้ถูกระบายไปจนหมดสิ้นแล้ว กระบวนการทั้งหมดเขาทำได้อย่างเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว!!!

ในตอนนี้ทุกคนที่ได้ยินประโยคเหล่านั้นออกมารู้สึกโง่งมและไม่รู้จะทำอย่างไร โดยเฉพาะมู่หนิงเซวียที่ยืนอยู่ตรงนั้น…

แต่ทว่าใบหน้าของมู่โจวอวิ๋นนั้นหดหู่ยิ่งกว่าใคร เขาโกรธจนตึงเปรี้ยะไปทุกสัดส่วน!

เอี๊ยด…ดด เอี๊ยดดดด~~~~

มู่โจวอวิ๋นโกรธมาก ใต้เท้าของเขาเริ่มมีวงของน้ำแข็งตีแผ่ออกมาอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในห้องนี้เปลี่ยนไปเป็นหนาวเหน็บทันที พลังเวทย์ที่แข็งแกร่ง!!!

เขาโกรธ… โกรธอย่างแท้จริง!

เขาไม่รู้ว่าในเมืองนี้จะมีคนกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ด้วยจริงๆ ไม่ว่าจะอีกกี่ร้อยปีก็ไม่ควรมี แม้ว่าเขาจะเป็นเผด็จการในเมืองเล็กๆแห่งนี้ แต่ทุกคนย่อมให้ความสำคัญและเคารพในใบหน้าของเขาแทบทั้งสิ้น แต่โม่ฝานเป็นเพียงเด็กยากจนไร้บ้าน เป็นเพียงลูกของคนรับใช้ในตระกูลเท่านั้น แต่เขากลับกล้าที่จะกล่าวเช่นนี้ออกมา!!!

เวทย์น้ำแข็งค่อยๆทะลักออกมา!

พื้นทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็ง ความเย็นและความกดดันต่างๆนั้นรุนแรงอย่างมาก!

พื้นทั่วทั้งสนามกลายเป็นน้ำแข็งทันที ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ

ฤดูร้อนที่ให้ความอบอุ่น ในตอนนี้กลายเป็นฤดูหนาวที่แสนจะเย็นชา ลมหนาวปะทะเข้ากับร่างกายของทุกคนอย่างหนาวสั่น

พลังที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ทำให้นักเรียนที่ไม่สามารถต้านทานได้เริ่มกลัวและกรีดร้องออกมา!

สนามเด็กเล่นแห่งนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งความกดดันและแข็งแกร่ง มู่โจวอวิ๋นไม่ได้ปลดปล่อยเวทย์ออกมาแต่อย่างใจ เขาเพียงแค่ปล่อยจิตสังหารออกมาเท่านั้น ซึ่งมันเป็นทักษะของนักเวทย์ชั้นสูง

ถ้าหากจะเปรียบกับเถาวัลย์น้ำแข็งของมู่ไป๋เมื่อครู่ แน่นอนว่าไม่อาจเทียบกันได้ราวฟ้ากับก้นเหว

“โจวอวิ๋น ควบคุมอารมณ์ของคุณหน่อยนะ นี่คือโรงเรียนและเด็กๆยังไม่มีทักษะที่จะใช้ป้องกันตัวเอง!” หัวหน้าสมาคมนักฆ่าเติ้งข่ายกล่าวออกมาพร้อมกับเข้ามายืนระหว่างกลางของมู่โจวอวิ๋นและโม่ฝานทันที

เมื่อเติ้งข่ายออกมาปกป้อง พลังของมู่โจวอวิ๋นลดน้อยลงไปในทันที แต่บรรยากาศโดยรอบก็ยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดอยู่เช่นเดิม

เติ้งข่ายนั้นลุกยืนขึ้นในจังหวะที่อาจารย์ถังหยู่ก็พุ่งออกมาพร้อมกันในทันที

ถังหยู่นั้นรู้ดีว่าตนเองไม่อาจเอาชนะมู่โจวอวิ๋นได้ แต่เธอไม่อาจยินยอมให้นักเรียนของเธอต้องถูกทำร้าย ต่อให้ต้องกลายเป็นปฏิปักษ์กับตระกูลมู่… เธอก็จะทำ!!!

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

จบบทที่ บทที่ 30: น้ำท่วมสมองเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว