เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 194: สันติภาพที่เกิดจากสมรภูมินองเลือด

บทที่ 194: สันติภาพที่เกิดจากสมรภูมินองเลือด

บทที่ 194: สันติภาพที่เกิดจากสมรภูมินองเลือด


ทันทีที่หลินหยวนคิดได้ดังนี้ เขาก็หันกลับไปพูดกับฉู่อวี้ว่า “ฉันขอตัวกลับห้องก่อนนะ เธอเองก็ไปแจ้งผบ.เฉินให้เขาคอยจับตาดูพวกไททันเอาไว้อย่างใกล้ชิด ถ้ามีอะไรผิดปกติให้รีบแจ้งฉันทันที”

“โอเค” เด็กสาวตอบรับ

ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการนี้พวกเขายังไม่ได้แจ้งเฉินหลงเซี่ยงให้ทราบ นี่คือปฏิบัติการลับที่มีพวกเขา 2 คนเท่านั้นที่รู้

แม้แต่กองทัพก็ยังไม่รู้เลยว่าทั้งคู่หายไปเกือบทั้งวันและได้ทำลายเมืองไททันไปถึง 5 เมือง!

แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หลินหยวนจะไม่ปิดเรื่องดังกล่าวเป็นความลับอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไรแผนการก็เสร็จสิ้นแล้ว และถึงเวลาที่จะต้องแจ้งให้เฉินหลงเซี่ยงทราบ

เพียงเท่านี้ ถ้าหากฝ่ายไททันเคลื่อนไหวอะไร พวกเขาจะได้วางแผนรับมือได้ทันท่วงที

15 นาทีต่อมา ภายในกองบัญชาการกองทัพหัวเซี่ย

เฉินหลงเซี่ยงเงยหน้าขึ้นมองฉู่อวี้ในขณะที่หนวดกระตุก “เธอหมายความว่า ภายในครึ่งวันเธอได้ทำลายเมืองไททันที่อยู่ใกล้ ๆ ชายแดนไปถึง 5 เมืองงั้นเหรอ?”

ฉู่อวี้พยักหน้าแล้วพูดเสริมว่า “แถมเรายังฆ่าไททันโลกาวินาศไปถึง 2 ตัวด้วยค่ะ”

เฉินหลงเซี่ยงยกมือขึ้นกุมขมับพร้อมกับถอนหายใจเสียงดัง “พวกเธอนี่มัน… เหลวไหลสิ้นดี!”

“พวกเธอเคยคิดบ้างไหมว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรกับพวกเธอในดินแดนไททัน ใครจะรับผิดชอบต่อการสูญเสียของหัวเซี่ย? บางครั้งพวกเธอก็ควรคิดให้ดีกว่านี้สิ”

เด็กสาวพยักหน้าก่อนจะตอบกลับไปว่า “พวกเราเข้าใจสิ่งที่พวกคุณคิดค่ะ แต่บางครั้งมันก็ต้องมีคนที่ก้าวออกไปเสี่ยงไม่ใช่เหรอคะ?”

“แล้วพวกคุณเคยคิดบ้างไหมคะว่าถ้ามีสงครามเกิดขึ้น เมืองไททันทั้ง 5 ที่อยู่ใกล้สนามรบอาจจะกลายเป็นจุดขนส่งหรือไม่ก็คลังทรัพยากรของเผ่าไททันก็ได้ พวกมันอาจจะเป็นจุดโลจิสติกส์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับกองทัพไททันที่กำลังต่อสู้อยู่ในแนวหน้า”

“ซึ่งตอนนี้เราก็ได้ทำลายเมืองไททันทั้ง 5 นี้ไปจนหมดแล้ว หากเผ่าไททันคิดจะก่อสงครามด้วยเหตุผลนี้ พวกมันก็จำเป็นจะต้องลงทุนมหาศาลและเผชิญกับความสูญเสียที่มากกว่าเดิม”

หลังจากเฉินหลงเซี่ยงได้ยินคำพูดของฉู่อวี้ เขาก็เงียบลง

ที่เขาเงียบนั่นเป็นเพราะว่าสิ่งที่เด็กสาวคนนี้พูดนั้นเป็นความจริง การทำลายเมืองไททันทั้ง 5 สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับฝ่ายไททัน

แต่สิ่งที่เขากังวลก็คือ พวกเขาจะทนรับโทสะของเผ่าไททันได้หรือเปล่า!

นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น เผ่าไททันไม่เคยเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างหนักหนาขนาดนี้มาก่อน

ดังนั้นในมุมมองของเฉินหลงเซี่ยง เผ่าไททันไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่

แต่ทันใดนั้นฉู่อวี้ก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “ผบ.เฉิน คุณเป็นผู้บัญชาการและเป็นหัวหน้าของฉัน ฉันเองก็มีเรื่องบางอย่างที่อยากจะพูดกับคุณ”

“สถานการณ์ระหว่างเรากับเผ่าไททันเป็นการต่อสู้กันให้ตายไปข้างมาตั้งนานแล้วนะคะ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ เราไม่มีทางถอยหนีหรือทำตัวขี้ขลาดได้อีกต่อไปแล้ว ถึงแม้ว่าศัตรูจะเป็นไททัน แต่เราก็ต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อทำลายพวกมันให้สิ้นซากค่ะ!”

คำพูดของเด็กสาวเป็นเหมือนเสียงปลุกให้คนเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดตื่นขึ้น

ในตอนนั้นเองเขาเพิ่งรู้ตัวว่าเขากำลังแสดงความขี้ขลาดออกมา หลังจากได้ฟังรายงานของฉู่อวี้ ความคิดแรกของเขาก็คือเรื่องนี้จะทำให้เผ่าไททันโกรธแค้นหรือเปล่า

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับไททันนั้นก็เปรียบเสมือนการต่อสู้กันให้ตายไปข้าง

ยิ่งเผ่าไททันโกรธแค้นมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ควรจะรู้สึกยินดีมากขึ้นเท่านั้นสิ

บัดนี้เฉินหลงเซี่ยงตระหนักได้ว่าเขาเกือบจะถูกสันติภาพจอมปลอมในช่วงนี้บดบังสายตาไปเสียแล้ว

ความสงบสุขเพียงไม่กี่เดือนได้กัดกร่อนความมุ่งมั่นของเขา ทำให้เขาตัดสินใจได้ไม่เฉียบคมเท่ากับในอดีต

ถึงกระนั้น แม้แต่ความสงบสุขเพียงชั่วครู่ก็ได้รับมาจากดาบในมือของหลินหยวน

มีเพียงต้องผ่านสมรภูมินองเลือดนี้เท่านั้นจึงจะเรียกว่าสันติภาพอย่างแท้จริง!

ทางด้านเฉินหลงเซี่ยงที่ถูกปลุกความคิดขึ้นมา เขาก็ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับฉู่อวี้แล้วพูดว่า “บางที…เธออาจจะพูดถูก ยุคสมัยนี้แตกต่างไปจากยุคสมัยก่อน ๆ ในสายตาพวกเรา การปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนไม่ให้เผ่าไททันเหยียบย่ำเข้ามาเป็นสิ่งที่เราพอจะทำได้ดีที่สุดแล้ว แต่ในยุคของพวกเธอมันแตกต่างออกไป พวกเธอหัวรุนแรงมากกว่า หัวรั้นยิ่งกว่า และมีความมุ่งมั่นสูงกว่า”

“บางทีคงมีแต่พวกเธอเท่านั้นที่จะพาหัวเซี่ยไปยังอนาคตที่รุ่งโรจน์ได้จริง ๆ”

ฉู่อวี้นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เธอคิดไม่ถึงว่าชายตรงหน้าจะพูดอะไรแบบนี้

แล้วเฉินหลงเซี่ยงก็พูดต่อไปว่า “ไม่ว่าพวกเธอคิดจะทำอะไรก็ทำได้เต็มที่ พวกเราอายุมากกันขนาดนี้แล้ว เราไม่ควรเป็นภาระหรือเป็นอุปสรรคของพวกเธอ”

“ถึงเราจะทำให้ไอ้พวกไททันโกรธแค้นแล้วยังไง? ถ้าพวกมันคิดจะโจมตีเรา เราก็จัดการพวกมันซะ!”

“จนกว่าพวกเราจะสูญสิ้น ไม่ว่ายังไงหัวเซี่ยก็จะยังคงแข็งแกร่ง!”

ฉู่อวี้ที่ได้ยินคำพูดสุดท้ายนี้ก็รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ว่าในตัวผู้บัญชาการเฉินยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องประเทศอย่างไม่ลดละ

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเด็กสาวก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตามุ่งมั่น “ไม่ต้องห่วงค่ะ เราจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่”

กองทัพหัวเซี่ย แนวป้องกันด่านแรก

ภายในบ้านสไตล์จีนโบราณ นี่คือบ้านพักของหลินหยวน

หลังจากที่หลินเทียนเชวี่ยออกเดินทางเข้าไปยังดินแดนไททัน เขาก็ได้เข้ามาพักอาศัยในบ้านที่ค่อนข้างเงียบสงบแห่งนี้

นอกจากฉู่อวี้ หลี่หวงเหยียน ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยมาที่นี่

ในห้องของเขา เด็กหนุ่มนำเตาหลอมโบราณที่มีสีแดงเข้มออกมาตั้งเอาไว้

วันนี้เขาอยากจะหลอมสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพของตัวเอง

จนถึงตอนนี้เขามีสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพรวมทั้งหมด 5 ชิ้น ได้แก่ดาบสายฟ้าพิฆาตเซียน, ธนูล่าตะวัน, ดาบราชาอสูร, โล่ราชาอสูร และคทาอัญเชิญ

ส่วนลูกศรเทพตกสวรรค์นั้นถูกไททันปีศาจโลหิตทำลายระหว่างการต่อสู้ในครั้งนั้นไปแล้ว

ในบรรดาอาวุธพวกนี้ ดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนเป็นอาวุธหลักที่หลินหยวนใช้บ่อยที่สุด ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดที่จะเอามันมาหลอมเป็นอาวุธเทพ

ถ้าหากสิ่งประดิษฐ์ที่ได้ออกมากลายเป็นชุดเกราะ, สร้อยคอ, แหวน หรืออะไรทำนองนั้น เขาจะทำอย่างไรดี?

มันจะกลายเป็นว่าเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้อาวุธเทพมาใช้แล้วหรือเปล่า?

อีกทั้งเขาคงจะใช้ดาบปราบมังกรไม่ได้อีกแล้ว ซึ่งในตอนนี้ดาบปราบมังกรอาจไม่แข็งแกร่งมากพอต่อการต่อสู้ในอนาคตที่จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

“ถ้าใช้สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ 4 ชิ้น อย่างน้อยมันน่าจะหลอมอาวุธเทพขึ้นมาได้แล้วใช่ไหม?” หลินหยวนครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ในขณะที่เขาค่อย ๆ โยนสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพชิ้นแล้วชิ้นเล่าเข้าไปในเตาหลอมตรงหน้า

ทันใดนั้นแสงสีแดงเข้มก็พุ่งออกมาจากเตาหลอม พร้อมกันนั้นเตาหลอมก็เริ่มสั่นเหมือนเจ้าเข้า

นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากระบวนการหลอมอาวุธได้เริ่มต้นขึ้น

ในเวลาเดียวกัน หลินหยวนมองไปยังเตาหลอมร้อนระอุด้วยดวงตาที่เป็นประกายแห่งความคาดหวัง

เขาไม่รู้ว่ามันจะหลอมอาวุธแบบไหนออกมา

มันจะเป็นดาบ, หอก หรือง้าว?

หรืออาจจะเป็นสร้อยคอ, แหวน, อัญมณี หรือของอื่น ๆ?

ในที่สุดแสงสีแดงเข้มที่เกิดจากความร้อนระอุก็จางหายไป ขณะเดียวกันอุณหภูมิของเตาหลอมก็เริ่มลดลงอย่างกะทันหัน

หลังจากเวลาผ่านไป 10 วินาที อุณหภูมิของเตาหลอมก็กลับมาคงที่

หลินหยวนที่เห็นอย่างนั้นก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ เปิดฝาเตาหลอมออกมา

สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเขาคือหินสีดำสนิท

หลินหยวนที่เห็นภาพนั้นก็ได้แต่ชะงักอ้าปากค้าง

หินก้อนนี้คือสิ่งที่เตาหลอมโบราณหลอมขึ้นมางั้นเหรอ?!

เวรเอ๊ย ไอ้เตาหลอมบ้านี่มันเป็นของปลอมหรือไง?!

ในตอนนี้เด็กหนุ่มทั้งโมโหทั้งตกใจ

เขาไม่คาดคิดเลยว่าดวงของเขาจะเกลือได้ขนาดนี้

แต่อย่างน้อยที่สุด… สิ่งที่เขาหลอมออกมาได้ก็ควรจะเป็นอาวุธสักชิ้นไม่ใช่หรือไง? แล้วไอ้หินที่วางอยู่ตรงหน้าที่เหมือนก้อนถ่านโง่ ๆ นี้คือสิ่งที่เขาหลอมขึ้นมาจากสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพทั้ง 4 ชิ้นอย่างนั้นเหรอ?

หลังจากที่หลินหยวนทะเลาะกับตัวเองอยู่พักหนึ่ง เขาก็หยิบก้อนหินสีดำออกมาจากเตาหลอมโบราณ

เขาอุตส่าห์ใช้สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพหลอมเจ้าสิ่งนี้ขึ้นมาถึง 4 ชิ้น แม้ว่ามันจะเป็นแค่หิน แต่เขาก็ต้องดูคุณภาพของมันเสียก่อน

ทว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากที่เขาหยิบหินขึ้นมา เถ้าสีดำบนหินก็หลุดร่วงลงไป

ทันใดนั้นแสงระยิบระยับเหมือนแสงดาวก็พุ่งออกมาเบื้องหน้า

“นี่มัน…” หลินหยวนตกตะลึง ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว แผงคุณสมบัติของหินก้อนนี้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

[หินประกายดารา (สิ่งประดิษฐ์เทพ)]

[คำอธิบาย: สิ่งประดิษฐ์เทพที่สามารถดูดซับพลังจากดวงดาว]

[หากบ่มเพาะเอาไว้ภายในร่างกาย พลังดวงดาวที่ดูดซับไปส่วนหนึ่งจะสามารถนำมาใช้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของผู้ใช้ ในขณะที่ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บไว้ในหินประกายดารานี้]

[หลังจากปลดปล่อยพลังดวงดาวออกมา คุณจะได้รับพลังที่มากพอจะทำลายดาวทั้งดวงได้]

ก้อนหินที่เคยเหมือนก้อนถ่านนี้ที่จริงแล้วเป็นสิ่งประดิษฐ์เทพอย่างนั้นเหรอ?

หลังจากหลินหยวนอ่านคำอธิบายจากในระบบ เขาก็มองมันด้วยสายตาเหลือเชื่อ

จบบทที่ บทที่ 194: สันติภาพที่เกิดจากสมรภูมินองเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว