- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 456 ภาระอันแสนหวาน
บทที่ 456 ภาระอันแสนหวาน
บทที่ 456 ภาระอันแสนหวาน
ในขณะที่โจวอี้หมินคิดว่าไม่มีเรื่องอะไรแล้วและกำลังจะได้พักผ่อนสบายๆแอบอู้ได้อย่างไร้กังวล คนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวก็โผล่มา นั่นก็คือผู้อำนวยการหู ช่วงนี้เขากำลังลำบากใจอย่างหนักเพราะไม่คิดว่า “กระเป๋าเดินทาง” จะกลายมาเป็นภาระอันแสน “หวานชื่น” ของเขาเช่นนี้
ทว่าความราบรื่นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อคำสั่งซื้อมากขึ้นเรื่อยๆกำลังการผลิตของโรงงานก็ค่อยๆไม่เพียงพอ
ตามที่ระบุไว้ในสัญญา หากไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไม่เพียงแต่สัญญาจะถือเป็นโมฆะ ยังต้องชดใช้ค่าปรับมหาศาลอีกด้วย
เมื่อนำยอดค่าปรับจากทุกคำสั่งซื้อมารวมกันแล้วกลายเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว นั่นทำให้ผู้อำนวยการหูกระวนกระวายเหมือนมดบนกระทะร้อน
ยิ่งไปกว่านั้นโรงงานนี้ในฐานะโรงงานเหล็กยังมีภารกิจการผลิตตามที่เบื้องบนสั่งการลงมาอีก ทำให้ผู้อำนวยการหูตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
และคนแรกที่ผู้อำนวยการหูนึกถึงก็คือโจวอี้หมินเพราะเขารู้สึกว่าโจวอี้หมินเป็นคนหัวไว มีไอเดียมาก บางทีอาจคิดหาวิธีแก้ปัญหาให้เขาได้
บังเอิญหัวหน้าถิงแวะมารายงานงานและบอกให้รู้ว่าโจวอี้หมินอยู่ที่โรงงานพอดี ผู้อำนวยการหูก็เลยดีใจมากรีบบอกให้หัวหน้าถิงกลับไปก่อนเพราะเขายังมีเรื่องต้องจัดการ
แม้หัวหน้าถิงจะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างแต่ในเมื่อผู้อำนวยการหูเป็นเจ้านาย เขาก็ทำได้แค่เชื่อฟังและเดินออกไปอย่างว่าง่าย
ทันทีที่หัวหน้าถิงไป ผู้อำนวยการหูก็ตรงไปที่ห้องทำงานของโจวอี้หมินหวังว่าเขาจะสามารถช่วยหาทางออกให้ได้
โจวอี้หมินเห็นว่าเป็นผู้อำนวยการหูก็รีบลุกขึ้นยืนทันที “ผู้อำนวยการหู ท่านมีเวลาว่างมาเยี่ยมด้วยหรือครับ?”
“อี้หมิน ครั้งนี้ฉันเจอปัญหาใหญ่จริงๆเลยล่ะ คำสั่งซื้อมันเยอะเกินไปโรงงานเราผลิตไม่ทันเลย แถมยังมีภารกิจผลิตเหล็กจากเบื้องบนกดทับอยู่อีก แบบนี้จะทำยังไงดีล่ะ?” ผู้อำนวยการหูเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันทีที่พบหน้าโจวอี้หมินใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวัง
โจวอี้หมินฟังจบยังไม่ตอบทันทีแต่กลับตกอยู่ในภวังค์ความคิด เขารู้ดีว่าในยุคที่ขาดแคลนทรัพยากรและเทคโนโลยียังล้าหลังแบบนี้การจะแก้ไขปัญหาการผลิตไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อยังมีภารกิจจากฝั่งการผลิตเหล็กคอยรั้งไว้อีก
แต่เขาก็รู้เช่นกันว่าปัญหาทุกอย่างล้วนแก้ไขได้ขอแค่คนกล้าที่จะคิดจริงจังกับมันก็ต้องหาทางออกเจอในที่สุด
ผ่านไปสักพัก โจวอี้หมินจึงค่อยๆพูดขึ้นว่า “ผู้อำนวยการหู ผมว่าพวกเราน่าจะเริ่มจากสองแนวทางหลัก หนึ่งคือ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสองคือ การจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นกำลังคนหรือวัสดุอุปกรณ์”
“เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต? จะเพิ่มยังไงกัน? อุปกรณ์กับกระบวนการผลิตของเราก็ใช้อย่างเต็มที่อยู่แล้วนะ ไหนจะงานฝั่งเหล็กที่ก็ลดหย่อนไม่ได้อีก แบบนี้มันยากจริงๆนะ” ผู้อำนวยการหูถอนหายใจ สีหน้าทั้งใบเต็มไปด้วยความกังวล
หากเป็นแนวทางนี้เขาก็เคยคิดเหมือนกัน แต่เมื่อนำมาลองปฏิบัติจริงมันกลับยากเย็นเหลือเกิน อีกทั้งกำลังการผลิตของเครื่องจักรตอนนี้ก็แตะขีดจำกัดไปแล้ว หากจะฝืนเร่งเกินพิกัดอีกหน่อยรับรองว่าอีกไม่นานเครื่องจักรก็ต้องพังแน่นอน
ที่สำคัญกว่านั้นคือวิธีนี้จะเพิ่มความเสี่ยงให้กับคนงานอย่างมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่อยากนำมาใช้จริงๆ
โจวอี้หมินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะอธิบายอย่างใจเย็นว่า “ผู้อำนวยการหู ตอนผมไปตรวจดูโรงงานก่อนหน้านี้ ผมสังเกตว่าขั้นตอนการผลิตของเรายังยุ่งยากอยู่หลายจุดครับ มีหลายขั้นตอนที่สามารถปรับปรุงได้”
“อย่างสายการผลิตกระเป๋าเดินทาง ตั้งแต่การตัดวัสดุไปจนถึงการประกอบ ระหว่างนั้นยังมีการทำซ้ำซ้อนหลายครั้ง และเสียเวลากับการรอคอยที่ไม่จำเป็น”
“พวกเราสามารถจัดกระบวนการผลิตใหม่อีกครั้ง คัดแยกและรวมขั้นตอนที่สามารถควบรวมกันได้เพื่อลดเวลาที่คนงานต้องเดินไปมาระหว่างแต่ละขั้นตอน”
“อย่างเช่น เดิมทีหลังจากตัดผ้าเสร็จต้องรอพักใหญ่กว่าจะส่งต่อไปยังขั้นตอนถัดไป ถ้าเราปรับจุดนี้ให้ดีขึ้น ให้คนงานเตรียมเครื่องมือและวัสดุของขั้นตอนถัดไปไปพร้อมๆกับตอนตัดผ้า แบบนี้ก็จะเชื่อมแต่ละขั้นตอนเข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่นและเพิ่มความเร็วโดยรวมของการผลิตได้ครับ”
ผู้อำนวยการหูฟังแล้วก็พยักหน้าเบาๆ บนใบหน้าเริ่มมีแววของความครุ่นคิด “อืม ฟังดูแล้วก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย แล้วเรื่องการจัดซื้อและขนส่งวัตถุดิบล่ะ? ตอนนี้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ความต้องการวัตถุดิบก็มากขึ้นตามไปด้วย บางครั้งการส่งของก็ไม่ค่อยแน่นอนนะ”
โจวอี้หมินพูดต่อทันทีว่า “ในส่วนของการจัดซื้อและขนส่งวัตถุดิบนั้น เราสามารถเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อสร้างความร่วมมือในระยะยาวและมั่นคงครับ”
“อีกอย่าง ผู้อำนวยการหูน่าจะลองแจ้งเรื่องนี้กับผู้บริหารระดับบนด้วยนะครับ ในเมื่อสั่งให้เราจัดการเองทั้งหมด อย่างน้อยก็ควรมีการสนับสนุนอะไรบ้าง”
“จากนั้น พวกเราก็สามารถมอบหมายคนเฉพาะทางไปประสานงานกับผู้จัดส่งวัตถุดิบ เพื่อจัดทำสัญญาระยะยาวที่ค่อนข้างมั่นคง รับประกันได้ว่าพวกเขาจะจัดส่งวัตถุดิบให้เราได้ตรงเวลาและครบตามจำนวนครับ”
“พร้อมกันนั้น พวกเรายังสามารถปรับปรุงเส้นทางการขนส่งให้เหมาะสม เลือกวิธีขนส่งที่รวดเร็วและประหยัดยิ่งขึ้นได้ด้วยครับ”
“ตอนนี้ฝ่ายขนส่งของโรงงานเราก็กำลังขาดคนอยู่ แถมประสิทธิภาพอาจยังไม่ค่อยสูงเท่าไร เราอาจจะลองหาทีมขนส่งที่เหมาะสมกว่านี้ หรืออาจจะจับมือร่วมกับโรงงานอื่น จัดส่งร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง ในขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดส่งได้ครับ”
“แต่ว่า...อี้หมินนะ ภารกิจผลิตเหล็กก็สำคัญเหมือนกัน จะให้มาชะลอเพราะคำสั่งซื้อกระเป๋าเดินทางก็คงไม่ไหวหรอกนะ” ผู้อำนวยการหูยังคงแสดงความกังวล
โจวอี้หมินพูดอย่างมั่นใจว่า “นั่นแหละครับถึงเป็นเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม”
“เราสามารถจัดทำแผนการผลิตอย่างละเอียด โดยอิงจากความเร่งด่วนของคำสั่งซื้อและรอบระยะเวลาการผลิต”
“เช่นว่า แบ่งภารกิจการผลิตกระเป๋าเดินทางและการผลิตเหล็กกล้าออกตามช่วงเวลาให้ชัดเจน”
“ในกรอบที่ไม่กระทบกับงานผลิตเหล็ก เราสามารถใช้ช่วงเวลาระหว่างการหยุดพักหรือชะลอการผลิตเหล็ก มาจัดสรรให้คนงานทำงานประกอบกระเป๋าเดินทางแทนได้”
“ขอยกตัวอย่างนะครับ อย่างเวลาที่งานผลิตเหล็กต้องหยุดชั่วคราว เช่นช่วงซ่อมบำรุงเครื่องจักร ตอนนั้นเราก็สามารถโยกย้ายคนงานบางส่วนจากหน่วยงานผลิตเหล็ก มาช่วยในส่วนงานประกอบกระเป๋าเดินทางได้”
“พอการผลิตเหล็กกลับมาทำงานปกติแล้ว ค่อยสลับให้คนงานกลับไปที่เดิม แบบนี้เราก็จะสามารถรักษางานผลิตเหล็กให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับไม่ให้สายการผลิตกระเป๋าเดินทางสะดุดเช่นกันครับ”
ผู้อำนวยการหูฟังแล้วดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที แต่แล้วก็ขมวดคิ้วตามมา “ฟังดูดีนะ แต่การโยกย้ายแรงงานมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันนะ”
“บางคนงานในโรงงานของเราถนัดแต่เรื่องผลิตเหล็ก แต่กับงานผลิตกระเป๋าเดินทางน่ะไม่รู้อะไรเลย การฝึกก็ต้องใช้เวลาอีกนะ”
โจวอี้หมินยิ้มก่อนจะพูดว่า “นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมจะพูดถึงต่อในเรื่องการเพิ่มกำลังแรงงาน”
“เราสามารถรับสมัครแรงงานชั่วคราวเข้ามา โดยกำหนดว่าต้องมีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมต้นขึ้นไป จากนั้นก็จัดฝึกอบรมเบื้องต้นให้แล้วให้พวกเขาเข้าร่วมการผลิตได้เลย”
“คนที่จบมัธยมต้น แม้จะไม่มีประสบการณ์ในโรงงานมาก่อนแต่การที่พวกเขาได้รับโอกาสอันมีค่านี้ พวกเขาก็จะต้องตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่แน่นอนเพื่อเป็นการตอบแทน อีกอย่างคนที่เรียนถึงระดับนี้ได้ก็มักจะมีทักษะการเรียนรู้ที่ไม่เลวเลย”
“นอกจากนี้ เรายังสามารถจัดให้คนงานที่มีฝีมือมาคอยแนะนำแรงงานชั่วคราวแบบตัวต่อตัว เพื่อสอนทักษะพื้นฐานในการทำงานให้กับพวกเขา”
“เราสามารถแบ่งขั้นตอนการผลิตกระเป๋าเดินทางออกให้ละเอียดขึ้น แล้วให้แรงงานชั่วคราวแต่ละคนรับผิดชอบเพียงแค่ขั้นตอนง่ายๆขั้นตอนเดียว แบบนี้จะทำให้พวกเขาเรียนรู้งานได้เร็วขึ้น”
“ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจทำหน้าที่ติดฉลากเท่านั้น บางคนติดตั้งล้อเท่านั้น ซึ่งพวกเขาแค่เรียนรู้ทักษะเฉพาะขั้นตอนนั้นก็สามารถเริ่มทำงานได้ทันทีแล้ว”
“วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ และยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาประชากรว่างงานในเมืองปักกิ่งได้อีกทางหนึ่ง แถมยังทำให้แรงงานประจำมีเวลามากขึ้นไปโฟกัสกับขั้นตอนที่ยากกว่าในสายการผลิตเหล็กกล้าหรือกระเป๋าเดินทางได้ด้วย”
ผู้อำนวยการหูฟังคำแนะนำของโจวอี้หมินแล้วก็พยักหน้ารัวๆ ความกังวลบนใบหน้าก็ค่อยๆจางหายไป “อี้หมิน นายมันอัจฉริยะจริงๆ! ก็เอาตามที่นายบอกนั่นแหละ ถ้าคราวนี้ผ่านไปได้ด้วยดีฉันต้องจดชื่อนายไว้ในบันทึกผลงานแน่นอน!”
(จบบท)