- หน้าแรก
- จุดเริ่มต้นแห่งโลกจินตนาการ
- 20/2 - โอกาสและปีศาจในใจ
20/2 - โอกาสและปีศาจในใจ
20/2 - โอกาสและปีศาจในใจ
“ส่วนพวกเจ้าจะมีใครสามารถก้าวสู่ขั้นเทพราชาได้หรือไม่นั้น... ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของแต่ละคนแล้ว”
“มีเพียงคนเดียวเท่านั้นหรือ ที่จะก้าวสู่ขั้นเทพราชาได้?” มู่เฉินเฟิงขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ
“ศิษย์น้อง อย่าโลภนักเลย” มู่อวิ๋นเซิงกล่าวปลอบ “ของที่เรานำมาแลกในครานี้ แม้เพียงเปิดโอกาสให้มีคนหนึ่งได้บรรลุเป็นเทพราชา ก็ถือว่าคุ้มค่าเกินพอแล้ว ได้กำไรจากท่านเจ้าสำนักเทียนจีเสียด้วยซ้ำ”
มู่เฉินเฟิงได้ฟังดังนั้นจึงคลายใจลง
ว่ากันไปแล้วก็ถูก...
สมบัติเหล่านั้นแม้จะดูมากมาย แต่เมื่อเทียบกันจริง ๆ ก็แค่เท่าราคาศาสตราเทพราชาชิ้นเดียวเท่านั้น
“เรื่องยากเพียงอย่างเดียว คือจะสังหารเทพมังกรชิงหลงได้อย่างไร” มู่อวิ๋นเซิงเอ่ยอย่างเคร่งขรึม ถึงแม้มังกรตนนั้นจะชราภาพแล้ว แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังเป็นเทพราชาอยู่ดี
เมื่อผู้ฝึกตนบรรลุถึงขั้นสร้างโลกภายในตนเอง ก็ย่อมมีพลังไม่สิ้นสุดหลั่งไหลออกมาไม่หยุด
ต่อให้ใกล้สิ้นอายุขัย ก็ยังมิใช่ศัตรูที่ต่อกรได้โดยง่าย
“ทั้งสองท่านไม่ต้องกังวลไป ข้าให้พวกท่านไปสังหารมังกร ย่อมไม่ใช่ให้ไปตายเปล่าแน่นอน” เย่ซวียิ้มบาง ๆ แล้วหยิบหยกบันทึกออกมาชิ้นหนึ่ง
“ลองดูสิ” ทั้งสองรับหยกมาดูอย่างระมัดระวัง
“นี่มัน...” มู่อวิ๋นเซิงกับมู่เฉินเฟิงถึงกับตาโตด้วยความยินดี
เพียงมีหยกบันทึกนี้ โอกาสสำเร็จในการสังหารมังกรก็เพิ่มขึ้นอย่างน้อยเจ็ดส่วนในสิบ
“อันนี้... ไม่อาจเอ่ยได้ ไม่อาจเอ่ยได้...” เย่ซวีส่ายหัวหัวเราะเบา ๆ
“ศิษย์ผู้น้อยเข้าใจแล้ว” มู่อวิ๋นเซิงกับมู่เฉินเฟิงรีบพยักหน้ารับ
“หยวนซื่อ เจ้าล่ะ มีสิ่งใดอยากถามท่านเจ้าสำนักเทียนจีบ้างหรือไม่ วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะให้ท่านช่วยคำนวณดวงชะตาให้” มู่อวิ๋นเซิงเก็บหยกบันทึกไว้เงียบ ๆ แล้วเหลียวมองไปยังหลี่หยวนซื่อ
“ศิษย์ผู้น้อยมีเรื่องอยากถามจริง” หลี่หยวนซื่อกล่าวด้วยสีหน้าละอาย “เพียงแต่ไม่แน่ใจว่า สมบัติเล็กน้อยในมือข้าจะเพียงพอแลกกับคำตอบจากท่านหรือไม่”
“ว่ามาเถิด ไม่ต้องเกรงใจ” เย่ซวีกล่าวเรียบ ๆ
“ศิษย์ผู้น้อยอยากขอวิธี... ขจัดปีศาจในใจ” หลี่หยวนซื่อกล่าวอย่างจริงจัง
“ปีศาจในใจ?” มู่อวิ๋นเซิงกับมู่เฉินเฟิงถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าสะท้อนแววกังวลขึ้นมาทันที
ฉีหงโฉวเพ่งมองเขาด้วยสายตานิ่งงัน
มีเพียงเย่เซียนเอ๋อร์เท่านั้น ที่ยังมองไปรอบ ๆ อย่างงุนงงไม่เข้าใจ
เย่ซวียิ้ม แต่ไม่พูดสิ่งใด เพียงจ้องมองหลี่หยวนซื่อด้วยแววตาลึกล้ำ จนอีกฝ่ายรู้สึกหนาวเยือกไปทั้งร่าง
“สหาย เรื่องนี้เจ้ามิจำเป็นต้องแลกสิ่งใดกับข้า ข้าจะมอบคำเจ็ดคำให้เจ้าเป็นของขวัญ— ‘ผู้ผูกต้องเป็นผู้แก้’” เย่ซวีหันหลังประสานมือ “ทำผิด ก็ต้องชดใช้ด้วยตนเอง”
คำพูดนั้นทำให้มู่อวิ๋นเซิงกับมู่เฉินเฟิงถึงกับหน้าถอดสี
พวกเขารู้ทันทีว่า ปีศาจในใจของหลี่หยวนซื่อเกิดจากเรื่องใด—
ฉีชิงซือ!
เรื่องราวในวันนั้น... เป็นแผนการของพวกเขาทั้งสอง โดยให้หลี่หยวนซื่อเป็นผู้ลงมือจนเกือบทำให้ฉีชิงซือถึงกับวิปลาสเสียสติ
แต่ทั้งสองกลับมองว่าทุกอย่างที่ทำไปนั้น เป็นเพื่อฟื้นฟูเกียรติของสำนัก จึงไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
ทว่า... หลี่หยวนซื่อกลับรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ ในใจ
หลายปีมานี้ เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาฉีชิงซือ หากจำต้องพบกันก็จะแสร้งทำเป็นไม่ถูกกัน เพื่อปกปิดความรู้สึกผิดที่ฝังแน่นอยู่ภายใน
“ศิษย์ผู้น้อยเข้าใจแล้ว...” หลี่หยวนซื่อถอนหายใจยาว ความรู้สึกหนักอึ้งแผ่ซ่านในใจ
เรื่องนี้ได้กลายเป็นปีศาจในใจของเขามานาน ยิ่งพยายามลืม ก็ยิ่งรบกวนจนขัดขวางการฝึกฝนของตน
เย่ซวีมิใช่ไม่อยากได้ของแลกเปลี่ยนจากเขา ทว่าเขากลับต้องการเห็นหลี่หยวนซื่อทรมานจากปีศาจในใจด้วยตนเอง
นั่นแหละ... คือราคาที่เขาต้องชดใช้ เพราะมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ดีว่าฉีชิงซือในวันนั้นทุกข์ทรมานเพียงใด
“หงโฉว เจ้าและศิษย์ของเจ้ากลับไปยังสำนักเทียนซินพร้อมเราด้วยเถิด อย่าอยู่รบกวนท่านผู้อาวุโสอีกเลย” มู่อวิ๋นเซิงกล่าวขึ้น
“ท่านอาจารย์ ที่ข้าอยู่ที่สำนักเทียนจีนี้ ก็เพราะได้รับอนุญาตจากท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ ที่นี่ข้าสามารถฝึกฝนได้รวดเร็วกว่า” ฉีหงโฉวรีบอธิบาย
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” มู่อวิ๋นเซิงแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“ท่านผู้อาวุโส เช่นนั้นท่านไม่กลับไปพร้อมเราหรือ?”
เย่เซียนเอ๋อร์ดวงตากลมใสดุจอัญมณี หมุนมองรอบอย่างเจ้าเล่ห์ “ท่านอยู่แต่ในสำนักเทียนจีทุกวัน ไม่เคยออกไปไหนเลย ครั้งนี้ออกเดินทางกับพวกเราสักหน่อยเถอะเจ้าค่ะ ท่านจะได้ชมความงามของหนานหวงบ้าง!”