- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 398 มูลไก่
บทที่ 398 มูลไก่
บทที่ 398 มูลไก่
โจวอี้หมินตื่นเช้าขึ้นมาแล้วเปิดร้านค้าขึ้นดูเห็นรายการสินค้าในหมวดสินค้าลดราคาพิเศษวันนี้แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า วันนี้โชคดีจริงๆ!
มีน้ำมันเบนซิน 93 อยู่ถึง 100 ถัง อาหารสุนัข 100 จิน หมูแห้ง 100 จิน และผ้าอีก 100 ฟุต
พอเห็นว่ามีน้ำมันให้ซื้อด้วยก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที อย่างน้อยช่วงนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเติมน้ำมันอีกสักพัก
แต่ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นฉุนก็พุ่งเข้ามาปะทะจมูกโจวอี้หมินจนแทบหายใจไม่ออก ถึงกับดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างฉับพลันเหมือนปลาคาร์ฟกระโดด
เขาเดินออกจากห้องแล้วก็พบว่ากลิ่นเหม็นนั้นยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ
“คุณปู่ นี่มันกลิ่นอะไรครับ?”
“หรือว่าจะมีใครซุกซนจนทำส้วมระเบิดขึ้นมาหรือเปล่า?”
คุณปู่ซึ่งดูเหมือนจะทนกลิ่นได้มากกว่าสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดแล้วดมอย่างตั้งใจ “ไม่ใช่กลิ่นจากส้วมหรอก น่าจะเป็นกลิ่นมูลไก่น่ะ คนในหมู่บ้านคงกำลังเก็บไว้ใช้ทำปุ๋ยกันอยู่”
เรื่องแบบนี้ในชนบทถือว่าเป็นเรื่องปกติอย่างมาก กลิ่นก็เลยกลายเป็นเรื่องที่หลายคนชินชาไปแล้วแต่โจวอี้หมินยังไม่สามารถทำใจรับมันได้
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาจึงเดินไปดูที่โรงเลี้ยงไก่
บรรยากาศที่ฟาร์มไก่รวมของหมู่บ้านโจวเต็มไปด้วยความคึกคัก เหล่าไก่นับร้อยต่างเดินวนไปมาในกรง ร้องจิกกินอาหารกันเสียงเจี๊ยวจ๊าวไม่ขาดสายแต่เมื่อจำนวนไก่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆมูลไก่ที่สะสมอยู่ก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย การจัดการกับมูลไก่จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมา
หัวหน้าหมู่บ้านยืนมองกองมูลไก่ที่พูนสูงราวกับภูเขา ขมวดคิ้วแน่น ในใจคิดว่าถ้าเอามูลพวกนี้ไปโปรยในไร่นา อย่างน้อยก็ถือเป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้กับดินยังดีกว่าปล่อยให้กองไว้จนเหม็นเน่า
เขาจึงตัดสินใจโบกมือออกคำสั่งให้ชาวบ้านเตรียมนำมูลไก่ไปเทในพื้นที่นา
โจวอี้หมินมาถึงพอดีเห็นหัวหน้าหมู่บ้านกำลังสั่งการให้ชาวบ้านใช้พลั่วตักมูลไก่ขึ้นไปใส่บนรถลากเทียมลาที่จอดรออยู่
เมื่อเห็นภาพนั้น เขาก็เดินเข้าไปถามว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน พวกมูลไก่นี่จะเอาไปไว้ที่ไหนกันครับ?”
ในความเข้าใจของโจวอี้หมิน มูลไก่ มูลวัว อะไรพวกนี้ล้วนแต่สามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยธรรมชาติได้ทั้งนั้น
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวว่า “เตรียมจะเอามูลไก่พวกนี้ไปเทใส่ในนาน่ะ แค่โยนๆลงไปก็พอแล้ว”
โจวอี้หมินได้ยินแล้วก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย ไม่คิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะทำแบบนี้ จึงเอ่ยขึ้นว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน แบบนี้มันไม่เสียเปล่าไปหน่อยหรือครับ?”
คราวนี้กลับเป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่เริ่มงงบ้าง “อี้หมิน ปกติมูลไก่มันก็ต้องใช้แบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“เอาไปโปรยในนาแบบนี้ มันจะไปเสียเปล่าได้ยังไง?”
โจวอี้หมินจึงอธิบายว่า “หัวหน้าครับ ดูนะครับ ถ้าเราเอามูลไก่ไปโปรยตรงๆแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ประสิทธิภาพของปุ๋ยลดลง แต่ยังเสี่ยงที่จะทำให้รากพืชไหม้ด้วยเพราะมันยังไม่ผ่านการหมักที่สมบูรณ์”
“ถ้าเรานำมูลไก่มากองรวมกันก่อน แล้วผสมกับฟางข้าวบ้าง เศษผักเน่าบ้าง แล้วรดน้ำให้มันเกิดการหมักตามธรรมชาติพอผ่านไปช่วงหนึ่งก็จะกลายเป็นปุ๋ยหมักของเกษตรกรแท้ๆ แบบนั้นผลที่ได้จะต่างกันลิบเลยครับ”
“ปุ๋ยหมักแบบนี้ เมื่อใส่ลงในดินนอกจากจะช่วยปรับโครงสร้างของดินให้โปร่งและระบายอากาศได้ดีแล้ว ยังให้ธาตุอาหารอย่างต่อเนื่องและไม่รุนแรง ช่วยให้พืชเติบโตแข็งแรงและทำให้ผลผลิตปีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ”
หัวหน้าหมู่บ้านฟังคำอธิบายของโจวอี้หมินที่พูดได้เป็นฉากๆแล้วก็รู้สึกคลายความสงสัยลงทีละน้อย เพียงแต่สีหน้ายังดูลังเลอยู่บ้าง
โจวอี้หมินดูออกว่าหัวหน้าหมู่บ้านยังลังเลอยู่ จึงพูดต่อว่า “หัวหน้าครับ ผมเข้าใจว่าคุณเป็นห่วงเรื่องเวลาและแรงงานที่ต้องใช้ในการหมักปุ๋ย แต่อย่าลืมนะครับว่านี่เป็นการลงทุนเพื่อผลผลิตที่ยั่งยืนในอนาคต”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้หัวหน้าหมู่บ้านก็รู้ดีในใจว่า ที่ผ่านมาทุกครั้งที่เชื่อคำของโจวอี้หมินไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว
“ได้ งั้นก็ทำตามที่อี้หมินว่าเลย!”
โจวอี้หมินตอบรับด้วยรอยยิ้ม “หัวหน้าหมู่บ้านวางใจได้เลยครับ เดี๋ยวผมดูแลให้เอง”
หัวหน้าหมู่บ้านจึงสั่งการต่อ นำมูลไก่ทั้งหมดที่มีอยู่ตักขึ้นรถลากเทียมลาจนหมดแม้แต่หยดสุดท้าย
จากนั้นก็ให้นำไปเทไว้ที่มุมสุดของหมู่บ้านบริเวณนี้เหมาะจะใช้เป็นที่หมักเพราะอยู่ไกลจากตัวชุมชน ไม่ต้องกลัวว่าจะไปรบกวนกลิ่นกับชาวบ้านคนอื่น
หากอยู่ในกลิ่นเหม็นตลอดเวลานานๆ ใครก็ทนไม่ไหวเป็นธรรมดา
หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกว่าจุดที่โจวอี้หมินเลือกไว้นั้นเหมาะสมมากจริงๆ
เขาจึงถามขึ้นว่า “อี้หมิน แล้วต่อจากนี้ต้องทำยังไงบ้าง?”
สำหรับเขาเรื่องการหมักมูลไก่ให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์นั้นถือว่าไม่รู้อะไรเลยจึงต้องหันมาขอคำแนะนำจากโจวอี้หมิน จริงๆแล้วเขาก็อยากจะให้โจวอี้หมินรับผิดชอบดูแลทั้งหมดแต่รู้ตัวดีว่าแบบนั้นคงเป็นไปไม่ได้
ตอนนี้โจวอี้หมินยังต้องคอยสอนทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านและกลุ่มคนจากสหกรณ์ที่ถูกส่งมาศึกษาดูงาน ทำให้เขาไม่มีทางจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเองทั้งหมด
เขาทำได้เพียงแค่บอกขั้นตอนอย่างละเอียดแล้วให้คนในหมู่บ้านรับผิดชอบเรื่องนี้ต่อไป
ในกระบวนการหมักมูลไก่เพื่อทำปุ๋ยอินทรีย์ คาร์บอนซึ่งได้จากวัสดุต่างๆ เช่น ฟางข้าว ขี้เลื่อย และหญ้าแห้ง จะช่วยปรับสมดุลปริมาณไนโตรเจนในกองหมักและยังเป็นแหล่งพลังงานให้กับจุลินทรีย์ในกระบวนการหมักอีกด้วย อัตราส่วนระหว่างคาร์บอนกับไนโตรเจนที่เหมาะสม จะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและการทำงานของจุลินทรีย์ ทำให้การหมักเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น
ความชื้นในมูลไก่ควรควบคุมให้อยู่ระหว่าง 50%–60% หากชื้นเกินไปหรือแห้งเกินไปก็จะกระทบต่อประสิทธิภาพในการหมัก
อุณหภูมิที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วง 25℃–35℃ ถ้าร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไปก็ไม่เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีบทบาทในกระบวนการหมัก
อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญก็คือ การกลับกองปุ๋ยหมักอย่างสม่ำเสมอทุกๆสองสามวัน ควรจะพลิกเอามูลไก่ด้านล่างขึ้นมาไว้ด้านบนเพื่อให้มีออกซิเจนเข้าสู่กองหมักอย่างทั่วถึง ช่วยให้กระบวนการหมักเป็นไปได้อย่างราบรื่นและสม่ำเสมอ
โจวอี้หมินตอบว่า “ก่อนหน้านี้ตอนสร้างโรงเรือนพลาสติกยังเหลือแผ่นพลาสติกอยู่นิดหน่อย เอามาใช้ได้นะครับ”
หัวหน้าหมู่บ้านได้ยินแบบนั้นก็ลังเลขึ้นมาทันที “อี้หมิน แผ่นพลาสติกพวกนั้นมันของมีค่านะ เอามาใช้คลุมมูลไก่แบบนี้จะไม่เปลืองไปหน่อยเหรอ?”
โจวอี้หมินจึงอธิบายว่า “ไม่เปลืองหรอกครับหัวหน้า เพราะการหมักมูลไก่จำเป็นต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ตอนนี้เป็นฤดูหนาว อากาศเย็นจัด ถ้าไม่มีแผ่นพลาสติกคลุมไว้ ดินจะเย็นจัดจนหมักไม่ขึ้นแน่ๆ มูลไก่จะโดนแช่แข็งไปหมด”
หัวหน้าหมู่บ้านฟังแล้วก็จนใจ ได้แต่เดินไปเอาแผ่นพลาสติกที่เหลือทั้งหมดมาให้ตามคำแนะนำ
“อี้หมิน ยังต้องเตรียมอะไรอีกไหม?”
โจวอี้หมินจึงตอบว่า “เตรียมฟางข้าว ขี้เลื่อย แล้วก็หญ้าแห้งอีกนิดหน่อยก็พอครับ”
หัวหน้าหมู่บ้านแม้จะสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมต้องใช้ของพวกนี้แต่ก็ไม่ได้ถามให้มากความ สั่งให้คนไปจัดเตรียมทันที
ของพวกนี้ในชนบทหาได้ง่ายอยู่แล้วจึงใช้เวลาไม่นานก็รวบรวมมาได้เป็นกองใหญ่
“อี้หมิน ดูสิว่าแค่นี้พอหรือยัง?”
โจวอี้หมินเห็นฟางข้าว ขี้เลื่อย และหญ้าแห้งกองใหญ่ตรงหน้าก็รีบบอกทันทีว่า “พอแล้วครับ พอแล้ว”
“ต่อไปก็แค่เอาฟาง ขี้เลื่อย และหญ้าแห้งพวกนี้ผสมรวมกับมูลไก่แล้วหมักไปพร้อมกันครับ”
เมื่อได้ยินคำพูดของโจวอี้หมิน หัวหน้าหมู่บ้านก็รีบนำคนมาช่วยกันคนมูลไก่กับฟางข้าว ขี้เลื่อย และหญ้าแห้งให้เข้ากันอย่างทั่วถึง
โจวอี้หมินที่ยืนดูอยู่ตอนแรกก็ตั้งใจจะลงมือช่วยแต่พอเห็นภาพตรงหน้าก็รู้สึกไม่ไหวอยู่ลึกๆ ข้ามความรู้สึกขยะแขยงในใจไปไม่ได้จึงได้แต่อยู่ข้างนอกคอยมองดูแทน
หัวหน้าหมู่บ้านกับชาวบ้านใช้พลั่วตักมูลไก่และวัสดุอื่นๆมาผสมกันอย่างตั้งใจ คล้ายกับกำลังผสมปูนซีเมนต์เลยทีเดียว
ด้วยปริมาณของมูลไก่ที่มีอยู่มากงานนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กเลย
หลังจากลงแรงกันมากว่าครึ่งชั่วโมงหัวหน้าหมู่บ้านกับทุกคนก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยในที่สุด
“อี้หมิน แบบนี้ใช้ได้หรือยัง?”
โจวอี้หมินส่ายหัวเบาๆ “หัวหน้าครับ ยังเหลืออีกขั้นตอนสุดท้ายครับ ต้องใช้พลาสติกคลุมทับลงไปข้างบน แบบนั้นถึงจะเรียกว่าจบงานอย่างสมบูรณ์”
หัวหน้าหมู่บ้านถือแผ่นพลาสติกแล้วคลุมลงไปบนกองมูลไก่ โชคดีที่แผ่นพลาสติกที่เหลืออยู่มีขนาดใหญ่พอ ไม่อย่างนั้นคงคลุมกองมูลไก่ทั้งหมดไม่ได้แน่ๆ
โจวอี้หมินยังกล่าวเสริมอีกว่า “หัวหน้าครับ หลังจากนี้ ทุกๆสองสามวันจะต้องกลับกองปุ๋ยโดยพลิกมูลไก่จากด้านล่างขึ้นมาด้านบนเพื่อให้มีออกซิเจนหมุนเวียนทั่วถึง จะช่วยให้กระบวนการหมักเป็นไปอย่างราบรื่นครับ”
หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้ารับ ตอนแรกยังคิดว่าน่าจะยุ่งยากมากแต่พอได้ลงมือทำจริงๆแล้วกลับพบว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ต้องใช้ความอดทนและจัดการให้เป็นขั้นตอนเท่านั้นเอง
(จบบท)