- หน้าแรก
- จับฉลากได้มาบริหารเกาะ
- บทที่ 27
บทที่ 27
บทที่ 27
บทที่ 27
ตอนที่หลินเฉียงกับคนอื่นๆ ถูกเรียกให้มาช่วย พวกเขายังคงงุนงงกันอยู่ ของมากมายขนาดนี้ถูกขนมาจากฝั่งตรงข้าม พวกเขาจำไม่ได้เลยเหรอ? หรือว่าขนขึ้นฝั่งตอนกลางคืน?
ไม่ต้องพูดถึงของพวกนี้เลย แม้แต่ร้านสะดวกซื้อ หอพักพนักงาน และห้องโถงรับรองแขก ก็ใช้เวลาเพียงแค่เจ็ดวันในการสร้างเสร็จ พวกเขาต่างก็ทึ่งและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าทีมก่อสร้างในปัจจุบันมีประสิทธิภาพมากจริงๆ
……
ฟ้าสางสลัวๆ เกาเจิ้นไห่ที่กำลังหลับใหลอย่างสบายก็ถูกคนที่นอนข้างๆ ผลักให้ตื่น “ไม่ใช่ว่าวันนี้จะเริ่มขึ้นเกาะแต่เช้าเหรอ? ไม่รีบตื่นขึ้นมา จะสายแล้วนะ”
เกาเจิ้นไห่ลุกขึ้นอย่างงัวเงีย มองดูโทรศัพท์ “นี่เพิ่งจะตีห้ากว่าเอง!”
ภรรยาของเขาก็พูดอีก “งั้นก็ไปดูหน่อยว่าเป่าเออร์ตื่นหรือยัง ไปเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เป่าเออร์ ชงนมไป!”
เกาเจิ้นไห่ “...”
นี่คือเป้าหมายสุดท้ายของเธอใช่ไหมเนี่ย?!
เขาคลานลุกขึ้น เดินอ้อมไปอีกด้านของเตียง มองลูกสาวที่นอนอยู่ในเปลเด็ก เด็กน้อยแก้มยุ้ยๆ ตะแคงหัว กัดนิ้วหัวแม่มือ นอนหลับอย่างสบาย
จริงๆ แล้วตอนแรกเขาไม่ค่อยอยากลาออกจากสวนสาธารณะหยูไห่เท่าไหร่ เพราะทำมานานแล้ว ถึงแม้จะไม่ถึงกับร่ำรวย แต่ชีวิตก็ถือว่ามั่นคงพอสมควร แต่เกาะสิงโจวให้ค่าจ้างสูงกว่าถึงหนึ่งพันหยวน ลูกสาวของเขายังไม่ครบขวบเลย เป็นช่วงที่ต้องใช้เงินมาก เพื่อหนึ่งพันหยวนนี้ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจลาออกไปทำงานที่เกาะสิงโจว
เกาะสิงโจวกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ถ้าเขาทำดีๆ ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะได้เป็นหัวหน้าทีมก็ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เกาเจิ้นไห่ก็เตรียมจะไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน แต่เขายังไม่ทันได้เดินออกไป ลูกสาวก็ตื่นขึ้นมาแล้ว และอ้าปากร้องไห้ทันที เขาถูกเสียงร้องทำให้ปวดหัว ก็รีบอุ้มลูกสาวออกไปเปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้
ประมาณหกโมงครึ่ง ภรรยาของเกาเจิ้นไห่ก็ตื่นขึ้นมา เธอมองดูสามีที่นอนหลับอยู่บนโซฟา และยังให้ลูกสาวนอนคว่ำอยู่บนหน้าอกของตัวเอง จากนั้นก็หันหลังเข้าครัวไปทำอาหารเช้า
เจ็ดโมงกว่าๆ เกาเจิ้นไห่ที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ออกจากบ้าน ขับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันเล็กๆ ของเขามาที่ท่าเรือ เขาเห็นหลินเฉียงนั่งอยู่บนเสาปูนกำลังกินอาหารเช้าอยู่ เลยทักทายว่า “อาเฉียง ทำไมนายมาเช้าจัง?”
“กลัวจะสาย กินข้าวหรือยัง? จะแบ่งไปสักลูกไหม?” หลินเฉียงชูขนมจีบในมือขึ้น
“ฉันกินก่อนออกมาแล้ว” เกาเจิ้นไห่รออยู่กับเขา
หลังจากเกาะสิงโจวเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ เวลาเข้างานของพวกเขาก็ถูกเลื่อนขึ้นมาครึ่งชั่วโมง และเวลาเลิกงานก็ถูกเลื่อนออกไปครึ่งชั่วโมงเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ เรือข้ามฟากที่เดิมถูกทิ้งไว้เฉยๆ จึงถูกนำมาใช้เป็นเรือพนักงาน ซึ่งจะออกเรือทุกเช้าเวลาแปดโมงเพื่อส่งพวกเขาไปที่เกาะ
แน่นอนว่า เวลาเดินทางครึ่งชั่วโมงนี้จะไม่ถูกนับรวมในเวลาทำงาน
หากไม่อยากตื่นเช้า ก็สามารถยื่นขออาศัยอยู่ในหอพักพนักงานได้ แต่พนักงานหลายคนมีครอบครัว เพื่อความสะดวกในการดูแลครอบครัว จึงไม่มีใครยื่นขอ
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บนเกาะก็จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือยามเฝ้ากะกลางคืนแล้ว ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคน และยามสองคน รวมสี่คนจะสลับกันเฝ้ากะกลางคืน ส่วนตารางกะนั้นให้หลินเฉียงเป็นคนจัดไปก่อน
ท่าเรือก็มีเงาร่างหลายคนทยอยกันมาเรื่อยๆ คนเหล่านี้เป็นเพื่อนร่วมงานใหม่ของเกาเจิ้นไห่และหลินเฉียง แม้จะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่หลังจากสามวันที่ปิดเกาะเพื่ออบรม ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ห่างเหินกันอีกต่อไป
ไม่นานนัก เรือข้ามฟากก็เข้ามาจอด ทุกคนขึ้นเรือ ได้ยินคนขับเรือบ่นว่า “ขับเรือใหม่มาสองสามวัน แล้วกลับมาขับเรือข้ามฟากนี่ก็ไม่ค่อยชินแล้ว”
“เรือใหม่ขับง่าย แต่เรือเก่าก็อยู่กับนายมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมนายถึงลืมของเก่าได้? ว่าแต่นายก็เหมือนเหยียบเรือสองแคมเลยนะ!” เกาเจิ้นไห่หัวเราะ
คนขับเรือก็สบถออกมา “ไอ้ปอดแหก พวกแกพูดเรื่องอะไรกัน!”
เกาเจิ้นไห่ก็ถามอีก “เหล่าตู้กับเหล่าเกาล่ะ?”
เหล่าเกาเป็นพนักงานเรืออีกคนหนึ่งที่สามารถขับเรือโดยสารได้เช่นกัน
“อยู่ที่เรือใหม่ไง!”
“ทำไมไม่เห็นเถ้าแก่?” พนักงานขายตั๋วชะเง้อชะแง้ มองหา แต่ไม่เห็นหลี่เหยาหลิน
“เมื่อคืนเธอคงพักอยู่ที่เกาะล่ะมั้ง?”
ทุกคนคุยกันไปเรื่อยๆ อีกยี่สิบนาทีต่อมา เรือข้ามฟากก็จอดที่ท่าเรือเกาะสิงโจว
หลี่เหยาหลินอยู่บนเกาะจริงๆ ตอนที่พวกเขาไปถึง เธอกำลังสวมชุดทำงานและกำลังติดโปสเตอร์บนกระดานประกาศ
เครื่องแบบของเจ้าหน้าที่เกาะสิงโจวกำหนดไว้เบื้องต้นสามชุด ชุดหนึ่งเป็นเสื้อเชิ้ตสีเหลืองอ่อนกับกางเกงสแล็คที่พนักงานขายตั๋วใส่ ชุดหนึ่งเป็นเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยใส่ และอีกชุดหนึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยสีดำ
หลี่เหยาหลินตอนนี้กำลังสวมชุดเสื้อเชิ้ตสีเหลืองอ่อนกับกางเกงสแล็ค
“เถ้าแก่ กินข้าวเช้าหรือยังครับ?” หลินเฉียงกับคนอื่นๆ เดินเข้าไปช่วย
“กินแล้วค่ะ เอาเกี๊ยวแช่แข็งในตู้เย็นมาต้มกิน พวกนายกินแล้วหรือยัง?” หลี่เหยาหลินถาม
ทุกคน “...”
พวกเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าของเกาะเปิดร้านสะดวกซื้อก็เพื่อความสะดวกในการจัดการอาหารสามมื้อของตัวเอง
ทุกคนตอบพร้อมกัน “พวกเรากินก่อนมาแล้วครับ/ค่ะ”
พอติดโปสเตอร์เสร็จ หลี่เหยาหลินก็ล้วงซองอั่งเปาสิบซองออกมาจากกระเป๋า แล้วพูดว่า “ดีเลย ปีนี้เป็นวันแรกที่ทุกคนเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ ฉันไม่มีอะไรจะพูดมาก แค่แจกอั่งเปาเปิดงานให้ทุกคน หวังว่าทุกคนจะตั้งใจทำงานกันนะ”
การแจกอั่งเปาเปิดงานในวันแรกของการทำงานหรือการเปิดโรงงานเป็นประเพณีของมณฑลหลิ่งหนาน แม้ว่าหลี่เหยาหลินจะเสียดายแม้แต่ข้าวขาหมูราคา 15 หยวน แต่เธอก็ใจกว้างมากในการให้สวัสดิการแก่พนักงาน
เมื่อเห็นซองอั่งเปา ทุกคนก็มีกำลังใจขึ้นมาทันที และบนใบหน้าก็มีรอยยิ้มที่สดใส “ขอบคุณครับเถ้าแก่! ขอให้เถ้าแก่กิจการรุ่งเรือง ลูกค้าหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย!”
...
เก้าโมงสิบห้านาที เรือเที่ยวแรกที่ออกจากท่าเรือเป่าเหรินก็ค่อยๆ จอดเทียบท่า มีนักตกปลามากกว่ายี่สิบคน และนักท่องเที่ยวอีกสิบกว่าคนที่มีสัมภาระเบาบางลงมาจากเรือ
เมื่อเทียบกับความสบายๆ ของนักท่องเที่ยวแล้ว ร่างของนักตกปลากลับดูรีบร้อนเล็กน้อย พวกเขาตรงมาที่ห้องขายตั๋วทันที มองไปรอบๆ ไม่เห็นใครอยู่ข้างใน ก็ตะโกนว่า “ไม่มีคนขายตั๋วเหรอ?”
พนักงานขายตั๋วที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกงุนงงเล็กน้อยแล้วพูดว่า “วันนี้ฟรีค่ะ พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มขายตั๋วอย่างเป็นทางการ”
นักตกปลาร้อง “โอ้” ขึ้นมา แล้วบอกว่า “เห็นประกาศ เลยนึกว่าวันนี้เริ่มขายตั๋วแล้ว”
“วันนี้เป็นวันครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงสามารถเข้าชมเกาะได้ฟรีค่ะ! หลังจากนี้ถ้าต้องการเข้าเกาะ สามารถซื้อตั๋วได้ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว หรือซื้อจากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติก็ได้ค่ะ” พนักงานขายตั๋วแนะนำตู้ขายตั๋วอัตโนมัติที่อยู่ข้างตัว
เหล่าหลีนักตกปลาถาม “ที่นี่ไม่มีตั๋วรายเดือนเหรอ?”
ถ้าต้องมาซื้อตั๋วทุกครั้งมันยุ่งยากเกินไป พวกเขาอยากจะจ่ายหกร้อยหยวนเพื่อซื้อตั๋วรายเดือนมากกว่า
ถึงแม้ว่าที่นี่จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมแล้ว จะมีนักตกปลาบางส่วนที่ไม่เต็มใจจะมาอีก แต่ปลาที่จับได้ที่นี่มันเย้ายวนใจพวกเขามากเกินไป ในสามวันที่เกาะสิงโจวปิดเกาะ พวกเขาไปตกปลาที่กระชังอื่น สุดท้ายก็พบว่าการตกปลาบนเกาะนี้สนุกที่สุด