- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 438 อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน
บทที่ 438 อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน
บทที่ 438 อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน
โจวอี้หมินพาผู้เชี่ยวชาญหวังมาที่แปลงทดลองที่เตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อความสะดวกเขายังได้สร้างบ้านพักชั่วคราวหลังเล็ก ๆไว้ก่อนหน้านี้เพื่อเก็บของต่างๆด้วย
เมื่อมาถึงแปลงทดลองที่โจวอี้หมินเตรียมไว้ ผู้เชี่ยวชาญหวังเห็นว่าแม้พื้นที่ตรงนี้จะไม่กว้างนักแต่ก็ถูกจัดการปรับหน้าดินอย่างเรียบร้อย รอบๆยังมีกองปุ๋ยหมักจากมูลไก่วางไว้ด้วย ซึ่งปุ๋ยนี้โจวอี้หมินต้องใช้เวลานานกว่าจะขอแบ่งมาจากหัวหน้าหมู่บ้านได้
“ผู้เชี่ยวชาญหวัง นี่คือแปลงที่พวกเราจะใช้ทดลองครับ” โจวอี้หมินพูดพลางชี้ไปที่แปลง สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ผู้เชี่ยวชาญหวังเดินวนรอบแปลงหนึ่งรอบ ตรวจสอบสภาพดินอย่างละเอียดจากนั้นก็หยิบปุ๋ยที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาดมดู ในใจก็พอจะเข้าใจถึงการเตรียมงานของโจวอี้หมิน
“การเตรียมงานถือว่าทำได้มั่นคงดี”
ผู้เชี่ยวชาญหวังกล่าวชม “แต่ว่า ถ้าอยากให้การทดลองสำเร็จ ยังต้องใส่ใจรายละเอียดอีกหลายอย่าง”
หัวหน้าหมู่บ้านพาคนสองสามคนเดินมาด้วยเพราะคิดว่าจะดูว่ามีอะไรให้ช่วยบ้าง อย่างไรเสียก็คงปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญมาขุดดินด้วยตัวเองไม่ได้
“ผู้เชี่ยวชาญหวัง คุณคิดว่ามีตรงไหนที่ต้องปรับปรุงอีกไหม” โจวอี้หมินถาม
ผู้เชี่ยวชาญหวังตอบว่า “ตอนนี้ยังไม่มี”
โจวอี้หมินรีบหยิบสมุดบันทึกออกมาแล้วก็ชี้จุดที่ตัวเองยังไม่เข้าใจให้ผู้เชี่ยวชาญหวังดูทีละข้อราวกับเทถั่วออกจากถุง
หลังจากนั้นผู้เชี่ยวชาญหวัง โจวอี้หมิน และหัวหน้าหมู่บ้านก็พากันไปที่ลานว่างแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน ที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่ประชุมชั่วคราว
โจวอี้หมิน หัวหน้าหมู่บ้าน และโจวจื้อหมิง สามคนนี้ต่างก็รู้สึกทึ่งไปตามๆกัน ดูเหมือนว่าผู้เชี่ยวชาญหวังคนนี้จะมีความรู้จริงๆ
ไม่เหมือนในยุคหลังที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเอาแต่กินกับถ่าย พูดแต่เรื่องไร้สาระ ไม่มีประโยชน์อะไรเลยจนไม่เข้าใจว่าพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญได้อย่างไร
เพราะฉะนั้นในยุคหลัง คำว่า “ผู้เชี่ยวชาญ” จึงเป็นคำในแง่ลบ
หัวหน้าหมู่บ้านถามขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า “ผู้เชี่ยวชาญหวัง คุณคิดว่าปุ๋ยหมักมูลไก่ที่ผมทำไว้นี่เป็นยังไงบ้าง”
แม้ว่าจะเป็นโจวอี้หมินที่สอนวิธีทำแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเขาที่นำชาวบ้านทำและเขาเองก็อยากรู้ว่ามีจุดไหนที่ยังปรับปรุงได้อีกหรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญหวังไม่ได้ปฏิเสธ “ถ้าอยากรู้ พาผมไปดูที่ที่คุณหมักไว้สิ”
เพราะสถานที่หมักปุ๋ยไม่ไกลจากตรงนี้ ทุกคนจึงเดินไปไม่กี่นาทีก็ถึง
เมื่อมาถึงที่เก็บปุ๋ยหมักมูลไก่ ผู้เชี่ยวชาญหวังก็ย่อตัวลง สังเกตสีและลักษณะของมูลไก่อย่างละเอียดแล้วยังเอาหน้าเข้าไปใกล้เพื่อดมกลิ่น
จากนั้นเขาก็หยิบพลั่วขึ้นมา ตักมูลไก่ขึ้นมาพลิกดูด้านใน
หลังจากตรวจสอบเสร็จ ผู้เชี่ยวชาญหวังก็ยืนขึ้นแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน ปุ๋ยหมักมูลไก่ของท่านนี้ถือว่ามีผลในระดับหนึ่งแล้ว ตอนนี้เริ่มย่อยสลายเบื้องต้นแล้วเพราะไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน แสดงว่าขั้นตอนการหมักโดยรวมถูกต้อง
แต่ก็ยังมีหลายจุดที่ต้องปรับปรุง อย่างแรก ระยะเวลาหมักสามารถยืดออกไปได้อีกหน่อยจะช่วยให้ปุ๋ยย่อยสลายได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และธาตุอาหารก็จะถูกปลดปล่อยออกมาเต็มที่มากกว่าเดิม
อย่างที่สองระหว่างการหมัก สามารถเติมวัสดุพวกฟางข้าว ขี้เลื่อย ลงไปบ้าง เพื่อปรับอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน ให้การหมักสม่ำเสมอมากขึ้น
อีกอย่างนะครับ ลองดูในกองมูลไก่นี้ ความชื้นไม่ค่อยสม่ำเสมอ บางจุดชื้นเกินไปจะไปกระทบการทำงานของจุลินทรีย์
ต้องคอยควบคุมความชื้นให้อยู่ราว ๆ 50% ถึง 60% ถึงจะเหมาะสม”
หัวหน้าหมู่บ้านฟังแล้วถึงกับงง เพราะไม่คิดว่าจะมีเรื่องที่ยังทำไม่ถูกอยู่อีกมาก
“ผู้เชี่ยวชาญหวัง เมื่อกี้คุณพูดถึงคาร์บอน…อะไรนะ”
ผู้เชี่ยวชาญหวังพูดเร็วไปหน่อย ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านฟังไม่ทัน
โจวอี้หมินที่ยืนอยู่ข้างๆจึงอธิบายว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน คืออัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนครับ”
ผู้เชี่ยวชาญหวังพยักหน้า “โจวอี้หมินพูดถูกแล้วครับ เรื่องอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนนี้ แค่เติมฟางข้าวในอัตราส่วนประมาณสามสิบต่อหนึ่งก็พอแล้ว”
“ส่วนเรื่องความชื้น ท่านสามารถใช้วิธีง่ายๆ คือกำมูลไก่ขึ้นมาแล้วบีบแรงๆ ถ้าระหว่างนิ้วมีรอยน้ำแต่ไม่ถึงกับหยดออกมาพอคลายมือออกแล้วมูลไก่จับตัวเป็นก้อน แต่ถ้าปล่อยลงพื้นแล้วยังแตกออกเป็นชิ้นๆแบบนี้ถือว่าความชื้นกำลังพอดี”
พูดจบผู้เชี่ยวชาญหวังก็หยิบกิ่งไม้บนพื้นขึ้นมาแล้ววาดแผนภาพประกอบลงบนดิน อธิบายให้โจวอี้หมินพวกเขาฟังอย่างชัดเจนและเป็นภาพถึงหน้าที่ของปุ๋ยแต่ละชนิด รวมถึงความสัมพันธ์ในด้านอัตราส่วนการใช้
โจวจื้อหมิงถือสมุดบันทึกอยู่ในมือคอยจดทุกคำที่ผู้เชี่ยวชาญหวังพูดเพราะแค่ฟังรอบเดียวคงจำไม่ได้หมด การมีบันทึกไว้นอกจากจะทบทวนได้แล้ว หากมีจุดไหนไม่เข้าใจก็จะได้ถามง่ายขึ้นด้วย
ผู้เชี่ยวชาญหวังคิดว่า แม้โจวจื้อหมิงพวกเขาจะเรียนหนังสือไม่มากนักแต่ก็มีจิตใจที่มุ่งมั่น กระตือรือร้น และกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
สิ่งนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหวังนึกถึงหมู่บ้านต่างๆที่เขาเคยไปมา ชาวบ้านในที่เหล่านั้นเมื่อเผชิญกับความยากลำบาก ก็มักจะหมดหวัง ใช้ชีวิตไปวันๆอย่างเฉยชา รอให้โชคชะตากำหนดทุกอย่าง
เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญหวังพูดขึ้นว่า “โจวอี้หมิน รบกวนช่วยทำเตียงให้ฉันที่นี่ได้ไหม”
เขาต้องการนอนตรงนี้ เพื่อจะได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงในแปลงทดลองได้ตลอดเวลา
โจวอี้หมินรีบพูดว่า “ผู้เชี่ยวชาญหวัง จะให้คุณนอนที่นี่ได้ยังไง มานอนบ้านผมเถอะครับ บ้านผมยังมีห้องว่างอยู่”
หัวหน้าหมู่บ้านก็ช่วยพูดสนับสนุนอีกคน
สุดท้ายผู้เชี่ยวชาญหวังจึงยอมตกลง
โจวอี้หมินเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว จึงพูดว่า “ผู้เชี่ยวชาญหวัง ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ไปกินข้าวก่อนเถอะครับ เรื่องพวกนี้รีบไปก็ไม่มีประโยชน์” ผู้เชี่ยวชาญหวังก็เข้าใจ จึงตกลงตามนั้น
หลังจากกินข้าวเย็นที่บ้านโจวอี้หมินแล้ว ผู้เชี่ยวชาญหวังก็ออกมาเดินเล่นคนเดียวในหมู่บ้าน
แสงจันทร์สาดลงมาที่หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านให้ดูเหมือนถูกปกคลุมด้วยผ้าคลุมสีเงิน บางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะคุยกันของชาวบ้าน ผู้เชี่ยวชาญหวังเดินไปตามทางเล็กๆในหมู่บ้าน ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
(จบบท)