- หน้าแรก
- จับฉลากได้มาบริหารเกาะ
- บทที่ 180
บทที่ 180
บทที่ 180
หลังจากประชุมเสร็จ หัวหน้าแผนกคนใหม่ก็ดึงคุณเสิ่น รองผู้จัดการฝ่ายที่เป็นหัวหน้าของเธอเอาไว้และถามว่า “ถ้าต้องช่วยนักท่องเที่ยวขนสัมภาระ พวกเราจะคนไม่พอหรือเปล่าคะ? แล้วถ้าเกิดนักท่องเที่ยวรู้สึกว่าของมีค่าหายไปแล้วมาเอาเรื่องกับพวกเราล่ะคะ?”
รองผู้จัดการเสิ่นตอบ “โอ้ ไม่ต้องกังวลไป เกาะสิงโจวมีช่องทางการขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ พวกเราแค่ต้องช่วยส่งสัมภาระไปที่ห้องพักก็พอแล้ว ส่วนเรื่องที่เธอกังวลข้อที่สอง ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เหมือนกัน เหมือนกับการขนส่งสัมภาระที่สนามบินนั่นแหละ ของมีค่าให้นักท่องเที่ยวพกติดตัวไปเอง…”
ไหนๆ โรงแรมก็ยังไม่เปิดทำการ นรองผู้จัดการเสิ่นจึงใช้เวลาเพิ่มเติมในการฝึกอบรมพนักงานโรงแรม และเธอยังได้รับสิทธิ์ในการทดลองใช้ “ระบบจัดการโรงแรมอัจฉริยะระดับห้าดาว” จากหลี่เหยาหลินด้วย เธอนำพนักงานมาฝึกการจำลองการทำงานต่างๆ เพื่อให้พวกเขาคุ้นเคยกับการทำงานของโรงแรมก่อนเปิดทำการจริง
นักท่องเที่ยวที่กำลังร่วมกิจกรรมตามล่าหาสมบัติช่วงตรุษจีน เห็นพนักงานในชุดเครื่องแบบเริ่มเข้าออกโรงแรม จึงแอบย่องเข้าไปและถามทันที “ที่นี่มีสมบัติไหม?”
พนักงานยิ้มและตอบว่า “ขอโทษค่ะ บริเวณนี้ไม่มีสมบัติซ่อนอยู่ค่ะ!”
นักท่องเที่ยวทำหน้าบึ้ง “พูดโกหก ที่นี่มีสมบัติชัดๆ!”
พนักงานงงเล็กน้อย แม้ว่าพวกเธอจะเพิ่งมาถึงเกาะสิงโจวได้ไม่นาน แต่ก็รู้ว่าจุดซ่อนสมบัติบนเกาะมีที่ไหนบ้าง และแน่นอนว่าไม่อยู่ในโรงแรมที่ยังไม่เปิดทำการแห่งนี้ แล้วทำไมนักท่องเที่ยวถึงพูดได้อย่างมั่นใจขนาดนั้น?
หรือว่าพวกเธอจำผิด?
ทันใดนั้น นักท่องเที่ยวก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจขึ้นมาทันที รีบโทรหาเพื่อน “ฉันเจอสมบัติแล้ว รีบมาที่โรงแรมเลย ที่นี่มีห้องเกมที่มีเกม VR ด้วย!”
พนักงาน “…”
นี่คือความหมายของ “สมบัติ” สินะ?
เกมเสมือนจริง VR เพิ่งเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเมื่อสิบปีที่ผ่านมา มันมอบประสบการณ์การเล่นที่เสมือนจริงมาก การเล่นเกมยิงปืนและเกมแอ็กชันจะให้ความรู้สึกสมจริงและน่าตื่นเต้นที่สุด
แน่นอนว่าถึงแม้เกม VR มักจะถูกบ่นว่าภาพไม่ชัดและทำให้เวียนหัว แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ต้องการลองเล่น
สาเหตุที่ยังไม่เป็นที่นิยมในวงกว้างคืออุปกรณ์มีราคาแพง การไปเล่นที่ศูนย์ VR ก็ต้องจ่ายเงินมากกว่าหนึ่งร้อยหยวนเพื่อเล่นครึ่งชั่วโมง ซึ่งสำหรับหลายคนแล้วไม่คุ้มค่าเลย
นักท่องเที่ยวรู้ว่าโรงแรมวันหยุดของเกาะสิงโจวจะมีห้องเกม แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะมีแพลตฟอร์มเกม VR ด้วย!
พวกเขาไล่ตามพนักงานและถามว่า “เล่นเกมพวกนี้ต้องเสียเงินด้วยไหม? คนที่ไม่ได้พักโรงแรมเล่นได้หรือเปล่า?”
พนักงานตอบ “นอกจากล็อบบี้โรงแรมที่เปิดให้เข้าฟรีแล้ว พื้นที่อื่นต้องใช้คีย์การ์ดหรือสายรัดข้อมือในการเข้าออก ส่วนห้องเกม, ห้องชา, ห้องปิงปอง, ห้องบิลเลียด, ห้องเกมกระดาน และห้องฟิตเนสที่ชั้นหนึ่งก็เล่นได้ฟรีค่ะ แต่ว่าแต่ละเกมจะจำกัดเวลาเล่นแค่รอบละครึ่งชั่วโมง หลังจากเล่นเสร็จแล้วถ้าอยากเล่นอีกครั้งก็ต้องเข้าคิวใหม่ค่ะ”
แค่เล่นได้ครึ่งชั่วโมงก็คุ้มค่ามากแล้ว!
นักท่องเที่ยวเริ่มกังวลว่าค่าห้องพักที่นี่จะแพงมากไหม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พวกเขาได้ทราบกฎการเข้าพักที่นี่แล้ว ความอยากรู้อยากเห็นทำให้พวกเขาเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายเหมือนเด็กๆ ที่อยากรู้อยากเห็นไปซะทุกเรื่อง
“ไม่มีพนักงานต้อนรับแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นคนเดียวกันกับที่จองไว้?”
— ระบบจัดการอัจฉริยะของโรงแรมสามารถจดจำใบหน้าได้โดยอัตโนมัติ
“ถ้าข้อมูลใบหน้าถูกเก็บไว้แล้วรั่วไหล ความเป็นส่วนตัวจะปลอดภัยหรือเปล่า?”
— ระบบจัดการอัจฉริยะเป็นระบบที่ปลอดภัยอย่างยิ่ง มีการเข้ารหัสหลายชั้น แม้แต่แฮกเกอร์ก็ไม่สามารถเจาะเข้าไปได้ หลังจากที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องของลูกค้าที่เข้าพักแล้ว จะถูกอัปโหลดไปยังเทอร์มินัล ไม่มีใครนอกจากเจ้าของเกาะที่มีสิทธิ์เข้าถึงหรือจัดการได้ และมีเพียงเจ้าของเกาะเท่านั้นที่รู้ว่าเทอร์มินัลอยู่ที่ไหน ระดับความลับจึงสูงมากอย่างที่คิดได้
“เจ้าของเกาะของพวกคุณเป็นใครกันแน่?”
— คำถามนี้ไม่อยู่ในขอบเขตการตอบของเราค่ะ!
คำถามกลับมาที่เรื่องโรงแรม
“เกมเล่นฟรี แล้วร้านอาหารก็ทานฟรีด้วยหรือเปล่าคะ?”
— เรื่องนี้สามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ทางการ, เวยป๋อทางการ และบัญชีสาธารณะของเราค่ะ
“พวกคุณมีห้องน้ำชา แต่ไม่มีใครชงชาเป็น ก็คงกลายเป็นแค่ห้องนั่งเล่นธรรมดาๆ สิ?”
— ห้องน้ำชาเป็นสถานที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนและผ่อนคลายอยู่แล้วค่ะ เมื่อถึงเวลาจะมีนักชงชามาประจำที่นี่ค่ะ หากไม่อยากดื่มชา ด้านนอกก็มีเครื่องกรองน้ำ, เครื่องคั้นน้ำผลไม้ และเครื่องชงกาแฟแบบบริการตนเอง ให้นักท่องเที่ยวสามารถทำเองได้เลยค่ะ
…
ชาวเน็ตได้รวบรวมคำถามและคำตอบทั้งหมดลงในตารางแล้วโพสต์ลงในอินเทอร์เน็ต พร้อมกับสรุปความคิดเห็นของตนเอง
“ตอนดูประกาศทางการที่วางแผนสร้างโรงแรม นึกว่าเป็นโรงแรมราคาประหยัด ผลลัพธ์คือห้องพักไม่เยอะจริง การตกแต่งภายนอกก็ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานโรงแรมห้าดาว แต่พอเดินสำรวจชั้นหนึ่งแล้วพบว่ามาตรฐานไม่ด้อยไปกว่าโรงแรมห้าดาวที่โปรโมตตัวเองตามเกาะต่างๆ เลย ฉันเดาว่าค่าห้องต้องหลายร้อยแน่ๆ”
ชาวเน็ตแซว “คิดเล็กไปแล้วล่ะ ฉันว่าต้องเป็นพันแน่ๆ ไม่เคยได้ยินคำโบราณที่ว่า ของฟรีแพงที่สุดเหรอ?”
“พูดตามตรง ถ้าต้องจ่ายเป็นพัน ฉันไม่เต็มใจที่จะพักหรอก ฉันยอมพักข้างนอกแล้วค่อยกลับมาซื้อตั๋วขึ้นเกาะใหม่ในวันถัดไป รู้สึกว่าแบบนั้นคุ้มกว่า”
“เป็นไปได้ไหมว่าเธอไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเขาตั้งแต่แรก? แล้วเธอแน่ใจได้ยังไงว่าจะแย่งตั๋วของวันถัดไปได้?”
“บ้าเอ๊ย ดูถูกใครกันวะ? หมื่นหยวนฉันก็จะพักให้ดู แล้วจะมาตบหน้าคุณให้ดังเลย!”
“…”
ความโกลาหลทางอินเทอร์เน็ตไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแผนการของหลี่เหยาหลินเลย
เธอตัดสินใจที่จะเริ่มทดลองเปิดทำการในวันวาเลนไทน์ซึ่งจะมาถึงในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า โดยจะเปิดให้จองล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ และเช่นเดียวกับบ้านพักตากอากาศ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ยังไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าเกาะทำการจอง