เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18: ทีมนั้นสำคัญไฉน?

บทที่ 18: ทีมนั้นสำคัญไฉน?

บทที่ 18: ทีมนั้นสำคัญไฉน?


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 18: ทีมนั้นสำคัญไฉน?

สายตาอันเฉียบแหลมของถังหยู่มองไปที่ร่างกายของโม่ฝาน ในขณะที่นางกำลังพิจารณาอยู่นั้น นางอดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่รู้ตัว

“โม่ฝาน แกคงจะตื่นเต้นมากสินะกว่าจะลุกขึ้นยืนได้ เทอมแรกผ่านไปซะแล้วแต่แกยังไม่สามารถควบคุมดวงดาวได้สักดวง ดาวทุกดวงก็คงจะอยู่ในความมืดมิดไม่มีวันออกมาพบหน้าแกหรอก!” จ้าวคุณซานกล่าวออกมาอย่างเหยียดหยาม

ในตอนท้ายของเทอมจะมีการสอบวัดความสามารถของนักเรียน นอกจากนี้ดวงดาวของโม่ฝานธาตุไฟนั้นยังไม่ขยับแม้แต่น้อย ซึ่งเหตุนี้ทำให้จ้าวคุณซานและมู่ไป๋อดไม่ได้ที่จะเย้ยหยัน!

“ไอ้คนงี่เง่าที่มันสามารถทำได้เพียงแค่ปลุกธาตุไฟขึ้นมา แต่กลับโง่เง่าเกินกว่าจะใช้งานได้ เช่นนี้ก็คงไม่สามารถเป็นนักเวทย์ได้หรอกในชั่วชีวิตนี้”

“ธาตุไฟของเธอนั้นยอดเยี่ยมมาก ทำไมเธอถึงอ่อนแออย่างนั้นล่ะ? โม่ฝานมีนักเวทย์หลายคนปรารถนาที่จะปลุกธาตุไฟขึ้นมา เธอนั้นได้รับในสิ่งที่หลายคนอยากได้ ทำไมจึงทำเหมือนว่าไม่ต้องการมันเช่นนั้น จงพยายามให้มากกว่านี้รู้ไหม?” ถังหยู่มองไปที่โม่ฝานอย่างหดหู่

“ผมรู้ครับอาจารย์ถังหยู่” โม่ฝานพยักหน้ารับเบาๆ

เมื่อนักเวทย์ทำสมาธิไปถึงระดับหนึ่งที่แข็งแกร่งมากพอแล้ว จะสามารถรับรู้ถึงพลังของผู้อื่นได้

เช่นนี้ด้วยความแข็งแกร่งของอาจารย์จึงสามารถประเมินความสามารถของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างคร่าวๆ

ซึ่งโม่ฝานนั้นรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้

แต่ในตอนนี้สิ่งที่โม่ฝานทำก็คือซ่อนพลังของสายฟ้าเอาไว้ เขาเปิดเผยเพียงธาตุไฟเท่านั้น ดังนั้นผู้อื่นจะสามารถมองเห็นว่าเขามีเพียงแค่ธาตุไฟและไม่สามารถตรวจจับธาตุอื่นในตัวของเขาได้

เช่นนี้โม่ฝานจึงเลือกที่จะซ่อนมันจากสายตาของบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด!

“ผมต้องการฝึกฝนธาตุไฟ ในตอนนี้ผมมีอาจารย์ที่เก่งกาจเช่นกัน เช่นนี้จึงหวังว่าผมจะสามารถผ่านการทดสอบใหญ่ตอนท้ายเทอมไปได้!” โม่ฝานกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มบาง

‘หืม?’

‘ทำไมหญิงสาวคนนี้จึงจ้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะ?’

‘ดูเหมือนว่าจะชื่อซูมินสินะ เด็กเรียนดีประจำชั้นล่ะสิ เหอะๆ ธาตุไฟด้วย!’

โม่ฝานหันไปมองซูมินด้วยสายตาประหลาดใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจะต้องจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเช่นนั้นด้วย

ในอีกด้านหนึ่ง ซูมินขมวดคิ้วพร้อมกับจ้องมองไปที่โม่ฝานอย่างไม่วางตา แน่นอนว่าเธอกำลังไม่พอใจเขาอย่างมาก

ซูมินกำลังรู้สึกแย่! แย่มากๆ!

‘ทำไมโม่ฝานคนนี้ถึงมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมกว่าเธอ?’

ชุยมู่เชิงซึ่งเป็นอาจารย์ประจำชั้นกล่าวไว้ว่าพรสวรรค์ของโม่ฝานนั้นยอดเยี่ยมอย่างมากเมื่อเขาปลุกพลังเวทย์ขึ้นมาได้ อีกทั้งในตอนนี้เขายังได้รับคำชมจากถังหยู่ว่ามีพรสวรรค์ที่เป็นเลิศเช่นกัน

‘ช่างมันเถอะ ฉันไม่จำเป็นต้องโกรธอะไรขยะเปียกนี้สักหน่อย ยังไงซะภายในครึ่งปีนี้นายก็ไม่มีทางที่จะปลดปล่อยธาตุไฟได้หรอก สุดท้ายนายก็จะสอบไม่ผ่านแล้วก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียน อีกครึ่งปีเราก็คงไม่ต้องเจอกันอีกแล้วล่ะ’

“ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ครอบครัวก็ยากจนขนาดนั้น แทบจะต้องขายบ้านเก่าๆเพื่อได้เข้ามาอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ แต่หลังจากปลุกธาตุไฟขึ้นมาได้กลับเย่อหยิ่ง ขี้เกียจ ไม่สนใจครอบครัว นี่มันสุนัขประเภทไหนกัน? เหอะ”

ด้วยการถากถางของจ้าวคุณซานที่มีมู่ไป๋คอยบ่งการ เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สถานะของโม่ฝานนั้นถูกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด

“ตอนนี้ฉันได้รู้เรื่องการสอบประจำปีแล้วจากอาจารย์ประจำชั้นของพวกเธอ หนึ่งคือนักเรียนที่ไม่มีคุณสมบัติจะต้องออกจากโรงเรียน สองนักเรียนที่ได้ไปต่อจะถูกแยกออกไปตามระดับความสามารถ ถ้าหากได้อยู่ในห้องต้นๆ แน่นอนว่าจะมีสิทธิ์ได้เข้ามหาลัยที่ยอดเยี่ยมแน่นอน เช่นนี้หวังว่าในเทอมนี้พวกเธอจะฝึกฝนกันอย่างหนักนะ” ถังหยู่กล่าวกับนักเรียนทุกคน

“อาจารย์ถังหยู่ ในปีถัดไปพวกเราจะได้เจอคุณใช่ไหม?” นักเรียนหนุ่มคนหนึ่งถามออกมา

“แน่นอน ย่อมเป็นเช่นนั้น ฉันได้สอนพวกเธอแน่ในอนาคต” ถังหยู่พยักหน้าอย่างสดใส

“อาจารย์… ฉัน… ชื่อหวงเฟ่ยเฟิงจะฝึกฝนอย่างหนัก!”

“อาจารย์ถังหยู่ ผมจะไปพบคุณอีกแน่นอน”

ถังหยู่เผยยิ้มกว้างออกมาอย่างสดใส ในตอนนี้เธอรู้แล้วว่าการเรียนการสอนในวันนี้เป็นไปด้วยดี นักเรียนทั้งหมดถูกปลุกความหลงใหลในเวทมนตร์ขึ้นมาอีกครั้ง

“เยี่ยมมาก ถ้าหากพวกเธอสามารถควบคุมดวงดาวทั้งเจ็ดได้แล้ว สามารถมาพบฉันเป็นการส่วนตัวได้เลย ฉันสามารถจะสอนขั้นต่อไปให้ได้” ถังหยู่กล่าวต่อ

“โว้ว… โว้… ว้าว…ว้าวววว~~~~~~~~~~~~”

นักเรียนชายหลายคนส่งเสียงออกมาอย่างตื่นเต้น

ทันใดนั้นการควบคุมดวงดาวทั้งเจ็ดกลายเป็นเป้าหมายที่ทุกคนต้องการจะทำให้สำเร็จ

“ฉันอยู่ไม่ไกลจากดาวทั้งเจ็ดแล้ว ฮ่าฮ่า อาจารย์ถังหยู่ รอผมก่อนเถอะ…”

“จริงเหรอ ควบคุมได้เท่าไหร่แล้วล่ะ?”

“สอง”

“บ้าบอ!”

“ฉันสามแล้ว ฮ่าฮ่า!” หวงเฟ่ยเฟิงกล่าวเกทับ

“สามงั้นเหรอ ฮ่า ฉันสามารถควบคุมได้สี่ดวงแล้ว ดวงที่สี่นั้นยากมากถ้าหากเธอไม่เข้าใจ เธอก็จะทำไม่ได้แน่นอน ฮ่าฮ่า!” ชูชินกางกล่าวออกมาอย่างเหยียดหยัน

“ฉันอยากรู้ว่ามู่ไป๋ได้กี่ดวงแล้ว?”

“ห้า… ห้าดวง เขาฝึกฝนได้รวดเร็วมาก!”

“ฉันได้ยินมาว่าขนาดอัจฉริยะของโรงเรียนยังทำได้เพียงแค่ห้าดวงเท่านั้น”

บทสนทนารอบๆกำลังกล่าวถึงมู่ไป๋อย่างออกรส

อย่างไรก็ตาม เพื่อภาพลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมมู่ไป๋จะไม่แสดงสีหน้าพอใจหรือยินดีกับคำเยินยอเหล่านั้นเด็ดขาด เขาวางมาดและคอตึงดั่งเช่นทุกวันที่เคยทำ

แต่จ้าวคุณซานไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขาเห็นว่าลูกพี่ของตนเองได้รับคำชม เขาจะกระโดดออกไปรับแทนอย่างออกหน้าราวกับสุนัขได้กระดูก เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้มู่ไป๋ไม่สามารถทำมันได้ด้วยตนเอง เช่นนั้นเขาจะทำแทน!

มู่ไป๋ไม่สามารถพูดได้ว่าเขาควบคุมได้เท่าไหร่ และไม่สามารถเหยียดหยามผู้อื่นที่ได้ สองหรือสาม สี่… เขาไม่ให้ราคากับการพูดคุยเหล่านี้ เขาชื่นชอบที่จะถูกวางไว้ด้านบนเป็นบุรุษที่ใครก็ไม่สามารถเอื้อมถึง เช่นนี้จ้าวคุณซานจึงต้องคอยเป็นลิ่วล้อทำให้เขาได้สมหวังในสิ่งที่จะเป็นคือ ความสมบูรณ์แบบ!

เช่นนี้ทุกคนจึงมองเขาว่าเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบโดยสมบูรณ์ เขาคืออัจฉริยะผู้ที่สุขุมและไม่มีวิสัยทัศน์แย่ๆ นับได้ว่าจ้าวคุณซานนั้นเป็นลิ่วล้อที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!

••••••••••••••••••••

ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

จบบทที่ บทที่ 18: ทีมนั้นสำคัญไฉน?

คัดลอกลิงก์แล้ว