เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: ความเร็วท้าทายสวรรค์!

บทที่ 14: ความเร็วท้าทายสวรรค์!

บทที่ 14: ความเร็วท้าทายสวรรค์!


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ (เรื่องใหม่)

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

••••••••••••••••••••

บทที่ 14: ความเร็วท้าทายสวรรค์!

ทุกอย่างปกติดีสินะ!

เหย่ซินเซียกลับสู่สภาวะสงบอีกครั้ง

“ซินเซีย… ฉันจัดการกับขยะพวกนั้นแล้ว ต่อไปพวกมันจะไม่มากวนใจเธออีก” โม่ฝานวางรถเข็นลงตรงหน้าของเธอ

“เหมือนกับว่าฉันเห็น… ฉันเห็นสายฟ้า มันดูเหมือนสายฟ้าขั้นแรกของธาตุสายฟ้า” ซินเซียกล่าวออกมา

เมื่อโม่ฝานได้ยินเช่นนั้น เขาเผยรอยยิ้มจางๆแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา โม่ฝานมองไปที่เหย่ซินเซียที่กำลังจดจ้องเขาอย่างไม่วางตาพร้อมหัวเราะเล็กน้อย

เหย่ซินเซียรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เธอคิดเรื่องนี้อย่างรอบคอบพร้อมถามออกไปด้วยความสงสัย

“สายฟ้านั่นเป็นของพี่งั้นเหรอ?”

โม่ฝานไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มออกมาเท่านั้น

“เป็นพี่จริงๆด้วย พี่โม่ฝาน… พี่เป็นนักเวทย์งั้นเหรอ?” เหย่ซินเซียกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ

“ฮ่าฮ่า เธอเป็นคนแรกที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของฉัน!” โม่ฝานยิ้มกว้าง พร้อมกับมองไปที่ซินเซียด้วยใบหน้าที่อบอุ่น

ซินเซียเมื่อเห็นเขาทำหน้าอย่างนั้น เธอรู้สึกเขินอายอย่างช่วยไม่ได้ แก้มขาวทั้งสองข้างแดงเรื่อขึ้นอย่างรวดเร็ว

โม่ฝานรู้สึกว่าตนเองล้ำเส้นเกินไป เขารีบอธิบายออกมาอย่างรวดเร็ว “อ่า ฉันขอโทษนะ ฉันตื่นเต้นไปหน่อย”

เหย่ซินเซียกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่งุนงง “ถ้าอย่างนั้น… พี่ก็เป็นนักเวทย์สินะ?”

โม่ฝานพยักหน้ารับเบาๆ

“อาจารย์ของฉันบอกไว้ว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถปลุกธาตุสายฟ้าขึ้นมาได้ แรกเริ่มธาตุสายฟ้านั้นยอดเยี่ยมอย่างมาก มันเป็นองค์ประกอบแรกที่ใครๆก็ใฝ่ฝันถึง” เหย่ซินเซียกล่าวออกมาอย่างมีความสุข

สถานการณ์ที่บ้านของเหย่ซินเซียในตอนนี้แน่นอนว่าลำบากอย่างมาก เธอกับโม่ฝานเป็นสมาชิกครอบครัวที่ยังเด็กอยู่ แน่นอนว่าเธอรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระให้กับลุงโม่เซี่ยจิงอย่างมาก เธอรู้มาจากป้าของตนเองว่าลุงโม่เซี่ยจิงนั้นต้องขายบ้านของตัวเองเพื่อที่จะให้โม่ฝานเรียนต่อ ซึ่งแน่นอนว่าความลำบากของพวกเขาคงจะมาถึงจุดสูงสุดแล้ว

เธอและโม่ฝานยังเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องยากถ้าหากต้องจินตนาการว่าลุงโม่เซี่ยจิงลำบากขนาดไหน ทั้งสองทำได้เพียงร่ำเรียนอย่างหนักเพื่อเป็นนักเวทย์ที่แท้จริงให้ได้และแบ่งเบาภาระของครอบครัว

เมื่อเห็นว่าพี่ชายโม่ฝานนั้นแข็งแกร่งขึ้นในระยะเวลาอันสั้น เธอรู้สึกทึ่งอย่างมากในความพยายามของเขา…

“โอ้! ไม่นะ!”

ทันใดนั้นเหย่ซินเซียร้องอุทานออกมา ดวงตากลมโตที่สวยงามนั้นราวกับจะบอกอะไรกับโม่ฝาน

โม่ฝานขมวดคิ้วพร้อมถามทันที “มีอะไร?”

“พี่เพิ่งจะเรียนได้ครึ่งปีเองไม่ใช่เหรอ เท่าที่ฉันรู้แม้แต่ฉัจริยะก็ยังสามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้จะต้องฝึกฝนมานานกว่าหนึ่งปีเชียวนะ” เหย่ซินเซียกล่าวออกมา

โม่ฝานได้แต่ยืนอยู่อย่างนั้น เขาเหยียดตัวไปมานิดหน่อย

‘เหอะ แม้แต่อัจฉริยะก็ต้องใช้เวลาหนึ่งปีในการฝึกฝนทักษะแรกงั้นเหรอ?’

‘ถ้าอย่างนั้น… ฉันที่ทำสำเร็จในครึ่งปีแรกเช่นนี้ ก็ควรจะเรียกว่าอะไรดีล่ะ?’

แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาที่สำคัญนักหรอก

ในความคิดของเขาตอนนี้ มู่ไป๋หน้าโง่คนนั้นยังจัดการกับดวงดาวได้เพียงสี่หรือห้าดวง แล้วมันผิดอะไรที่เขาสามารถปลดปล่อยเวทมนตร์ได้แล้ว?

แต่ทำไมเหย่ซินเซียจึงต้องทำหน้าตาเช่นนั้นด้วย เธอไม่เชื่องั้นหรือ? เธอกำลังมองฉันเป็นตัวอะไร?

มันผิดปกติงั้นเหรอที่จะเรียนรู้ทักษะแรกได้ภายในครึ่งปี? ให้ตายสิ!

“แล้วสำหรับเธอน่ะ อัจฉริยะเขาใช้เวลากี่ปีล่ะ?” โม่ฝานถามออกไป

โม่ฝานนั้นไม่อยากเปิดเผยว่าเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกนี้มากนัก จึงแสร้งถามอ้อมๆอย่างนั้นไป

“มู่หนิงเซวียนั้นเป็นอัจฉริยะที่สุดในเมืองนี้ ความสามารถของเธอนั้นเก่งกาจระดับจักรพรรดิ แต่ทว่าเธอใช้เวลาให้การเรียนรู้ทักษะแรกหลังจากปลุกธาตุน้ำแข็งขึ้นมาได้ถึงแปดเดือน” เหย่ซินเซียกล่าว

“แปด… แปดเดือนเลยงั้นเหรอ?” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างโง่งม

มู่หนิงเซวียคืออะไรงั้นเหรอ?

เธอเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับการยอมรับจากมหาลัยจักรพรรดิและเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของตระกูลมู่ เธอเป็นคนที่เกิดมาพร้อมกับเวทมนตร์ มีความรู้สะสมมาอย่างยาวนาน อีกทั้งครอบครัวของเธอยังเต็มไปด้วยทรัพยากรที่พร้อมจะสนับสนุนให้กับเธออย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แน่นอนว่าชาวนาอย่างเขาไม่เคยได้สัมผัส

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงกลายเป็นดวงดาวที่เจิดจรัสและเป็นอัจฉริยะในโลกของนักเวทย์อย่างมาก!

แม้แต่หญิงสาวที่เป็นอัจฉริยะเช่นนางยังต้องใช้เวลาถึงแปดเดือนในการปลดปล่อยเวทมนตร์ครั้งแรก แล้วฉันที่สามารถทำได้ภายในห้าเดือนเช่นนี้เรียกว่าอะไรล่ะ?

ฉันนี่มันยอดคนจริงๆ!

ฉันเป็นอัจฉริยะ!

ภายในใจของโม่ฝานนั้นราวกับว่ามีใครรัวกลองอยู่ด้านใน หัวใจของเขาสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

ถ้าหากมู่เซวียหนิงที่ปลดปล่อยเวทย์ครั้งแรกในระยะเวลาแปดเดือนถูกเรียกว่าอัจฉริยะ เขาคงจะเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมกว่านั้นอย่างแน่นอน!

“พี่โม่ฝาน พี่ทำเรื่องไม่ดีรึเปล่า? ฉันเคยได้ยินจากอาวุโสเก่าแก่ว่ามันมีหนทางที่จะฝึกฝนได้เร็วขึ้นแต่ทว่ามันเป็นเวทมนตร์สายดำ” เหย่ซินเซียกล่าวออกมาอย่างระมัดระวัง

การฝึกฝนเวทมนตร์สายดำนั้นทำให้ความเร็วของการฝึกฝนเร็วขึ้นอย่างมาก ซึ่งก็ไม่ผิดที่เหย่ซินเซียจะคิดเช่นนี้ เพราะอะไรกันโม่ฝานจึงสามารถทำได้ภายในห้าเดือน? แม้ว่าเหย่ซินเซียนั้นรู้ดีกว่าพี่ชายของเธอนั้นฉลาดอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้!

“เวทมนตร์ดำ? มันจะเป็นอย่างนั้นได้ไงล่ะ? เอ้อใช่ ฉันไม่ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเวทมนตร์หนิ เอาล่ะ ฉันพบกับชายชราคนหนึ่ง เขาเอ็นดูฉันมาก เช่นนั้นเขาเห็นว่าฉันยังหนุ่มและขยัน จึงสอนเวทมนตร์ให้เป็นการส่วนตัวน่ะ ฉันมักจะถามเขาอยู่เสมอ เขาเป็นสมาชิของนักเวทย์เลยปลุกธาตุในร่างกายของฉันขึ้นมาก่อนคนอื่น ความจริงแล้วฉันไม่ได้เรียนรู้ทุกอย่างได้ในห้าเดือนหรอก” โม่ฝานตัดสินใจโกหกออกไปทันที

เหย่ซินเซียมองท่าทีของโง่เง่าของพี่ชายคนเองอย่างเหนื่อยใจ

อย่างไรก็ตาม เธอทำได้แค่ยิ้มและกล่าวต่อ “แม้ว่าจะปลุกขึ้นมาก่อน แต่ทว่าระยะเวลาของมันนั้นย่อมไม่ดีแน่นอนกับสมาคมเวทมนตร์ แต่คนที่จัดการเรื่องนี้ให้พี่เป็นวงใน เช่นนั้นก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”

โม่ฝานเห็นว่าเหย่ซินเซียนั้นไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาแอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

‘บัดซบ ฉันกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้วรึไงนะ? ดูเหมือนว่าฉันจะต้องเก็บความลับเหล่านี้ไว้ให้ดี ไม่ควรที่จะแสดงออกไป ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์ของมันคงไม่ดีแน่’

“เป็นความจริงงั้นเหรอที่คนฝึกเวทมนตร์สายดำจะมีความเร็วเพียงห้าเดือน?” โม่ฝานถามออกมาอย่างอ่อนใจ

“ใช่!” เหย่ซินเซียพยักหน้ารับอย่างเขร่งขรึม

โม่ฝานหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบออกมาทันที!

คงไม่ดีถ้าหากจะดื้อรั้นต่อไป เดิมทีเขาต้องการให้เหย่ซินเซียประหลาดใจเกี่ยวกับธาตุไฟของเขา แต่ในตอนนี้เขารู้สึกว่ารอให้เขาเข้าใจสถานการณ์ของโลกใบนี้ให้แน่ใจซะก่อนจะดีกว่า

เขาต้องกลับไปศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมและหาสิ่งที่สามารถอ้างอิงเหตุผลของตนเองให้ได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องถูกมองว่าเล่นสกปรกด้วยเวทมนตร์ดำแน่นอน!

••••••••••••••••••••

ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

จบบทที่ บทที่ 14: ความเร็วท้าทายสวรรค์!

คัดลอกลิงก์แล้ว