เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Kill the Dragons ตอนที่ 9 : เด็กพลังจิต (9)

Kill the Dragons ตอนที่ 9 : เด็กพลังจิต (9)

Kill the Dragons ตอนที่ 9 : เด็กพลังจิต (9)


อาจารย์เว่ยสอนเฉพาะเด็กที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ คนที่เหลือต่างแยกย้ายกันไปฝึกซ้อมด้วยตัวเอง

นักเรียนทุกคนดูสนุกและมีไฟในการฝึกซ้อมเต็มเปี่ยม คงมีเด็กผู้ชายน้อยคนนักที่ไม่ชอบเล่นกับอาวุธแบบนี้ ยิ่งเมื่อเทียบกับคลาสฝึกความอดทนแล้ว การฝึกใช้อาวุธน่าสนใจกว่าเป็นไหน ๆ

“อาวุธขั้นพื้นฐานที่เราใช้ต่อกรกับมังกรจะเป็นอาวุธประชิด มันสามารถบรรจุพลังจิตไว้ได้ตราบเท่าที่มันยังอยู่ในมือเรา แต่เมื่อใดก็ตามที่อาวุธหลุดออกจากมือ พลังจิตที่บรรจุไว้จะหายไปกลายเป็นเพียงอาวุธธรรมดา”

อาจารย์เว่ยอธิบาย

“ไซเกอร์ที่เชี่ยวชาญการใช้พลังจิตระยะไกลอาจมีระยะโจมตีได้ถึง 30-40 เมตร แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าการโจมตีระยะประชิด วิธีเดียวที่จะสยบมังกรได้คือต้องแทงอาวุธเข้าไปที่หัวหรือหัวใจของมันพร้อมทั้งระเบิดพลังจิตไปด้วย ไซเกอร์ที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่า สไตรค์เกอร์”

เด็ก ๆ นั่งฟังด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึก เรื่องราวของสไตรค์เกอร์และหน้าที่ในการสังหารมังกรช่างน่าตื่นเต้นเหมือนเรื่องราวของฮีโร่ในสงคราม

“วันนี้ให้พวกเธอลองหาอาวุธที่เหมาะมือดู แล้วเดี๋ยวครูจะช่วยดูให้เป็นรายคน”

อาจารย์เว่ยมักพูดด้วยท่าทางสุขุมชัดเจนและเข้าใจง่าย แต่น้ำเสียงของเขาแหบแห้งเหมือนขาดน้ำ เขาเข้าไปคุยกับเด็กใหม่ทีละคนแล้วแนะนำอาวุธพร้อมทั้งอธิบายข้อดีข้อเสียของอาวุธแต่ละชนิดให้เด็ก ๆ ฟัง

ในหมู่ครูฝึก อาจารย์เว่ยน่าจะเป็นคนที่อัธยาศัยดีที่สุดแล้ว

อีฮันสังเกตอาวุธที่เรียงรายบนกำแพง

‘ส่วนใหญ่เป็นดาบหรือไม่ก็หอก’

เพราะว่าพวกเขาจำเป็นต้องใช้อาวุธที่เจาะทะลวงร่างกายของมังกรได้ อาวุธทื่อ ๆ อย่างขวานคงไม่ค่อยเหมาะนักสำหรับไซเกอร์

“เลือกอาวุธได้หรือยังล่ะ” อาจารย์เว่ยเข้าหาอีฮันก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบที่เขาไม่เคยได้ยินจากครูฝึกคนอื่น

“ยังเลยครับ”

“เธอมาจากเกาหลีสินะ ครูเคยไปที่นั่นหลายครั้งอยู่เหมือนกัน” เขาชวนคุยอย่างคนอัธยาศัยดี “ถ้าเลือกไม่ได้ว่าจะใช้หอกหรือดาบ ลองวิธีนี้ไหมล่ะ”

อาจารย์เว่ยชี้ไปที่กระสอบทราย

“ครับ?”

“ใช้พลังทั้งหมดที่เธอมีชกกระสอบทรายนั่นสิ”

อีฮันไม่เข้าใจมากนัก แต่ก็ทำตามคำแนะนำของอาจารย์เว่ย เขาเข้าประจำที่แล้วปล่อยหมัดออกไป

อาจารย์เว่ยมองท่าทางของอีฮันแล้ววิเคราะห์

ผ่านไปไม่นาน หน้าและแขนของอีฮันก็เต็มไปด้วยเหงื่อไหลพราก กำปั้นของเขาเริ่มชา ส่วนข้อมือก็เจ็บแปลบ เขาหันมองอาจารย์แล้วหยุดถาม “แค่นี้พอหรือยังครับ”

อาจารย์เว่ยพยักหน้าแทนคำตอบ

“วิธีนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรอกนะ เรียกว่าเป็นความเชื่อของครูล้วน ๆ เลยก็ว่าได้”

อีฮันสะดุดกึกกับคำพูดของอาจารย์เว่ย เหมือนเขาเจ็บตัวฟรีอย่างไรอย่างนั้น

"ครูดูจากท่าทางการเคลื่อนไหวและวิธีปล่อยหมัดของเธอ เธอเป็นประเภทโจมตีตรง ๆ ลองใช้หอกดูสิ”

พูดจบอาจารย์เว่ยก็โยนหอกขนาดพอดีตัวให้อีฮัน เขาสอนท่าและเทคนิคเบื้องต้นในการใช้หอกให้ก่อนจะปลีกตัวไปหานักเรียนคนอื่นต่อ

อีฮันตัดสินใจที่จะเชื่ออาจารย์เว่ย เขาฝึกท่าพื้นฐานที่เรียนรู้มาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติเหมือนเป็นอีกอวัยวะหนึ่งในร่างกาย

ฟึ่บ!

อากาศไหลผ่านหอกที่พริ้วไหวเกิดเป็นเสียงอันน่าภิรมย์ อีฮันชอบเสียงกระทบของอาวุธกับลม และหลงไหลการเล่นกับอาวุธไม่ต่างจากเด็กคนอื่น ๆ แถมยังเรียนรู้ได้ไวกว่าคนทั่วไปมาก

อีฮันใช้มือและร่างกายในการฉกฉวยและวิ่งหนีมาทั้งชีวิตก่อนเข้ามาอยู่ที่นี่ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว

เวลาผ่านไปเพียงสองสัปดาห์ การเคลื่อนไหวของอีฮันก็เข้าตาอาจารย์เว่ย เขาโดดเด่นในหมู่เด็กใหม่และไม่หวาดหวั่นที่จะฝึกคู่กับคนที่เรียนใช้อาวุธมาเป็นเวลานานกว่า

‘ดูท่าเราจะได้เจ้าหนูที่มีพรสวรรค์ด้านการเคลื่อนไหวมาร่วมกองทัพแล้วสินะ’

อาจารย์เว่ยชื่นชมในใจระหว่างที่สังเกตการต่อสู้ระหว่างอีฮันกับนักเรียนอีกคนอยู่ไกล ๆ

เสียงดาบและหอกไม้ปะทะกันดังก๊อกแก๊กสลับกับเสียงลมหายใจหอบถี่ คู่ต่อสู้ของอีฮันเป็นนักเรียนตัวท๊อปของคลาส D ในวิชาการใช้อาวุธต่อสู้

“นั่นเขาหลบหรอ” นักเรียนที่มุงดูการต่อสู้พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

อีฮันย่อตัวหลบการโจมตีได้ทันท่วงที การฝึกต่อสู้ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาเร็วขึ้น

“หลบเก่งดีนี่ แต่นั่นแหละที่ฉันวางแผนไว้” คู่ต่อสู้ตะโกนลั่นแล้วกระโดดขึ้นเหนือหัวอีฮันพร้อมตั้งท่าเตะสวยงาม

อีฮันที่ก้มตัวอยู่ไม่มีที่ให้หลบอีกต่อไป เขาตัดสินใจยกหอกขึ้นมากัน

กึก!

หอกของอีฮันถูกเตะหลุดจากมือขึ้นไปลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ แต่ก่อนที่จะไกลเกินคว้า อีฮันก็ยื่นแขนซ้ายออกไปรับแล้วแทงสวนทันที

หอกไม้แทงลึกเข้าไปกลางลิ้นปี่ของคู่ต่อสู้

“อ่อก” เขาสำรอก “พอ– แค่ก ยอมแล้ว”

การต่อสู้จบลงพร้อมเสียงปรบมือดังสนั่นจากรอบด้าน

อาจารย์เว่ยที่ติดตามการต่อสู้มาตั้งแต่ต้นตะโกนเรียกอีฮันให้เข้าไปหา

“ครับอาจารย์”

อีฮันปาดเหงื่อที่อาบหน้าผากแล้วถาม อาจารย์เว่ยมองไปที่มือทั้งสองข้างของอีฮัน

“จังหวะโจมตีครั้งสุดท้าย เธอคว้าหอกด้วยมือซ้ายใช่ไหม” เขาเกริ่นถาม “แต่แทนที่จะเปลี่ยนกลับไปใช้มือขวา เธอกลับใช้มือซ้ายแทงหอกเข้าไปเลย ถึงจะไม่ใช่มือข้างที่ถนัดแต่ท่าทางดูแข็งแกร่งมาก หรือว่าเธอจะถนัดสองมืออย่างนั้นหรือ”

“ครับ แต่เดิมผมถนัดมือซ้าย แต่ที่บ้านเด็กกำพร้าสอนให้ผมใช้มือขวาแทน”

“อืม” อาจารย์เว่ยลูบคางคิด การถนัดสองมือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในการต่อสู้ เพราะมันเอาไปสามารถสร้างกระบวนท่าที่ศัตรูคาดไม่ถึงได้

‘แต่ถึงยังไงก็ไม่ได้ฝึกไปสู้กับมนุษย์ คงไม่ได้เปรียบกว่าคนอื่นมากนักเมื่อต้องปะทะกับมังกร แต่ก็อาจจะมีประโยชน์ตอนจัดการกับพวกลูกสมุนไม่น้อย’

อาจารย์เว่ยคิด ก่อนจะให้คำแนะนำแก่อีฮัน

“การถนัดทั้งสองมือเป็นความสามารถที่ได้เปรียบมาก ถ้าเธอฝึกต่อไปมันอาจจะกลายเป็นทักษะที่มีประโยชน์ต่อตัวเธอเอง”

พวกเขาฝึกต่อไปจนหมดเวลา

***

อีฮันเรียนรู้ทุกวิชาได้อย่างรวดเร็วจนเพื่อนนักเรียนคลาส D ขอโน๊ตไปจดตาม ปัญหาเดียวของเขาคือวิชาที่เกี่ยวกับพลังจิต

อีฮันเป็นนักเรียนที่มีพัฒนาการด้านพลังจิตช้าที่สุดในคลาส

‘ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ’

วิชาควบคุมพลังจิตทำลายความมั่นคงในใจของเขามาก อีฮันได้อันดับรั้งท้ายมาตลอดแม้ว่าจะพยายามมากกว่าทุกคนและฝึกฝนเป็นสองเท่าของคนอื่น

หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาสำหรับประกาศอันดับก็มาถึง

“อีฮัน” ครูฝึกขานชื่อ “อันดับ 12 ในคลาส D”

อาจารย์เว่ยเงยหน้ามองด้วยความฉงน

“อันดับ 12 ในคลาส D เนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้ ฉันให้คะแนนเขาเกือบเต็มแทบทุกวิชาเลยนะ”

“นั่นแหละเหตุผลที่เขายังได้ตั้งอันดับ 12 หมอนั่นได้ A ทุกวิชา ยกเว้นวิชาพลังจิต”

อาจารย์เว่ยอ่านข้อมูลของอีฮัน คิ้วขมวดเป็นโบว์

“ความคืบหน้าในการควบคุมพลังของเขาอยู่ที่โหล่งั้นหรอ”

“พลังเคลื่อนย้ายของเด็กนั่นห่วยสุด ๆ แม้แต่กระดาษใบเดียวยังทำให้กระดิกไม่ได้สักนิด ถ้าเกรดวิชาอื่น ๆ ไม่ดีด้วยเขาคงถูกเตะออกไปตั้งนานแล้ว มีคุณสมบัติทุกอย่างที่เหมาะจะเป็นทหาร ขาดอย่างเดียวคือพลังจิต”

"เฮ้อ ดันมาขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดแบบนี้ อนาคตเขาคงมืดมนจนหาทางออกไม่เจอเลยล่ะ”

อาจารย์เว่ยสอนการใช้อาวุธต่อสู้เป็นหลักจึงไม่รู้เรื่องที่อีฮันติดปัญหาด้านพลังจิตเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ของลูกศิษย์คนโปรดย่ำแย่ขนาดไหน

‘พระเจ้าช่างยุติธรรมดีจริง ๆ ให้ความสามารถมาทุกด้าน ยกเว้นด้านที่สำคัญที่สุด’

อาจารย์เว่ยหัวเสีย เขาอุตส่าห์เจอเด็กที่จะตั้งความหวังไว้ได้แต่กลับต้องมาพลาดเพราะเรื่องแบบนี้

“เรื่องสุดท้าย หลังจบเทอมนี้ ไซมอน เดลล์ จะได้เลื่อนชั้นขึ้นไปปีสอง”

ครูฝึกชื่นชมไซมอนส่งท้ายการประกาศเลื่อนขั้น ไซมอนได้เกรดดีเยี่ยมในทุกวิชาแถมพลังจิตยังอยู่ระดับสูงสุดด้วย

ดูเหมือนว่าความหวังของอาจารย์ส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ที่ไซมอนเสียมากกว่า



จบบทที่ Kill the Dragons ตอนที่ 9 : เด็กพลังจิต (9)

คัดลอกลิงก์แล้ว