เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: น้ำแข็ง

บทที่ 25: น้ำแข็ง

บทที่ 25: น้ำแข็ง


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 25: น้ำแข็ง

ฉือจ้าวติงเห็นผลลัพธ์ออกมาเช่นนั้น ความพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า

เขาหมุนตัวเพื่อจะหันหลังกลับ แต่เมื่อหันกลับมาเขาได้สบสายตากับดวงตากลมโตที่สวยงามที่สุด…

นั่นมัน… มู่หนิงเซวีย!

ใบหน้าของฉื่อจ้าวติงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เขาไม่คิดว่าการสอบของตนเองจะได้รับเกียรติจากเธอด้วย… ‘นี่เธอมาดูเขางั้นเหรอ…’

‘เธอจะต้องรู้สึกตื่นเต้นอย่างแน่นอน เพราะธาตุสายฟ้านั้นไม่ได้พบเจอได้โดยง่าย!’

......

“หนิงเซวีย เป็นไงบ้างล่ะ?” มู่เห่อถามออกมา

“ทั่วไป…” มู่หนิงเซวียกล่าวออกมาพร้อมกับหันหลังกลับทันทีอย่างไม่แยแส

เหล่าอาจารย์และคนรับใช้ต่างๆรู้สึกตัวแข็งทื่อทันที

ไม่งั้นเหรอ? ธาตุสายฟ้านั้นแข็งแกร่งที่สุดแต่เธอกลับรู้สึกว่ามันเฉยๆ? หญิงสาวคนนี้นั้นมีทัศนคติที่สูงส่งจริงๆ

“อ่า ความจริงแล้วมันยอดเยี่ยมมากนะ แต่มู่หนิงเซวียนั้นอยู่ในมหาวิทยาลัยจักรพรรดิ ซึ่งมีนักเวทย์อัจฉริยะมากมายอยู่ที่นั่น อีกอย่างเวทย์สายฟ้าขั้นแรกนั้นเป็นสิ่งที่พื้นฐานอย่างมาก เธอพบเห็นได้อย่างทั่วไปเมื่ออยู่ที่นั่น” มู่โจวอวิ๋นรีบอธิบายออกมาพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็เดินตามมู่หนิงเซวียไป

“อ่า ถ้าอย่างนั้น ฉื่อจ้าวติงก็ยังมีสิทธิ์ที่จะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจักรพรรดิใช่ไหม?” ผู้อำนวยการโรงเรียนรีบเดินตามมาถาม

คนรอบๆที่ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกเวียนหัวทันทีและเข้าร่วมการสนทนานี้อย่างช่วยไม่ได้

“อืม ไม่แน่นะ เพราะฉื่อจ้าวติงเป็นคนเดียวที่สามารถปลดปล่อยพลังได้” อาจารย์เฉินกวนเหลียงกล่าวออกมา

“บางทีอาจจะไม่ใช่แบบนั้นเลยซะทีเดียว ฉันได้ยินมาว่ามู่ไป๋ที่อยู่ห้องแปดนั้นก็มีความสามารถในการต่อสู้เช่นกัน” อีกคนกล่าวออกมา

สองที่ทั้งสองคนนั้นถกเถียงกันทำให้ใบหน้าของมู่เห่อเปื้อนรอยยิ้ม จากนั้นเขากล่าวกับมู่โจวอวิ๋นและมู่หนิงเซวียทันที “พี่ใหญ่ มู่ไป๋นั้นเป็นลูกหลานของตระกูลมู่ ผลคะแนนของเขาจะต้องยอดเยี่ยมแน่นอน เราแวะไปดูเขาสักหน่อยไหม?”

“หืม มู่ไป๋? ใครกัน?”

“เขาเป็นบุตรของมู่หยาง แต่มู่หยางตายไปแล้ว ฉันเห็นแม่และบุตรชายถูกรังแกอยู่ด้านนอกของกำแพง เช่นนี้จึงได้รับเขาเข้ามาภายในคฤหาสน์ มู่ไป๋นั้นเป็นเด็กฉลาดและกระตือรือร้นอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไม่อาจเทียบเท่ากับเด็กๆในตระกูลของเราได้ แต่ก็ไม่ได้ด้อยไปมากกว่านัก ช่องว่างของเขากับมู่หนิงเซวียนั้นแม้จะห่างไกลอย่างมาก แต่ก็ถือว่าเป็นต้นกล้าที่ดี เขาควรได้รับการสนับสนุนที่ดี” มู่เห่อรีบอธิบายกับมู่โจวอวิ๋น

แน่นอนว่ามู่โจวอวิ๋นนั้นเป็นกำลังหลักของตระกูล แม้ว่ามู่เห่อจะมีอำนาจอยู่บ้าง แต่เขาก็อยู่ในลำดับที่สามถึงสี่ นั่นไม่สามารถเทียบกับมู่โจวอวิ๋นได้เลย

“โอ้ อย่างนั้นเรอะ น่าประทับใจดีนะ ถ้าเช่นนั้นลองไปดูสักหน่อยก็ได้ ฉันก็อยากจะรู้ว่าอะไรทำให้แกชอบมันนัก?” มู่โจวอวิ๋นกล่าวออกมา

“ถ้าหากเขาเป็นบุตรหลานของตระกูลมู่ แน่นอนว่าพวกเราจะต้องสนใจและดูแลเขาอย่างเต็มที่!”

กลุ่มคนเหล่านี้ค่อยๆเคลื่อนตัวไปยังห้องสอบของห้องแปด

กลิ่นอายของพวกเขานั้นรุนแรง แต่เหล่าผู้นำโรงเรียนนั้นไม่ได้มีผลต่อสายตาของนักเรียนมากนัก แต่ไม่ใช่สำหรับมู่หนิงเซวียที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องไปที่เธออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

นักเรียนชายทั้งหมดต่างตาค้างและตกตะลึงเมื่อมีหญิงสาวมาเยือนพวกเขาถึงห้อง ทั้งหมดนั้นทำตัวไม่ถูกราวกับเป็นไก่น้อย นี่มันยิ่งกว่าฝันซะอีก หญิงสาวที่สวยเหมือนนางฟ้ากำลังยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขา!

“โอ้พระเจ้า ทีมของผู้นำมาถึงแล้ว!”

“ใช่พวกเขาจริงๆ ฉันสั่นไปหมดแล้ว!”

“มันเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ฉันจะแสดงพลัง!”

“บัดซบ แกจะโชว์อะไรอีก ผลคะแนนของแกคือซี! ไอ้เวร!”

นักเรียนในห้องแปดต่างพากันซุบซิบอย่างวุ่นวาย

ทุกคนต่างรู้สึกหนักหน่วงภายในจิตใจ เหล่าผู้นำเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาได้ภายในฝ่ามือเดียว ทำให้การสอบรอบต่อไปเต็มไปด้วยความประหม่า

มู่เห่อเดินมาที่ด้านหน้าและส่งสายตาให้กับผู้ควบคุมทั้งสามอย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่ามู่เห่อและผู้ควบคุมนั้นรู้กันอยู่แล้วว่าต้องทำสิ่งใด จากนั้นผู้ควบคุมเรียกชื่อต่อไปทันทีอย่างไม่สนว่าลำดับคืออะไร “ถัดไป มู่ไป๋!”

ดวงตาของมู่ไป๋ยังคงอยู่ที่มู่หนิงเซวีย แม้ว่าเขาจะอยู่ในปราสาทเช่นกัน แต่ปราสาทนั้นกว้างใหญ่อย่างมากและเขาไม่มีโอกาสที่จะได้พบกับมู่หนิงเซวียใกล้ๆแน่นอน

“มู่ไป๋… ฉันรออยู่” มู่เห่อกระแอ่มออกมาสองทีเพื่อเรียกสติของมู่ไป๋

มู่ไป๋ฟื้นคืนทันที

‘ฉันชอบมู่หนิงเซวียมานานหลายปี แม้ว่าเขาจะรู้ว่าตนเองไม่มีทางที่จะได้เดินเคียงคู่กับเธอ แต่เขาก็จะไม่ยินยอมให้ไอ้ขยะโม่ฝานทำตัวเกินหน้าเกินตาของเขา เช่นนี้ฉันจะขัดขวางแกทุกวิถีทาง ฉันนี่แหละจะเป็นผู้พิทักษ์ของมู่หนิงเซวียให้ได้!’

‘ฉันฝึกฝนมานานหลายปี มันถึงเวลาที่ฉันจะได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว!’

มู่ไป๋พยักหน้าพร้อมกับเดินออกไปด้านหน้าและเข้าห้องทดสอบ

เขารอเวลานี้มาเนิ่นนาน… มู่ไป๋คิดกับตัวเองพร้อมกับสูดเอาลมเย็นๆเข้าปอดเพื่อสงบสติ

ตอนนี้ตระกูลมู่กำลังมองเขาอยู่ อีกทั้งยังมีสายตาของมู่หนิงเซวียที่จับจ้องมาที่เขา มันเป็นความฝัน… สิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาเสมอ!!!

มู่ไป๋วางมือลงบนหินเวทย์ดวงดาว เขาพยายามทำอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมายอดเยี่ยมที่สุด!

มู่ไป๋นั้นฝึกฝนมาอย่างหนัก แม้ว่าเขาจะตื่นเต้นแต่เขาก็สามารถควบคุมพลังเวทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม เช่นนี้ความสามารถของเขาจึงโดดเด่นมากกว่าคนอื่นมาก

น้ำแข็งแพร่กระจายไปทั่วบริเวณอย่างหนาแน่น ไอเย็นปกคลุมบรรยากาศโดยรอบจนรู้สึกหายใจไม่ออก

พลังเหล่านี้นั้นแข็งแกร่งมาก ทั้งหมดล้วนแต่ออกมาจากร่างกายของเขา น้ำแข็งเกาะแน่นไปทั่วบริเวณไม่เว้นแม้แต่ใบหน้าของเขา

อาจารย์และนักเรียนภายในห้องต่างพากันตกตะลึงกับภาพตรงหน้าอย่างมาก

คลื่นน้ำแข็งที่เปล่งประกายออกมานั้นรุนแรง ความกระจางใสของมันนั้นไม่อาจหาดูได้โดยง่าย แม้แต่พลังของซูมินก็ยังด้อยกว่ามู่ไป๋!

“เอส!”

“เอส!”

“เอส!”

ผู้ควบคุมทั้งสามตะโกนออกมาพร้อมกัน ผลของคะแนนก็คือระดับเอส!

“ฉันจำได้ว่าฉื่อจ้าวติงนั้นได้เพียงสองเอสและหนึ่งเอใช่ไหม?”

“ฮ่า มู่ไป๋นั้นชนะฉื่อจ้าวติงขาดลอย!” มู่เห่อกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

ชุ่ยมู่เชิงนั้นตกใจเล็กน้อย เขาสงสัยทันทีว่าที่ผ่านมามู่ไป๋นั้นเก็บซ่อนความแข็งแกร่งของตนเองงั้นหรือ?

‘แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะเขาเป็นเด็กของครอบครัวมู่ ในตอนแรกฉันคิดว่าเขาจะได้เพียงหนึ่งเอสหรือสองเท่านั้น ฉันไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะได้ถึงสามเอส!’

‘ฮ่า สามเอส ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน ทริปเปิ้ลเอส!’

ชุ่ยมู่เชิงเผยรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าในขณะคิดเช่นนั้น

‘แน่นอนว่าเขาจะต้องกลายเป็นอันดับหนึ่งโดยไม่ต้องสงสัย!’

“ยอดเยี่ยม มู่ไป๋… เธอยอดเยี่ยมมาก ได้รับสามเอส ซึ่งมันมากกว่าฉื่อจ้าวติงห้องเจ็ดซะอีก แน่นอนว่าเธอคืออันดับหนึ่ง” ผู้ควบคุมกล่าว

“อ่า… ผมไม่ได้… ผมไม่ได้คาดหวังมากขนาดนั้น…” มู่ไป๋ถ่อมตัวเล็กน้อย

“มู่ไป๋เท่ห์ที่สุดดดดด!!!” เหล่านักเรียนหญิงในห้องกรี้ดกร้าดขึ้นมาทันที

มู่ไป๋นั้นรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวตาคม ลักษณะของเขาล้วนแต่เป็นเจ้าชายที่หญิงสาวต่างหมายปอง

“พี่ใหญ่ ท่านคิดอย่างไรบ้าง?” มู่เห่อเผยรอยยิ้มออกมาพร้อมหันไปถามมู่โจวอวิ๋น

“ไม่เลว!” มู่โจวอวิ๋นกล่าวออกมาสั้นๆ

มู่หนิงเซวียนั้นไม่ได้กล่าวสิ่งใด

เมื่อเห็นว่ามู่หนิงเซวียไม่ได้เคลื่อนไหวหรือแสดงสีหน้าอะไรออกมา มู่ไป๋รู้ได้ทันทีว่าเพียงสามเอสนั้นไม่อาจทำให้อัจฉริยะอย่างมู่หนิงเซวียประทับใจได้ จากนั้นเขาจึงคิดที่จะสอบอีกระดับขั้นทันที นั่นคือการปลดปล่อยพลังเวทย์!

มู่ไป๋หันหลังและเดินเข้าไปในห้องสอบ

“ผมขอทำการทดสอบการปลดปล่อยพลังเวทย์!”

“ว้าว มู่ไป๋… สามารถควบคุมดวงดาวทั้งเจ็ดได้แล้ว”

“ฉันอยากเห็นเวทย์น้ำแข็งจะแย่แล้ว”

เสียงสนทนาภายในห้องดังขึ้น ทุกคนต่างจับจ้องไปที่มู่ไป๋และหุ่นเชิ่ดตรงหน้าอย่างไม่วางตา

‘ใช่ การทดสอบพลังเวทย์ดวงดาวนั้นเป็นเพียงพื้นฐานเท่านั้น การปลดปล่อยพลังน่ะสิคือของจริง!’

‘ฉันจะแสดงให้ดูเอง มู่หนิงเซวียคอยดูฉันไว้ให้ดีเถอะ!’

เขาหลับตาลงพร้อมกับเคลื่อนไหวพลังเวทย์ภายในร่างกายช้าๆ…

มู่ไป๋ทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว เขาควบคุมดวงดาวทั้งเจ็ดและเชื่อมพวกมันเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น……

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

จบบทที่ บทที่ 25: น้ำแข็ง

คัดลอกลิงก์แล้ว