เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 บุ่มบ่ามถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

บทที่ 44 บุ่มบ่ามถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

บทที่ 44 บุ่มบ่ามถึงเพียงนี้เชียวหรือ?


บทที่ 44 บุ่มบ่ามถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

“เจ้า” บุคคลลึกลับถึงกับพูดไม่ออกเพราะความโมโหที่เสี่ยวไป๋ก่อไว้ เขามั่นใจแล้วว่าคนตรงหน้านี้สมองต้องมีปัญหาแน่ ๆ พูดขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจ มุทะลุราวกับควายไถนา บทสนทนานี้แทบจะฆ่าคนให้ตายด้วยความเครียดได้จริง ๆ

จู่ ๆ บุคคลลึกลับก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “พวกเจ้าไม่ต้องไปหาแล้ว กลางวันในป่าแห่งนี้จะไม่มีอสูรดุร้ายปรากฏออกมา หากพวกเจ้าคิดจะกินก็ต้องรอถึงค่ำคืนหรือจะกลับไปยังเมืองก็ต้องใช้เวลานาน ข้ามีอาหารอยู่ หากพวกเจ้าเข้ามาในนี้ก็จะได้กินทันที”

“แม่เจ้าล่ะ ทำไมเจ้าไม่บอกแต่แรก ไปพล่ามบ้าบออะไรตั้งนาน หากเจ้าบอกก่อน ข้ากับศิษย์คงเข้ามาตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ต้องหิวจนท้องกิ่วฟังนิทานอยู่แบบนี้หรอก” เสี่ยวไป๋สบทอย่างหัวเสีย นี่เจ้าคนนี้สมองมีปัญหาจริง ๆ ใช่ไหม มีของกินกลับไม่พูดตั้งแต่ต้น มาพูดเอาตอนนี้

คราวนี้ถึงตาบุคคลลึกลับมึนงงบ้างแล้ว ‘จะบุ่มบ่ามไปถึงไหนกัน ไม่ถามอะไรสักคำก็จะพุ่งเข้าเลยหรือ? พวกเจ้าช่างแข็งแกร่งในความโง่งมจริง ๆ’

“เหตุใดเงียบไปเล่า? หรือตอนนี้เจ้าจะนอน? หรือเจ้ากำลังลวงข้าอยู่?” เสี่ยวไป๋เตรียมพร้อมจะลงมือแล้ว หากอีกฝ่ายหลอก เขาจะซัดหมัดใส่ทันที ให้รู้ซึ้งถึงความสุขจากความเจ็บปวด

“มิได้ลวง มิได้ลวง พวกเจ้าเดินไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ตรงไปเรื่อย ๆ จะเจอก้อนศิลาห้าแฉกสีดำสนิทโดดเด่นไม่ผิดแน่ ข้าได้วางค่ายกลไว้ที่นั่น หากพวกเจ้ายืนอยู่ตรงหน้าก้อนหิน ข้าจะเปิดค่ายกลให้พวกเจ้าเข้ามาได้” บุคคลลึกลับตอนนี้ตื่นเต้นมาก หลังจากรอคอยมานานแสนนาน ในที่สุดก็มีคนมาช่วยเขาเสียที เขาจะได้ออกไปสู่โลกภายนอกอีกครั้ง

เสี่ยวไป๋และหนานกงอวิ๋นม่อเดินไปตามทางที่อีกฝ่ายชี้บอกเพียงไม่นานก็เจอศิลาแปลกประหลาดที่ว่าจริง ๆ

“ยืนให้มั่น อย่าขยับ ค่ายกลจะส่งพวกเจ้าเข้ามาข้างใน” บุคคลลึกลับส่งเสียงมา

ทั้งเสี่ยวไป๋และหนานกงอวิ๋นม่อกระทำตาม ยืนอย่างมั่นคง

“ฟึ่บ” พลันศิลาห้าแฉกตรงหน้าก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมา บนพื้นหินปรากฏลวดลายลึกลับที่พวกเขาไม่เข้าใจเปลี่ยนเวียนไปมา ดูแปลกตาและน่าตื่นตา

แล้วเสียง “ฟึ่บ” ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ร่างของเสี่ยวไป๋กับหนานกงอวิ๋นม่อก็หายไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวในมิติหนึ่งแทน

มิตินี้มืดมิดจนไม่เห็นแม้แต่เงาโดยรอบ เงียบสงัดและว่างเปล่าราวกับโลกแห่งความว่างเปล่าอย่างแท้จริง สิ่งของเพียงหนึ่งเดียวในที่นี้คือแม่กุญแจขนาดมหึมาบนศีรษะของพวกเขา ไม่มีอาหารแม้แต่กลิ่นเดียว

“ท่านอาจารย์ นี่คือมิติที่สร้างขึ้นเอง ต้องเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเทพเท่านั้นจึงทำได้” หนานกงอวิ๋นม่อกระซิบเตือนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ให้เสี่ยวไป๋ระวังตัวเพราะในมิตินี้ยอดฝีมือระดับนี้แทบจะหาไม่ได้

“ไม่เป็นไร เอาเรื่องสำคัญก่อน” เสี่ยวไป๋โบกมือ เขาไม่ใส่ใจเรื่องนั้น เรื่องที่ควรทำมาก่อนสำคัญที่สุด

“พวกข้าเข้ามาแล้ว อาหารที่เจ้าว่าล่ะอยู่ที่ใด?” เสี่ยวไป๋กำหมัดแน่น พร้อมบุกได้ทุกเมื่อ

“แค่ก ๆ ไม่ต้องรีบร้อนนัก พวกเจ้าเข้าไปในแม่กุญแจยักษ์ก่อน” บุคคลลึกลับเริ่มมีท่าทีร้อนรน

จากนั้นพื้นใต้เท้าของทั้งสองก็ปรากฏค่ายกลส่งตัวอีกครั้ง ค่ายกลครั้งนี้มีสีฟ้าอมเขียวลวดลายตรงศูนย์กลางเป็นมังกรและไม่เปลี่ยนรูปแบบเช่นก่อน เสี่ยวไป๋เมื่อเห็นลายมังกรก็พลันนึกถึงวิชาตัวเบาของตนนั่นคือเงาก้าวมังกรคราม

“อย่าคิดมาก ค่ายกลนี้มีความเกี่ยวข้องกับเงาก้าวมังกรครามของเจ้าจริง” เสียงระบบดังขึ้นในสมองของเสี่ยวไป๋

“ไอ้บ้านี่ เจ้ายังกล้าโผล่มาอีกหรือ?” เสี่ยวไป๋ไม่ได้ตกใจเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับสบถใส่ระบบด้วยความฉุนเฉียว

“จะให้ทำไงเล่า มันว่างจนเบื่อก็เลยนั่งกินขนมเล่น ๆ เจ้าคราวหน้าก็เตรียมไว้เผื่อมากหน่อยสิ ฮ่า ๆ” เสียงระบบตอบมาอย่างเจ้าเล่ห์

“ช่างเถอะ” เสี่ยวไป๋หมดปัญญาจะรับมือ หากระบบนี้มีตัวตนจริง เขาคงต่อยให้จำหน้าแม่ตัวเองไม่ได้ไปแล้ว

“เมื่อครู่นี้เจ้าว่าวิชาตัวเบาของข้ากับค่ายกลนี้มีความเกี่ยวข้อง? ยังไงกันแน่?” เสี่ยวไป๋ถามถึงความสงสัยในใจ

“ค่ายกลนี้เป็นค่ายกลของเทพดังนั้นมันจึงแฝงกลิ่นอายของเงาก้าวมังกรครามอยู่บ้าง แค่เพียงเท่านั้น” ระบบอธิบายก่อนจะว่า “เอาเถอะ ข้าส่งรายงานของค่ายกลให้เจ้าเลยแล้วกัน ดูเองจะเข้าใจ”

แบบสำรวจค่ายกลดังกล่าวมีรายละเอียดว่า:

“ชื่อ: ค่ายกลมังกรครามพริบพราย

ระดับ: ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ในมิตินี้

ผู้สร้าง: ยี่จุน

คุณสมบัติ: ผู้เข้าสู่ค่ายกลสามารถใช้การส่งตัวไปยังสถานที่ที่เคยสำรวจและสถานที่ที่มีผู้มีสายสัมพันธ์อยู่

หมายเหตุ: ความเกี่ยวข้องกับเงาก้าวมังกรครามก็คือวิชานั้นเป็นต้นกำเนิดของค่ายกลนี้ดังนั้นจึงเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย”

“ถ้าเช่นนั้น บุคคลลึกลับผู้นั้นเป็นเทพจริงหรือ?” เสี่ยวไป๋ถามถึงความสงสัยอันดับสองในใจ ตกลงแล้วโลกใบนี้มีเทพจริงหรือไม่?

“ข้าไม่เคยไปมิติของเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นเทพหรือไม่? ที่แน่ ๆ คือ...เจ้าน่ะไร้เทียมทานอยู่แล้ว ไม่ว่าใครก็สู้เจ้าไม่ได้ สนใจไปทำไมว่าเป็นเทพหรือไม่?” ระบบตอบอย่างสบายใจ ไม่สนใจเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

พริบตาเดียว หลังค่ายกลเปิดใช้งาน ร่างของเสี่ยวไป๋และหนานกงอวิ๋นม่อก็ถูกส่งไปยังสถานที่ใหม่อีกครั้ง

ในทันที พวกเขาทั้งคู่ก็โผล่มาในอีกมิติหนึ่ง มิตินี้ยิ่งลึกลับกว่าเดิม ภายในแม่กุญแจขนาดใหญ่กลับมีห้องพักหนึ่งห้อง บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับ ต้นไม้สูงใหญ่ ฟ้าใส น้ำใส ดูเงียบสงบราวสวรรค์ เสี่ยวไป๋ยืนมองภาพตรงหน้าพลางรู้สึกว่าจิตใจสงบอย่างบอกไม่ถูก

“พวกเจ้าสองคน เข้ามาในห้องข้าเร็วเข้า” บุคคลลึกลับเร่งเร้าเสียงลั่นด้วยความร้อนใจ

เสี่ยวไป๋และหนานกงอวิ๋นม่อได้ยินแล้วก็เดินไปยังหน้าประตูบ้านหลังเล็กทันที แล้วผลักประตูเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เครื่องเรือน ไม่ใช่ดอกไม้ ไม่ใช่ต้นหญ้า แต่เป็นใบหน้าหนึ่ง ใบหน้ายับย่นน่าขนลุกจนเกือบทำให้เสี่ยวไป๋เป็นลมล้มพับ แม้เขาไม่เป็นลม แต่ก็ถอยหลังกรูดไปหลายก้าวทันที

จบบทที่ บทที่ 44 บุ่มบ่ามถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว