เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 มีแมว

ตอนที่ 5 มีแมว

ตอนที่ 5 มีแมว


 

 

เฮาเหลนมีความคิดมากมายในใจ

คุณธรรมในการกตัญญูเป็นสิ่งที่เขายึดถือมาเป็นหลักในการใช้ชีวิตมาโดยตลอด ความกล้าที่จะยืนหยัดครั้งแรกของเขาคือตอนที่เขาสวนกลับเด็กขี้แกล้งที่แย่งช๊อกโกแลตไปจากเขาสมัยเขายังเรียนประถม ในตอนนั้น มันแทบจะเป็นอย่างเดียวที่เขายึดถือในใจ แต่ผู้เหญิงคนนั้น ลิลลี้เป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา เธอเป็นอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เธอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเพราะว่าเธอพึ่งช่วยชีวิตเขาไว้ ฮาวเหล็นรู้ดี ว่าเขาเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีของครึ่งคนครึ่งค้างคาวในตอนนั้น

เขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งก็จริง แต่เขาก็รู้สึกภาคภูมิใจในสัญชาตญาณอันคมกริบกับความสามารถในการรักษาความใจเย็นไว้ได้ในทุกสถานการณ์ ทั้งหมดต้องขอบคุณช่วงเวลาสมัยเด็กของเขา ตอนเด็กๆใครๆก็เรียกเขาว่าเด็กเลวตัวแสบประจำหมู่บ้านและเขาก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่กินอันตรายเป็นอาหารเช้า เขาไม่กลัวอะไรเลย ด้วยเหตุนี้ทำให้เขารู้สึกเฉยๆกับเหตุการณ์เสี่ยงตายต่างๆที่เกิดขึ้นและทำให้สัญชาตญาณของเขาเฉียบคมขึ้นเมื่อเขาเติบโตมา

ส่วนลิลลี้ในทางกลับกันไม่ได้สังเกตเรื่องพวกนี้เลย อาจเป็นเพราะความคิดของเธอที่คิดว่ามนุษย์ค้างคาวกับหมาป่าต้องตีกันตลอดเหมือนในหนัง เธอคิดว่าค้างคาวตามเธอมาตลอด และที่เธอคิดอย่างนั้นบางทีก็เป็นเพราะว่าเธอค่อนข้างไม่ฉลาด

ไม่ว่าเขาจะคิดว่าเธอเป็นคนยังไงก็ตามแต่ มนุษย์หมาป่าสาวคนนี้ก็ช่วยชีวิตเขาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วด้วยและแน่นอนว่าเธอไม่มีที่จะให้ไป เขาคงทิ้งเธอไว้ตามลำพังในที่อับสายตาทางเปลี่ยวในตอนกลางคืนแบบนี้ไม่ได้

แน่นอนว่าเขาต้องหวังผลประโยชน์หน่อยๆ เพราะว่าเจ้าค้างคาวนั้นจะกลับมาเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นเขาเลยคิดมันน่าจะปลอดภัยกว่าที่จะให้ลิลลี้ไปกับเขาด้วย ท่าปาหินมหาบรรลัยของเธอย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่นวดแป้งในครัวแน่ๆละ

สำหรับเขาแล้วนี้อาจจะเป็นการเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาด้อยความสามารถและขาดกำลังขนาดไหน ดังนั้นการให้ลิลลี้อยู่ด้วย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

“ไปกันเถอะ นี้ดึกมากแล้ว” เฮาเหลนเอามือถูขาของเขา ขาเขายังชาจากอาการน้ำแข็งเกาะเมื่อตอนนั้นอยู่ เขาเดินนำหน้าลิลลี่แล้วพูด “เดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วฉันหาอะไรให้กินนะ เธอกินอาหารมังสวิรัติได้ไช่ไหม?”

ถึงตอนนั้นเขาพึ่งรู้ตัวว่าเขาพึ่งถามคำถามโง่ๆออกไป ก็ลิลลี้เป็นมนุษย์หมาป่านี้

“ได้หมดเลย!” ลิลี่พยักหน้าอย่างมีความสุขขณะที่เธอแบกกระเป๋าหนัก100ปอนด์ของเธอขึ้นหลัง เธอเดินมาข้างเขา “นี้ๆ นายกลัวรึเปล่า? นายเคยเจอพวกสายพันธ์อื่นมาก่อนไหม? ฉันเคยเห็นในหนังนะ พวกผู้คนก็กลัวเราทั้งนะนั้นละ แต่นายไม่ต้องกลัวนะ ฉันไม่กัดนายหรอก”

 

เธอได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ความโคตรเฟรนลี่ ไร้เดียงสา ทึ่มและพูดมาก มากจนเขาปวดหัว เขาไม่ตอบคำถามของเธอ เขาถอนหายใจและพูดกับเธอ “เอาตามความจริง ตอนนี้ฉันรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย ฉันคงต้องซัดนิโคตินเข้าสมองซักหน่อยก่อนถึงจะตอบคำถามของเธอได้ เดี๋ยวเราค่อยคุยกันตอนกลับไปถึงบ้าน โอเคนะ?”

ลิลลี่จู่ๆก็ว่าง่าย เธอหุบปากและไม่ได้พูดอะไรสักคำขณะที่พวกเขาเดินผ่านซอย ไปที่ถนนไวด์โสตน

บ้านเฮาเหลนอยู่ตรงปลายถนนที่มีทางเดินคอนกรีต นอกเหนือจากนั้นก็เป็นพื้นที่รกๆว่างๆ บ้านของเขาเรียกได้ว่าเป็นที่ไร้ความเจริญและทุรกันดารมาก เขาชอบใช้คำว่าทุรกันดารในการอธิบายสภาพบ้านของเขาเสมอในตอนที่เขายังเป็นเด็ก ถึงแม้ว่าบ้านจะมีอายุมากแล้วก็ตาม ทั้งสองด้านของถนนไวด์โสตน ถึงแม้จะมีอาคารที่อยู่อาศัยเก่าสองหรือสามชั้นผสมผสานกันไปแต่อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่มักจะว่างเปล่าอยู่ดี พวกเขารู้สึกราวกับว่ามีผีสิงอยู่โดยเฉพาะตอนกลางคืน การพัฒนาบ้านเมืองไม่เคยเกิดขึ้นในที่แถวนี้และมีคนย้ายออกมามากกว่าย้ายเข้าประจำ อพาร์ทเม้นของเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ ที่ยังคงมีคนอยู่ในเมืองที่ว่างเปล่าแห่งนี้

“มันคงรู้สึกน่ากลัวกว่านี้เยอะถ้าไฟถนนข้างทางมันพัง” เฮาเหลนพึมพัม

“ห่ะ? อะไรน่ากลัวๆนะ?” ลิลลี่แสนรู้ได้ยินเสียง ความสามารถเธอนี่ได้มาแต่กำเนิดจริงๆ

เฮาเหลนโบกมือของเขา ทำท่าทางว่าเป็นการพูดที่ไร้สาระ ลิลลี่ก็ไม่ได้คิดมากนัก เธอกำลังจ้องมองที่บ้านด้วยความพึงพอใจ “นี้มันเป็นที่หลบภัยที่ดีทีเดียวนี้ เงียบสงบไร้ผู้คน นายรู้ไหมมันยากนะที่จะมีชีวิตอยู่ในสังคมมนุษย์ ต้องพะวงกับสิ่งที่จะทำอยู่ตลอดเวลาเลยไม่ให้ผิดแผกไปจากชาวบ้าน ฉันละกลัวที่จะโดนจับได้แล้วส่งขึ้นเขียงผ่าทดลอง ไม่พอนะ โลกมนุษย์เนี่ยมีแต่พวกมิจฉาชีพขี้โกหกหลอกลวงปลิ้นปล้อนเต็มไปหมด อยู่ยากจริงๆ”

“หวายยย มนุษย์หมาป่าที่น่าเกรงขามก็กลัวโดนจับไปทดลองเป็นด้วยเหรอ!” เฮาเหลนเหน็บแนมขณะที่เขากำลังไขกุญแจเพื่อเปิดประตูบ้าน

เอาจริงๆลิลลี้อาจจะไม่โดนหลอกเลยก็ถ้าเธอไม่ซื่อซะขนาดนี้ เขาคิดอย่างสนุกสนาน

ลิลลี่พยักหน้าหลายครั้ง “ฉันเคยเห็นในหนังนะ พวกมนุษย์หน่ะไม่เคยพอใจอะไรกับสายพันธ์อื่นเลย คิดว่าตัวเองดีเลิศมากกกก ในอเมริกา มนุษย์ต่างดาวที่ถูกพบเจอบนโลกส่วนมากก็มักจะจบลงบนเขียงผ่าตัด แย่กว่านั้นคือประเทศจีน พวกเขาไม่เอาเราไปเข้าห้องทดลองหรอก จะไปจบชีวิตกลายไปเป็นอาหารจานหรูซะมากกว่า!”

ฮาวเหล็นรู้สึกเหมือนโดนโยนขี้ใส่ เพราะเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะหุบปากไว้ดีกว่า

ทางเข้าบ้านเป็นประตู2ชั้น ประตูนิรภัยด้านนอกและประตูเลื่อนด้านใน กลอนล็อกตรงประตูมันเก่ามากและยากที่จะเปิดออก เฮาเหลนใช้แรงเยอะพอสมควรในการเปิดแต่ละประตูก่อนที่จะสามารถเข้ามาด้านในและเปิดไฟในห้องเพื่อให้ลิลลี่เข้ามาได้

เมื่อพวกเขาอยู่ข้างใน เฮาเหลนก็ล็อคประตู เขาเดินพาลิลลี้ชมรอบๆบ้าน “พ่อของฉันเป็นหัวหน้านักออกแบบ” เขาเริ่มอธิบาย “ความคิดของเขาค่อนข้างที่จะ‘นิยาย’ไปหน่อย ถ้าเธอรู้ว่าฉันหมายถึงอะไรอะนะ นี่คือห้องนั่งเล่น มีห้องนอนอยู่ทั้งสองข้างห้องนึงเป็นห้องของเธอส่วนอีกห้องเป็นของฉัน ประตูทางด้านทิศเหนือของห้องนั่งเล่นเป็นทางเดินไปที่ห้องครัวและห้องน้ำ มีสี่ห้องนอนอยู่ชั้นบน แต่ตอนนี้มันก็ว่างทุกห้องนั้นละ เดี๋ยวฉันพาไปดูห้องนอนของเธอนะ เธอเอาชุดเครื่องนอนของตัวเองมาไหม? ก็นะ ผู้หญิงส่วนใหญ่ค่อนข้างคิดมากเรื่องนี้เป็นพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นห้องพักที่นี่ส่วนใหญ่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยดี”

“ฉันโอเคคะ ขอแค่มีที่ให้ฉันซุกหัวนอนได้ก็พอ!” ลิลลี่พูดกำชับขณะที่เธอเคาะกระเป๋าของเธอและพูดว่า “ฉันไม่ได้เอาชุดเครื่องนอนส่วนตัวมาหรอก มันยัดเข้ากระเป๋าเดินทางของฉันไม่ได้หน่ะ”

เฮาเหลนรู้สึกประทับใจ เขารู้สึกว่าลิลลี้นั้นไม่ใช่พวกเยอะแบบที่ผู้หญิงปรกติทั่วไปเป็น เธอค่อนข้างอยู่ง่ายกินง่ายด้วยซ้ำ

ลิลลี่แบกกระเป๋าที่หนักอึ้งของเธอเข้าไปในห้องของตัวเอง เธอไม่ได้ขอให้ช่วยแต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะเธออายหรือกังวลอะไรซักอย่าง แต่พอจัดของเสร็จแล้วเธอก็เร่งให้เขาไปห้องครัวพลางบอกว่าเดี๋ยวจ่ายค่าข้าวเย็นเอง

มันไม่ค่อยมีอะไรเหลืออยู่ในห้องครัวเท่าไร เขาหยิบบะหมี่แห้งและส่วนผสมอื่นๆมาจากตู้เย็น เขาฮัมเพลงโปรดของตัวเองไปในขณะที่เปิดเตาแก๊ส หลังจากค่ำคืนที่ผ่านมา เขาต้องการนิโคตินเพื่อเครียร์สมองให้โล่ง เขาหยิบบุหรี่ออกมาแล้วเคาะนิดหน่อยก่อนที่จะเอาไปคาบในปาก

แต่ถึงอย่างนั้นเขาตระหนักถึงความโง่เขลาในการกระทำของเขาอย่างรวดเร็ว เขาปิดเตาแก๊สเพื่อไม่ให้มันเป็นบุหรี่ที่สูบบุหรี่ครั้งสุดท้าย

เขาได้ยินลิลลี่กำลังเปิดกระเป๋าเดินทางของเธอ และเขาก็สงสัยว่ามันจะมีอะไรที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางนั้นกันแน่ ขณะที่เขากำลังทำอาหาร เขาพยายามที่จะจัดระเบียบความคิดของเขาใหม่และทำความเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เขากำลังหางาน แต่จบลงที่การนอนในสวนสาธารณะ จากนั้นเขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับสาวที่น่ารักๆคนนึง ซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นผู้เช่าใหม่ของเขา แล้วเขาก็ดันเข้าไปพัวพันเข้ากับสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด มนุษย์หมาป่าเป็นหนึ่งในนั้น เขาต้องเจอกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติและประสบการณ์เฉียดหนังหัวหลุด  ทั้งหมดนั้นมันหักล้างความเข้าใจที่เขามีต่อโลกอันแสนธรรมดาเหล่านี้ไปซะหมด

“แล้วไอ้ตัวที่เป็นครึ่งคนครึ่งค้างคาวมันคือตัวอะไรวะ? และก็ยังมีกลิ่นคาวเลือดและไอเย็นยะเยือกนั้นอีก

เขาคิดว่ามันอาจจะเป็นแวมไพร์ในตำนาน ซึ่งเป็นคู่ปรับของมนุษย์หมาป่าตั้งแต่โบราณกาล แล้วหลังจากตอนนั้น มนุษย์หมาป่าก็ได้ถูกยืนยันแล้วว่ามันมีจริงแล้ว

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มนุษย์หมาป่าที่เขาเจอมันก็ไม่ได้ตรงปก ตามตำนานที่เล่าขานกันมาเลยซักนิด ไม่ได้มีแววตาสีเขียวที่น่ากลัว ไม่ได้มีเขี้ยวยาว ไม่ได้เป็นอสูรกาย ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลยแถมยังน่ารักน่าชัง แถมโง่อีกตั้งหาก

ยิ่งเขาคิดมากเท่าไรเขาก็ยิ่งปวดหัวมากเท่านั้น เขาตัดสินใจที่จะละทิ้งความคิดของเขาไว้ที่เตา เขาคิดว่ามันน่าจะดีกว่านี้ถ้าให้มนุษย์หมาป่าอธิบายทุกอย่างด้วยตัวเอง

บะหมี่ต้มเสร็จเรียบร้อย เขาใส่มันลงในชาม และนำมันไปที่ห้องนั่งเล่น ขณะที่ลิลลี่รออย่างกระตือรือร้นอยู่บนโต๊ะ รูจมูกของเธอวูบวาบเหมือนลูกสุนัข เมื่อเธอสูดกลิ่นหอมที่ลอยอยู่ในอากาศ จนเฮาเหลนรู้สึกขบขัน

ลิลลี่คว้าตะเกียบและเริ่มจจ้วงอาหารเข้าปากของเธอ แล้วเฮาเหลนก็มุ่งหน้าไปที่บันไดและตะโกน “โรรี่ ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว!”

ลิลลี่หันไปมองด้วยความสงสัย สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่มีสีขาวแกมดำวิ่งลงมาจากบันได ขณะที่มันดิ่งตรงมาที่ขาของเฮาเหลน มันถูหัวของมันกับรองเท้าของเขา มันเป็นแมวสีดำสลับขาว

ทันทีที่เห็นแมว ขนของลิลลี้แทบกระโดดจะออกจากผิวหนังของเธอ เธอกระโดดออกจากเก้าอี้แล้ววิ่งหนีไปที่ด้านหลังของโซฟาใกล้ๆอย่างหวาดกลัว โลกนี้มันเป็นอะไรไปหมดเนี่ย มนุษย์หมาป่าที่น่าหวาดกลัว กลัวแมวซะงั้นเลยเหรอ?

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างนี้ ทำให้เฮาเหลนเหวอและงงมาก

 

จบบทที่ ตอนที่ 5 มีแมว

คัดลอกลิงก์แล้ว