เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ทีมบาสหัวใจนักสู้ ตอนที่ 39

ทีมบาสหัวใจนักสู้ ตอนที่ 39

ทีมบาสหัวใจนักสู้ ตอนที่ 39


ตอนที่ 39

สามคนที่อยู่นอกสนามคุยกันอยู่ การแข่งขันบอลในสนามกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ทีมกวงเป่ยรุกได้คะแนนติดต่อกันสองครั้งก็เข้าสู่ช่วงที่ทำคะแนนไม่ได้เลย ในทางตรงกันข้ามทีมชุมชนที่สั่งสมความเข้าใจมาอย่างยาวนาน ยังมีการส่งบอลที่รวดเร็ว ทำให้การป้องกันของกวงเป่ยมีช่องโหว่อยู่บ่อยครั้ง และวงนอกของทีมชุมชนก็มีความเข้าใจที่สูงจนน่ากลัว ภายใต้การไปๆ กลับๆ จึงลากคะแนนให้ห่างออกไปอย่างรวดเร็ว

การแข่งขันควอเตอร์แรกเหลืออีกสามนาที คะแนนอยู่ที่สิบสองต่อสี่

ทีมชุมชนเข้าใจใช้สิทธิ์ในการครองบอล พอยต์การ์ดกำลังเลี้ยงบอลอยู่นอกเส้นสามคะแนน มองเห็นสมอล์ฟอร์เวิร์ดอ้อมขึ้นมาจากมุมล่างซ้าย พอยต์การ์ดรีบส่งบอลไปให้

สมอล์ฟอร์เวิร์ดพอรับบอลได้ก็จะลงมือ หลี่กวงเย่าและหยางเจินอี้ที่วิ่งตามมารีบกระโดดเข้าไป แต่สมอล์ฟอร์เวิร์ดส่งบอลกลางอากาศให้กับชู้ตติ้งการ์ดที่เดินไปทางด้านซ้ายโดยไม่มีคนป้องกัน รับบอลและลงมือชู้ต บอลเข้าห่วงบาสเกตบอล

คะแนนลากห่างออกไปเป็นหลักสิบ คะแนนอยู่ที่สิบห้าต่อสี่

การเล่นของผู้เล่นในสนามทำให้เซี่ยหย่าซูที่อยู่ด้านนอกสนามทนดูต่อไปไม่ไหว เธอกระโดดขึ้น ตะโกนไปที่สนาม “พวกนายทำอะไรกันอยู่! การป้องกันก็ไม่คุยกันให้ดีๆ!จันเจี๋ยเฉิง ในฐานะที่นายเป็นพอยต์การ์ดต้องเข้าใจจังหวะในการแข่งขันสิ คิดดูดีๆ ว่ากวงเป่ยมีข้อดีอะไร เผชิญหน้ากับคนมีอายุกลุ่มนี้ทั้งแก่ทั้งช้า บอกแบบนี้ก็น่าจะชัดเจนพอนะ! เว่ยอี้ฝาน เมื่อเช้านายไม่ได้กินข้าวเช้ามาเหรอ ทำไมเล่นเหมือนไม่มีแรงเลย? หยางเจินอี้ เห็นได้ชัดว่ามีโอกาสลงมือหลายครั้ง แล้วทำไมไม่ลงมือล่ะ นายจะเอาอัตราการชู้ตที่มันเต็มร้อยเลยเหรอ? ไมค์ วันนี้ในสนามนายสูงที่สุด ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถชู้ตบอลลงห่วงได้ รีบาวด์คงจะรับได้นะ? หลี่กวงเย่า ปกตินายชอบโอ้อวดไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้ไม่เห็นนายลงมือเลยสักครั้ง? ควรจะโชว์ออกมาได้แล้วมั้ง!”

โดนเซี่ยหย่าซูด่าแบบนี้ บรรยากาศที่ดูอึมครึมของกวงเป่ยมีการเปลี่ยนแปลงไป อารมณ์สลดหดหู่ของทั้งห้าคนนั้น ตอนนี้กลับหน้าเชิดอกตั้งอีกครั้ง และก็เพราะเซี่ยหย่าซูพูดแบบนี้ ทุกคนเพิ่งเห็นว่าการแข่งขันฝึกซ้อมครั้งนี้การแสดงตัวตนและทักษะส่วนบุคคลที่น่าประทับใจของหลี่กวงเย่าจนถึงตอนนี้ เขากลับไม่ได้ลงมือเล่นเลยสักครั้ง ถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก

เผชิญหน้ากับสายตาแปลกๆ ของทุกคน หลี่กวงเย่ายักไหล่ ใช้มือชี้ไปที่หลี่หมิงเจิ้งที่รับผิดชอบเป็นผู้ตัดสิน สี่คนที่อยู่ในสนามเข้าใจทันที แท้จริงก็เหมือนกับการแข่งขันกระชับมิตรกับตงไถครั้งก่อน เป็นการทำสัญญาบางอย่างระหว่างพ่อลูก

แต่ตอนนี้กวงเป่ยถูกเซี่ยหย่าซูด่าจนได้สติ จันเจี๋ยเฉิงในฐานะที่เป็นพอยต์การ์ด คิดถึงหน้าที่บัญชาการในสนาม ไม่ส่งบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมที่วิ่งหาช่องว่างอีก แต่เป็นฝ่ายรุกตัดเข้าไปเอง ใช้การกระทำขับเคลื่อนจังหวะของกวงเป่ย

เซี่ยหย่าซูพูดถูก เทียบกับความรู้หลายปีของทีมชุมชน การวิ่งเข้าตำแหน่งของกวงเป่ยยังไม่คุ้นเคยพอ ดังนั้นถ้าคิดจะต่อกรกับทีมชุมชน ในสภาพที่ทีมชุมชนแต่ละคนล้วนแต่เป็นมือชู้ตวงนอกทั้งนั้น ทีมกวงเป่ยจะต้องเสียเปรียบแน่นอน ดังนั้นกวงเป่ยต้องแสดงข้อดีของการเป็นวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยพลังและความรวดเร็ว ฉีกเส้นป้องกันของทีมชุมชน เพิ่มจังหวะความเร็วในการแข่งขัน ให้ทีมชุมชนเหนื่อยล้า

การตัดเข้าของจันเจี๋ยเฉิงทำให้ต้องใช้ตัวป้องกันถึงสองคน ขณะที่ขึ้นชู้ตก็ทำให้เซ็นเตอร์จำเป็นต้องกระโดดขึ้นบล็อก เขาส่งบอลกลางอากาศให้กับไมค์ เมื่อไมค์ได้บอลแล้ว กระโดดขึ้นสองเท้า ‘วาง’ บอลลงในห่วง หลี่หมิงเจิ้งและ

หลี่กวงเย่าเคยบอกกับเขาว่า ตำแหน่งที่ลงมืออยู่ใกล้ห่วงมากเท่าไหร่ อัตราการชู้ตเข้าก็จะยิ่งสูง ดังนั้นการวางบอลลงห่วง นอกจากฟาวล์ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการลงมือทำคะแนนที่มีอัตราการชู้ตที่สูงสุดในการเล่นบาสเกตบอล

หลังจากที่บอลของไมค์เข้า คะแนนขยับใกล้เข้ามาเป็นสิบห้าต่อหก และขณะที่ทุกคนเตรียมพร้อมจะกลับไปป้องกันในแดนหลังนั้น จู่ๆ หลี่กวงเย่าก็ตะโกน “ไม่ต้องป้องกันสองสาม ป้องกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งเต็มสนาม!”

สี่คนที่เหลือได้ยิน จึงรีบหาตำแหน่งเป้าหมายของตัวเองอย่างรวดเร็ว เลือกใช้วิธีการเริ่มเป็นฝ่ายรุกเข้าป้องกัน ไม่ต้องให้ถูกแรงกระตุ้นที่จะแสดงการป้องกันในเขตสองสาม

กวงเป่ยเปลี่ยนวิธีการป้องกันแบบฉับพลัน ทำให้ทีมชุมชนทำอะไรไม่ถูก พอยต์การ์ดไม่ได้ระวัง จึงถูกจันเจี๋ยเฉิงแย่งบอลไป ด้านหน้าหยางเจินอี้กับเว่ยอี้ฝานแอบเริ่มวิ่งแล้ว สุดท้ายเป็นเว่ยอี้ฝานที่ชู้ตทำสองคะแนนได้อย่างสบาย

พอยต์การ์ดที่ถูกโดนแย่งบอลไป ตบหัวตัวเอง พูดอย่างยิ้มๆ ไม่ได้ใส่ใจว่า “โอ้โห วัยรุ่นนี่มันดีจริงๆ การป้องกันกดดันหนึ่งต่อหนึ่งแบบนี้พวกเราทำไม่ได้นะเนี่ย”

สีหน้าของผู้เล่นทีมชุมชนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม คล้ายกับว่าการแข่งขันฝึกซ้อมครั้งนี้ทำให้คิดถึงสมัยยังเป็นวัยรุ่น ที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อีกแล้ว แต่การป้องกันหนึ่งต่อหนึ่งของกวงเป่ยไม่ได้หมายความว่าจะทำให้พวกเขาไม่มีทางสู้ ประสบการณ์กับความรู้ของพวกเขายังดีกว่าทีมกวงเป่ยมาก ในการสกรีนและแย่งตำแหน่งหลายๆ ครั้ง ทีมชุมชนยังคงได้คะแนนจากการใช้การชู้ตลูกระยะกลาง

ตรงกันข้ามกับทีมกวงเป่ย หลังจากที่เซี่ยหย่าซูเตือนสติเมื่อสักครู่ จึงมักใช้ความเร็วและข้อได้เปรียบในเรื่องความแข็งแรงของร่างกายตัดเข้าทำคะแนนในเขตจุดโทษ และในช่วงระยะเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นการส่งบอลของจันเจี๋ยเฉิง หรือการเล่นประสานงานที่แพรวพราวของเว่ยอี้ฝานและหยางเจินอี้ ไมค์เองก็ทำรีบาวด์ที่ทุกคนคาดหวังในตัวเขาได้ ผู้เล่นตัวจริงในสนามทั้งห้าคน ที่รู้สึกไม่มีตัวตนมากที่สุดกลับเป็นคนที่ปกติจะอวดดีไม่เกรงใจใครอย่างหลี่กวงเย่า เขารับบอลได้แต่กลับไม่เคยลงมือ ไม่เหมือนกับหยางเจินอี้กับเว่ยอี้ฝานที่กระตือรือร้นวิ่งรุกเร็ว และก็ไม่ได้บล็อกอะไรเลยในเรื่องการป้องกัน

จนกระทั้งจบควอเตอร์แรก ผลงานที่หลี่กวงเย่าทำให้กับกวงเป่ยคือศูนย์ แม้กระทั้งรีบาวด์ยังแย่งไม่ได้

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งเดียวที่หลี่กวงเย่าให้กับทีม กลับเป็นสิ่งที่ไม่มีข้อมูลอะไรมาแสดงได้ นั้นก็คือในสิบนาทีของควอเตอร์แรก ไม่มีผู้เล่นคนไหนของทีมชุมชนที่ได้คะแนนจากการเผชิญหน้าการป้องกันของเขา

เริ่มควอเตอร์ที่สอง จากคำชี้แจงของหลี่หมิงเจิ้ง ผู้เล่นตัวจริงของควอเตอร์แรกนอกจากไมค์ เว่ยอี้ฝาน หยางเจินอี้ที่ยังคงลงเล่นในสนามต่อ แดนหลังอย่างหลี่กวงเย่ากับจันเจี๋ยเฉิงขึ้นมาพักข้างสนาม เปลี่ยนเซี่ยหย่าซูกับเปาต้าเหว่ยลงไปแทน

ทีมชุมชน ผู้เล่นในควอเตอร์แรกขึ้นมาพักนอกสนามหมด ทีมชุดใหญ่สลับให้ทีมชุดเล็กลงไปเล่นแทน เซ็นเตอร์สูงสุดแค่ร้อยแปดสิบนิดๆ เทียบกับไมค์แล้วห่างกันหนึ่งฝ่ามือเต็มๆ ความสูงของพอยต์การ์ดต่ำสุดไม่ถึงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรด้วยซ้ำ และนอกจากความสูงแล้ว อายุยังอ่อนกว่าชุดแรกอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบทีมชุดใหญ่อายุเฉลี่ยอยู่ที่สี่สิบปี ทีมชุดนี้อายุเฉลี่ยน้อยกว่าประมาณสิบปี

เนื่องจากควอเตอร์แรกทีมกวงเป่ยได้สิทธิ์การครองบอล ดังนั้นการแข่งขันควอเตอร์ที่สอง สิทธิ์ในการรุกครั้งแรกจึงเป็นของทีมชุมชน

พอยต์การ์ดรับบอลจากแดนหลัง วิ่งเลี้ยงบอลผ่านครึ่งสนามอย่างรวดเร็ว แทบไม่ได้เตรียมพร้อมป้องกันอะไรเลย แค่เพียงพริบตาเดียวก็ถูกดริบเบอลิ้งจากการป้องกัน

……………………………………………………………………….

 

 

 

 

จบบทที่ ทีมบาสหัวใจนักสู้ ตอนที่ 39

คัดลอกลิงก์แล้ว