เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 : มิสกัน

ตอนที่ 17 : มิสกัน

ตอนที่ 17 : มิสกัน


ในตอนแรกคาน่าคิดว่าเควินจะช่วยคิดแผนการช่วยเหลือนัตสึกับเอลซ่า ทว่าเควินกลับหลับไปโดยไม่สนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย

ตึ้ง!

“เธอทำอะไรของเธอเนี่ย!” เควินตะโกนใส่คาน่าด้วยสีหน้าหงุดหงิด เมื่อจู่ๆคาน่าก็เขกเข้ามาที่หัวของเขา

“นายไม่สนใจเอลซ่ากับนัตสึบ้างเลยรึไง!” ทว่าแทนที่จะสลดคาน่ากลับตะคอกเควินกลับอย่างเดือดดาล

“ไม่ใช่ไม่สนใจ แต่ไม่จำเป็นต้องสนใจต่างหาก” เควินพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง

“ต่อให้นัตสึทำอะไรเกินเลยไปบ้าง อย่างมากสภาก็แค่ลงโทษสองคนนั้นนิดหน่อยแหละน่า พรุ่งนี้ก็กลับกันมาเองนั่นแหละ”

“ทำไมไม่พูดให้เร็วกว่านี้ล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิด!” ความโกรธของคาน่าลดน้อยลงทว่าเธอน้ำเสียงของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความกังวล

เธอรู้มาตลอดว่าเควินมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกับเอลซ่าและนัตสึนัก เธอคิดว่าเควินจะไม่ช่วยเหลือสองคนนั้นเพราะเหตุผลนี้ ยิ่งเธอคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งหงุดหงิด เธอหยิบไวน์ออกมาขวดหนึ่งก่อนจะกระดกใส่ปากจนหมดทันที

“ยัยนี่เวลาหงุดหงิดทีไรก็เอาแต่ดื่มทุกที” เควินถอนหายใจออกมา

“กิลดาสจะรู้ตัวบ้างไหมเนี่ยว่าลูกสาวของเขาสร้างปัญหาให้ฉันขนาดไหน”

เมื่อเมาหนักคาน่าก็ผล็อยหลับไป เควินพาคาน่าไปนอนในห้อง ส่วนเขาก็เลือกที่จะนอนบนโซฟา

“ปวดหัวจริงๆ” คาน่านวดขมับตัวเองเบาๆเมื่อเธอตื่นขึ้นมา

หลังจากลุกออกจากเตียงคาน่าก็เดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างคุ้นเคย เสื้อในและกางเกงในถูกโยนทิ้งไปทีละตัว ไม่นานนักเสียงน้ำไหลก็ดังขึ้น

เควินตื่นนอนพร้อมกับอาการปวดเมื่อยร่างกาย

เควินบิดตัวไล่ความปวดเมื่อยออกจากร่างอย่างรุนแรง

“ยัยนี่ไม่กลัวฉันแอบทำมิดีมิร้ายเธอในตอนดึกรึไงกัน? สักวันต้องจัดให้ยัยนี่สักหน่อยแล้ว” เควินพูดพึมพำกับตัวเอง ตอนนั้นเองหญิงสาวที่นุ่งผ้าขนหนูเพียงตัวเดียวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ

“เมื่อกี้ฉันได้ยินนะเควิน” คาน่ายิ้มมุมปากพร้อมขยิบตาให้เควิน

“ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย” เควินตอบปฎิเสธอย่างรวดเร็ว ทว่าเขากลับนั่งเอนตัวมาด้านหน้าอย่างผิดสังเกตุ

ในฐานะชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์เป็นธรรมดาที่ภาพตรงหน้าจะทำให้ร่างกายของเขาเกิดปฎิกิริยาตอบสนอง

ถึงเขาจะเห็นร่างกายของคาน่ามาตั้งแต่ยังเด็ก แต่เขาก็ยังไม่ชินสักที

“ฉันได้ยินนะ จะจัดหนักอะไรกัน?” คาน่าในผ้าขนหนูเพียงตัวเดียวเดินเอนกายมาพิงร่างของเควิน

“กินข้าวเสร็จก็ออกไปซะ” เควินที่สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่นุ่มนิ่มมากระทบกับแผ่นหลังของเขาแสร้งพูดออกไปอย่างใจเย็น

“น่าเบื่อเป็นบ้า” เมื่อเห็นว่าเควินไม่เล่นด้วย คาน่าก็เดาะลิ้นพร้อม หยิบเสื้อผ้ามาสวมและออกจากบ้านของเควินไปด้วยท่าทางหงุดหงิด

“ในที่สุดยัยนั่นก็ไปสักที...ดูเหมือนหน้าอกยัยนั่นจะใหญ่ขึ้นอีกแล้วสินะ…”

——

การเดินไปบนถนนภายในแมกโนเลียในทุกเช้าทำให้เควินรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด

ขณะเดินเข้าไปภายในกิลด์ เควินก็พบคนที่เขาคุ้นเคย

อีกฝ่ายสวมชุดคลุมดำ สวมผ้าโพกหัวและมีผ้าที่ช่วยอำพรางใบหน้าทำให้โดยรวมแล้วเขาดูเป็นชายที่ลึกลับเป็นอย่างมาก ทว่ากลับไม่มีใครเลยบนถนนที่สังเกตุเห็นเขา ราวกับว่าเขาเป็นเพียงแค่ภูติผี

“ไม่เจอกันนานเลยนะมิสกัน” เคิวนเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมทักทายด้วยความร่าเริง

“ไม่เจอกันนาน” ชายที่ชื่อมิสกันตอบกลับเสียงเรียบเฉย

“เอาแต่ใช้เวทมนตร์อำพลางไม่เหนื่อยบ้างรึไง?” เควินถามขึ้นขณะเดินไปพร้อมกับอีกฝ่าย

“นายก็รู้ดีว่าฉันไม่สามารถปรากฎตัวท่ามกลางฝูงชนได้” มิสกันเหลือบมองเควิน ราวกับจะถามว่านายก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้วนายจะถามเพื่อ?

“ก็จริง นายบนโลกนี้เป็นคนดังนี่นา” เควินเมินสายตาของมิสกันที่จ้องมองมาทางเขา

“จะว่าไปถ้าไม่ใช่เพราะชื่อเสียงที่แย่ของแฟรี่เทล นายก็คงขึ้นเป็นหนึ่งในสิบจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้สบายๆแล้ว” มิสกันที่ไม่อยากพูดเรื่องของตัวเองสักเท่าไหร่ รีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที

“คนที่แกร่งที่สุดในแฟรี่เทลคือกิลดาสต่างหากล่ะ หากจะต้องเลือกใครสักคน เขาน่าเหมาะที่สุดแล่ว” เควินยิ้มด้วยแววตาที่ราวกับกำลังจะบอกมิสกันว่า ‘ฉันรู้นะว่านายพยายามเปลี่ยนเรื่อง’ ถึงแม้ว่ามิสกันจะปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิด ทว่าเควินก็พอรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อถูกจ้องมอง

“แต่ก็อย่างว่าแหละ นิสัยของเขามันไม่ได้เรื่องเลย”

“หมอนั่นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีลูกสาวแล้ว”

“ลูกสาว?!”

“โอ๊ะ ลืมไปว่านั่นมันความลับสุดยอด เอาเป็นว่าเมื่อกี้นายไม่ได้ยินอะไรละกัน”

มิสกันเริ่มใจเต้นแรงเพราะกลัววันหนึ่งเควินจะเผลอหลุดความลับของเขาออกไปแบบเดียวกับที่เขาทำตอนนี้

ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ที่หน้ากิลด์แฟรี่เทล

“เสียงดังมาก นัตสึกับเอลซ่ากลับมาแล้วงั้นเหรอ” เควินเดาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงที่อยู่ด้านใน

“หลบไปก่อน ฉันจะใช้เวทมนตร์” เมื่อมิสกันพูดจบ เควินก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาทันที ซึ่งเควินที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้วก็ใช้พลังเวทย์ของตัวเองขจัดผลของเวทย์มิสกันทิ้งไป

“ทำไมนายต้องทำให้พวกนั้นหลับด้วยล่ะ” เควินหรี่ตาลงพร้อมมองไปที่มิสกันด้วยสีหน้าหงุดหงิด

“ข้างในมันเอะอะกันเกินไป ฉันกลัวว่าจะมีใครมาเผลอดึงผ้าปิดหน้าของฉันออก แม้จะเป็นไปได้ยากแต่ระวังเอาไว้ก่อนดีกว่า”

“สมกับเป็นแฟรี่เทลจริงๆ ถึงได้รู้นิสัยของคนภายในกิลด์ดีขนาดนี้” เควินหัวเราะพร้อมนั่งลงบนโต๊ะที่มีเกรย์นั่งอยู่

มิสกันเดินไปที่กระดานภารกิจ จากนั้นก็หยิบออกมาแผ่นหนึ่งและมอบให้มาคารอฟ

เขาเป็นเหมือนดั่งวิญญาณร้ายในแฟรี่เทล ที่ทุกคนรู้ว่ามีเขาอยู่ แต่น้อยคนนักที่เคยเจอเขา

เมื่อมิสกันเดินออกไปเวทย์หลับไหลก็หมดฤทธิ์ลง ทุกคนต่างตื่นกันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“มิสกันมาที่นี่งั้นเหรอ? นี่นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเควิน?” เมื่อผลของเวทย์หลับไหลหมดลง เกรย์ก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความงุนงง

“เอลซ่ายังหลัยอยู่ไหม? หวังว่าเธอจะไม่พุ่งเข้ามาท้าฉันสู้นะ…” เควินไม่สนใจเกรย์เลยแม้แต่น้อย เอาแต่จ้องมองเอลซ่าที่อยู่ห่างออกไปพร้อมพึมพำกับตัวเอง

***

มิสกัน

จบบทที่ ตอนที่ 17 : มิสกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว