เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 : สโตกเกอร์นามว่าเควิน

ตอนที่ 13 : สโตกเกอร์นามว่าเควิน

ตอนที่ 13 : สโตกเกอร์นามว่าเควิน


วันรุ่งขึ้นเมื่อเควินมาที่กิลด์ เขาก็เห็นมิร่ากำลังเขียนจดหมายเวทมนตร์อยู่ จากนั้นเธอก็พูดอะไรสักอย่างกับมันก่อนที่จดหมายจะพับตัวมันเองลง

“มิร่า เขียนจดหมายหาใครเหรอ” เควินถามอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง

“ไหนๆก็เป็นโอกาสดีที่เอลซ่า นัตสึ และเกรย์ได้ร่วมทีมกัน ฉันเลยเขียนจดหมายไปหามาสเตอร์น่ะ” ขณะพูดมิร่าก็ประทับตราจดหมาย ไม่นานนักก็มีนกบุรุษไปรษณีย์มารับจดหมาย

“สวัสดีคุณมิร่าเจน นี่คือจดหมายถึงมาสเตอร์มาคารอฟใช่ไหม” เจ้านกคว้าจดหมายของมิร่าไปพร้อมถามอย่างร่าเริง

“ช่วยรีบส่งให้ด้วยนะ พอดีเป็นเรื่องสำคัญ” มิร่าพูดกับมันด้วยรอยยิ้ม จากนั้นนกบุรษไปรษณีย์ก็บินออกไปทันที

“มิร่า จดหมายนั่นจะไม่ทำให้มาสเตอร์เกิดอาการหวาดระแวงใช่ไหม?” เควินมองนกที่บินออกไป พร้อมจินตนาการถึงทีมเวิร์คของทั้งสามในทีมเอลซ่า

“บอกได้ยากมากเลย”

วันนี้ยังคงเป็นวันสบายๆอีกวันหนึ่ง เนื่องจากมาสเตอร์ไปร่วมประชุม เควินเองก็ขี้เกียจไปทำภารกิจเขาเลยนั่งเล่นอยู่กับพวกมาคาโอะ

อย่างไรก็ตาม ในตอนเที่ยงของวันนั้นเอง การ์ดใบหนึ่งของเควินก็ส่งเสียงดังขึ้นมา

เควินหยิบการ์ดขึ้นมาด้วยอาการมึนเมา เขามองมันใกล้ๆและพบว่ามันคือการ์ด ‘สื่อสาร’ เพื่อใช้ในการติดต่อกับเขาในกรณีฉุกเฉิน โดยมีทั้งหมดสามคนที่สามารถติดต่อหาเขาได้ ได้แก่ คาน่า มาคาโอะ และมาคารอฟ

คาน่ากำลังดื่มอยู่กับเขาและมาคาโอะ แสดงว่าอีกฝ่ายคือมาสเตอร์อย่างแน่นอน

“ไม่อยากจะตอบจริงๆ ทุกครั้งที่มาสเตอร์ติดต่อมามันมีแต่เรื่องทั้งนั้น” เควินพึมพำพร้อมใช้งานการ์ด ‘สื่อสาร’ อย่างไม่เต็มใจนัก

“เควินตอนนี้เจ้าอยู่ไหน!” ทันทีที่เขารับเสียงตะโกนของมาสเตอร์ก็ดังออกมา

“ตอนนี้ผมอยู่ที่กิลด์ มีอะไรงั้นเหรอมาสเตอร์?” เควินตอบกลับไปอย่างเอื่อยเฉื่อย

“ตอนนี้เจ้าอยู่ที่กิลด์งั้นเหรอ? แล้วเจ้ารู้เรื่องการตั้งทีมระหว่างเอลซ่า นัตสึ เกรย์ไหม?” มาคารอฟผงะไปทันทีเมื่อได้ยินว่าเควินนั้นอยู่ที่กิลด์ น้ำเสียงที่เขาถามออกมาเต็มไปด้วยความกังวล

“อ่าหะ มีอะไรงั้นเหรอ?”

“เจ้ารีบตามไปเดี๋ยวนี้! ทั้งสี่วางแผนจะถล่มเมืองนี้ทิ้งเควินเจ้าต้องรีบไปหยุดเจ้าพวกนั้น!!!” ดูเหมือนว่าต้นเหตุของความกังวลของมาสเตอร์จะมาจากความกลัวที่ว่าพวกเอลซ่าจะทำลายเมืองทิ้ง

“หืม? สี่คนเหรอ?” เควินเพิกเฉยต่อความกังวลของมาคารอฟ และถามสิ่งที่ตัวเองสงสัยอยู่ออกมา

“ลูซี่ไงล่ะ ฉันกลัวว่าทั้งสามคนจะทะเลาะกันระหว่างทาง เลยขอให้ลูซี่ช่วยไปห้ามพวกนั้นยังไงล่ะ” มิร่าพูดแทรกขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจราวกับกำลังจะบอกว่า ‘ชมฉันสิ’

“คิดว่าลูซี่จะหยุดเจ้าพวกบ้านั่นได้จริงๆเหรอ?” เควินพูดตรงๆออกมากับมิร่า จนทำให้แววตาของมิร่าเต็มไปด้วยความสับสน

“เควิน- ไม่เป็นไรนะมิร่า โอ๋ๆ” ทันใดนั้นคาน่าที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็พูดขึ้น แม้เสียงของเธอจะไม่ดังนัก แต่ก็ดึงดูดความสนใจของคนทั้งกิลด์ได้สำเร็จ

“อะไรนะ?! เควินทำมิร่าจังร้องไห้งั้นเหรอ?”

“อะไรนะ! เควินฟันมิร่าจังแล้วทิ้งงั้นเหรอ?”

“อะไรนะ? พี่สาวของฉันถูกเควินทิ้งหลังจากโดนรังแกอย่างหนักงั้นเหรอ!”

เพียงแค่ไม่กี่วิ ภาพลักษณ์ของเควินก็กลายเป็นคนโฉดชั่วยิ่งกว่าโลกิเสียอีก

“เจ้าพวกงั่งนี่…” เควินมองดูพวกนั้นที่ส่งสายตามาอย่างหาเรื่อง พร้อมส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับมาคารอฟและตรงออกจากกิลด์ไปทันที

“ว่าแต่เควิน นายรู้เหรอว่าพวกนั้นอยู่ที่ไหน?” ก่อนเควินจะเดินออกไปคาน่าก็ได้ถามขึ้น

“ไม่ต้องห่วงเมื่อวานฉันแอบร่ายเวทย์ติดตามใส่ตัวลูซี่ไว้แล้ว” เควินยกนิ้วโป้งให้คาน่าพร้อมหัวเราะออกมา

“หมอนั่นหน้าหนาขนาดไหนถึงกล้าบอกว่าตัวเองเป็นสโตกเกอร์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำขนาดนั้น” คาน่าถอนหายใจเล็กน้อย จนทำให้มาคาโอะที่อยู่ข้างๆหัวเราะออกมา

เควินนั้นไม่ชอบที่จะอัญเชิญมังกรค้างคาวของเขาภายในเมือง เขาเลยเดินออกไปที่นอกเมืองพร้อมอัญเชิญมันออกมาและบินไปด้วยความไวสูง

“ฉันคอยสังเกตุการณ์เจ้าพวกนั้นจากระยะไกลดีกว่า” เควินครุ่นคิดอยู่บนแผ่นหลังของมังกร ก่อนจะสรุปได้ว่าทางที่ดีเขาควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเอลซ่าให้ได้มากที่สุด

ความเร็วของมังกรค้างคาวนั้นรวดเร็วเหนือกว่าจินตนาการ เพียงแค่ไม่กี่นาทีเควินก็มาถึงสถานีรถไฟภายในเมือง โดยที่พวกเอลซ่ากำลังเตรียมขึ้นรถเวทย์กันอยู่

“ดูเหมือนว่าเจ้าพวกนี้ยังไม่สร้างปัญหาสินะ…”

“จะว่าไปคนไหนเมืองหายไปไหนกันหมด? หรือว่าเจ้าพวกนั้นได้ก่อเรื่องขึ้นแล้วจริงๆ?”

“รีบจัดการให้มันจบๆดีกว่า ไม่งั้นสภาจอมเวทย์ได้บ่นจนหูชาอีกแน่…” เควินพูดพร้อมหันไปมองกำแพงลมที่ล้อมลอบสถานีเอาไว้และถอนหายใจออกมา

เควินหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาด้วยท่าทีสบายๆ การ์ดใบนี้เป็นการ์ดเวทมนตร์ที่ด้านในเป็นรูปแม่กุญแจกำลังถูกไข

“ปัดเป่าเวทมนตร์” เควินชี้การ์ดไปที่กำแพงลมที่ล้อมรอบสถานีเอาไว้ ทันใดนั้นการ์ดก็เลือนแสงออกมาและตรงเข้าใส่กำแพงลม จนทำให้กำแพงลมเริ่มสลายไปอย่างช้าๆ

“หืม? ดูเหมือนพลังเวทย์ของอีกฝ่ายจะมากกว่าที่คิดเอาไว้แฮะ ศัตรูขอพวกนั้นคือใครกันแน่?” เควินเริ่มคิดอย่างจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าศัตรูเองก็ไม่ใช่ไก่อ่อนซะทีเดียว

“ช่างเถอะ ให้พวกเอลซ่าตามล่าเจ้าพวกนั้นไปก่อนแล้วกัน”

บนรถเวทย์ เอลซ่ากำลังใส่พลังเวทย์ของตนไปกับเครื่องยนตร์อย่างบ้าคลั่ง

“เอลซ่า ไหวรึเปล่า มาเปลี่ยนกันไหม?” เกรย์อดไม่ได้ที่จะถามเอลซ่าด้วยความเป็นห่วง อีกฝ่ายดูเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันไม่เป็นไร” เอลซ่าแกล้งทำทีท่าว่ายังสบายดีอยู่ ซึ่งเกรย์เองก็รู้อยู่แก่ใจดีแต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะโน้มน้าวผู้หญิงหัวรั้นตรงหน้ายังไงดี เลยได้แต่นั่งอยู่นิ่งๆ

“ถ้าเควินอยู่ที่นี่สถานการณ์คงดีขึ้นมาก!” เกรย์พูดอย่างเป็นกังวลเมื่อทำได้เพียงแค่นั่งอยู่ข้างๆเอลซ่าที่กำลังพยายามอย่างสุดกำลัง

“หืม? เหมือนจะมีคนเรียกฉันนะ” ตอนนั้นเองก็มีเสียงพูดดังขึ้นเหนือหัวของเกรย์

ทุกคนภายในรถเวทย์ได้แต่แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา ส่วนอีกคนก็ลอยมาอยู่บนหลังคาอย่างเงียบๆ

เกรย์รีบยื่นหน้าออกมาก่อนจะเห็นชายในชุดคลุมดำนั่งอยู่ด้านบนของรถเวทย์

“เควิน นี่นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!”

***

มาคาโอะ

การ์ดปัดเป่าเวทมนตร์

จบบทที่ ตอนที่ 13 : สโตกเกอร์นามว่าเควิน

คัดลอกลิงก์แล้ว