เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 การรับรู้ของแคลร์

ตอนที่ 22 การรับรู้ของแคลร์

ตอนที่ 22 การรับรู้ของแคลร์


“อะไรนะ ท่านต้องการจะทำอะไนนะ”วอลเตอร์ถามขึ้นสั่นๆ

“เอาน่า อัจฉริยะผู้ใช้มนต์ดำ มาทำพันธสัญญากับลูกศิษย์ที่รักของข้า แล้วมาเป็นดวงตาคู่ที่สองของเธอ” เอ็มเมอรี่หัวเราะขึ้น ความรู้สึกการรับรู้ของจิตวิญญาณจะดีกว่าความรู้สึกของคนปกติทั่วไป

“ข้าจะทำอะไรได้ ในตอนนี้ ข้าไม่มีพลังแม้เพียงเล็กน้อย” หลังจากที่ได้ยิน วอลเตอร์รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย

“ไม่ ข้าสามารถทำให้เจ้าได้รับพลังบางอย่าง แต่เจ้าจะต้องกลายมาเป็นดวงตาคู่ที่สองของลูกศิษย์ของข้า ช่วยตรวบสอบอันตรายต่างๆและดูแลปลอดภัยของเธอ” เอ็มเมอรี่พูดขึ้น

“พันธสัญญาอะไร” วอลเตอร์ถามอย่างหวาดระแวงหัวคิ้วของเขาถึงกับขมวดขึ้น

“ข้าบอกท่านไว้ก่อนนะ อย่าคิดที่จะกัดขังข้าเอาไว้ตลอดไป และข้าก็ไม่ใช้วิญญาณผู้รับใช้ที่จะมาทำพันธสัญญาอะไรประมาณนั้นด้วยเช่นกัน”

เอ็มเมอรี่ส่ายหัวและพูดขึ้นเบาๆ

“ไม่ๆ ข้าเพียงแค่ต้องการที่จะทำพันธสัญญาเท่าเทียมกันระหว่างเจ้าและแคลร์ เพื่อที่จะสามารถสื่อสารทางจิตได้ภายในรัศมีบางอย่างเท่านั้น แคลร์คงจะต้องพบกับอันตรายมากมายในอนาคตอย่างแน่นอน ข้าเพียงหวังว่าเจ้าจะสามารถช่วยปัดเป่าอันตรายเหล่านั้นด้วยทั้งหมดที่เจ้ามี สำหรับค่าตอบแทน ข้าจะช่วยทำให้เจ้าสามารถกู้คืนพลังอำนาจบางส่วน และช่วยหาร่างที่เหมาะสมสำหรับเจ้าด้วย”

“เช่นนั้นก็ดี”เมื่อวอลเตอร์ได้ยินเช่นนี้ เขานั้นก็เต็มไปด้วยความยินดี แต่แล้วก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“เจ้ากำลังพยายามที่จะหลอกลวงข้าอยู่หรือไม่”

“แน่นอนว่าไม่ ข้าสาบานด้วยเกียรติยศของข้าที่เป็นนักเวทมนต์”เอ็มเมอรี่พูดอย่างจริงจัง

“เช่นนั้นก็ดี ข้าตกลง”วอลเตอร์กลับมามีความสุขอีกครั้ง ในวันรุ่งขึ้นเมื่อวอลเตอร์ได้พบเจอกับปัญหาความน่ารำคาญที่ผิดปกติที่ตามมา เขาถึงจะได้ตระหนักว่ามันช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่เขาได้ตกลงกับข้อเสนอของเอ็มเมอรี่ไปแล้ว ถ้าแคลร์เป็นปีศาจน้อยแล้ว เช่นนั้นเอ็มเมอรี่ก็คือปีศาจตัวเป้งๆ นี้เอง

แคลร์มองไปที่สองคนที่กำลังทำการเจรจาต่อรองอย่างสับสน แล้วเอ็มเมอรี่ก็ให้แคลร์ว่างมือลงไปบนก้อนหินจิตวิญญาณ และเริ่มสวดมนต์คาถาแปลกๆ บางอย่าง แล้วก็มีแสงสีขาวจาง ๆ ปกคลุมแคลร์และหินจิตวิญญาณอยู่รอบๆ แสงสีขาวได้กระจายหายไปในเวลาสั้นๆ แต่แคลร์รู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปอยู่ในหัวของเธอ ตอนนี้เธอสามารถสื่อสารโดยตรงกับวอลเตอร์ผ่านทางกระแสจิต

“วอลเตอร์ควรจะมีความตื่นตัวมากต่อพลังมนต์ดำ ดังนั้นเมื่อมีวอลเตอร์อยู่ข้างกายเจ้า จะทำให้เรื่องราวทั้งหลายง่ายขึ้น”นี้คือสิ่งที่เอ็มเมอรี่ได้พูดเอาไว้ แต่แคลร์ก็ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงสิ่งใด แต่เธอกลับมีความรู้สึกว่าเอ็มเมอรี่กำลังวางแผนสำหรับบางสิ่งบางอย่างอยู่

“เช่นนั้น แคลร์ เจ้าพึ่งจะกลับมาถึงวันนี้ เจ้าคงจะเหนื่อยแล้ว ไปพักผ่อนเถิด”เอ็มเมอรี่เปิดประตูหน้าต่างและกระโดดออกไป

แคลร์มองไปยังหินจิตวิญญาณที่อยู่ในมือของเธอด้วยความคิดที่มากมาย ขณะที่ลูบคางของเธอหัวคิ้วของเธอก็ขมวดขึ้นอย่างครุ่นคิด

“วอลเตอร์ หินจิตวิญญาณนี้มีคุณค่ามากใช่ไหม เจ้าสามารถที่จะปกปิดกลิ่นอายความมืดของเจ้าได้หรือไม่”แคลร์ขมวดคิ้วขณะถามขึ้น

“แน่นอนมันว่ามีคุณค่ามาก จากการที่ข้าได้แนบจิตวิญญาณของข้าไว้ในหินจิตวิญญาณก้อนนี้ ข้าสามารถที่จะปกปิดกลิ่นอายความมืดของข้าได้ ถ้าข้าไม่ต้องการที่จะเปิดเผยตัวตนของข้า ผู้คนก็จะคิดว่าหินก้อนนี้เป็นเพียงหินธรรมดาเท่านั้น” วอลเตอร์พูด ดูมีความยินดีในตัวเองเป็นอย่างมาก นั้นหมายความว่าเมื่อเอ็มเมอรี่เห็นว่ามีสิ่งผิดปกติอยู่ในหินนี้ นั้นเพราะวอลเตอร์ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น

“มีคุณค่ามากอย่างนั้นหรือ” แคลร์เล่นกับก้อนหินในมือไปมา ก่อนจะพูดขึ้นอย่างจงใจ

“มันคือสิ่งที่ใช้แล้วทิ้ง สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวแล้วก็กลายเป็นขยะ นี้หรือสิ่งที่มีค่ามาก”

“แน่นอนว่านี้สามารถนับได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ย่อย เจ้าสามารถจัดเก็บจิตวิญญาณไว้ภายในได้ มีคนจำนวนน้อยมากที่สามารถรับรู้ว่านี้เป็นหินจิตวิญญาณ อาจารย์ของเจ้านั้นน่าทึ่งมาก แม้แต่องค์ชายบุตรแห่งวิหารแห่งแสงก็ยังไม่สามารถที่จะระบุมันได้” ประโยคสุดท้ายนั้นไม่จำเป็นเลย ถ้าองค์ชายบุตรแห่งวิหารแห่งแสงสามารถระบุก้อนหินนี้ได้ เช่นนั้นวอลเตอร์จะไม่อยู่ที่นี่พูดคุยอยู่กับแคลร์แบบนี้แน่

อย่างน้อยมีวอลเตอร์อยู่ข้างๆ มันจะง่ายที่จะสัมผัสกับพลังมนต์ดำ แคลร์คิดเกี่ยวกับมันแล้วก็ปล่อยมันไป วันนี้เธอเหนื่อยเกินไป เธอจะถามผู้ชายคนนี้เกี่ยวกับมนต์ดำวันอื่นแทน

“นอนได้แล้ว” วอลเตอร์ที่รอการตอบรับจากแคลร์อยู่ กลับได้ยินคำพูดราวกับขี้เกียจประเภทนี้อีกครั้ง

วอลเตอร์จ้องมองไปที่แคลร์เช่นเดิม ยามที่เธอกำลังจะถอดเสื้อคลุมของเธอออก เพียงแค่การมองมาอย่างรวดเร็วจากแคลร์ ก็ทำให้วอลเตอร์รู้สึกเย็นไปทั้งตัว ก่อนจะหายกลับเข้าในก้อนหินจิตวิญญาณอย่างรวดเร็ว

ในวันรุ่งขึ้น ทันทีที่แคลร์ตื่นนอน แม่บ้านก็ได้เข้ามาบอกว่านักปราชญ์คามิลล์ จะมาสอนวรรณคดีและคณิตศาสตร์แก่เธอในวันนี้ ดูเหมือนว่ากอร์ดอนได้จัดเตรียมตารางเวลาในช่วงฤดูร้อนนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว

หลังอาหารเช้า แคลร์ก็ได้ไปที่ห้องหนังสือของเธอเอง คามิลล์ได้รอเธออยู่ในนั้นเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต้องมีห้องหนังสือ แต่ว่าห้องหนังสือของดยุคนั้นมีหนังสือมากที่สุด ดังนั้นโดยปกติแล้วแคลร์จะชอบเข้าไปอ่านหนังสือที่นั้น

เช่นเดียวกับเมื่อก่อน คามิลล์ยังคงเต็มไปด้วยมารยาทและสุภาพเรียบร้อย และรอยยิ้มอ่อนโยนของก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ผมสีบลอนด์สวยงามก็ยังวิจิตรตา

“ท่านอาจารย์ ขอบคุณที่รอค่ะ” แคลร์ยิ้มก่อนจะโค้งให้กับคามิลล์

“ไม่หรอก ข้าเองก็พึ่งจะมาถึงเหมือนกัน มาเริ่มบนเรียนกันเลยดีกว่า” คามิลล์ยิ้ม

แคลร์นั่งลงพร้อมกับนั่งตัวตรง ใครบางคนได้วางตำราที่เธอจำเป็นจะต้องใช้ไว้บนโต๊ะของเธอเรียบร้อยแล้ว

คามิลล์เขียนสมการบนกระดานดำในขณะที่แคลร์นั้นได้ฟังอย่างตั้งใจ ในขณะที่แคลร์ฟังอย่างตั้งใจอยู่นั้น การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของคามิลล์กระตุ้นความสงสัยของแคลร์ขึ้นทันที

คามิลล์ค่อนข้างเกร็งเล็กน้อยเมื่อเขาเขียนบนกระดาน และแม้ว่ามันจะเป็นเพียงเล็กน้อย แต่ความเกร็งนี้แน่นอนว่ามันได้เกิดขึ้น แคลร์สามารถรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ด้วยจิตใต้สำนึก เพราะถ้าคนหนึ่งบาดเจ็บ การยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นจะไปกระทบถึงบาดแผลได้ทันที คามิลล์ยังคงมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้าของเขา และใบหน้าของเขาก็ยังคงมีสีของดอกกุหลาบปรากฏให้เห็น ดังนั้นใครจะสามารถบอกได้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บ จากเพียงรูปลักษณ์ภายนอกของเขา อีกอย่าง ในฐานะนักวิชาการที่ร่างกายอ่อนแอ และเป็นลูกศิษย์ของนักวิชาการที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง ใครจะอยากทำร้ายเขา

ความจริงมักจะน่าแปลกใจเสมอ แคลร์มั่นใจว่าคามิลล์นั้นได้รับบาดเจ็บ และมันก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วย

แคลร์ไม่ได้พูดอะไรออกไป เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ ตั้งแต่ที่คามิลล์พยายามจะปกปิดมันเอาไว้ นั้นหมายถึงเขาไม่ต้องการให้ผู้คนได้รู้ ตัวตนที่แท้จริงของคามิลล์คงจะไม่ธรรมดาสามัญเสียแล้ว แต่แคลร์ก็ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก

การเรียนการสอนในตอนเช้าก็ได้ผ่านไปโดยสงบ

คามิลล์ปฏิเสธคำเชิญอย่างสุภาพที่จะอยู่ร่วมมื้อกลางวันและก็จากไปเพียงลำพัง

ในช่วงบ่าย แคลร์ กอร์ดอน และแคทเธอรีนกำลังกินอาหารกลางวันกันอยู่ แคลร์ได้ค้นพบว่าจิตใจของกอร์ดอนกำลังจดจ่ออยู่กับบางสิ่งบางอย่าง

ราวกับว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น

กอร์ดอนไม่สนใจที่จะกินอาหารของเขาให้เสร็จ ก่อนที่จะจากไปอย่างเร่งรีบ

แคลร์มองอย่างครุ่งคิดไปที่กอร์ดอนที่กำลังเดินออกจากประตูใหญ่แห่งตระกูลฮิลล์ไป พร้อมกับกินอาหารของเธอไปอย่างช้าๆ

“เจ้าอยากรู้ใช้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น” เสียงของวอลเตอร์ส่งผ่านกระแสจิตเข้ามาในหัวของแคลร์

“พูดออกมา”แคลร์ตอบอย่างเย็นชาโดยปราศจากอารมณ์ความรู้สึกใดๆ

“เพียงแค่ไปถามเอาจากองครักษ์ของเจ้า ตอนที่เขาได้พบกับองค์ชายรองที่หุบเขาเกลกอร์จ พวกเขาได้ทำสัญญาณมือส่งต่อให้กัน ลับหลังเจ้า”วอลเตอร์อธิบายขึ้นอย่างเร่งรีบ

“ข้ารู้ว่าเขาทำงานให้กับองค์ชายรอง แต่เขาก็ทำงานให้ท่านปู่ของข้าเหมือนกัน” คำพูดของแคลร์ทำให้วอลเตอร์ถึงกับตกใจ

“เจ้ารู้ทั้งหมดนี้เลยหรือ”วอลเตอร์อุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“ถ้าข้าเดาไม่ผิด พวกเขา...” เสียงของแคลร์หยุดไป ทำให้วอลเตอร์ใจร้อนมากขึ้น

“พวกเขาอะไร พูดต่อไป” วอลเตอร์กระตุ้น

“วอลเตอร์”แคลร์พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

“เจ้าไม่รู้หรือ ความอยากรู้อยากเห็นมักจะทำให้ผู้คนสูญเสียชีวิตของพวกเขา” น้ำเสียงที่ไม่แยแสสิ่งใดนี้ ทำให้หัวใจของวอลเตอร์เต็มไปด้วยความเยือกเย็น เด็กสาวที่ดูสดใสอยู่ในช่วงวัยรุ่น แน่นอนว่าไม่ได้มีความบริสุทธิ์อย่างรูปร่างหน้าตาของเธอเลย

วอลเตอร์เชื่อฟังก่อนจะหุบปากของเขา และไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

หลังจากพูดคุยอยู่กับแคทเธอรีนอยู่สักครู่ แคลร์ก็หลบไปในช่วงพัก หลังจากช่วงพักของเธอจบลง แคลร์ก็ได้เรียนขี่ม้าและฟันดาบต่อ

จีนได้เดินตามมาทางด้านหลังจนถึงประตูห้องของแคลร์

ทันใดนั้นเองแคลร์ก็หันกลับมา มองมาที่จีนก่อนจะถามอย่างปราศจากความรู้สึกใดๆ

“มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าชายรองใช่ไหม”

หลังจากที่คำพูดของแคลร์จบลง ใบหน้าของจีนก็เปลี่ยนไปในทันที

จบบทที่ ตอนที่ 22 การรับรู้ของแคลร์

คัดลอกลิงก์แล้ว