เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 318 เสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาว

บทที่ 318 เสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาว

บทที่ 318 เสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาว


โจวต้าจงลุกขึ้นมาเปิดประตู “ลุงสิบหก แม่ของผมกลับไปแล้ว มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”

โจวอี้หมินโบกมือแล้วพูดว่า “งั้นไม่มีอะไรแล้ว ฉันนึกว่าแม่กับน้องชายนายยังไม่ได้กลับเลยกะว่าจะไปส่ง”

เพราะเขากำลังเตรียมตัวจะกลับหมู่บ้าน

ทั้งสองพูดคุยกันสองสามประโยค จากนั้นโจวอี้หมินก็ขึ้นจักรยานขี่กลับไป

เมื่อกลับถึงหมู่บ้านพี่ใหญ่ห้าก็มาบอกเขาว่าผ้าห่มสำเร็จแล้วและยังมีฝ้ายเหลืออยู่เยอะ จากนั้นก็ถามว่าเขาจะให้ทำอะไรต่อ

ก่อนหน้านี้โจวอี้หมินได้นำฝ้ายไปให้พี่ใหญ่ห้าที่เป็นช่างทำผ้าห่มเพื่อให้ช่วยทำผ้าห่มไว้สำหรับใช้หน้าหนาวและวันนี้ก็ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ฝ้ายทั้งหมดเป็นฝ้ายใยยาวจากเขตซินเจียงคุณภาพดีมากแถมมีปริมาณเยอะทำให้ผ้าห่มแต่ละผืนหนามาก เมื่อถึงฤดูหนาวใช้ห่มแล้วอุ่นสบายแน่นอน

“เหลืออยู่เท่าไหร่เหรอ?” โจวอี้หมินถาม

จริงๆแล้วเขาเก็บสำลีไว้บางส่วนส่งให้ป้าสามพร้อมกับผ้าเพื่อให้ช่วยตัดเย็บเสื้อกันหนาวซึ่งมีให้ทั้ง ปู่ ย่า ไลฝู และคนอื่นๆ ในบ้านคนละ 1-2 ชุด

พี่ใหญ่ห้าพาเขาไปดู “นี่คือทั้งหมด เจ้าอยากใช้ทำอะไรอีก?”

เหลือเยอะมากเพราะตอนแรกมีฝ้ายหลายร้อยจิน การทำผ้าห่มแค่ไม่กี่ผืนใช้ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โจวอี้หมินมองเข้าไปข้างในเห็นว่ายังมีสำลีเหลืออีกมาก

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “พี่ใหญ่ห้า ทำแบบนี้ดีไหม? ท่านไปหาคนช่วย ผมจะไปหาเสื้อผ้ามาแล้วพวกท่านช่วยตัดเย็บเสื้อกันหนาวให้เด็กๆที่โรงเรียนคนละหนึ่งชุด ถ้ายังเหลือก็ทำให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้านด้วย”

โจวจื้อหลงได้ยินแล้วถึงกับเบิกตากว้าง สำลีคุณภาพดีขนาดนี้เอาไปแจกหมดเลยหรือ?

ในใจเขาอดคิดไม่ได้ว่าสุดท้ายก็ต้องเป็นโจวอี้หมินจริงๆ!

“ได้เลย! ข้าจะไปหาคนช่วยเดี๋ยวนี้”

นี่เป็นเรื่องดีสำหรับชาวบ้าน มีบ้านไหนบ้างที่ไม่มีทั้งเด็กและคนแก่?

ตอนนี้อย่าว่าแต่ฝ้ายเลย แม้แต่ผ้าฝ้ายหยาบก็หาซื้อยาก นอกจากต้องใช้เงินแล้วยังต้องมีคูปองแลกผ้าอีกด้วย

แม้แต่คนในเมืองเองคูปองแลกผ้าที่ได้รับในแต่ละปีก็มีเพียงไม่กี่ฉื่อ(1-2เมตร)เท่านั้น

โจวอี้หมินยังไม่ทันได้กลับถึงบ้านก็กระโดดขึ้นจักรยานออกไปอีกครั้ง

ที่จริงแล้วเขาทำเป็นแค่ไปหาซื้อผ้าเท่านั้น เพราะความจริงคือเขามีผ้าอยู่ในร้านค้าส่วนตัวที่สมองของเขา เขาเคยใช้เงิน 1 หยวนซื้อมาเยอะแล้ว

และตอนนี้ก็ถึงเวลานำออกมาใช้

ในขณะเดียวกันโจวจื้อหลงหรือพี่ใหญ่ห้า ก็รีบไปหาผู้ใหญ่บ้านและครูใหญ่ของโรงเรียนหมู่บ้าน

“จื้อหลง มีเรื่องอะไรหรือ?” ผู้ใหญ่บ้านเห็นเขาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามานึกว่าเกิดเรื่องใหญ่

โจวจื้อหลงพูดขึ้นว่า “ผู้ใหญ่บ้าน จำได้ไหมว่าก่อนหน้านี้อี้หมินให้ข้าทำผ้าห่ม? ตอนนี้ยังเหลือฝ้ายอยู่เยอะ เขาเลยอยากเอาฝ้ายที่เหลือไปตัดเย็บเป็นเสื้อกันหนาวแจกให้เด็กๆในโรงเรียน ถ้ายังเหลือก็จะแจกให้คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านด้วย”

“อะไรนะ?”

ผู้ใหญ่บ้านลุกขึ้นยืนทันที

ฝ้ายหายากมาก! ตอนที่โจวอี้หมินนำฝ้ายหลายร้อยจินกลับมาเขาก็เคยไปดูแล้วคุณภาพดีมากขนาดมีเงินกับคูปองก็ยังหาซื้อยาก

“นี่เป็นคำพูดของเขาเองหรือ?”

จริงๆแล้วในใจของผู้ใหญ่บ้านก็เชื่ออยู่แล้วเพราะนี่คือสไตล์ของอี้หมิน ใครๆก็รู้ว่าโรงเรียนของหมู่บ้านอยู่ภายใต้การดูแลของเขา ตอนนี้ชาวบ้านต่างพยายามทุกวิถีทางที่จะส่งลูกเข้าโรงเรียน

โจวจื้อหลงพยักหน้า “ใช่! ตอนนี้เขาออกไปหาผ้าอยู่”

ผู้ใหญ่บ้านเดินวนไปมาครู่หนึ่ง

สุดท้ายเขาพูดขึ้นว่า "เราไม่ควรให้อี้หมินจ่ายทุกอย่างฝ่ายเดียว เราไปหาโจวจื้อเกามาคุยกันเรื่องนี้ ให้โรงเรียนติดต่อผู้ปกครอง ให้พวกเขาจ่ายค่าผ้าคนละ 10 หยวน อย่างน้อยก็ต้องช่วยอี้หมินชดเชยต้นทุนฝ้าย"

จะให้โจวอี้หมินออกเงินทุกอย่างตลอดไปได้ยังไง? แบบนั้นมันเกินไป!

ดังนั้นพวกเขาจึงเดินไปที่โรงเรียน แม้วันนี้จะไม่มีเรียนแต่โจวจื้อเกามักจะอยู่ที่โรงเรียนเพราะช่วงเย็นต้องสอนอ่านเขียนให้ชาวบ้านด้วย

“จะให้ตัดเย็บเสื้อกันหนาวแจกเด็กนักเรียนเหรอ?” โจวจื้อเกาตกใจไปชั่วขณะ

เมื่อเร็วๆนี้อากาศเริ่มเย็นลง เขาก็สังเกตเห็นว่ายังมีเด็กบางคนสวมชุดนักเรียนเก่าๆ แม้ว่าภายในห้องเรียนจะมีเตาผิงให้ความอบอุ่นแต่เด็กบางคนก็ยังหนาวจนตัวสั่น

“ใช่! อี้หมินเป็นคนมีน้ำใจ แต่เราจะให้เขาแบกรับทุกอย่างคนเดียวไม่ได้ ติดต่อผู้ปกครองให้พวกเขาช่วยออกค่าผ้า 10 หยวนต่อคน” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว

ที่จริงแล้วเสื้อกันหนาวราคา 10 หยวนต่อชุด ถือว่าถูกมากหากจะไปซื้อข้างนอกไม่มีราคานี้แน่นอน

ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายเรื่องเสื้อผ้าไม่ใช่น้อย ผ้าและฝ้ายเป็นของหายาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าคนในครอบครัวมักต้องใส่เสื้อผ้าที่ส่งต่อกัน รุ่นพี่ใช้เสร็จรุ่นน้องก็ต้องใส่ต่อ

ตอนนี้เด็กนักเรียนจะได้มีเสื้อใหม่ใส่ ทั้งหมดเป็นเพราะอี้หมิน

ในเมืองเสื้อแจ็คเก็ตเครื่องแบบชายที่ทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมฝ้ายขายอยู่ที่ 19 หยวน ส่วนกางเกงเครื่องแบบชายที่ทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมฝ้ายขายอยู่ที่ 14 หยวน ถ้าจะซื้อเป็นชุดครบเซ็ตค่าจ้างของคนงานธรรมดาทั้งเดือนก็หมดไปกับเสื้อผ้าชุดเดียว

ดังนั้นแม้แต่ครอบครัวชนชั้นแรงงานในเมืองเอง การซื้อเสื้อผ้าก็ยังถือเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย ไม่ต้องพูดถึงชาวชนบทเลย

แม้แต่ประเพณีสวมเสื้อผ้าใหม่ในวันปีใหม่คนส่วนใหญ่ก็ยังต้องซื้อผ้ามาตัดเย็บเอง

เสื้อกันหนาวสำหรับฤดูหนาวหากต่ำกว่า 20 หยวน ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย

ดังนั้นเสื้อกันหนาวสำหรับเด็กในราคา 10 หยวน จึงไม่มีผู้ปกครองคนไหนที่ปฏิเสธ

ที่สำคัญชาวบ้านในหมู่บ้านโจวก็เริ่มมีเงินมากขึ้น นอกจากจะได้รับแต้มแรงงานแล้วเงินจากการขายผักก็ยังมีแบ่งปันให้เป็นระยะ

“ดี! ข้าจะรีบไปแจ้งพวกเขา” โจวจื้อเกาพอเห็นว่าเป็นสวัสดิการให้กับโรงเรียนก็รีบดำเนินการทันที

ในฐานะครูใหญ่การช่วยให้เด็กๆได้รับการศึกษาและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นคือหน้าที่ของเขา

หลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านและโจวจื้อหลงก็ไปหาชาวบ้านหญิงที่มีฝีมือเย็บปักถักร้อยประมาณสิบกว่าคน พวกเธอจะเป็นคนเย็บเสื้อกันหนาวให้เด็กๆ

ไม่นานข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านว่าโจวอี้หมินจะให้ตัดเย็บเสื้อกันหนาวให้เด็กๆในโรงเรียน ราคาชุดละ 10 หยวน ทุกคนรีบส่งเงินมาให้โดยไม่ลังเล

“เสียดายที่มีแค่เด็กนักเรียนในโรงเรียนที่ซื้อได้ ไม่งั้นข้าอยากให้เจ้าเที่ยนต้านของบ้านข้ามีสักชุดเหมือนกัน” มีคนพูดขึ้นด้วยความเสียดาย

เสื้อกันหนาวราคา 10 หยวน แม้จะเป็นของเด็กแต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก!

หากผู้ใหญ่สามารถซื้อได้พวกเขายอมจ่าย 20-30 หยวนโดยไม่ลังเล

“เด็กสมัยนี้โชคดีจริงๆ! ตอนพวกเราเด็กๆ…” บางคนเริ่มพูดถึงอดีตของตัวเอง

สมัยก่อนมันมีความสุขแบบนี้ที่ไหนกัน?

มีของกินดีๆ มีเสื้อผ้าอบอุ่นให้ใส่ ไม่ต้องเป็นกังวลอะไร มีแค่เรียนกับเล่น

ไม่นานโจวอี้หมินก็นำผ้าที่คุณภาพไม่ค่อยดีชุดหนึ่งกลับมานี่คือ ผ้าที่มีตำหนิเป็นสินค้าตกเกรดจากโรงงานทอผ้า โดยปกติแล้วของพวกนี้จะถูกนำไปใช้ภายในโรงงานเอง

แม้จะเป็นผ้ามีตำหนิ แต่พอเอาออกมาขายในตลาดก็ยังเป็นที่ต้องการมาก

เพราะ ข้อดีของผ้าตำหนิ คือ ไม่ต้องใช้คูปองแลกผ้า และราคาถูกกว่าผ้าปกติ

ดังนั้นผ้าตำหนิจึงเป็นที่นิยมในหมู่ชาวบ้านมาก

เมื่อโจวอี้หมินรู้ว่าผู้ใหญ่บ้านช่วยเก็บเงิน 10 หยวนต่อเสื้อกันหนาวหนึ่งชุด เขาก็อดหัวเราะไม่ได้

แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะรับเงิน เพราะปู่กับย่าของเขาเคยบอกว่าหากช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังอะไรเลย คนบางกลุ่มจะเริ่มคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อวันหนึ่งไม่ได้ช่วยก็จะกลายเป็นเรื่องผิดแทน

‘คำสอนของผู้เฒ่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม’ โจวอี้หมินเข้าใจเรื่องนี้ดี

หลายครั้งเขาเองก็มักจะถามความคิดเห็นของปู่ย่าก่อนจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ

“ได้ งั้นผมจะรับเงินไว้” โจวอี้หมินเก็บเงินนั้นไป

หลังจากได้รับผ้า กลุ่มหญิงสาวฝีมือดีในหมู่บ้านก็เริ่มทำงานทันที พวกเธอช่วยกัน วัดตัวเด็กๆและเย็บเสื้อกันหนาว

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 318 เสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาว

คัดลอกลิงก์แล้ว