- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 8 หล่อเหรียญบารมีธรรม!
ตอนที่ 8 หล่อเหรียญบารมีธรรม!
ตอนที่ 8 หล่อเหรียญบารมีธรรม!
ตอนที่ 8 หล่อเหรียญบารมีธรรม!
หนึ่งร้อยยี่สิบปีต่อมา หยางเซวียนกลับหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์อย่างเงียบเชียบ และมาถึงกระท่อมมุงจากของตนเอง
สำหรับแดนบรรพกาลแล้ว เวลาร้อยกว่าปีไม่นับว่าเป็นอะไรเลย ตอนที่หยางเซวียนจากไปครั้งก่อนเป็นอย่างไร ปัจจุบันหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น แม้แต่ระดับพลังบำเพ็ญของผู้ใหญ่บ้านและคนอื่น ๆ ก็ยังคงเหมือนกับเมื่อร้อยกว่าปีก่อน
ในทางกลับกัน การเปลี่ยนแปลงของหยางเซวียนนั้นเห็นได้ชัดเจนกว่ามาก ไม่เพียงแต่พัฒนาวิชาเร้นลับเบญจธรรมให้สมบูรณ์ ทำให้พลังเวทของตนเองบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น พลังโดยรวมได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมาก เขายังได้ 'ลักพาตัว' ลูกเสือขาวตัวหนึ่งมาจากในโบราณสถานยุคบรรพกาลอีกด้วย
อย่าเห็นว่าลูกเสือขาวตัวนี้ดูทื่อ ๆ เหมือนกับเด็กน้อยที่ไม่มีพิษมีภัย แต่มันเป็นถึงเซียนแท้จริงของแท้แน่นอน ทั้งยังมีสายเลือดเสือขาว ร่างกายแข็งแกร่ง และสามารถควบคุมปราณทองคำสัมฤทธิ์พรสวรรค์ได้ ไม่ใช่เซียนแท้จริงทั่วไปจะเทียบได้
หากไม่ใช่เพราะตอนนี้สติปัญญาของมันยังไม่สูง โดยพื้นฐานแล้วไม่มีประสบการณ์การต่อสู้เลย ทุกอย่างทำได้เพียงอาศัยสัญชาตญาณ แต่ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเร้นลับก็ยังทำอะไรมันไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ลูกเสือขาวตัวนี้อาจเป็นสิ่งมีชีวิตยุคบรรพกาล หากมันสามารถฟื้นฟูสู่สภาพสูงสุดได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นเซียนทองคำไท่อี่
อืม... หากว่ามันสามารถฟื้นฟูสู่สภาพสูงสุดได้น่ะนะ...
หยางเซวียนมองดูลูกเสือขาวในอ้อมแขน พลันรู้สึกว่าระดับความยากนี้ดูเหมือนจะไม่น้อยเลย
"ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน อย่างน้อย... เจ้าตัวเล็กนี่ก็ไม่ใช่แค่ของสวยงามที่ไร้ประโยชน์"
หยางเซวียนพยักหน้าในใจ ปรับสภาพจิตใจอย่างรวดเร็ว เขาวางลูกเสือขาวลงบนพื้น ปล่อยให้มันเล่นเอง ส่วนหยางเซวียนก็นั่งขัดสมาธิ เริ่มพิสูจน์สมมติฐานของตนเอง
ตามแผนการของหยางเซวียน ภารกิจสำคัญอันดับแรกของเขาต่อไปคือการใช้หมู่บ้านเศียรพยัคฆ์เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างตลาด และวางแผนชิงตำแหน่งอันสูงส่งของเทพเจ้าแห่งโชคลาภในเผ่ามนุษย์
หลังเกิดเรื่องอสูรเสือ หากหยางเซวียนต้องการจะสร้างตลาดในหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์ก็เป็นเพียงเรื่องแค่พูดคำเดียวเท่านั้น
เพียงแต่ว่าการจะสร้างตลาดนั้นยังมีเงื่อนไขสำคัญอีกสองข้อ
ข้อแรกคือจำเป็นต้องมีสินค้าที่เป็นประโยชน์ต่อเผ่ามนุษย์โดยรอบวางขายในตลาด มิฉะนั้นจะดึงดูดคนอื่นมาแลกเปลี่ยนที่นี่ได้อย่างไร?
ข้อสองคือจำเป็นต้องมีเงินตราสำหรับใช้ในการแลกเปลี่ยนในตลาด มิฉะนั้นหากอาศัยเพียงการแลกเปลี่ยนสิ่งของต่อสิ่งของโดยไม่มีหน่วยวัดมูลค่าสินค้า ถ้าบริหารจัดการไม่ดีก็จะเกิดความโกลาหล ยากที่จะสร้างความมั่นคงให้กับระเบียบของเผ่ามนุษย์
การจัดตั้งเงินตราจึงกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญเบื้องต้นของการสร้างตลาด มีเพียงการปรากฏขึ้นของเงินตราที่ทุกคนยอมรับเท่านั้น ผู้คนที่เดินทางมาค้าขายที่ตลาดจึงจะใช้มันในการวัดมูลค่า ทำให้เกิดการมีราคาให้สอบถาม มีราคาให้อ้างอิง!
แต่ที่นี่คือแดนบรรพกาลที่ทุกคนสามารถบำเพ็ญเพียรและเป็นเซียนได้ หากต้องการให้เงินตรานี้ได้รับการยอมรับจากทุกคนก็จำเป็นต้องมีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียร
หากกลุ่มเป้าหมายของตลาดคือเซียนทองคำ หยางเซวียนคงไม่เสียเวลาคิดให้มากความและเลือกที่จะล้มเลิกไปแล้ว แต่หากตลาดมุ่งเป้าไปที่เซียนสวรรค์และเซียนปฐพีเท่านั้น หยางเซวียนก็มีความมั่นใจอยู่ไม่น้อย หรือแม้กระทั่งว่าจะต้องทำอย่างไร เขาก็มีความคิดอยู่บ้างแล้ว
ตอนนี้เขากำลังจะพิสูจน์ความคิดนี้
เขาหยิบแร่หินแข็งก้อนหนึ่งที่แฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณบางเบาออกมา ด้วยการไหลเวียนของพลังเวท หินก้อนนี้ก็ค่อย ๆ แบนและกลมขึ้น ระหว่างกระบวนการนี้ ภายในหินก้อนนี้ค่อย ๆ ปรากฏลวดลายค่ายกลขึ้นเป็นสาย ก่อตัวเป็นค่ายกลที่ไม่ซับซ้อนนัก แต่ก็มีความลี้ลับอยู่บ้าง
ในชั่วขณะที่ค่ายกลนี้ก่อตัวขึ้น ปราณวิญญาณโดยรอบก็ไหลทะลักเข้าไปในหินก้อนนี้อย่างรวดเร็ว
ที่สำคัญกว่านั้นคือภายใต้การชักนำของค่ายกล ขณะที่ปราณวิญญาณโดยรอบไหลทะลักเข้าไปในหิน ก็ยังได้ดึงปราณบารมีบริสุทธิ์สายหนึ่งที่แทบจะมองไม่เห็นให้ไหลเข้าไปพร้อมกัน เมื่อปราณบารมีบริสุทธิ์สายนี้ไหลเข้าไปในหินก้อนนี้แล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ
ยามนี้รูปลักษณ์ของก้อนหินได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก กลายเป็นเหรียญทรงกลมสีทองหนึ่งเหรียญ บนด้านหน้าของมันมีสัญลักษณ์สีแดงอยู่หนึ่งตัว
ขอเพียงเป็นสิ่งมีชีวิตที่เปิดจิตปัญญาแล้ว ทันทีที่ได้เห็นสัญลักษณ์นี้ก็จะเข้าใจความหมายที่มันเป็นตัวแทนทันที นั่นคือ ‘บารมี!’
นี่คือเงินตราที่หยางเซวียนตั้งใจจะใช้เป็นเครื่องวัดมูลค่า มีนามว่า ‘เหรียญบารมีธรรม!’
ของสิ่งนี้มีประโยชน์ต่อผู้บำเพ็ญเพียรสองประการ
ข้อแรกคือภายในนั้นแฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณ สามารถเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรได้ แม้จะเทียบกับยาอายุวัฒนะไม่ได้ แต่ก็มีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรเช่นกัน อีกทั้งความยากในการหลอมสร้างยังต่ำกว่า เรียกได้ว่าขอแค่มีมือก็ทำได้
ข้อสองที่เป็นมูลค่าที่แท้จริงของเหรียญบารมีธรรม นั่นคือในตอนที่หลอมสร้างสามารถรวบรวมปราณบารมีบริสุทธิ์ได้หนึ่งสาย
บารมีธรรมเป็นหนึ่งในเบญจธรรมแห่งแดนบรรพกาล สิ่งมีชีวิตทั่วไปอย่าว่าแต่จะมีเลย แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับเซียนทองคำจำนวนมากก็ยังไม่เคยเห็น
แม้เหรียญบารมีธรรมหนึ่งเหรียญจะสามารถรวบรวมปราณบารมีบริสุทธิ์ที่แทบจะมองไม่เห็นได้เพียงหนึ่งสาย แต่ก็ยังมีมูลค่าที่ไม่น้อยสำหรับเซียนปฐพีและเซียนสวรรค์ ขอเพียงพกเหรียญบารมีธรรมติดตัวไว้ก็จะโชคดีขึ้นเพราะปราณบารมีบริสุทธิ์สายหนึ่งที่อยู่ภายในเหรียญ
บารมีธรรมเพียงเล็กน้อยนี้จะไม่ส่งผลกระทบอะไรในชีวิตประจำวัน เรื่องเดิน ๆ อยู่แล้วเจอสมบัติอะไรนั่นอย่าได้คิด แต่ในยามบำเพ็ญเพียร 'ความโชคดี' ที่มาจากปราณบารมีบริสุทธิ์สายนี้จะสามารถแสดงผลออกมาในตอนนี้ได้ ทำให้ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรเร็วขึ้นเล็กน้อย
หากมีเหรียญบารมีธรรมบนตัวมากพอ ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งมากขึ้น ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรก็จะยิ่งเร็วขึ้น
แต่ว่าปราณบารมีบริสุทธิ์บนเหรียญบารมีธรรมนั้นเป็นสิ่งที่หยางเซวียนรวบรวมขึ้นตามวิธีการที่คิดค้นขึ้นเอง เมื่อใช้ไปถึงระดับหนึ่งก็จะกลับคืนสู่ฟ้าดิน ไม่เหมือนกับบารมีธรรมที่รวบรวมขึ้นเอง ไม่สามารถใช้งานได้ในระยะยาว
ประโยชน์ที่แท้จริงของเหรียญบารมีธรรมคือการใช้มันในขณะบำเพ็ญเพียร เพื่อเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรให้ถึงขีดสุด
หากสะสมเหรียญบารมีธรรมได้มากพอ รอจนกระทั่งพบกับคอขวดแล้วค่อยนำมาใช้ก็สามารถมีบทบาทในการทะลวงผ่านขอบเขตได้อีกด้วย
แน่นอนว่าเหรียญบารมีธรรมในรูปแบบนี้มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตระดับเซียนสวรรค์ เซียนปฐพี และต่ำกว่านั้นเท่านั้น สำหรับเซียนแท้จริงและเซียนเร้นลับแล้วไม่มีประโยชน์มากนัก
แต่โชคดีที่จากการสำรวจของหยางเซวียน ในช่วงเวลาอีกยาวนานนับจากนี้ กลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดคือสิ่งมีชีวิตระดับเซียนสวรรค์ เซียนปฐพี และต่ำกว่านั้น
ด้วยความเร็วในการเหาะของเขา ใช้เวลาเพียงห้าปีก็สามารถกลับมาถึงหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์ได้ ที่เขาใช้เวลาไปกว่าร้อยปี ก็เพราะในระหว่างทางกลับมา ได้ทำการสำรวจตรวจสอบอิทธิพลโดยรอบของหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์ไปคร่าว ๆ หนึ่งครั้ง
เขาพบว่าในบริเวณใกล้เคียงหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์มีหมู่บ้านของเผ่ามนุษย์อยู่ทั้งหมดสิบสองแห่ง ในจำนวนนั้นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็อยู่เพียงระดับเซียนปฐพีปลาย ไม่มีแม้แต่เซียนสวรรค์สักคน
จากภาพสะท้อนนี้ หยางเซวียนคาดเดาว่าเผ่ามนุษย์ในปัจจุบัน น่าจะยังมีผู้คนในระดับเซียนสวรรค์ เซียนปฐพี และต่ำกว่านั้นเป็นส่วนใหญ่
หากการคาดเดาของเขาไม่ผิดพลาด เหรียญบารมีธรรมจะต้องสามารถแพร่หลายไปในเก้าดินแดนของเผ่ามนุษย์ได้อย่างรวดเร็วอย่างแน่นอน
โดยธรรมชาติแล้วตลาดก็จะแพร่หลายไปทั่วทุกแห่งของเผ่ามนุษย์เพราะเหตุนี้ และชื่อเสียงของหยางเซวียนก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย
ขอเพียงการปรากฏของตลาดทำให้เผ่ามนุษย์มีการค้าขายที่สมบูรณ์ขึ้นและมีระเบียบที่มั่นคงขึ้น หยางเซวียนก็จะสามารถได้รับกุศลแห่งวิถีมนุษย์ก้อนหนึ่ง
รอจนกระทั่งเหรียญบารมีธรรมหมุนเวียนในเผ่ามนุษย์ เขาก็ศึกษาวิธีการหล่อเหรียญบารมีธรรมที่สูงขึ้นแล้วนำไปแลกเปลี่ยนกับราชวงศ์ของเผ่ามนุษย์
เมื่อมอบอำนาจในการหล่อเงินตราให้อยู่ในมือของทางการ คำจำกัดความของมูลค่าสินค้าจะยิ่งสมบูรณ์ขึ้น ระเบียบของเผ่ามนุษย์ก็จะยิ่งมั่นคงขึ้นไปอีก
บัดนี้ได้แก้ไขปัญหาเรื่องเงินตราแล้ว ขอเพียงมีสินค้าที่น่าดึงดูดอีกกลุ่มหนึ่งก็สามารถเริ่มลงมือสร้างตลาดและส่งเสริมเหรียญบารมีธรรมได้
ส่วนจะใช้สินค้าอะไรมาดึงดูดให้เผ่ามนุษย์โดยรอบมานั้น จากการสังเกตการณ์กว่าร้อยปีก่อนหน้านี้ของหยางเซวียน เขามีความคิดอยู่บ้างแล้ว
หากวิธีนี้ใช้ได้ผล หยางเซวียนก็จะสามารถทำให้ชาวบ้านหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์พยายามรักษาการดำเนินการตลาดด้วยตนเอง หรือแม้กระทั่งขยายมันออกไปได้
จากนั้นหยางเซวียนก็นำแร่หินสีแดงก้อนหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อพร้อมกับวัตถุดิบเสริมบางอย่าง ก่อนเริ่มพิสูจน์สมมติฐานของตนเอง...