เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 หยางเซวียนเสนอแผน เผ่ามนุษย์ขึ้นสวรรค์\!

ตอนที่ 31 หยางเซวียนเสนอแผน เผ่ามนุษย์ขึ้นสวรรค์\!

ตอนที่ 31 หยางเซวียนเสนอแผน เผ่ามนุษย์ขึ้นสวรรค์\!


ตอนที่ 31 หยางเซวียนเสนอแผน เผ่ามนุษย์ขึ้นสวรรค์\!

ณ ตำหนักเหนือเมฆา

มหาเทพเห็นสีหน้าของหยางเซวียนไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงมีท่าทีสงบนิ่งเช่นเคย ความชื่นชมในใจก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

สามารถใช้พลังบำเพ็ญระดับเซียนเร้นลับ อยู่เบื้องหน้าเขาแล้วทำสีหน้าไม่เปลี่ยน ไม่ยินดียินร้ายต่อลาภยศสรรเสริญได้ หยางเซวียนเป็นคนแรก และเป็นคนเดียว!

“ไม่ทราบว่าสหายน้อยคิดว่าตอนนี้สวรรค์ชั้นฟ้ามีข้อบกพร่องอะไรบ้าง และมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขอย่างไร”

หยางเซวียน “...”

ข้อบกพร่องหรือ สวรรค์ชั้นฟ้าของท่านว่างเปล่าเพียงนี้ ท่านยังกล้าถามคำถามนี้อีกหรือ ท่านไม่สู้ถามข้าว่าตอนนี้สวรรค์ชั้นฟ้ามีข้อดีอะไรบ้างจะดีกว่า เพราะว่า...

นอกจากข้อดีเหล่านี้แล้ว ที่เหลือก็มีแต่ปัญหาทั้งนั้น!!

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงการบ่นในใจของหยางเซวียน เขาไม่มีทางพูดคำเหล่านี้ออกมาโต้งๆ ส่วนจะตอบคำถามของมหาเทพอย่างไร สำหรับผู้ข้ามมิติอย่างเขาแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยจริงๆ

นี่มันคือการสอบแบบเปิดหนังสือชัดๆ เรื่องที่แค่ขยับปากมันจะไปยากอะไร ส่วนเรื่องการนำไปปฏิบัติ ย่อมต้องให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจแห่งสวรรค์ชั้นฟ้าอย่างมหาเทพเป็นผู้กังวลสิ คงไม่ใช่ว่าเทพเจ้าแห่งโชคลาภตัวเล็กๆ อย่างเขาจะต้องทั้งเสนอแผนการและลงมือทำเองด้วยหรอกนะ

หยางเซวียนแสร้งทำเป็นครุ่นคิด จัดระเบียบความทรงจำในหัว

สวรรค์ชั้นฟ้าในตอนนี้อาจกล่าวได้ว่ามีปัญหาอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่บางเรื่องก็ไม่สามารถพูดออกจากปากของหยางเซวียนได้

อย่างเช่น คำพูดที่ว่าศิษย์ของปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์หยิ่งยโสโอหัง ไม่เห็นสวรรค์ชั้นฟ้าอยู่ในสายตา แม้จะสามารถเอาใจมหาเทพได้ แต่หากพูดออกจากปากของหยางเซวียน นั่นเท่ากับเป็นการล่วงเกินสำนักยุติ สำนักรู้แจ้ง และสำนักประจิมไปพร้อมๆ กัน แม้แต่คนโง่ยังรู้ว่าเรื่องแบบนี้ไม่คุ้มค่าที่จะทำ หยางเซวียนย่อมไม่พูด ไม่แม้กระทั่งจะคิด

ครู่ต่อมา หยางเซวียนประสานมือคารวะต่อมหาเทพและพระแม่ซีหวังหมู่ แล้วกล่าวอย่างฉะฉาน

“นักพรตน้อยเห็นว่าตอนนี้สวรรค์ชั้นฟ้าเพิ่งก่อตั้ง ปัญหาใหญ่ที่สุดคือมีคนไม่พอ ตำแหน่งเทพทรงธรรมส่วนใหญ่ว่างอยู่ กระทั่งขุนนางสวรรค์ระดับล่างก็ยังขาดแคลนอย่างยิ่ง ทว่าสวรรค์ชั้นฟ้าคืออำนาจที่ชอบธรรมแห่งแดนบรรพกาล ไม่ว่าจะเป็นเทพทรงธรรม ขุนนางสวรรค์ หรือแม่ทัพสวรรค์ ล้วนมีข้อกำหนดด้านคุณธรรม หากไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรที่มีบารมีธรรมลึกซึ้งหรือมีดวงชะตาที่เหมาะสม จะไม่สามารถรับตำแหน่งได้”

เมื่อมหาเทพได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย ปัญหานี้เขาย่อมรู้ดี เพียงแต่แม้เขาจะสูงส่งเป็นถึงจ้าวแห่งสวรรค์ชั้นฟ้า แต่ก็ไม่ได้รุ่งโรจน์อย่างที่เห็นภายนอก

ในช่วงมหันตภัยสงครามเทพอสูร เผ่าอสูรได้กระทำการบุกสวรรค์ ทำให้สวรรค์เก้าชั้นฟ้าพังทลายลง สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสวรรค์บรรพกาล

มหาเทพได้รับมอบหมายในยามคับขัน หลังจากได้เป็นจักรพรรดิสวรรค์ ก็ยุ่งอยู่กับการจัดระเบียบสวรรค์บรรพกาล กระทั่งการดูแลตำหนักเหนือเมฆาก็ทำได้เพียงมอบให้ร่างทองแห่งเครื่องหอมบูชา*เป็นผู้จัดการ เขาจะมีเวลาที่ไหนไปรับสมัครทหารเล่า กระทั่งการป่าวประกาศประชาสัมพันธ์ยังยากที่จะทำได้

*ร่างทองแห่งเครื่องหอมบูชา = ‘ร่างเทพ’ ของเทพเจ้าที่ไม่ได้เกิดจากการบำเพ็ญเพียรด้วยตนเอง แต่เกิดจากพลังศรัทธาของผู้คน

ด้วยเหตุนี้เอง แม้เขาจะรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ก็ไม่สามารถทุ่มเทกำลังใจไปกับการชักชวนผู้บำเพ็ญเพียรเข้าร่วมสวรรค์ได้

อีกทั้งมหาเทพก็ไม่ได้หน้าด้านเหมือนเจียอิ่นและจุ่นถี จะให้จักรพรรดิสวรรค์ผู้สูงส่งอย่างเขาไปเที่ยวชักชวนคนทั่วทุกแห่งหน มันก็ออกจะลำบากไปหน่อย

ตอนนี้เมื่อได้ยินหยางเซวียนพูดอย่างมีวิสัยทัศน์ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ที่สุดนี้ เขาก็อดที่จะเกิดความคาดหวังขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้ โบกมือให้หยางเซวียนพูดต่อ

“นักพรตน้อยเห็นว่าฝ่าบาทสามารถรับสมัครผู้บำเพ็ญเพียรขึ้นสวรรค์มารับตำแหน่งได้จากหลายประเด็นดังต่อไปนี้”

“อย่างแรกคือการเชิญศิษย์ของปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นสวรรค์”

มหาเทพนิ่งเงียบไม่พูดอะไร เขาเดิมทีเป็นเด็กรับใช้ของหงจวิน** และพอจะมีสายสัมพันธ์อยู่บ้างกับปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกแห่งวิถีสวรรค์

**หงจวิน = สุดยอดปรมาจารย์ผู้เป็นหนึ่งในตัวตนที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของสรรพสิ่งในจักรวาล

หลังจากที่เขาได้เป็นจักรพรรดิสวรรค์และเห็นสภาพยุ่งเหยิงของสวรรค์ชั้นฟ้าแล้ว เขาก็ไปหาศิษย์พี่ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกท่าน ต้องการให้พวกเขาช่วยเหลือ ส่งศิษย์บางคนขึ้นสวรรค์มา

แต่ผลลัพธ์คือไม่มีข้อยกเว้น เมื่อศิษย์ของปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นได้ยินว่าต้องขึ้นสวรรค์ ทุกคนล้วนส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่มีใครเต็มใจที่จะเข้าร่วมสวรรค์ชั้นฟ้า เมื่อศิษย์ไม่เต็มใจ ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้บังคับ ในที่สุดเรื่องนี้ก็เงียบหายไป

เรื่องนี้เองที่ทำให้มหาเทพเกิดความไม่พอใจต่อปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกอยู่บ้าง

หากไม่ใช่เพราะปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกแห่งวิถีสวรรค์ไม่เต็มใจที่จะเข้ามาปกครองสวรรค์ชั้นฟ้า เรื่องยุ่งเหยิงนี้จะมาตกอยู่ที่หัวของเขาได้อย่างไร ผลคือเขาได้เข้าสู่สวรรค์ชั้นฟ้าแทนและได้เป็นจักรพรรดิสวรรค์ พลังบำเพ็ญย่อมก้าวหน้าอย่างแน่นอน แต่การที่ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกแห่งวิถีสวรรค์กลับยืนนิ่งดูดาย มันก็ออกจะไม่ค่อยเหมาะสมไปหน่อยใช่หรือไม่

เมื่อหยางเซวียนเห็นดังนั้น ในใจก็ตระหนักได้ขึ้นมา เขารู้ว่ามหาเทพคงจะไปหาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกแห่งวิถีสวรรค์แล้ว แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนกับในยุคหลัง ไม่มีใครเต็มใจที่จะเข้าสู่สวรรค์ชั้นฟ้าเพื่อช่วยเหลือมหาเทพ

เรื่องนี้ยังกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ในอนาคตมหาเทพต้องเข้าไปร้องทุกข์ในวังสวรรค์อินทนิล

หยางเซวียนพอจะเดาผลลัพธ์นี้ได้บ้างแล้ว จึงไม่ได้ประหลาดใจมากนัก เขากล่าวต่อ

“อย่างที่สอง เจ้าพิภพในอนาคตคือเผ่ามนุษย์ ได้รับความโปรดปรานจากฟ้าดิน ตอนนี้ได้ถือกำเนิดคนในเผ่าที่มีดวงชะตาเป็นเอกลักษณ์และมีคุณธรรมเพียบพร้อมขึ้นมามากมาย ฝ่าบาทสามารถเลือกบุคลากรจากในนั้นได้ รอจนกระทั่งคนเหล่านี้ประสบความสำเร็จและถอนตัวจากตำแหน่งในเผ่ามนุษย์แล้ว ให้พวกเขาขึ้นสวรรค์มารับตำแหน่ง แต่งตั้งตำแหน่งเทพที่เหมาะสม...

... ทั้งยังสามารถกำหนดระบบการเลื่อนตำแหน่งได้อีกด้วย หากคนเหล่านี้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งมีผลงานโดดเด่น ก็ให้เลื่อนตำแหน่งตามผลงานของพวกเขา เช่นนี้ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นว่าฝ่าบาททรงใช้คนอย่างเหมาะสม แต่ยังทำให้ขุนนางสวรรค์และแม่ทัพสวรรค์มีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น และยิ่งทำให้สรรพชีวิตในแดนบรรพกาลเกิดความปรารถนาและความคิดที่จะเข้าร่วมสวรรค์ชั้นฟ้า”

เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ มหาเทพและพระแม่ซีหวังหมู่ต่างมีสายตาเป็นประกายแวบหนึ่ง เผยสีหน้าสนใจออกมาเล็กน้อย

ศิษย์ของปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่เต็มใจที่จะเข้าสู่สวรรค์ชั้นฟ้า นั่นเป็นเพราะพวกเขาได้รับการถ่ายทอดธรรมจากปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ เรียนรู้วิถีแห่งปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่ติดตัว บวกกับการคุ้มครองจากชะตาของสำนักใหญ่ ทุกคนล้วนมีชีวิตยืนยาวอยู่แค่เอื้อม ไร้ซึ่งภัยพิบัติและเคราะห์กรรม

การเข้าสวรรค์ได้รับตำแหน่งเทพ กลับเป็นการผูกมัด ไม่สามารถเป็นอิสระได้เหมือนเมื่อก่อน พวกเขาย่อมไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมสวรรค์ชั้นฟ้า

ทว่าเผ่ามนุษย์นั้นแตกต่างออกไป แม้ว่าทั่วทั้งแดนบรรพกาลจะรู้ว่าขอเพียงรอให้เผ่ามนุษย์ผ่านเคราะห์กรรมครั้งสุดท้ายไปได้ ต้าอวี่ประสบความสำเร็จและถอนตัวจากตำแหน่ง ก็จะสามารถกลายเป็นเจ้าพิภพได้ แต่พวกเขาต้องผ่านมหันตภัยสงครามเทพอสูรก่อน คนในเผ่าเก้าในสิบส่วนล้วนถูกหลอมเป็นกระบี่สังหารอสูร ยุคสามจักรพรรดิห้ากษัตริย์ก็ยังต้องเผชิญกับการทดสอบจากฟ้าดินอยู่ตลอดเวลา

ผู้ที่ปรารถนาจะสวมมงกุฎ ย่อมต้องแบกรับน้ำหนักของมัน!

เผ่ามนุษย์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรากฐานหรือความแข็งแกร่งโดยรวม ล้วนห่างไกลจากการเทียบกับเผ่าพันธุ์ใหญ่อื่นๆ

บวกกับเผ่ามนุษย์ยังเป็นเผ่าพันธุ์พรแสวง ถูกจำกัดด้วยอายุขัย นอกจากจะบรรลุเป็นเซียนทองคำแล้ว อายุขัยโดยเฉลี่ยของพวกเขาจะสั้นกว่าหลายเผ่าพันธุ์

เพียงแต่ทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำจะผ่านไปได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ตอนนี้ในเก้าดินแดนยังมีคนจำนวนไม่มากนักที่ผ่านทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำ กลายเป็นเซียนทองคำและมีชีวิตยืนยาว

หากเผ่ามนุษย์สามารถได้รับตำแหน่งเทพได้ ไม่เพียงแต่จะสามารถมีอายุขัยที่ยาวนานขึ้น แต่ยังสามารถใช้อำนาจของสวรรค์ชั้นฟ้าที่เกี่ยวข้องได้ ทำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น หลังจากที่พวกเขาได้เป็นเทพแล้ว ยังสามารถคุ้มครองเผ่ามนุษย์ได้ดียิ่งขึ้นภายในขอบเขตหน้าที่ของตน

เรื่องดีๆ ที่ได้ประโยชน์หลายต่อเช่นนี้ ขอเพียงอธิบายผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับผู้อาวุโสไม่กี่ท่านในถ้ำอัคคีเมฆาให้ชัดเจน ปรึกษาหารือรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง พวกเขาย่อมไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน!

หยางเซวียนเหลือบมองมหาเทพและพระแม่ซีหวังหมู่บนตำแหน่งประธาน ในใจก็สงบลง เขารู้ว่าคำตอบของตนเองจะต้องทำให้ทั้งสองท่านพอใจอย่างแน่นอน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดต่อไป

หยางเซวียนเผยสีหน้าครุ่นคิด ครู่ต่อมาก็ประสานมือคารวะอีกครั้ง

“ข้างต้นเป็นเพียงความคิดเห็นตื้นๆ ของนักพรตน้อย หากมีข้อบกพร่องประการใด หวังว่าฝ่าบาทและพระแม่จะโปรดชี้แนะ!”

สำหรับวิธีการปรับปรุงสวรรค์ชั้นฟ้าให้สมบูรณ์ เขาย่อมรู้วิธีการมากกว่านี้ แต่เขาก็รู้หลักการเสร็จงานฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล เขาไม่ได้พูดทุกอย่างออกไปทั้งหมด ตั้งใจจะเก็บไว้ใช้ในภายหลัง

ถึงกระนั้นข้อเสนอที่สองของหยางเซวียนก็ยังคงทำให้มหาเทพและพระแม่ซีหวังหมู่พึงพอใจยิ่งนัก ทั้งสองสบตากัน ส่งกระแสจิตปรึกษากันครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจว่าจะแต่งตั้งหยางเซวียนอย่างไร

คนที่มีความสามารถเช่นนี้ หากให้เป็นเพียงเทพเจ้าแห่งโชคลาภ นับว่าเสียของเกินไป!

จบบทที่ ตอนที่ 31 หยางเซวียนเสนอแผน เผ่ามนุษย์ขึ้นสวรรค์\!

คัดลอกลิงก์แล้ว