- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 37 ทัณฑ์สวรรค์หดตัว อ่อนกำลังลงเกินครึ่ง!
ตอนที่ 37 ทัณฑ์สวรรค์หดตัว อ่อนกำลังลงเกินครึ่ง!
ตอนที่ 37 ทัณฑ์สวรรค์หดตัว อ่อนกำลังลงเกินครึ่ง!
ตอนที่ 37 ทัณฑ์สวรรค์หดตัว อ่อนกำลังลงเกินครึ่ง!
ครืนนน!
เสียงฟ้าร้องทุ้มต่ำดังก้องในสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ดึงดูดความสนใจของเทพทรงธรรมและนักรบสวรรค์ทั้งหมดของสวรรค์ชั้นฟ้า
พลันเห็นเหนือท้องฟ้าสวรรค์รวมสมบูรณ์ ปรากฏเมฆาทัณฑ์ดำสนิทดุจหมึกขนาดใหญ่แผ่ขยายออกไปรอบทิศอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วครู่เดียวก็ปกคลุมพื้นที่เก้าสิบล้านลี้
สายฟ้าที่มีอานุภาพแตกต่างกันหลายชนิด ทั้งสีทอง สีม่วง สีคราม และสีดำ ล้วนก่อตัวอยู่ภายใน ส่องประกายสายฟ้าน่าสะพรึงกลัว
เมื่อเหล่านางกำนัลเซียนและเทพธิดาสัมผัสได้ถึงอำนาจสวรรค์อันยิ่งใหญ่ต่างก็รู้สึกหนาวสะท้าน สัตว์วิเศษและวิหคเซียนมากมายต่างตัวสั่นงันงก
ณ ตำหนักเหนือเมฆา
เมื่อร่างธรรมของมหาเทพและพระแม่ซีหวังหมู่เห็นฉากนี้ก็มองไปยังเหนือท้องฟ้าของตำหนักเทพคุมชะตา พลางยิ้มแล้วส่ายหน้า
“ขุนนางหยางเซวียนช่างอดทนจริงๆ เดิมทีข้าคิดว่า เขาจะเริ่มข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ตั้งแต่เมื่อหมื่นกว่าปีก่อน ไม่คิดว่าเขาจะอดทนมาจนถึงตอนนี้ ข้ากลับรู้สึกว่าเช่นนี้ดีมาก วางแผนก่อนแล้วค่อยลงมือ จึงจะสามารถปกป้องตนเองได้ดียิ่งขึ้น”
สายตาของพระแม่ซีหวังหมู่มองผ่านระยะทางนับร้อยล้านลี้ ไปยังเหนือท้องฟ้าของตำหนักเทพคุมชะตา เผยสีหน้าชื่นชมออกมา ส่วนเรื่องที่ว่าหยางเซวียนจะสามารถผ่านทัณฑ์สวรรค์ไปได้หรือไม่นั้น นางไม่ได้รู้สึกกังวล
ไม่ต้องพูดถึงร่างทองธูปเทียน แค่วงล้อทองคำแห่งบารมีธรรม วงล้อทองคำแห่งกุศลธรรม ชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ และชะตาแห่งสวรรค์บนร่างของหยางเซวียน ก็เพียงพอที่จะคุ้มครองให้เขาปลอดภัยในทัณฑ์สวรรค์แล้ว
เทพทรงธรรมอื่นๆ ของสวรรค์ชั้นฟ้าต่างพากันวางเรื่องในมือลง มองไปยังตำหนักเทพคุมชะตา ต้องการจะยลโฉมของเทพเจ้าแห่งโชคลาภผู้ควบตำแหน่งคุมชะตาทะเบียนเซียนผู้นี้
หลังจากที่มหาเทพแต่งตั้งหยางเซวียน เขาก็กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสวรรค์ชั้นฟ้า กล่าวว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ไม่มีใครไม่เคยได้ยินก็ไม่เกินจริง
ในช่วงกว่าหนึ่งหมื่นปีมานี้ มีเทพทรงธรรมไม่น้อยมายังตำหนักเทพคุมชะตาเพื่อต้องการจะเยี่ยมเยียน แต่กลับต้องจากไปอย่างน่าเสียดายเพราะหยางเซวียนกำลังปิดด่านอยู่ ไม่คิดว่าตอนนี้เจ้าตัวเพิ่งจะออกจากด่านก็สร้างความเคลื่อนไหวใหญ่โตถึงเพียงนี้
“เมฆาทัณฑ์เก้าสิบล้านลี้ เห็นได้ว่ารากฐานของท่านเทพหยางมั่นคงเพียงใด!”
“รากฐานที่มั่นคงย่อมเป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรในอนาคต แต่พลังของทัณฑ์สวรรค์ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ไม่รู้ว่าท่านเทพหยางผู้นี้จะสามารถผ่านทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จและบรรลุเป็นเซียนทองคำได้หรือไม่... หือ”
ในขณะนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
พลันเห็นหยางเซวียนขยับความคิด วงล้อทองคำแห่งบารมีธรรมและวงล้อทองคำแห่งกุศลธรรมปรากฏขึ้นเบื้องหลังศีรษะของเขา
ทันใดนั้น ราวกับเมฆาทัณฑ์ที่กว้างใหญ่ถึงเก้าสิบล้านลี้สัมผัสได้ถึงบางอย่าง พลันสั่นสะท้านเล็กน้อย แสงสายฟ้าภายในอ่อนกำลังลงหลายส่วน เมฆาทัณฑ์ยิ่งหดตัวลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ทว่านี่ยังไม่จบ!
ชะตาแห่งเผ่ามนุษย์บนร่างของหยางเซวียนกลายร่างเป็นมังกรทองตัวหนึ่ง ขดตัวอยู่เบื้องหลังของเขา แหงนหน้าคำรามขึ้นฟ้า
ในช่วงกว่าหนึ่งหมื่นปีมานี้ ชะตาแห่งเผ่ามนุษย์บนร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่ง อิทธิพลที่มีต่อทัณฑ์สวรรค์ก็ยิ่งใหญ่ขึ้น
เมฆาทัณฑ์สั่นสะท้านเล็กน้อยอีกครั้ง ความเร็วในการหดตัวเร่งขึ้นอีกหลายส่วน จากสถานการณ์ในปัจจุบัน เกรงว่าสายฟ้าสวรรค์ยังไม่ทันได้ฟาดลงมา อย่างน้อยเมฆาทัณฑ์นี้ก็ต้องหดเล็กลงหนึ่งในสาม
เมื่อเหล่าเทพแห่งสวรรค์ชั้นฟ้าเห็นดังนั้น ทุกคนล้วนมีสีหน้าแปลกประหลาด ในดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ท่านเทพหยางผู้นี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เหตุใดบนร่างกายจึงมีกุศลแห่งวิถีมนุษย์และปราณบารมีบริสุทธิ์มากมายถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงได้รับการคุ้มครองจากชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ในระดับนี้
พวกเขาคิดจนหัวแทบแตกก็คิดไม่ออกว่าทั้งที่หยางเซวียนเป็นเพียงเซียนเร้นลับ กุศลแห่งวิถีมนุษย์ ปราณบารมีบริสุทธิ์ และชะตาแห่งเผ่ามนุษย์มากมายขนาดนี้มาจากที่ใด
นี่เป็นเรื่องที่เซียนเร้นลับคนหนึ่งจะทำได้จริงๆ หรือ
นี่ไม่ใช่ว่าพวกเขามีวิสัยทัศน์ที่คับแคบ แต่เป็นเพราะความเร็วในการมีชื่อเสียงของหยางเซวียนในเก้าดินแดนนั้นเร็วเกินไป แม้แต่สำหรับเซียนเร้นลับแล้ว เวลาหลายหมื่นปีก็เป็นเพียงเรื่องของการปิดด่านครั้งเดียว
ตอนนี้กฎสวรรค์ยังไม่สมบูรณ์ หลังจากที่พวกเขาเข้าสู่สวรรค์ชั้นฟ้าแล้ว ไม่ได้ปิดด่านก็ลงไปยังโลกเบื้องล่างเพื่อแสวงหาวาสนา ส่วนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่เทพก็โยนให้ร่างทองธูปเทียนจัดการทั้งหมด
เคล็ดวิชาหลอมรวมร่างทองธูปเทียนที่พวกเขาได้รับไม่อาจเทียบกับเคล็ดวิชาหลอมรวมร่างทองธูปเทียนวิญญาณเร้นลับแห่งสรวงสวรรค์ได้
ต่อให้มีสติปัญญาก็ไม่สามารถแบ่งปันความทรงจำกับร่างหลักได้ทุกที่ทุกเวลา ย่อมไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเก้าดินแดน
พูดให้ชัดเจนก็คือสิ่งมีชีวิตมากมายเข้าร่วมสวรรค์ชั้นฟ้า ก็เพื่อสภาพแวดล้อมในการบำเพ็ญเพียรและชะตาแห่งสวรรค์ของสวรรค์ชั้นฟ้า จะมีสักกี่คนที่จะตั้งใจจัดการหน้าที่เทพและตอบสนองคำขอของผู้ศรัทธากันเล่า
ทว่าเรื่องที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจยังไม่จบ
เหนือท้องฟ้าของตำหนักเทพคุมชะตา หยางเซวียนมองดูเมฆาทัณฑ์ที่หดตัวลงอย่างรวดเร็ว อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
จากปากของจ้าวกงหมิงและมหาเทพ เมื่อได้รู้ว่าต้องหลอมสมบัติจิตวิญญาณประจำตัวก่อนทัณฑ์สวรรค์ เขาก็ได้สอบถามรายละเอียดทั้งหมดอย่างชัดเจนแล้ว
การหลอมสมบัติจิตวิญญาณประจำตัวล่วงหน้าและรับการชำระล้างจากทัณฑ์สวรรค์พร้อมกับผู้บำเพ็ญเพียรนั้นไม่ใช่การนำสมบัติจิตวิญญาณประจำตัวไปรับทัณฑ์สวรรค์ตรงๆ
สมบัติจิตวิญญาณประจำตัวเชื่อมโยงกับจิตดั้งเดิมของผู้บำเพ็ญเพียร ชีวิตเกี่ยวพันกัน การนำสมบัติจิตวิญญาณประจำตัวไปต้านทานทัณฑ์สวรรค์ไม่ใช่การหาเรื่องตายหรอกหรือ
ทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำเป็นการทดสอบของผู้บำเพ็ญเพียร และยังเป็นรางวัลของผู้บำเพ็ญเพียรอีกด้วย ขอเพียงข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ได้สำเร็จ วิถีสวรรค์ก็จะประทานพลังแห่งการสร้างสรรค์ลงมา ซ่อมแซมบาดแผลของผู้บำเพ็ญเพียรในทันที ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้
ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถช่วยผู้บำเพ็ญเพียรเปลี่ยนพลังเวทในร่างกาย ทำให้จิตดั้งเดิมเป็นอมตะ บรรลุเป็นเซียนทองคำ นับจากนี้ไปไม่ต้องกังวลเรื่องอายุขัยอีก
หากในตอนนี้ยังมีพลังแห่งการสร้างสรรค์เหลืออยู่ ก็จะไหลเข้าไปในสมบัติจิตวิญญาณประจำตัว ทำให้มันเข้ากันได้ดียิ่งขึ้นกับผู้บำเพ็ญเพียร จิตดั้งเดิมหลอมรวมกัน กลายเป็นสิ่งที่อัศจรรย์ยิ่งขึ้น
สิ่งที่เรียกว่าการชำระล้างจากทัณฑ์สวรรค์ก็คือสิ่งนี้!
พลังแห่งการสร้างสรรค์ที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังทัณฑ์สวรรค์ ได้รับอิทธิพลจากรากฐานของผู้บำเพ็ญเพียร พื้นฐานของตนเองยิ่งลึกซึ้ง พื้นเพยิ่งไม่ธรรมดา พลังแห่งการสร้างสรรค์ที่ได้รับก็จะยิ่งมากขึ้น และไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของทัณฑ์สวรรค์ ไม่ได้หมายความว่ายิ่งโดนตีแรง รางวัลก็จะยิ่งมากขึ้น
พูดให้ถูกควรจะบอกว่าเป็นพื้นฐานของรากฐานของตนเอง ส่งผลต่อความรุนแรงและรางวัลของทัณฑ์สวรรค์ไปพร้อมๆ กัน
ตอนนี้ทัณฑ์สวรรค์อ่อนกำลังลงเพราะเหตุจากกุศลแห่งวิถีมนุษย์ ปราณบารมีบริสุทธิ์ และชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ รากฐานของหยางเซวียนก็ไม่ได้รับผลกระทบ แล้วพลังแห่งการสร้างสรรค์จะลดน้อยลงได้อย่างไร
ในเมื่อพลังแห่งการสร้างสรรค์ไม่ได้รับผลกระทบ พื้นเพของเขาก็คือกระถางสมบัติซึ่งเป็นสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นสูง ไม่ต้องการให้สายฟ้ามาขัดเกลารากฐาน และไม่ได้ฝึกฝนวิชากายา ไม่ต้องการสายฟ้ามาหลอมกาย และยิ่งไม่ใช่พวกชอบความรุนแรง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พลังของทัณฑ์สวรรค์ย่อมยิ่งน้อยยิ่งดี
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็เงยหน้ามองเมฆาทัณฑ์ มีราชโองการสองฉบับปรากฏขึ้นที่หว่างคิ้วของเขา
วินาทีต่อมา ชะตาแห่งสวรรค์รวมตัวกันมา ก่อตัวเป็นเงินแท่งสีทองและหนังสือสีครามเล่มหนึ่งเบื้องหลังของเขา
“วิถีสวรรค์เบื้องบน ข้าน้อยเทพเจ้าเรียกทรัพย์รวมสมบัติแห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ควบตำแหน่งเทพเจ้าคุมชะตาทะเบียนเซียนแห่งสรวงสวรรค์ วันนี้กุศลสมบูรณ์ ประสงค์จะข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำ หวังว่าวิถีสวรรค์จะโปรดพิจารณา!”
สิ้นเสียง เมฆาทัณฑ์บนท้องฟ้าก็หยุดชะงักเล็กน้อยอีกครั้ง หยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วหดตัวลงด้วยความเร็วที่เร็วยิ่งขึ้น ในที่สุดขนาดของเมฆาทัณฑ์ก็หดเล็กลงเกินครึ่งจึงได้หยุดลง สายฟ้าสีม่วงที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดในเมฆาทัณฑ์ยิ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ทำแบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ?!”
เมื่อเหล่าเทพแห่งสวรรค์ชั้นฟ้าเห็นฉากนี้ ทุกคนต่างมีสีหน้าแปลกประหลาด โดยเฉพาะเทพทรงธรรมระดับเซียนทองคำบางองค์ ยิ่งถึงกับตาค้างไปเลย
“ท่านเทพหยางนี่ออกจะขี้โกงไปหน่อยแล้ว...”
นึกถึงตอนนั้น ตอนที่พวกเขาข้ามผ่านทัณฑ์อัสนีสวรรค์ของเซียนทองคำ เมื่อเมฆาทัณฑ์นั้นสัมผัสได้ถึงบ่วงกรรมบนร่างกายของพวกเขา ไม่เพียงแต่จะไม่หดเล็กลง แต่กลับขยายใหญ่ขึ้นหลายส่วน
ในเมฆาทัณฑ์ยิ่งมีอัสนีทัณฑ์ที่มีอานุภาพรุนแรงมหาศาลหลายชนิดในแดนบรรพกาล ฟาดลงมาบนร่างกายของพวกเขาอย่างไม่ปรานี ราวกับกลัวว่าจะฟาดพวกเขาไม่ตาย
ผลคือเมื่อถึงคราวหยางเซวียน ทัณฑ์สวรรค์ยังไม่ทันเริ่ม เมฆาทัณฑ์ก็หดเล็กลงไปครึ่งหนึ่ง สายฟ้าสีม่วงที่อานุภาพรุนแรงที่สุดยิ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ความแตกต่างนี้มันจะเหลือเชื่อเกินไปหน่อยแล้ว!
“ว่าไปแล้ว หากตอนนั้นพวกเราแสดงตำแหน่งเทพทรงธรรมของสวรรค์ชั้นฟ้าออกมาด้วย จะสามารถทำให้พลังของทัณฑ์สวรรค์ลดน้อยลงได้บ้างหรือไม่นะ”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ พวกเขาทุกคนต่างเผยสีหน้าเจ็บใจออกมาเล็กน้อย หากตอนนั้นรู้ว่าตำแหน่งเทพสามารถใช้แบบนี้ได้ การข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ของพวกเขาก็จะง่ายขึ้นหลายส่วน
สามารถนำพลังแห่งการสร้างสรรค์ไปใช้ในการยกระดับพลังบำเพ็ญ ขัดเกลาสมบัติจิตวิญญาณประจำตัวได้มากขึ้น ไม่ใช่เอาไปใช้ซ่อมแซมบาดแผล
แม้แต่มหาเทพและพระแม่ซีหวังหมู่ เมื่อเห็นฉากนี้ก็ยังชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจ ทันใดนั้นก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมา สีหน้าพลันตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย...