เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 ภัยร้ายแดนบรรพกาล โบราณสถานยุคเก่าแก่

ตอนที่ 6 ภัยร้ายแดนบรรพกาล โบราณสถานยุคเก่าแก่

ตอนที่ 6 ภัยร้ายแดนบรรพกาล โบราณสถานยุคเก่าแก่


ตอนที่ 6 ภัยร้ายแดนบรรพกาล โบราณสถานยุคเก่าแก่

บนยอดเขา

หลังจากเข้าไปในค่ายกลพิทักษ์เขาแล้ว หยางเซวียนก็เข้ามาในถ้ำแห่งหนึ่ง

"ช่างเรียบง่ายเสียจริง..."

เมื่อมองดูการตกแต่งโดยรอบ หยางเซวียนก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาประโยคหนึ่ง

ในถ้ำแห่งนี้ นอกจากผนังหินแล้วก็เหลือเพียงกองฟางกองหนึ่ง และหัวกะโหลกที่กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งถ้ำ

หัวกะโหลกเหล่านี้ไม่ใช่ของวิเศษล้ำค่าอะไร เจ้าของหัวกะโหลกส่วนใหญ่ก่อนตายเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตธรรมดาที่ไม่มีพลังบำเพ็ญอะไร ในจำนวนนั้นมีหัวกะโหลกของคนในเผ่ามนุษย์อยู่ไม่น้อย ตั้งแต่ผู้เฒ่าระดับเซียนปฐพีไปจนถึงเด็กทารกที่เพิ่งเกิด

เห็นได้ชัดว่าหัวกะโหลกกว่าครึ่งถ้ำนี้คือของที่ระลึกจากชัยชนะที่อสูรเสือเก็บสะสมไว้

"แดนบรรพกาลช่างอันตรายโดยแท้..."

หยางเซวียนถอนหายใจในใจ เกรงว่ากว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะรู้ตัวว่าการคุ้มครองที่พวกเขาเชื่อมั่นเป็นเพียงพฤติกรรมหวงอาหารของอสูรเสือเท่านั้นก็ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต

หากไม่มีการแทรกแซงของหยางเซวียน ชะตากรรมของชาวบ้านหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์ก็จะเป็นเช่นเดียวกับหัวกะโหลกเหล่านี้ ถูกอสูรเสือกินเป็นอาหาร ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้

นี่คือแดนบรรพกาล หากไม่มีพลังก็มีแต่จะต้องกลายเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตอื่น หรือไม่ก็กลายเป็นวัตถุดิบในการปรุงยาหรือหลอมสร้างอาวุธ มีเพียงพลังที่แข็งแกร่งพอเท่านั้นจึงจะสามารถได้รับอิสรภาพที่แท้จริง มิฉะนั้นก็จะเป็นเหมือนชาวบ้านหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์ที่อิสรภาพที่พวกเขาหลงคิดว่ามีเป็นเพียงสิ่งที่อสูรเสือมอบให้เท่านั้น

ในวินาทีนี้หยางเซวียนยิ่งมุ่งมั่นในความตั้งใจที่จะแข็งแกร่งขึ้น ทว่าเขาไม่ได้รีบร้อนเพราะเรื่องนี้ เขารู้ซึ้งถึงหลักการที่ว่ายิ่งรีบยิ่งไม่สำเร็จ และยังเข้าใจว่าการใส่ใจเรื่องการแข็งแกร่งขึ้นมากเกินไป กลับจะทำให้จิตใจเกิดความยึดติด ซึ่งมีแต่โทษร้อยแปดและไม่มีประโยชน์อันใดต่อการบำเพ็ญเพียร!

หยางเซวียนปรับสภาพจิตใจอย่างรวดเร็ว สะบัดแขนเสื้อร่ายคาถาบทหนึ่ง สร้างเปลวไฟร้อนระอุมาใส่กองหัวกะโหลก

เพียงชั่วครู่หัวกะโหลกเหล่านี้ก็ถูกเผาจนหมดสิ้น เหลือเพียงกองเถ้ากระดูกเล็ก ๆ กองหนึ่งกระจัดกระจายอยู่บนพื้น หยางเซวียนจึงถือโอกาสฝังกลบพวกเขาเสีย นับว่าเป็นการส่งให้พวกเขาได้ไปสู่สุคติ

"หืม?"

ในตอนนั้นเอง หยางเซวียนก็พบว่าในหลุมดินที่เขาขุดขึ้นมามีกระดูกสีทองคล้ำท่อนหนึ่งโผล่ออกมา กระดูกชิ้นนี้มีรัศมีเทพเก็บงำอยู่ภายใน หากไม่ขุดดินโดยรอบออก หยางเซวียนก็ไม่อาจค้นพบกระดูกชิ้นนี้

เมื่อถือมันไว้ในมือ หยางเซวียนก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ

ภายในกระดูกชิ้นนี้กลับมีปราณทองคำสัมฤทธิ์พรสวรรค์เข้มข้นแฝงอยู่ หากนำมันไปหลอมรวมเข้ากับกระบี่ยาวที่ทำจากกระดูกสองเล่มของอสูรเสือจะสามารถเพิ่มความคมของกระบี่คู่ได้อย่างมหาศาล อาจจะถึงขั้นทำให้มันเลื่อนระดับจากสมบัติจิตวิญญาณพรแสวงชั้นกลางเป็นชั้นสูงได้

จากจุดนี้จะเห็นได้ว่ากระดูกชิ้นนี้ล้ำค่าเพียงใด!

เพียงแต่ว่านี่เป็นกระดูกของผู้ใดกันแน่ หยางเซวียนก็ดูไม่ออก แต่ว่านั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอเพียงรู้ว่าภายในกระดูกชิ้นนี้มีปราณทองคำสัมฤทธิ์พรสวรรค์เข้มข้น เป็นของวิเศษพรสวรรค์ล้ำค่าชนิดหนึ่งก็เพียงพอแล้ว

หลังจากนั้นหยางเซวียนก็เก็บกระดูกที่ไม่ทราบที่มานี้ ปลดปล่อยจิตหยั่งรู้ระดับเซียนแท้จริงออกมา เริ่มต้นค้นหาภายในถ้ำแห่งนี้อย่างละเอียด

น่าเสียดายที่เขาพลิกถ้ำแห่งนี้จนทั่ว ชนิดที่เรียกว่าขุดลึกลงไปสามฉื่อตามความหมายตรงตัว แต่ก็ไม่พบกระดูกชิ้นที่สอง

นอกจากรากวิญญาณพรแสวงและของวิเศษพรแสวงบางส่วนแล้วก็ไม่มีของมีค่าอะไรอีก แม้แต่ของวิเศษพรแสวงและรากวิญญาณเหล่านี้ โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นชั้นล่าง ชั้นกลางกลับมีเพียงไม่กี่ชิ้น

"ช่างยากจนเสียจริง..."

หยางเซวียนมองดูถ้ำที่กลายเป็นสภาพรกเละเทะ อดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก เผยสีหน้าดูแคลนออกมาเล็กน้อย

เจ้าเองก็เป็นถึงราชันอสูรระดับเซียนเร้นลับปลาย ในอนาคตอาจจะก้าวไปอีกขั้น บรรลุสถานะเซียนทองคำ มีชีวิตอมตะยืนยาว แต่เจ้าจะยากจนถึงขั้นนี้ได้อย่างไร? หากจะพูดให้ถูกแล้ว ของวิเศษพรสวรรค์เพียงชิ้นเดียวนั้นก็เป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏอยู่ที่นี่มานานแล้ว ไม่ได้เป็นของเจ้าเสียด้วยซ้ำ...

"โชคดีที่ได้ของวิเศษพรสวรรค์มาหนึ่งชิ้น นับว่าไม่เสียเที่ยว เพียงแต่ไม่รู้ว่าโบราณสถานยุคบรรพกาลที่อสูรเสือพูดถึงนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ตั้งอยู่ที่ใด คงต้องออกตามหาสักพักถึงจะรู้..."

หยางเซวียนพยักหน้าในใจ เก็บของวิเศษเหล่านี้ทั้งหมดเข้าไปในแขนเสื้อ และเริ่มสำรวจอย่างละเอียดโดยมีภูเขาสูงลูกนี้เป็นศูนย์กลางไปพร้อม ๆ กับการเก็บงำปราณ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็ผ่านไปร้อยปีแล้ว

วันหนึ่งหยางเซวียนมาถึงฟากตะวันตกของถ้ำอสูรเสือ เหนือน่านฟ้าของป่าทึบที่ดูธรรมดาแห่งหนึ่ง เขาก็พลันเกิดความรู้สึกพิเศษขึ้นในใจ สัมผัสได้ว่าป่าทึบแห่งนี้ดูเหมือนจะซ่อนวาสนาบางอย่างเอาไว้

"หรือว่าโบราณสถานยุคบรรพกาลที่อสูรเสือพูดถึงจะอยู่ที่นี่?"

หยางเซวียนเผยสีหน้ายินดีออกมา สามารถถูกเรียกว่าเป็นโบราณสถานยุคบรรพกาลได้ ข้างในอย่างน้อยก็ต้องมีของวิเศษพรสวรรค์สักชิ้นหนึ่ง หากสามารถหาสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ได้สักชิ้นก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก

หลังจากนั้นหยางเซวียนก็เดินตามความรู้สึกในใจไป จนกระทั่งพบเสาหินที่ไม่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อยต้นหนึ่งในป่าทึบ ที่ฐานของเสาหินต้นนี้มีค่ายกลที่ดูเรียบง่ายอย่างยิ่งสลักอยู่

หลังจากอัดฉีดพลังเวทเข้าไป หยางเซวียนก็รู้สึกว่าภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ ก่อนเขาจะมาปรากฏตัวขึ้นในพระราชวังใหญ่โตมโหฬารแห่งหนึ่ง สูงถึงพันจั้ง

เพียงแต่ว่าในปัจจุบันท้องพระโรงแห่งนี้เสียหายอย่างหนัก ทุกหนทุกแห่งมีแต่กำแพงพังทลาย ดูทรุดโทรมอย่างยิ่ง ทำได้เพียงเห็นเค้าลางของความรุ่งโรจน์ในอดีตได้เลือนราง

"นี่คือโบราณสถานยุคบรรพกาลที่อสูรเสือตนนั้นพูดถึงหรือ? เป็นเพียงแค่โบราณสถานจริง ๆ สินะ..."

หยางเซวียนปลดปล่อยจิตหยั่งรู้ กวาดมองไปทั่วท้องพระโรงแห่งนี้หนึ่งรอบแต่กลับไม่เห็นอะไรเลย เป็นเพียงโบราณสถานยุคบรรพกาลที่ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย

หยางเซวียนใช้เวลาไปถึงร้อยปีกว่าจะตามหาโบราณสถานยุคบรรพกาลแห่งนี้จนเจอ เขาจะยอมแพ้ง่าย ๆ ได้อย่างไร?

เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดตกหล่น ด้านหลังศีรษะของหยางเซวียนปรากฏวงล้อแสงสีทองที่มีลวดลายแห่งเต๋าสีแดงอันลี้ลับอยู่ เผยให้เห็นวงล้อทองคำแห่งบารมีธรรม เริ่มต้นค้นหาอย่างละเอียดในโบราณสถานที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลยแห่งนี้

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวงล้อทองคำแห่งบารมีธรรมหรือเป็นเพราะโบราณสถานแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก ไม่นานหยางเซวียนก็พบความผิดปกติแห่งหนึ่ง

ที่ส่วนบนสุดของท้องพระโรงนี้มีบัลลังก์สูงหลายร้อยหมี่อยู่แห่งหนึ่ง บนนั้นเต็มไปด้วยรอยแตกเช่นเดียวกัน ดูทรุดโทรมอย่างยิ่ง สถานที่เดียวที่ค่อนข้างสมบูรณ์ก็คือลูกปัดหินที่ฝังอยู่บนพนักพิง

เมื่อหยางเซวียนมาถึงเบื้องหน้าบัลลังก์นี้ ของชิ้นหนึ่งในแขนเสื้อของเขาก็พลันมีการเคลื่อนไหว เมื่อหยิบออกมาดูก็พบว่าของสิ่งนี้คือกระดูกที่แฝงไว้ด้วยปราณทองคำสัมฤทธิ์พรสวรรค์ซึ่งพบในถ้ำของอสูรเสือนั่นเอง

หลังจากนำกระดูกท่อนนี้ออกมา ปฏิกิริยาของมันก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายกำลังรู้สึกกระวนกระวาย

แม้ว่าหยางเซวียนจะมีพลังบำเพ็ญระดับเซียนแท้จริงขั้นปลาย ก็ยังยากที่จะจับมันไว้ได้ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางเซวียนก็ตัดสินใจปล่อยมันไป ตั้งใจจะดูว่ากระดูกชิ้นนี้ต้องการจะทำอะไรกันแน่

ฟิ้ว——!

ในชั่วขณะที่หยางเซวียนปล่อยมือ กระดูกชิ้นนี้ก็พุ่งออกไป ปลดปล่อยปราณทองคำสัมฤทธิ์เข้มข้นออกมาบนบัลลังก์ ห่อหุ้มมันไว้ภายใน

ชั่วพริบตาปราณทองคำสัมฤทธิ์พรสวรรค์ที่แฝงอยู่ในกระดูกชิ้นนี้ก็ถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด ไม่หลงเหลือเลยแม้แต่น้อย

หลังจากสูญเสียปราณทองคำสัมฤทธิ์ไปทั้งหมด กระดูกชิ้นนี้ก็ร่วงหล่นจากอากาศ กระแทกลงบนพื้น แตกออกเป็นหลายท่อน

ของวิเศษพรสวรรค์อันล้ำค่าชิ้นหนึ่งถูกทำลายไปเช่นนี้!

เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไปจริง ๆ หยางเซวียนต้องการจะหยุดยั้งก็สายไปเสียแล้ว แต่โชคดีที่มันดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

เมื่อมองดูบัลลังก์ที่ถูกห่อหุ้มอยู่ภายในปราณทองคำสัมฤทธิ์ หยางเซวียนสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าภายในบัลลังก์นั้นปรากฏปราณแห่งชีวิตอันแผ่วเบาสายหนึ่งขึ้นมา

ในเมื่อที่นี่คือโบราณสถานยุคบรรพกาล ถ้าอย่างนั้นที่มาของปราณแห่งชีวิตสายนี้ บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับเจ้าของโบราณสถานแห่งนี้ก็เป็นได้...

จบบทที่ ตอนที่ 6 ภัยร้ายแดนบรรพกาล โบราณสถานยุคเก่าแก่

คัดลอกลิงก์แล้ว