- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 392 การค้นพบใหม่
บทที่ 392 การค้นพบใหม่
บทที่ 392 การค้นพบใหม่
แต่หัวหน้าเลี่ยวเองก็ไม่สามารถไปไหนได้ จึงได้แต่นั่งอยู่ตรงนั้นอย่างว่าง่ายฟังวิศวกรข่งกับพวกของเขาพูดเรื่องที่ฟังดูราวกับ “ตำราเทพ” อย่างไรอย่างนั้น
ทันใดนั้นเสียงถกเถียงของวิศวกรข่งและวิศวกรหูก็ดังขึ้นเหมือนคลื่นซัดกระหน่ำ ทำลายบรรยากาศที่เงียบขรึมเดิมลงอย่างสิ้นเชิง
ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างก็ชะงัก ไม่กล้าเข้าไปช่วย เพราะทั้งสองคนล้วนเป็นช่างระดับแปดของโรงงาน จะช่วยฝ่ายไหนก็ดูจะไม่เหมาะไปหมด และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเข้าไปช่วยอาจยิ่งทำให้สถานการณ์วุ่นวายขึ้นก็ได้
วิศวกรข่งหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดบนหน้าผากปูดขึ้นเล็กน้อย คิ้วของเขาขมวดแน่นเหมือนหนอนผีเสื้อสองตัวที่กำลังบิดม้วนด้วยความโกรธ ดวงตาเบิกกว้าง กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวเพราะแรงกด
เขาตะโกนเสียงดังว่า “ฉันบอกนายแล้วนะ เจ้าแก่หู วัสดุเหล็กพิเศษพวกนี้ต้องใช้วิธีการดั้งเดิมในการผลิตเท่านั้น!”
เสียงของวิศวกรข่งดังชัดและเร้าอารมณ์ ทุกคำที่พูดเหมือนถูกทุบออกมาจากอก ส่งเสียงสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมด้วยพลังที่ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง
วิศวกรหูเองก็ไม่ยอมแพ้ เขาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหรี่ลงจนแทบจะเป็นเส้น แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความดื้อดึงราวกับกระทิงที่ถูกยั่วยุ
อาจเป็นเพราะไม่พอใจที่โดนค้าน เขาจึงลุกพรวดขึ้นมาทันทีเพื่อโต้กลับว่า “เจ้าแก่ข่ง นายดื้อเกินไปแล้วนะ ฉันว่าพวกเราควรลองใส่ของใหม่ลงไปดูหน่อย ว่าจะสามารถผลิตเหล็กพิเศษขึ้นมาได้หรือเปล่า!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น วิศวกรข่งก็ระเบิดอารมณ์เหมือนระเบิดเวลา “โรงงานเราทำแบบนี้มาตั้งหลายปีแล้ว ก็ใช้วิธีนี้มาตลอด จะให้ไปลองวิธีอื่น ไม่มีทาง!”
เหตุผลหลักก็คือการลองวิธีใหม่ๆนั้นจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกใช้แนวทางแบบอนุรักษ์นิยมมาโดยตลอด
“ถ้าผลิตไม่ได้ ก็แปลว่าเทคโนโลยีของพวกเรายังไปไม่ถึงขั้นนั้นก็เท่านั้นเอง”
แม้ว่าจะพูดเช่นนั้นแต่แววตาของวิศวกรหูก็ยังแน่วแน่ไม่เปลี่ยน เขาปรับอารมณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว “ข่ง นายมันหัวโบราณเกินไปแล้ว ถ้าพวกเราไม่คิดค้นอะไรใหม่ ไม่เพิ่มองค์ประกอบใหม่ๆเข้าไป พวกเราก็คงไม่มีวันผลิตเหล็กพิเศษที่ตรงตามมาตรฐานได้ในชาตินี้หรอก!”
บรรยากาศภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียดเพราะการโต้เถียงที่ดุเดือดของทั้งสองคน คนอื่นๆได้แต่เงียบมองเหมือนกับว่ากำลังอยู่กลางใจพายุ
วิศวกรสือพูดขึ้นช้าๆว่า “ข่ง หู พวกนายสองคนใจเย็นก่อน ฉันว่าพวกเราลองสำรวจกรรมวิธีการผลิตแบบใหม่ดูดีกว่า ถ้ายังสามารถคงความแข็งแกร่งไว้ได้แล้วลองเพิ่มองค์ประกอบใหม่เข้าไปบางอย่าง ดูสิว่าเราจะสามารถผลิตเหล็กพิเศษที่ตรงตามข้อกำหนดได้หรือเปล่า”
หากไม่รีบห้ามทั้งสองคนเอาไว้ ก็คงเถียงกันต่อไปไม่มีวันจบสิ้น
หลังจากที่วิศวกรสือเข้ามาหย่าศึกก็ช่วยให้วิศวกรข่งกับวิศวกรหูสงบลงได้เล็กน้อย ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ต่างก็หัวร้อนกันอยู่บ้าง บวกกับความเครียดสะสมและการถูกตั้งคำถามจึงทำให้หลุดควบคุมอารมณ์ไปชั่วขณะ และระเบิดอารมณ์ออกมา
ทั้งสองคนรีบลุกขึ้นยืน “ขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้ทุกคนตกใจ”
หัวหน้าเลี่ยวจึงรีบเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ “ไม่เป็นไร วิศวกรข่ง วิศวกรหู คนเราก็มีอารมณ์กันได้เป็นเรื่องปกติ” คนอื่นที่อยู่ในห้องก็ไม่ได้มีท่าทีจะถือสาหาความอะไร
หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มกลับมาหารือกันต่อ บรรยากาศในการพูดคุยดูจริงจังเหมือนตั้งใจว่าจะไม่เลิกจนกว่าจะหาข้อสรุปได้
ขณะเดียวกัน โจวอี้หมินที่นั่งอยู่เงียบๆข้างๆก็ไม่ได้อยู่ว่าง เขากำลังดูแนวโน้มของข้อมูลจากแต่ละช่วงการทดลองอย่างตั้งใจ พยายามหากฎเกณฑ์บางอย่างจากความเคลื่อนไหวของข้อมูลที่ดูเหมือนจะสับสนไร้รูปแบบ
เขาสังเกตเห็นว่าในบางช่วงของกราฟเส้น มีการกระเพื่อมเพียงเล็กน้อย ซึ่งเมื่อเทียบกับความผันผวนโดยรวมของกราฟแล้วถือว่าน้อยมาก ราวกับระลอกคลื่นจางๆที่ยากจะสังเกตเห็นบนผิวน้ำที่สงบนิ่ง
สายตาของเขาเริ่มหยุดอยู่ตรงจุดที่มีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเหล่านั้นนานขึ้นเรื่อยๆและแววตาก็ยิ่งมุ่งมั่นจริงจัง
ต่อมาเขาก็เริ่มเปรียบเทียบกับตารางพารามิเตอร์ของเงื่อนไขการทดลองที่อยู่ข้าง ๆ ไล่ตรวจสอบทีละรายการ เพื่อหาปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น นิ้วมือของเขาเคาะลงบนโต๊ะเบาๆราวกับกำลังสนทนากับตัวเลขพวกนั้น
เขาสังเกตได้ว่าเมื่ออยู่ภายใต้ค่าความดันเฉพาะบางค่าและสัดส่วนของวัตถุดิบที่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเหล่านั้นจะแสดงความถี่ที่ค่อนข้างคงที่ การค้นพบนี้ทำให้แววตาของเขาสว่างขึ้นทันทีแต่เขาก็ยังไม่สรุปผลในทันทีและยังคงวิเคราะห์อย่างละเอียดต่อไป
โจวอี้หมินเรียกข้อมูลจากการทดลองต่างชุดที่มีเงื่อนไขใกล้เคียงกันออกมาอีกครั้งเพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเหล่านั้น ทั้งในแง่ของขนาดการเปลี่ยนแปลง ความถี่ และจุดเวลาที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สมองของเขากำลังทำงานอย่างรวดเร็ว เขาพบว่าแม้ความผันผวนเหล่านี้จะเล็กน้อยมากแต่ในตัวอย่างการทดลองที่ประสบความสำเร็จบางชุดในช่วงแรกๆก็เคยปรากฏความเปลี่ยนแปลงลักษณะเดียวกันนี้มาก่อน เพียงแต่ในตอนนั้นไม่มีใครให้ความสำคัญ
โจวอี้หมินสูดหายใจเข้าลึกๆเขาตระหนักได้ว่า ความผันผวนเล็กน้อยที่เคยถูกมองข้ามเหล่านี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาเหล็กพิเศษก็เป็นได้
เขาจึงเตรียมจะบอกสิ่งที่ค้นพบ “ทุกคนครับ หยุดก่อน ผมมีสิ่งหนึ่งที่อยากแบ่งปัน”
ทันทีที่ทุกคนได้ยินว่าโจวอี้หมินมีการค้นพบใหม่ทุกเสียงในห้องก็ดับลงโดยพลัน สายตาทั้งหมดหันมาจ้องมองเขาเป็นตาเดียว
วิศวกรข่งดูจะเริ่มร้อนใจขึ้นมา “หัวหน้าโจว ถ้ามีอะไรค้นพบก็บอกออกมาเถอะ อย่าอุบไว้แบบนี้เลย”
โจวอี้หมินไม่ได้เกริ่นอะไรให้มากความ “สิ่งที่ผมพบคือ ความผันผวนเล็กน้อยของกราฟอุณหภูมิภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง”
ทันใดนั้นสีหน้าของวิศวกรข่งและพวกก็เปลี่ยนไปอย่างผิดหวัง เพราะคิดว่าน่าจะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่กว่านี้
วิศวกรสือจึงพูดขึ้นว่า “เรื่องความผันผวนพวกนั้นเราก็เคยสังเกตเห็นนะ แต่เราคิดว่ามันไม่น่าจะมีผลกับผลลัพธ์สุดท้ายมากนัก ก็เลยไม่ได้ใส่ใจ”
โจวอี้หมินจึงพูดต่อ “แต่ผมว่า ตอนนี้เรายังไม่มีทิศทางที่ดีกว่านี้ แล้วทำไมเราไม่ลองหันมาทางนี้ดูล่ะครับ?”
วิศวกรหูเห็นด้วยกับที่โจวอี้หมินพูด จึงออกปากช่วยเสริม “ข่ง ตอนนี้เราก็ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน จะลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่”
“ถ้าหากบังเอิญมันได้ผลขึ้นมาจริงๆล่ะ?”
หัวหน้าเลี่ยวเองก็รู้ดีว่าโจวอี้หมินนั้นมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมักมองข้ามและสามารถวิเคราะห์ปัญหาจากมุมที่ไม่คาดคิดได้เสมอ แถมยังมักได้ผลตามที่ตั้งใจไว้
ยกตัวอย่างเช่น บ่อน้ำสูบมือ หรือเตาแสงอาทิตย์ พวกนี้ก็มีบันทึกอยู่ในตำราจีนโบราณเพียงแต่ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นมาก่อนเท่านั้นเอง
“ฉันก็คิดเหมือนกัน ลองใช้วิธีที่อี้หมินพูดดูก็ไม่เสียหายอะไร” หัวหน้าเลี่ยวจึงเอ่ยขึ้นมาสนับสนุนอีกแรง
เมื่อทุกคนเห็นว่ามีคนสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆก็ยิ่งมีคนเออออตามไปด้วย
สุดท้ายก็เหลือเพียงวิศวกรข่งเพียงคนเดียวที่ยังไม่เห็นด้วย
เมื่อวิศวกรข่งเห็นว่าทุกคนต่างก็ยอมรับแล้วเขาก็จนใจที่จะค้านจึงจำต้องยอมตามไปด้วย
เมื่อมีแนวทางใหม่แล้วก็ไม่สามารถมัวแต่นั่งถกเถียงกันอยู่ในห้องประชุมได้อีกต่อไป ทุกคนต้องไปที่สายการผลิตเพื่อทดลองจริง
ขั้นตอนแรกคือการผสมถ่านโค้กแบบไม่ผ่านการกลั่น จากนั้นบดให้ละเอียดแล้วใส่ลงในเตาอบถ่านเพื่ออบแห้ง ทำให้ได้คาร์บอนร้อนและก๊าซถ่านโค้กหยาบ
จากนั้นจึงนำแร่เหล็กผง สารช่วยหลอม และถ่านโค้กบดละเอียดมาผสมและปั้นเม็ด แล้วใส่เข้าเครื่องเผาเพื่อจุดไฟและให้เกิดปฏิกิริยาเผาจนได้สินแร่เผา
ต่อมานำสินแร่เหล็ก ถ่านโค้ก และสารช่วยหลอมใส่ลงในเตาหลอม เป่าอากาศร้อนอุณหภูมิสูงเข้าไป ทำให้เกิดปฏิกิริยาลดแร่เหล็ก จนได้เหล็กหลอมเหลวกับตะกรัน
สุดท้ายจึงนำน้ำเหล็กหลอมและเศษเหล็กอื่นๆใส่เข้าเตาแปรรูปหรือเตาไฟฟ้า ใช้การเป่าลมออกซิเจนเพื่อกำจัดสิ่งเจือปนและปรับองค์ประกอบให้ได้เหล็กหลอมที่ต้องการ
จากนั้นจึงเทเหล็กหลอมลงในเครื่องหล่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เย็นตัวลงและแข็งตัวเป็นแท่งเหล็ก
คราวนี้พวกเขาดำเนินการตามแนวทางที่โจวอี้หมินเสนอ โดยให้ความสำคัญกับความผันผวนเล็กน้อยของอุณหภูมิในแต่ละขั้นตอน แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุมได้แม่นยำตั้งแต่ครั้งแรก
(จบบท)