เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 196: เย่ชิงเสวี่ย… ยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ?

บทที่ 196: เย่ชิงเสวี่ย… ยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ?

บทที่ 196: เย่ชิงเสวี่ย… ยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ?


ขณะนี้มีคำถามมากมายผุดเข้ามาในหัวของหลินหยวน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจคว้าดวงตาสีเทาที่อยู่ตรงหน้าแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “ตอนนี้พวกแกอยู่ที่ไหน? พ่อฉันตกอยู่ในอันตรายงั้นเหรอ?”

การที่เขาวิตกกังวลขนาดนี้มันไม่ได้ไร้เหตุผลเพราะถึงอย่างไรคนที่เขาห่วงก็คือพ่อของเขา

ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ปล่อยให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับหลินเทียนเชวี่ยไม่ได้เด็ดขาด

เนื่องจากความเครียดหลินหยวนจึงเกือบจะเสียการควบคุมจนเผลอบดขยี้ดวงตาสีเทาในมือไปแล้ว

แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นห่วงพ่อของเขามากแค่ไหน ดวงตาสีเทาที่อยู่ตรงหน้าก็ยังไม่ยอมเปล่งเสียงอะไรออกมา

เด็กหนุ่มจึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์แล้วถามไททันเทพอาสัญอีกครั้งว่า “แกรู้ไหมว่าตอนนี้พ่อของฉันอยู่ที่ไหน?”

ดวงตาสีเทาขยับขึ้นลงคล้ายกับกำลังพยักหน้า

หลังจากนั้นหลินหยวนก็หยิบไอเทมจิตอาฆาตของผู้ล่วงลับออกมาจากช่องเก็บของพร้อมกับพูดเสียงจริงจังว่า “บอกฉันมาสิว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน แล้วฉันจะมอบคริสตัลนี้ให้กับแก”

ทันทีที่ดวงตาสีเทาสัมผัสได้ถึงออร่าของคริสตัล มันก็เบิกตาขึ้นเล็กน้อย จากนั้นมันก็มีปีกงอกออกมาแล้วค่อย ๆ กระพือเหมือนกำลังนำทางเด็กหนุ่มไปหาพวกมัน

แต่หลินหยวนกลับส่ายหัวพูดว่า “ใช้วิธีนี้มันช้าเกินไป แกมีวิธีที่จะบอกตำแหน่งที่ตั้งของแกแบบแม่นยำได้หรือเปล่า อย่างเช่นการวาดแผนที่”

ถึงอย่างไรตอนนี้เด็กหนุ่มก็มีไอเทมพิเศษอย่าง [ประตูมิติ] ที่ช่วยให้เขาเดินทางได้สะดวกมากขึ้น ขอเพียงเขารู้ตำแหน่งที่แน่นอน เขาก็จะไปถึงที่นั่นได้ในทันที

หลังจากดวงตาสีเทาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มันก็มีท่าทีกระสับกระส่ายอยู่สักพัก ก่อนที่มันจะขยับขึ้นลงอีกครั้ง

ดูเหมือนว่าไททันเทพอาสัญได้คิดวิธีแก้ไขเอาไว้แล้ว ในไม่ช้าดวงตาสีเทาก็ระเบิดกลางอากาศแตกกระจายเป็นหมอกสีขาวหม่น

ก่อนที่หลินหยวนจะทันได้ตั้งตัว หมอกสีขาวหม่นก็พุ่งเข้ามาในหู ปากและจมูกของเขา

นั่นทำให้เด็กหนุ่มขัดขืนตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่พ่อของตนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ เขาจึงกัดฟันยอมให้มันแทรกซึมเข้ามาในร่างกาย

โชคดีที่ไททันเทพอาสัญไม่ได้คิดที่จะทำร้ายเขา

หมอกสีหม่นที่เข้ามาในทวารทั้ง 3 ต้องการบอกเบาะแสให้กับเขาเพียงเท่านั้น

ทันใดนั้นก็มีภาพฉายผ่านดวงตาของหลินหยวนเหมือนภาพสไลด์

พอเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็รู้ตำแหน่งของหลินเทียนเชวี่ยแล้ว และสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ…

ในตอนนี้อีกฝ่ายได้แฝงเข้าไปอยู่ในสำนักงานใหญ่ของลัทธิไททันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน อดีตแม่ทัพมังกรก็หาสำนักงานใหญ่ของลัทธิไททันที่ซ่อนอยู่ภายในดินแดนไททันเจอ ยิ่งไปกว่านั้น หลิวหรูหลงที่เขาตามหาก็ซ่อนตัวอยู่ที่นั่นด้วย!

แต่สถานการณ์ในปัจจุบันของหลินเทียนเชวี่ยนั้นไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก ถึงขั้นเรียกได้ว่าวิกฤตเลยทีเดียว

หลังจากระบุตำแหน่งของผู้เป็นพ่อได้แล้ว หลินหยวนก็ดึงประตูมิติออกมาจากช่องเก็บของ

จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปเพื่อส่งพลังเข้าไปภายในทำให้ประตูมิติเปิดใช้งานได้อย่างเต็มที่

ไม่นานแสงสีฟ้าระยิบระยับก็ปรากฏขึ้นเหนือประตูหินที่ครั้งหนึ่งเคยดูบริสุทธิ์ มันเหมือนเส้นทางที่จะนำไปสู่อีกโลกหนึ่ง แต่ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะก้าวเข้าไป เสียงของฉู่อวี้ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“หลินหยวน ฉันไปคุยกับผบ.เฉินมาแล้ว— นี่นายกำลังจะไปไหน?”

เด็กสาวกำลังเดินเข้ามาหาหลินหยวนในบ้านเพื่อบอกเรื่องที่เขาให้เธอไปทำ แล้วเธอก็บังเอิญมาเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี

“เรื่องนี้ซับซ้อนมาก เอาไว้รอฉันกลับมาฉันจะอธิบายให้เธอฟัง”

หลินหยวนพูดจบแล้วก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปในประตูมิติทันที

ทางด้านฉู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกัดฟันรีบตามเขาไป “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปกับนายด้วย!”

การตัดสินใจนี้เธอไม่ได้หุนหันพลันแล่น เธอคิดมาดีแล้วต่างหาก

เพราะถึงอย่างไรตอนนี้เธอก็เป็นถึงผู้มีพลังระดับกึ่งเทพ การที่เธออยู่กับเขา อย่างน้อยมันก็ยังพอที่จะช่วยอะไรเขาได้บ้าง

ไม่นานม่านแสงสีฟ้าที่เกิดจากประตูมิติก็ปิดลง

บนท้องฟ้าในปัจจุบัน เมฆสีหม่นกำลังก่อตัวขึ้น แล้วเมฆพวกนี้ก็ค่อย ๆ รวมกันเป็นก้อนเดียวกลายเป็นมวลเมฆดำมืดที่ดูหนักอึ้งกำลังลอยต่ำลงมาบนพื้นโลก

ในอากาศตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นเลือด หลินหยวนมองไปรอบ ๆ แล้วเห็นศพนอนเกลื่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง

ที่นี่มีทั้งศพของไททันและศพของมนุษย์ โดยที่บางศพยังคงมีเลือดสดใหม่อยู่

ถ้าเขาเดาไม่ผิด มนุษย์พวกนี้น่าจะเป็นคนของลัทธิบูชาไททัน

ทางด้านฉู่อวี้ที่ตามเด็กหนุ่มมาถึงที่นี่ก็รู้สึกไม่สบายใจเพราะสภาพแวดล้อมที่พบเห็น เธอจึงพูดว่า “ที่นี่คือที่ไหนเหรอ?”

หลินหยวนตกใจเพราะเขาไม่คาดคิดว่าเด็กสาวจะตามเขามาด้วย แต่ในเมื่อเธอมาถึงที่นี่แล้ว เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องพาเธอไปด้วย

เขาอธิบายเสียงทุ้มว่า “ตอนนี้เราอยู่ในดินแดนไททัน ที่นี่… น่าจะเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ลัทธิไททัน”

“สำนักงานใหญ่ลัทธิไททัน?” ฉู่อวี้มีสีหน้าแปลกใจ

เธอไม่คาดคิดว่าในเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่เธอเดินตามหลินหยวนเข้ามาในม่านพลังบางอย่าง พวกเขาจะเข้ามายังดินแดนของไททัน

ประตูนั้นแปลกประหลาดมาก

ตอนนี้ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะไม่รู้ตำแหน่งปัจจุบันที่แน่นอนของหลินเทียนเชวี่ย แต่ถ้าเขาคาดการณ์ไม่ผิด ขอแค่เขาเดินตามศพพวกนี้ไป มันก็จะนำทางให้เขาไปเจอพ่อ

“ตามฉันมา” สิ้นเสียงพูด ร่างของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้าพุ่งออกไปในระยะไกล

ณ สำนักงานใหญ่ลัทธิไททัน

บนแท่นบูชาสีแดงฉาน ร่างผอมบางกำลังหัวเราะเหมือนคนบ้า ก่อนสีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นดุดัน

“หลินเทียนเชวี่ย แกคิดว่าฉันโง่หรือไง? แกคิดจริง ๆ เหรอว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันจะไม่หาทางป้องกันตัวเอง ฉันจะบอกแกให้นะ ฉันมีสายลับที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพอย่างน้อย 10 คน ฉันรู้ทุกการเคลื่อนไหวของแก”

“ตั้งแต่ที่แกประกาศลาออกจากตำแหน่งและหายไปจากกองทัพ ฉันรู้ได้ทันทีว่าแกกำลังจะหาทางมาแก้แค้นฉัน ขอบอกตามตรงเลยว่าแกมาช้ากว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก ไม่คิดเลยว่าแกจะอดทนได้นานขนาดนี้” ผู้ชายร่างผอมที่ดูเหมือนคนบ้าคนนี้ก็คือหลิวหรูหลงนั่นเอง

ในตอนนี้หลินเทียนเชวี่ยถูกล้อมรอบด้วยไททันโลกาวินาศ 4 ตัว ขณะที่ร่างกายของเขาโชกไปด้วยเลือด แต่สายตากลับดุดันเหมือนกับสัตว์ป่าที่กำลังจับจ้องไปที่เหยื่อ

“ไอ้เดรัจฉาน ฉันจะฆ่าแก!!”

“ฮ่า ๆๆๆ!” ผู้นำลัทธิไททันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ก่อนที่แกจะฆ่าฉัน ฉันขอแนะนำว่าแกควรหาวิธีเอาชีวิตรอดจากตรงนั้นมาให้ได้ก่อนเถอะ”

ไททันโลกาวินาศ 4 ตัวที่เขาเรียกให้มาคุ้มกันกำลังต่อสู้กับหลินเทียนเชวี่ยอย่างเต็มกำลัง

ในชีวิตนี้เขาก่อกรรมทำเข็ญมานับไม่ถ้วนจนทำให้เขาติดอยู่ในรายชื่อบุคคลที่ทางการต้องการตัวของหัวเซี่ย

และเหตุผลที่เขารอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะนิสัยระมัดระวังตัวของเขาเอง

ดังนั้นหลังจากที่หลินเทียนเชวี่ยตัดสินใจปลดประจำการออกจากตำแหน่ง เขาจึงรีบขอความช่วยเหลือจากเผ่าไททันทันที

และสภาผู้อาวุโสก็ได้ส่งไททันโลกาวินาศทั้ง 4 มาคอยคุ้มกันเขาโดยเฉพาะ

เพราะถึงอย่างไรหลิวหรูหลงก็ได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้กับเผ่าไททันมาตลอดหลายปี แล้วเขาก็ต้องยอมรับว่าความแข็งแกร่งของหลินเทียนเชวี่ยนั้นพุ่งสูงขึ้นในระดับที่เขายังต้องตกใจ

แม้จะต้องต่อสู้กับไททันโลกาวินาศ 4 ตัวเพียงลำพัง เขาก็ยังยืนหยัดต่อสู้ได้นานถึงขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม ในความคิดของผู้นำลัทธิไททัน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอดทนได้มากแค่ไหน มันก็ไม่สามารถรับมือกับไททันโลกาวินาศพร้อมกัน 4 ตัวได้นานนัก

เมื่อหลินเทียนเชวี่ยต้องเผชิญกับการถูกล้อมโจมตีจากไททันโลกาวินาศทั้ง 4 แม้ว่าเขาจะทนรับมือได้ 5 นาที แต่นั่นก็เป็นเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเขาได้เป็นอย่างดี

ในขณะนี้อดีตแม่ทัพมังกรเริ่มหมดแรงลงแล้ว อีกไม่นานเขาก็จะพ่ายแพ้ นั่นคงเป็นโอกาสที่จะให้หลิวหรูหลงได้สังหารเขาด้วยมือของตัวเอง

สิ่งที่ผู้นำลัทธิไททันคาดไม่ถึงก็คือ การต่อสู้ในครั้งนี้มีไททันโลกาวินาศแอบตามหลินเทียนเชวี่ยมาด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ไททันโลกาวินาศตัวนั้นยังพยายามปกป้องศัตรูอีกด้วย!

นี่ก็ผ่านมานานมากแล้วที่เขาไม่ได้เห็นไททันที่ต่อสู้เพื่อมนุษย์ แบบนี้

แต่โชคดีที่ไททันโลกาวินาศเพียงตัวเดียวมันไม่พอที่จะขัดขวางแผนการของเขาได้ ดังนั้นในตอนนี้ไททันตัวนั้นจึงถูกคนในลัทธิไททันรั้งเอาไว้เช่นกัน มันต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะหลุดจากตรงนั้นมาได้

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ตอนนี้หลินเทียนเชวี่ยไม่มีทางหนีรอดไปไหนได้อีก

“เลิกดิ้นรนโดยเปล่าประโยชน์ซะเถอะ” หลิวหรูหลงมองคนที่กำลังจะตายตรงหน้าด้วยสายตาเยาะเย้ย “ก่อนที่แกจะตาย ฉันจะบอกความลับอย่างหนึ่งให้แกรู้ก่อนก็แล้วกัน ถ้าฉันจำไม่ผิด แกมาที่นี่เพื่อแก้แค้นให้ภรรยาของตัวเองใช่ไหม?”

“แต่แกคงไม่รู้หรอกว่าเมียแกยังมีชีวิตอยู่ ถึงจะเป็นแค่วิญญาณก็เถอะ”

“เพราะทางที่เธอเลือก วิญญาณของเธอจึงถูกเผาอยู่ในเพลิงกรรมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้หญิงคนนี้เอาแต่พูดว่าจะต้องคอยปกป้องประเทศชาติ แต่แล้วดูสิ ตอนนี้เป็นยังไง มีใครเคยระลึกถึงเธอบ้างหรือเปล่า?”

“ฮ่า ๆๆ แกคอยเอาแต่ยืนหยัดเพื่อชาติบ้างเมืองมาโดยตลอด แต่แกไม่รู้เลยว่าเมียที่น่าสงสารของแกต้องตกนรกอยู่ทุกวี่ทุกวัน!”

จบบทที่ บทที่ 196: เย่ชิงเสวี่ย… ยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว