เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 83 หมูป่ายังหันมายิ้ม

บทที่ 83 หมูป่ายังหันมายิ้ม

บทที่ 83 หมูป่ายังหันมายิ้ม  


“ถ้าได้ไปกินที่ร้าน 'หล่าวโหมว' ก็เยี่ยมเลย”

หลัวไป่ต้าวอธิษฐานขึ้น

ร้าน 'หล่าวโหมว' ที่เขาหมายถึงคือร้านอาหารมอสโก ร้านอาหารตะวันตกที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1954 ซึ่งเป็นร้านที่คนในปักกิ่งหลายคนต่างฝันถึง อยากมีโอกาสเข้าไปกินสักครั้ง

ว่ากันว่าการตกแต่งภายในของร้านมอสโกนั้นมีกลิ่นอายแบบ "พี่ใหญ่"(รัสเซีย) อุปกรณ์ในครัวล้วนล้ำสมัยเกือบทั้งหมดเป็นระบบไฟฟ้า เช่น มีตู้เย็นขนาดใหญ่เจ็ดตู้ เตาไฟฟ้าขนาดใหญ่สองเตา รวมถึงเครื่องชงกาแฟ เตาอบขนม และเตาทอดหลากชนิด

เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ใช้ในร้านมอสโก นอกจากเครื่องเคลือบจากเมืองจิ่งเต๋อเจิ้นแล้ว อุปกรณ์อื่น ๆ ทั้งหมดมาจาก "พี่ใหญ่" เช่นแก้วน้ำและแก้วคริสตัลกว่าหมื่นชิ้น

โจวอี้หมินนึกถึงเรื่องตลกที่เคยได้ยินเกี่ยวกับช้อนของร้านมอสโกในยุคหลัง

เล่ากันว่าช้อนในร้านทำจากเงินแท้ และมีคนเคยแอบหยิบช้อนกลับบ้าน ทำให้ร้านมอสโกปวดหัวมาก จนต้องเปลี่ยนช้อนเป็นช้อนเหล็กแทน

ช่วงเปิดร้านใหม่ ๆ ร้านอาหารมอสโกให้บริการเฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น ส่วนมากเป็นผู้เชี่ยวชาญจาก "พี่ใหญ่" และแขกต่างชาติ

ในยุคนั้น คนธรรมดาที่อยากจะเข้าไปกินข้าวที่ร้านนี้ต้องมีบัตรเชิญเข้าร้าน บัตรเชิญเข้าร้านนี้ก็คือใบเสร็จจากร้านอาหารมอสโกนั่นเอง

แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ผู้คนยังคงให้ความสนใจในร้านมอสโกอยู่เสมอ ทุกวันนี้ยังคงมีแถวยาวเหยียดรอบร้าน

ถ้าคนธรรมดาได้เข้าไปกินร้านมอสโกสักครั้ง ก็สามารถนำมาอวดได้เป็นเดือน ๆ

โดยเฉพาะหลัวไป่ต้าวที่เป็นพวกชอบเที่ยวเตร่ สำหรับเขา การได้ไปกินที่ร้านมอสโกนั้นเป็นสิ่งที่ยั่วยวนใจมาก คนหนุ่มในเมืองหลวงที่ชอบแสดงตัวเรียกว่า "หว่านจู่" (คนหนุ่มสาวที่ชอบใช้ชีวิตอย่างหรูหราในเมืองหลวง)การได้ไปกินที่ร้านมอสโกไม่ได้เป็นแค่การกินข้าว แต่เป็นการแสดงถึงสถานะทางสังคม

สำหรับพวกเขา การไปกินอาหารตะวันตกที่ "มอสโก" นั้นถือเป็นกิจกรรมที่มีเกียรติ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่งานเลี้ยงอาหารธรรมดา แต่เสมือนกับเป็นพิธีการที่มีความหมายมากกว่าแค่การทานมื้ออาหาร

“ร้านมอสโก ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน” โจวอี้หมินตอบ

จริง ๆ แล้ว เขาไม่ได้สนใจร้านมอสโกเท่าไหร่นัก

ในฐานะคนที่มาจากยุคหลัง ร้านอาหารที่มีสไตล์ต่างประเทศเขาเคยเห็นมาหมดแล้ว อาหารตะวันตกก็เคยกินมามากมาย

สำหรับเขา ร้านมอสโกในตอนนี้ก็ดูคล้าย ๆ กับร้านฟาสต์ฟู้ดอย่างเคเอฟซีหรือแมคโดนัลด์ในยุคหลัง ที่ในช่วงแรกมีคนแห่กันไปกินเพราะคิดว่าเป็นของหรูหราและพิเศษมาก แต่จริง ๆ แล้วมันก็เป็นแค่ฟาสต์ฟู้ดธรรมดา

หลังจากนั้น โจวอี้หมินพาพวกเขาไปกินที่ร้านอาหารจีนชื่อดังร้านหนึ่ง

ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือร้านฟงเจ๋อหยวน ซึ่งเคยให้บริการแขกต่างชาติมากมาย และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ

เมื่อพูดถึงร้านอาหารในเมืองหลวง ก็ต้องพูดถึง “ปาต้าลั่ว” “ปาต้าถัง” “ปาต้าฉุน” และ “ปาต้าจวี้” แน่นอนว่าหลายร้านได้ปิดตัวลงแล้วเนื่องจากเหตุผลต่าง ๆ

โจวอี้หมินสั่งอาหารหลายอย่าง

ไม่เพียงแค่โจวต้าจง แต่หลัวไป่ต้าวและหลี่โหยวเต๋อก็แทบไม่เคยกินอาหารหรูหราแบบนี้มาก่อน

อาหารหลายจานถูกกินจนเกลี้ยงแทบไม่เหลืออะไร แม้แต่ซุปก็แทบจะถูกเลียจนหมด

“ชีวิตแบบนี้มันช่างสบายจริง ๆ!”

หลัวไป่ต้าวลูบท้องของเขา รู้สึกว่าชีวิตครั้งนี้คุ้มค่ากับท้องของเขาเป็นครั้งแรก

ปัจจุบันเขาและหลี่โหยวเต๋อทำงานร่วมกับ "เพื่อน" ที่ทรงอิทธิพลของโจวอี้หมิน ได้เงินมากพอสมควร อนาคตการมากินร้านอาหารแบบนี้เดือนละครั้งคงไม่ใช่ปัญหา

...

หัวหน้าหลี่กลับบ้านพร้อมกับกล้วยแน่นอนว่าทำให้คนในบ้านตกตะลึง

“อี้หมินเก่งจริง ๆ นะ! ผลไม้แบบนี้ ในภาคเหนือไม่ค่อยมีให้เห็นหรอก”

“ไม่ใช่แค่ไม่ค่อยมีหรอก ตั้งแต่ฉันเกิดมาก็เคยเห็นแค่สองครั้งเท่านั้นเอง”

หัวหน้าหลี่บอกกับคนในบ้านว่า “อีกสองวัน อี้หมินจะมาทานข้าวที่บ้านเรา”

“งั้นเราต้องเตรียมตัวให้ดี ๆ เลยนะ”

สะใภ้ของหัวหน้าหลี่ แม้จะไม่เคยเจอกับโจวอี้หมินมาก่อน แต่ก็รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก เพราะนมที่ลูกของเธอดื่มอยู่ตอนนี้ก็เป็นของที่โจวอี้หมินจัดหามาให้

“เดี๋ยวฉันจะไปต่อแถวซื้อเป็ดย่างมาสักตัว”

ในบ้านมีไก่แก่ตัวหนึ่งที่พวกเขาคิดจะฆ่าในช่วงนี้เพื่อตุ๋นให้สะใภ้ที่เพิ่งคลอดบุตร

“งั้นไปซื้อเนื้อหมูมาเพิ่มหน่อยเถอะ!”

ทุกคนในบ้านต่างช่วยกันคิดเมนู

พวกเขาให้ความสำคัญกับการที่โจวอี้หมินจะมาทานข้าวที่บ้านมาก

หลังจากทานข้าวเสร็จ โจวต้าจงกลับไปที่โรงงานเหล็กเรียบร้อย ไม่เหมือนกับโจวอี้หมินที่หากไม่มีภารกิจหรือการส่งงานเขาก็จะไม่ไปที่โรงงาน

ส่วนโจวอี้หมิน เขากลับบ้านเพื่อนอนพัก เนื่องจากเมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยพอ

ในขณะที่เขากำลังเคลิ้ม ๆ ก็ได้ยินเสียงมีคนเคาะประตูบ้าน

“อี้หมิน อี้หมิน! คนจากหมู่บ้านโจวมาหานาย”

โจวอี้หมินลืมตาขึ้นมาและพยายามทำให้สมองปลอดโปร่ง สักพักก็จำได้ว่าเป็นเสียงของหลี่โหยวเต๋อ เขาจึงลุกขึ้นไปเปิดประตู

“คนจากหมู่บ้านโจวเหรอ?”

“ใช่ พวกเขารออยู่ข้างนอก ยังไม่ได้เข้ามา” หลี่โหยวเต๋อตอบ

โจวอี้หมินรู้สึกแปลกใจ คนจากหมู่บ้านโจวเจียมาหาเขาในเวลานี้ทำไม? แล้วใครกันแน่? เขาเดินออกไปข้างนอกและเห็นว่าเป็นโจวต้าฝูและหนุ่มอีกสี่คนจากหมู่บ้าน

“ต้าฝู มาหางานทำอีกแล้วเหรอ?” โจวอี้หมินถามพร้อมยิ้ม

ความฝันของโจวต้าฝูในการเข้ามาทำงานในเมืองนั้นไม่ใช่ความลับในหมู่บ้านโจว

“ลุงสิบหก พวกเราไปล่าสัตว์ในภูเขามาได้ครับ ลองดูนี่สิ...” โจวต้าฝูชี้ไปที่กระสอบสองใบที่อยู่ด้านหลัง หนึ่งในนั้นยังมีเลือดซึมออกมา

โอ้โห! ถ้าอยู่ในยุคหลัง คนเห็นคงคิดว่านี่เป็นคดีฆ่าหั่นศพแน่ ๆ!

อีกกระสอบหนึ่งยังขยับได้ ของข้างในนั้นยังไม่ตาย

“ขอฉันดูหน่อยว่าคืออะไร”

โจวอี้หมินเดาว่าโจวต้าฝูคงถูกกระตุ้นโดยความสำเร็จของโจวต้าจงที่ได้เข้ามาทำงานในโรงงาน เขาจึงไม่ยอมแพ้และพาพวกพ้องแอบเข้าไปล่าสัตว์ในภูเขา หวังจะเอาเงินมาซื้อเส้นสายเพื่อเข้าทำงาน

“เป็นหมูป่าตัวหนึ่งกับไก่ป่าอีกสองสามตัว”

โจวอี้หมินเปิดดูก็พบว่าหมูป่าตายสนิทแล้ว ขนาดไม่ใหญ่มาก น่าจะหนักไม่ถึง 100 จิน น่าจะยังไม่โตเต็มวัย ส่วนไก่ป่าทั้ง 5 ตัวนั้นยังมีชีวิตและดิ้นไปมา

แต่ทำไมเจ้าโจวต้าฝูถึงดูท่าเดินแปลกๆ?

โจวอี้หมินสังเกตว่าขาของโจวต้าฝูน่าจะเจ็บ

“ขาเป็นอะไร? ถูกหมูป่าวิ่งชนเหรอ?” โจวอี้หมินถาม

โจวต้าฝูทำหน้าเขินและไม่ตอบอะไร

เพื่อน ๆ ของเขาหัวเราะเยาะทันที “เขาขาพลิกตอนวิ่งหนีเองน่ะ หมูป่าไม่ได้ไล่ตามเขาด้วยซ้ำ”

โจวต้าฝูเหมือนโดนเหยียบหาง เขาโมโหและพูดว่า “ตอนแรกมันพุ่งเข้ามาหาฉันไม่ใช่เหรอ?”

“อย่ามาอวดตัวเลย หมูป่าไม่เคยชายตามองนายด้วยซ้ำ”

“ใช่! ตอนที่นายล้ม หมูป่ายังหันมายิ้มเลย”

โจวอี้หมินได้แต่พูดไม่ออก

พวกนายเป็นแบบนี้แล้วยังกล้าเข้าป่าไปล่าสัตว์อีกเหรอ?

โจวอี้หมินจับไก่ป่าตัวหนึ่งแล้วพูดว่า “พวกนายรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ต้าฝูเข้ามากับฉัน”

โจวต้าฝูไม่เข้าใจแต่ก็เชื่อฟัง เดินกระโผลกกระเผลกตามโจวอี้หมินเข้าไป

“ลุงหนิวอยู่บ้านไหม?”

“อี้หมิน มีอะไรเหรอ?” ลุงหนิวที่กำลังถือสมุนไพรอยู่หันมามองโจวอี้หมินที่ถือไก่ป่าอยู่ในมือ

“เด็กคนนี้ขาพลิก เลยอยากให้ลุงช่วยดูให้หน่อยครับ”

จากนั้นโจวอี้หมินก็ยื่นไก่ป่าให้คุณป้าหนิวที่อยู่ข้าง ๆ “คุณป้าครับ ไก่ป่าตัวนี้เอาเป็นค่ารักษานะครับ”

“โอ้โห! อี้หมินเธอนี่เกรงใจเกินไปแล้ว แค่ดูขาให้หน่อยเอง ลุงหนิวทำเป็นประจำอยู่แล้ว” คุณป้าหนิวกล่าวอย่างดีใจ

โจวต้าฝูพึ่งเข้าใจว่าแท้จริงแล้วลุงสิบหกของเขาพามาที่นี่เพื่อช่วยรักษาขาให้เขานั่นเอง

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 83 หมูป่ายังหันมายิ้ม

คัดลอกลิงก์แล้ว