- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 405 กังหันน้ำ
บทที่ 405 กังหันน้ำ
บทที่ 405 กังหันน้ำ
เพื่อไม่ให้เสียเวลาสำหรับการเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิ หัวหน้าหมู่บ้านหวงจึงพาหวงเจี้ยนกั๋วรีบเดินทางกลับหมู่บ้านหวงอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่เมื่อครู่พวกเขาเพิ่งอิ่มท้องกันมาหมาดๆไม่อย่างนั้นคงไม่มีแรงจะเร่งฝีเท้าได้ขนาดนี้
หวงเจี้ยนกั๋วยังคงคิดถึงรสชาติของมื้อนั้นไม่เลิก “หัวหน้าหมู่บ้านครับ คุณว่าเมื่อไรหมู่บ้านเราจะได้เป็นเหมือนหมู่บ้านโจวบ้าง จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร แล้วก็ได้กินให้อิ่มแบบเต็มที่สักที”
เขาไม่ได้รู้สึกอิ่มแบบนี้มานานมากแล้วปกติที่บ้านมีข้าวของไม่พอต้องกินให้อิ่มแค่น้ำ หากพูดถึงการกินให้อิ่มท้องอย่างเต็มที่ก็แทบจะเหมือนฝันกลางวัน
หัวหน้าหมู่บ้านหวงพูดอย่างมองโลกในแง่ดีว่า “เจี้ยนกั๋ว ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานก็ถึงเวลาแล้วล่ะ! ขอแค่เราผ่านฤดูเก็บเกี่ยวครั้งหน้าไปได้ก็พอ”
หวงเจี้ยนกั๋วพอได้ยินก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที “หัวหน้าหมู่บ้าน ยังจะยืนเฉยอยู่อีกทำไม รีบไปกันเถอะ!”
หัวหน้าหมู่บ้านหวงได้ยินก็รู้สึกขำเล็กน้อยราวกับว่าลูกบ้านกำลังมากำกับเขาแทน แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลามาคิดเล็กคิดน้อย เป้าหมายสำคัญตอนนี้คือรีบกลับไปยังหมู่บ้านให้เร็วที่สุด
หลังจากเดินทางมากว่าสองชั่วโมง พวกเขาก็เดินทางกลับถึงหมู่บ้านหวงในที่สุด
สองคนนี้เรียกได้ว่าเดินทางกันแบบเร่งรีบอย่างสุดกำลัง ไม่เดินเร็วก็วิ่งเหยาะๆจึงสามารถย่นระยะเวลาที่ปกติต้องใช้ถึงสามชั่วโมง ให้เหลือเพียงแค่สองชั่วโมงกว่าๆได้สำเร็จ
พอกลับถึงหมู่บ้านก็เป็นช่วงค่ำแล้ว แต่หัวหน้าหมู่บ้านหวงก็ยังไม่รอช้ารีบเรียกประชุมชาวบ้านทันที
ชาวบ้านพอได้ยินว่าหัวหน้าหมู่บ้านเรียกประชุมก็พากันออกมากันหมด เพราะทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าเขาสามารถหาเมล็ดพันธุ์มาได้หรือไม่
หัวหน้าหมู่บ้านหวงพูดด้วยความดีใจว่า “ฉันกับเจี้ยนกั๋วไปซื้อเมล็ดพันธุ์มาได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าเราก็จะไปรับกลับมาได้เลย!”
ชาวบ้านเมื่อได้ยินข่าวดีก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่
“ดีเลย ดีมาก! ดูท่าฟ้าคงยังไม่ทอดทิ้งหมู่บ้านหวงของพวกเรา!” ลุงหวงเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“พรุ่งนี้เอากลับมาได้ ก็ถือว่ายังไม่เสียเวลาไปมาก”
“ยังทันเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิ ไม่ได้ล่าช้าเกินไปนัก”
บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยถกเถียงด้วยความยินดีจากชาวบ้าน แต่ถึงแม้จะได้เมล็ดพันธุ์มาแล้วปัญหาอีกอย่างก็ยังคงค้างอยู่ตรงหน้านั่นคือ แม้จะมีเมล็ดไว้ปลูกแต่เสบียงในหมู่บ้านตอนนี้ก็แทบจะไม่พอให้คนในหมู่บ้านประทังชีวิตจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวครั้งหน้าได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็ทำได้แค่ค่อยๆแก้ไขไปทีละขั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคืน หัวหน้าหมู่บ้านหวงคงพารถลากลามุ่งหน้าไปหมู่บ้านโจวตั้งแต่ตอนนี้แล้ว
แต่เพราะตอนกลางคืนไม่ปลอดภัย ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายจริงๆปกติแล้วก็จะไม่มีใครออกจากหมู่บ้านในยามวิกาลแบบนี้
รุ่งเช้าวันถัดมาหัวหน้าหมู่บ้านหวงก็พาชาวบ้านที่แข็งแรงหลายคนออกเดินทางไปด้วย เพราะกลัวว่าจะมีใครมาปล้นชิงเมล็ดพันธุ์กลางทาง
พอมาถึงหมู่บ้านโจว โจวอี้หมินก็เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วโดยได้นำเมล็ดพันธุ์ไปวางไว้ที่จุดนัดหมายเรียบร้อย
จ่ายเงินเสร็จ รับของเสร็จ เรียบร้อยทุกอย่าง
หัวหน้าหมู่บ้านหวงกับพรรคพวกก็พากันขนเมล็ดพันธุ์กลับหมู่บ้านด้วยความยินดี
โจวอี้หมินสังเกตเห็นว่าชาวบ้านมักจะออกไปตักน้ำตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง ไม้คานก็วางพาดบนบ่า ขณะที่ถังน้ำหนักมากสองใบแกว่งไปมา จนน้ำหกออกมาไม่น้อย
เขาจึงนึกขึ้นได้ว่า ถ้ามีเครื่องมือที่สามารถลำเลียงน้ำได้อัตโนมัติก็คงจะดีไม่น้อย
ในหัวของเขาค่อยๆนึกภาพของกังหันน้ำขึ้นมา ซึ่งเป็นเครื่องมือชลประทานโบราณที่เขาเคยเห็นในหนังสือประวัติศาสตร์ ถ้าได้นำมาปรับปรุงเสียหน่อยบางทีอาจจะใช้งานได้จริง
แบบนั้นก็จะไม่ต้องเสียเวลาเดินไปกลับตั้งสิบนาทีกว่าจะตักน้ำได้สองถัง แล้วก็ยังรดน้ำได้เพียงนิดเดียว
เมื่อมีความคิดนี้แล้วเขาก็ไม่รอช้าที่จะเสนอออกมา เขารีบไปหาหัวหน้าหมู่บ้านโจวแล้วเล่าความคิดให้ฟัง
พอหัวหน้าหมู่บ้านโจวได้ยินก็รีบสนับสนุนทันที “อี้หมิน ความคิดนี้ดีมาก! ถ้าทำได้จริงจะเป็นประโยชน์ใหญ่หลวงกับหมู่บ้านเลย!”
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าหมู่บ้าน โจวอี้หมินก็ไปชวนคนมาช่วยอีกสองคน
สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือขึ้นเขาไปตัดไม้ เดิมทีถ้าใช้ไม้ไผ่จะเหมาะสมที่สุดแต่ในภูเขานี้ไม่มีไม้ไผ่ให้ใช้ จึงจำเป็นต้องใช้ไม้ธรรมดาแทน
ในเวลาไม่นาน วัสดุที่ต้องใช้ทั้งหมดก็ถูกเตรียมพร้อมเรียบร้อย
จากนั้นเขาก็เริ่มเหลาไม้ให้เป็นแผ่นบางๆไว้ใช้และไปหาไม้เก่าๆมาตอกๆเคาะๆ เพื่อพยายามสร้างโครงกังหันน้ำขึ้นมา
เด็กๆในหมู่บ้านดูเหมือนจะสนใจสิ่งที่เขากำลังทำกันมาก แต่เพราะเกรงกลัวในความน่าเกรงขามของโจวอี้หมิน ก็เลยไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้
ในตอนนั้นเองไลฝูก็ถามขึ้นว่า “พี่ใหญ่ พี่กำลังทำอะไรอยู่เหรอ?”
โจวอี้หมินยิ้มพลางตอบ “พี่กำลังทำเครื่องมือที่จะช่วยให้พวกคนในหมู่บ้านไม่ต้องเหนื่อยแบกน้ำอีกต่อไปน่ะสิ”
ไลฝูได้ยินแบบนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ต้องเข้าใจก่อนว่าแม้แต่เด็กๆก็ต้องช่วยงานในหมู่บ้าน งานที่ทำกันบ่อยก็คือตักน้ำ หรือไม่ก็ช่วยเก็บกวาดตามหลังผู้ใหญ่เวลาทำงาน
แต่งานที่เหนื่อยที่สุดก็คือการตักน้ำ ถ้าในอนาคตไม่ต้องแบกน้ำอีกต่อไปแล้ว… “พี่ใหญ่ นี่เรื่องจริงเหรอ?”
โจวอี้หมินถอนหายใจเล็กน้อย “ไลฝู ฉันจะหลอกนายไปทำไมล่ะ!”
“พี่ใหญ่ยังมีงานต้องทำ ไปเล่นที่อื่นเลยไป!” พูดจบเขาก็ไล่ไลฝูออกไปทันที
แต่ไลฝูที่ทนไม่ไหวกับข่าวดีนี้ก็รีบเอาไปเล่าให้เพื่อนๆฟังทันที
แน่นอนว่าเด็กๆในหมู่บ้านพอได้ยินจากไลฝูก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่ หลายคนถึงกับไปยืนมุงอยู่รอบตัวโจวอี้หมินเลยทีเดียว สุดท้ายโจวอี้หมินที่เริ่มรำคาญก็ต้องงัดไม้ตายออกมา “ถ้าพวกเธอยังไม่ไปนะ ฉันจะไปตามพ่อแม่ของพวกเธอมากันแล้วนะ!”
แค่นั้นแหละ เด็กๆที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆก็วิ่งหายกันไปหมดในพริบตา
ขั้นตอนการสร้างไม่ได้ราบรื่นนัก แผ่นไม้ที่นำมาต่อกันมักจะไม่พอดีและโครงสร้างก็ยังไม่มั่นคงพอ
แต่โจวอี้หมินไม่ได้ท้อใจ เขาค่อยๆปรับแก้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือก็โดนเศษไม้บาดจนเลือดออกแต่เขาก็แค่พันแผลอย่างง่ายๆแล้วก้มหน้าลงมือทำต่อทันที
เขาไม่ใช่ดาราในยุคหลังที่แค่โดนนิดหน่อยก็ร้องไห้จนน่าสงสาร ชวนให้คนดูน้ำตาคลอไปตามๆกัน
แล้วยังต้องทำเรื่องใหญ่โตถึงขั้นไปโรงพยาบาล ถ้าไม่รีบไปให้เร็วพอบางทีพอไปถึงแผลก็หายแล้วด้วยซ้ำ
ในที่สุดรูปทรงคร่าวๆของกังหันน้ำแบบง่ายก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
จากนั้นเขาก็ผูกกระบอกไม้เข้าไว้กับใบพัดของกังหัน เมื่อน้ำไหลมากระทบและหมุนกังหันให้หมุนได้กระบอกไม้ก็จะตักน้ำขึ้นมาแล้วปล่อยให้ไหลลงไปตามรางน้ำจนถึงบ่อเก็บน้ำในหมู่บ้าน
การทดลองครั้งแรกน้ำไหลแรงเกินไปทำให้กังหันสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด แถมน้ำก็หกกระจายเต็มไปหมด โจวอี้หมินขมวดคิ้วพลางสังเกตอย่างละเอียดแล้วเสริมความแข็งแรงให้กับฐานรองของกังหัน พร้อมทั้งปรับมุมของกระบอกไม้ให้เหมาะสมขึ้น
การทดลองครั้งที่สอง สถานการณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึงแม้น้ำจะยังไม่สามารถไหลเข้าสู่บ่อเก็บน้ำได้อย่างเต็มที่ตามที่หวังไว้แต่ก็เริ่มเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
โจวอี้หมินเกาหัวตัวเองเบาๆพลางตกอยู่ในห้วงความคิด — สรุปแล้วมันผิดพลาดตรงไหนกันแน่นะ?
“ลุงสิบหก แล้วต่อไปต้องทำยังไงครับ?” โจวต้าหมิงรวบรวมความกล้าถามขึ้น
เขากลัวว่าคำถามของตัวเองจะรบกวนความคิดของโจวอี้หมิน แล้วหากหัวหน้าหมู่บ้านโจวตำหนิเขาขึ้นมาก็คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่
ข่าวเรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน ทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าโจวอี้หมินจะสามารถสร้างกังหันน้ำได้สำเร็จหรือไม่ ถ้าทำได้สำเร็จก็คงเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง
แต่ถึงจะไม่สำเร็จมันก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร ยังไงก็แค่กลับไปใช้วิธีเดิม
อย่างไรก็ตามทุกคนก็ยังหวังว่าโจวอี้หมินจะทำสำเร็จ เพราะมันจะช่วยให้ชีวิตของคนในหมู่บ้านสะดวกขึ้นมาก
โจวอี้หมินไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่คนอื่นพูดเลย เขาทุ่มเทเต็มที่กับการพัฒนากังหันน้ำเขาไปขอคำแนะนำจากช่างไม้รุ่นเก่าประจำหมู่บ้านเพื่อเรียนรู้วิธีเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง
นอกจากนี้ยังศึกษาหลักการของพลศาสตร์ของไหล ค่อยๆปรับปรุงแบบของกังหันให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากทำงานหนักต่อเนื่องถึงสามวัน กังหันน้ำก็สามารถใช้งานได้สำเร็จในที่สุด
น้ำใสๆค่อยๆไหลลงมาตามรางเข้าสู่บ่อพักน้ำของหมู่บ้านอย่างช้าๆ ราบรื่น และที่สุดก็ไม่ต้องไปตักน้ำจากที่ไกลๆ อีกต่อไป
ชาวบ้านพากันมายืนดูอยู่รอบๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดีและตื่นเต้น
“ของแบบนี้มันเจ๋งจริงๆ!”
“อี้หมิน นายทำเรื่องดีให้หมู่บ้านเราเข้าแล้วล่ะ!”
(จบบท)