เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 : โฉมหน้าที่แท้จริงของลัลลาบาย

ตอนที่ 15 : โฉมหน้าที่แท้จริงของลัลลาบาย

ตอนที่ 15 : โฉมหน้าที่แท้จริงของลัลลาบาย


“นายคิดจริงๆเหรอว่าเอริกอร์ที่ไม่แม้แต่จะเอาชนะนัตสึได้ด้วยซ้ำจะจัดการพวกมาสเตอร์ได้?” เควินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจพร้อมพูดจาเหยียดหยามความโง่เง่าของอีกฝ่าย

“ฮ่าฮ่า! จริงอยู่ที่คุณเอริกอร์ไม่สามารถเอาชนะพวกตาแก่นั่นได้ แต่ด้วยเวทย์ลมจะทำให้เสียงขลุ่ยนั่นฆ่าเจ้าพวกตาแก่นั่นได้แน่นอน” คาเงยามะไม่สนใจคำพูดของเควินและเลือกที่จะพูดดูถูกพวกเควินแทน

“แกหยุดพูดไร้สาระได้แล้ว!” นัตสึที่ใจร้อนที่สุดในกลุ่มรีบลงมือเป็นคนแรก เปลวเพลิงสีแดงลุกท่วมมือของเขา

“หมัดเหล็กมังกรเพลิง!”

เปลวเพลิงพุ่งโจมตีไปยังอสรพิษเงา แม้ว่าจะไม่สามารถทำลายมันลงได้แต่เควินก็แอบสังเกตุเห็นว่าสีมันจางลงเล็กน้อย

“ไฟไม่ได้งั้นเหรอ?” นัตสึตะโกนออกมาเมื่อเห็นว่าเปลวเพลิงนั้นไร้ผล

“รีบปลดเจ้านี่ซะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่านายทิ้ง!!!” เอลซ่านำดาบไปพาดคอเพื่อข่มขู่อีกฝ่าย

“ฮ่าฮ่าฮ่า! จะรออะไรอยู่ล่ะ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าหากฉันตายไปอสรพิษเงาพวกนี้จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น!” คาเงยามะไม่แม้แต่จะสนใจคำขู่ของเอลซ่า โดยเอาแต่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

“เพราะแบบนี้เองสินะ นายถึงมั่นใจว่าจะหยุดพวกเราไว้ได้กว่าสิบนาที” เควินด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินไปที่ม่านอสรพิษเงา

“ถึงฉันจะไม่สามารถให้อภัยกับการกระทำของนายได้ แต่ฉันขอนับถือความใจกล้าและความเสียสละของนาย ฉันจะไม่ปล่อยให้นายตายที่นี่ นายควรจะได้โอกาสเรียนรู้และปรับปรุงตัวภายในคุกของสภาจอมเวทย์” ขณะพูดเควินก็หยิบการ์ดใบหนึ่งออกมา

“ปัดเป่าพลังเวทย์!”

การ์ดใบนั้นส่องสว่างขึ้นมา จากนั้นอสรพิษเงาที่กักขังพวกเขาเอาไว้ก็ค่อยๆสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย

คาเงยามะได้แต่ตะโกนออกมาด้วยความตกตะลึง “เป็นไปได้ยังไงกัน!”

“ต้องรีบแล้ว!” เควินสั่งให้ทุกคนขึ้นไปบนหลังของมังกรค้างคาว

“จับให้แน่นๆล่ะ” มังกรค้างคาวเริ่มกางปีกและออกบินด้วยความเร็วสูง

“สุดยอด!” เมื่อมองลงมาจากบนท้องฟ้า ลูซี่ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น

“สบายกว่าที่คิดแฮะ” เกรย์เองก็ตื่นเต้นไม่ต่างกัน การได้บินไปบนฟ้าถือเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆคน

ความเร็วในการบินของมังกรค้างคาวนั้นรวดเร็วมาก เพียงไม่นานพวกเขาก็ตามเอริกอร์ได้ทัน

อันที่จริงส่วนหนึ่งเป็นเพราะเอริกอร์ได้ต่อสู้กับนัตสึก่อนหน้านี้จึงทำให้พลังเวทย์ของเขาลดต่ำลงมากเลยทำให้บินได้ช้าลงกว่าปกติ แต่อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็เกือบจะถึงสถานที่จัดงานประชุมของเหล่ามาสเตอร์แล้ว

“พวกนั้นตามมาทันได้ยังไงกัน? หรือว่าในบรรดาคนพวกนั้นมีคนที่สามารถสลายพลังเวทย์ได้อยู่ด้วยกัน?” เอริกอร์รู้ตัวตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าตนนั้นไม่สามารถเอาชนะพวกเควินได้ เขาจึงรีบวางขลุ่ยไว้บริเวณริมฝีปากเป็นแนวขวางเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเล่น

“ไม่มีทางให้แกทำได้หรอก!” นัตสึพุ่งลงไปหาเอริกอร์ทันทีด้วยความช่วยเหลือจากแฮปปี้ เขาใช้มังกรสยายปีกจัดการกับเอริกอร์และทำลายขลุ่ยลัลลาบายได้ภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

“จบแล้วสินะ” เควินยกมือขึ้นมาเผยให้เห็นอักษรเวทย์ จากนั้นอักษรเวทย์เหล่านั้นก็พุ่งไปมัดตัวเอริกอร์เอาไว้แน่น มังกรค้างคาวบินลงสู่พื้นปล่อยให้ทุกคนปีนลงมาจากหลังมัน

“จบเรื่องแล้วรีบไปรายงานมาสเตอร์กันเถอะ” เอลซ่ามองดูคาเงยามะและเอริกอร์พร้อมถอนหายใจ

“ไม่ต้องหรอก เพราะนัตสึแหกปากนั่นแหละ มาสเตอร์ก็เลยมาหาพวกเราด้วยตัวเองแล้ว”

เมื่อเควินพูดจบ มาคารอฟและเหล่ามาสเตอร์ทั้งหลายก็เดินออกมาจากที่ซ่อน โดยมีมาคารอฟที่ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ

“สมกับเป็นจอมเวทย์จากแฟรี่เทลจริงๆ”

พวกมาสเตอร์ไม่ได้เห็นเอริกอร์อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ พวกเขาเอาแต่เดินเข้ามาสำรวจจอมเวทย์ของแฟรี่เทล

“สุดท้ายแล้วทุกอย่างที่พวกเราทำไปมันก็สูญเปล่าสินะ” คาเงยามะพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าผิดหวัง

“ต่อให้นายทำสำเร็จจริงๆ พวกนายก็จะถูกไล่ล่าจากสมาพันธ์นักเวทย์และกิลด์ของนายก็จะถูกจัดการลงอยู่ดีนั่นแหละ” เควินที่สังเกตุเห็นความผิดหวังของคาเงยามะพูดตอกหน้าอีกฝ่ายไปอย่างไร้ปราณี

“คุคุคุ...จอมเวทย์พวกนี้นี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ สุดท้ายข้าก็ต้องเป็นคนลงมือเองสินะ?”

ทันใดนั้นเองขลุ่ยที่พังแล้วก็มีเสียงดังออกมา ก่อนจะมีม่านควันสีม่วงปกคลุมไปทั่ว จากนั้นปีศาจร่างยักษ์ก็ปรากฎตัวออกมา

“ข้า...จะกินวิญญาณของพวกเจ้าให้หมด!”

มันเป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างใหญ่โตที่เนื้อหนังทั่วทั้งร่างของมันเกิดขึ้นมาจากไม้ และด้วยกลิ่นอายเวทย์อันแสนน่ารังเกียจเป็นตัวบ่งบอกอย่างดีว่ามันคือหนึ่งในปีศาจ

“ร่างจริงของมันน่าเกลียดจริงๆ” เควินมองดูร่างกายของมันด้วยสายตาดูถูก

“ใช่เวลาพูดเรื่องนั้นรึไง! นั่นมันปีศาจจากหนังสือของเซเรฟเชียวนะ!” ลูซี่กำลังเกิดอาการหวาดผวาอย่างหนัก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งมากขนาดนี้

“ข้าจะเริ่มกินจากใครดีนะ” เสียงของลัลลาบายดังขึ้นอีกครั้ง “ช่างมันเถอะ กินพวกมันทั้งหมดพร้อมกันไปเลยละกัน!”

มันเริ่มแหกปากส่งเสียงร้องประหลาดออกมา ซึ่งนั่นก็คือโฉมหน้าที่แท้จริงของบทเพลงต้องสาป

“ไม่แปลกเลยที่มันได้ชื่อว่าเป็นบทเพลงต้องสาป ในเมื่อเสียงมันแสลงรูหูได้ขนาดนี้” เควินพูดประชดประชันออกมาอีกครั้ง จากนั้นร่างทั้งสามที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้พุ่งออกไปราวกับสายลม

ซึ่งก็คือนัตสึ เกรย์ และเอลซ่า

การโต้กลับอย่างรวดเร็วของทั้งสามได้ขัดจังหวะการโจมตีของลัลลาบายเอาไว้ได้ จนทำให้ตอนนี้ลัลลาบายตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

“นายไม่เข้าไปช่วยเหรอ?” ลูซี่หันไปถามเควินที่ยืนดูอยู่เฉยๆ

“แค่สามคนนั้นก็เหลือแหล่แล้ว หน้าที่ของฉันก็แค่ต้องระวังไม่ให้เจ้าพวกนั้นทำลายเมืองทิ้งต่างหาก”

“เป็นงานที่ฟังดูลำบากจริงๆ”

ถึงเควินจะพูดแบบนั้น แต่มังกรค้างคาวก็ได้บินเข้าไปโจมตีลัลลาบายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งสามแสดงฝีมือออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ภายในเวลาสั้นๆเอลซ่าสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวทั้งหมดของลัลลาบายได้ โดยมีเกรย์คอยสกัดกั้นการโจมตี และทันทีที่มันเผยช่องว่างออกมานัตสึก็ได้โจมตีเพื่อปิดฉากมันทันที

การโจมตีของทั้งสามพุ่งตรงไปยังร่างของลัลลาบาย จนมันล้มและแน่นิ่งไปในที่สุด

“สุดยอดไปเลย! นี่สินะทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของแฟรี่เทล” เมื่อเห็นว่าพวกนัตสึสามารถจัดการปีศาจจากหนังสือของเซเรฟได้อย่างง่ายดาย ใบหน้าของลูซี่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม

***

ลัลลาบายขลุ่ย

ลัลลาบายร่างปีศาจ

จบบทที่ ตอนที่ 15 : โฉมหน้าที่แท้จริงของลัลลาบาย

คัดลอกลิงก์แล้ว