เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47 บุยผู้ขี้ขลาด

ตอนที่ 47 บุยผู้ขี้ขลาด

ตอนที่ 47 บุยผู้ขี้ขลาด


[เผ่าพันธุ์] ก็อบลิน

[เลเวล] 5

[คลาส] ลอร์ด , หัวหน้ากลุ่ม

[ทักษะ] <<Ruler of the Horde>> <<ปฏิปักษ์>> <<คำรามอย่างรุนแรง>> <<ความชำนาญการใช้ดาบ B - >> <<ความละโมบที่ไม่สิ้นสุด>> <<การจ้องมองจากปีศาจ>> <<จิตวิญญาณของราชัน>> <<ผู้ควบคุมแห่งปัญญา>> <<ดวงตามรกตของงู>> <<การเต้นรำแห่งความตาย>> <<ดวงตาของงูสีชาด>> <<การจัดการเวทมนตร์>> <<นักรบคลั่ง>> <<Third Impact>> <<สัญชาตญาณ>> <<ผู้ควบคุมแห่งปัญญา II>>

[การคุ้มครองจากพระเจ้า] เทพธิดาแห่งนรก อัลทีเซีย

[แอตทริบิวต์] ความมืด, ความตาย

[สัตว์เลี้ยง] โคโบลชั้นสูง (เลเวล 1) กัสต้า (เลเวล 1) ซินเธีย (เลเวล 1)

[สถานะผิดปกติ] <<เสน่ห์ของนักบุญ>>

◇◆◇

[ก็อบลิน] กิก้า

ก็อบลินที่อาศัยอยู่ผู้นำคนก่อนพ่ายแพ้ให้กับออร์ค แต่ปัจจุบันเขาเป็นก็อบลินที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาของผม เขาเป็นผู้ใช้หอก

[ก็อบลิน] กิกูว

อดีตผู้นำหมู่บ้าน เขาถูกกดดันเพื่อสละตำแหน่งให้กับผม เขาใช้ดาบยาวและค่อนข้างฉลาดถ้าเทียบกับก็อบลินแรร์ทั่วไป

[ก็อบลิน] กิกิ

เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ฝึกสัตว์ เขาเลื่อนคลาสในหลังจากการล่ากวางเอเรล เป็นความสามารถที่ค่อนข้างหายากและเขาชอบที่จะใช้ขวาน

[ก็อบลิน] กิโก

ก็อบลินที่มีบาดแผลมากมายทั่วร่าง อาหารส่วนใหญ่มักถูกขโมยโดยเกรย์วูฟ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะติดตามผม เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์มากที่สุดในหมู่พวกก็อบลินแรร์

[ก็อบลิน] กิซาร์

ดรูอิด (ก็อบลินแรร์) ผู้ใช้เวทย์ลม ที่เพิ่งเข้ากลุ่มมา

[ก็อบลิน] กิจิ

ก็อบลินแรร์ที่เลื่อนคลาส (ตอนที่ 37) จากการออกล่ากับกลุ่มของกิก้า

[ก็อบลิน] กิโด

ดรูอิดผู้ใช้เวทย์ลม

[ก็อบลิน] กิจี

ก็อบลินแรร์จากกลุ่มของกิกูว เขามีทักษะ <<ดวงตาที่เปิดกว้าง>> ซึ่งทำให้เขาสามารถเห็นจุดอ่อนของคู่ต่อสู้

[ก็อบลิน] กิด้า

ก็ก็อบลินแรร์จากกลุ่มของกิก้า เขามีทักษะที่โดดเด่นอย่าง <<ความรู้เกี่ยวกับหอก>> และ <<ดื้อรั้นอย่างไม่มีเหตุผล>>

[ก็อบลิน] กิซู

ก็อบลินแรร์ผู้ถูกเทพเจ้าผู้บ้าคลั่ง (ซู โอรุ) คุ้มครอง มีทักษะ << ชMad Dog ช>>

◇◆◇

เมื่อเรากำจัดดับเบิ้ลลิซาร์ด มดยักษ์และพิคเคิ้ลสแนปที่ขวางทาง เราจึงมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตก

“เจ้ารู้เส้นทางของออร์คแล้วรึยัง?”

ดรูอิดกิซาร์พยักหน้าให้กับคำถามของผม

“แน่นอน”

กิซาร์และกิโดถูกจัดตำแหน่งไว้ที่ศูนย์กลางของกลุ่มผู้ใช้เวทมนตร์

แนวหน้าคือกิจีและกิโก ก็อบลินคลาสสูงสุดถัดจากผม โดยมีก็อบลินหลายตัวที่เชี่ยวชาญในการประสานงานเพื่อสนับสนุนพวกเขา

คนที่มาแทนกิก้าซึ่งไม่สามารถเคลื่อนไหวได้คือกิด้าผู้เชี่ยวชาญหอก ตำแหน่งด้านหลังเขาคือผู้ที่ได้รับการคุ้มครองจากเทพเจ้าผู้บ้าคลั่งกิซู

คนที่ผมส่งไปแนวหน้าคือกิกิและกิจิ ต้องขอบคุณการสื่อสารเป็นระยะ ๆ จากพวกเขาที่ทำให้เราสามารถติดตามพวกออร์คได้

“ราชา ผู้ส่งสารจากลอร์ดกิกิมาแล้ว” กิซาร์กล่าว

สิ่งที่ผมเห็นคือร่างของสุนัขตัวใหญ่กว่าก็อบลินที่กำลังวิ่งผ่านทุ่งหญ้ามา

เมื่อผมพยักหน้ารับคำพูดของกิซาร์ ผมก็สั่งให้กองทัพที่ตามมาจากข้างหลังให้หยุด

“ศัตรูดูเหมือน …จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม” ลูกน้องของกิกิซึ่งสามารถควบคุมสัตว์อสูรได้เหมือนกันเป็นคนพูด

“เจ้ารู้ไหมว่ามีกี่คน?” ผมถาม

ลูกน้องของกิกิส่ายหัว

"แล้วทิศทางล่ะ? "

ก็อบลินชี้ไปทางทิศตะวันตกและทิศเหนือ

ดังนั้นผมจึงออกคำสั่ง

“กิโก พาสามกลุ่มไปทางเหนือ” ผมสั่ง

“ขอรับ! กิจี เจ้ามากับข้า” กิโกกล่าว

“ทราบ” กิจีพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งไปพร้อมกับกิโกและคนอื่น ๆ

ถ้าเป็นก็อบลินชั้นสูงอย่างกิโก เขาน่าจะมีความแข็งแกร่งพอที่จะจัดการกับออร์คด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นมีกิจีที่สามารถประสานงานกับกลุ่มได้อย่างเชี่ยวชาญ พวกเขาควรจะจัดการได้แม้แต่ออร์ค 6 ตัว

แน่นอนว่าผมได้นำความกดดันทางจิตใจมาคำนวณด้วย เมื่อพวกมันถูกไล่ล่า

“กิด้าเปลี่ยนไปเป็นกลุ่มนำ กิซูไปป้องกันด้านหลัง เราจะเดินทางต่อ!”

เราจึงไล่ตามออร์คต่อไปโดยสุนัขนำทาง

◇◆◆

เป็นเวลาสองวันแล้วที่เราไล่ตามออร์ค เรากำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ ในค่ำคืนนี้

ความมืดในตอนกลางคืนถือเป็นศัตรูโดยธรรมชาติสำหรับมนุษย์ แต่ดวงตาของก็อบลินที่มองเห็นในที่มืดได้นั้นสะดวกจริง ๆ

เส้นทางที่ออร์คผ่านไม่ใช่เส้นทางที่ซับซ้อน มันเป็นพื้นที่โล่งจึงเคลื่อนไหวได้เร็ว แต่ก็หมายความว่าผู้ไล่ตามก็จะเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นเช่นกัน

ถ้าพวกมันวิ่งหนีเร็ว พวกเราก็ไล่ตามได้เร็วเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังพาออร์คที่บาดเจ็บไปด้วย เรายืนยันจากทุ่งหญ้าเมื่อบ่ายวันนี้ ที่นี่มีเลือดแห้งติดอยู่ตามพื้น ดังนั้นพวกเขาต้องแบกคนบาดเจ็บไปด้วยอย่างแน่นอน

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาไปไกลแค่ไหน แต่ผมต้องการย่นระยะห่างขณะที่เราอยู่เหนือกว่า

ทันใดนั้นเองก็มีกลิ่นฉุนโชยมาที่จมูกทำให้ผมหยุดลง

“กลิ่นเลือด” กิซาร์พึมพำ

ผมพยักหน้าเพื่อยืนยันอย่างเงียบ ๆ

ดวงตาของผมกวาดไปรอบ ๆ เพื่อค้นหาเป้าหมาย กลิ่นนี้ต้องมาจากทิศทางลมข้างหน้า

หมายความว่า …เราตามพวกมันทันแล้ว?

“กิด้า เลือกก็อบลินไปดูว่ามีอะไรอยู่ข้างหน้า”

กิด้าพยักหน้าช้า ๆ แล้วเดินไป แม้ว่าเขาจะให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัว แต่เขาก็เคลื่อนไหวอย่างเร็วจนน่าประหลาด

“ราชา มันเป็นศพของออร์ค”

ผมเข้าใกล้ศพนั้นที่เขาเฝ้าระวัง นี่เป็นที่มาของกลิ่น?

เมื่อมองไปอย่างละเอียด ผมเห็นว่ามีรอยแผลอยู่ทั่วทั้งร่างกาย

“มันตายที่นี่เหรอ” ผมพึมพำกับตัวเอง

ผมสั่งให้กิด้าและคนของเขาจัดการกับศพ

“…พวกเราเข้าใกล้แล้ว เราจะตามไปให้ทันภายในวันนี้มั้ย?” หัวหน้าดรูอิดกิซาร์ถามขณะที่เขามองดูศพ

“ถ้าเป็นไปได้ข้าอยากจะทำแบบนั้น แต่…”

หากพวกเขาวิ่งไปเพียงทิศทางเดียว ,มันก็คงจะดี แต่ผมต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่พวกมันจะซุ่มโจมตีเราด้วย

การที่พวกเขาทิ้งศพไว้ นี่แสดงว่าพวกเขากำลังถูกต้อนจนมุม เพราะพวกเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะจัดการกับศพ

หรือนี่เป็นกับดัก? กับดักที่จะทำให้จมูกของเราอ่อนแอลง?

ผมคิดถึงความเป็นไปได้นั้นเช่นกัน แต่ผมส่ายหัว ไม่เหลือใครเป็นผู้นำออร์คแล้วใช่มั้ย? แต่ถ้าพวกเขามีมัน ผมคงไม่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ในตอนที่ผมกำลังจะตาย

ไม่มีอะไรต้องกลัว

เราจะดำเนินต่อเช่นนี้และไล่ตามออร์คไป

◆◇◇

เนื่องจากพวกเขาเดินทางตลอดทั้งคืน ความเหนื่อยล้าจึงสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

แต่ความพยายามของพวกเขาก็ได้รับผลตอบแทนเช่นกัน ในที่สุดกิจิก็เจอฝูงออร์ค

ตอนนี้เราไปพบกับกิจิที่กำลังพักผ่อนในป่า

ฝูงออร์คในปัจจุบันมีจำนวน 20 ตัว

มันเยอะกว่าที่ผมคาดไว้ แต่พวกมันก็เหนื่อยล้า เรายังสังเกตออร์คในขณะที่เฝ้าระวังทิศทางของลม

“ออร์คตัวนั้นควบคุมพวกออร์คมานานแล้ว” กิจิกล่าวพลางชี้นิ้ว

ทิศทางที่เขาชี้ไปคือออร์คที่มีขนาดเล็กกว่าตัวอื่น ๆ

"เด็ก? " ผมถาม

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง กิจิก็ส่ายหัว

“ไม่น่าจะเด็กถึงขนาดนั้น แต่ออร์คตัวนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมฝูงออร์คเข้าด้วยกัน”

วิธีที่เร็วที่สุดในการชนะ คือจัดการกับหัวหน้า

เมื่อผมหรี่ตาไปที่ฝูงออร์คอีกครั้ง ที่นั่นผมเห็นออร์คตัวใหญ่กว่ากำลังผลักออร์คตัวเล็กออกไป

“ดูเหมือนพวกมันกำลังทะเลาะกัน” ผมแสดงความคิดเห็น

“ขอรับ มันเป็นแบบนี้มาระยะหนึ่งแล้ว” กิจิตอบ

บางทีอาจจะเป็นความไม่พอใจจากการถูกสั่งโดยคนที่อ่อนแอกว่า

“บอกข้าเกี่ยวกับฝูงออร์คที่แยกออกไป”

ผมฟังรายงานของกิจิ ขณะที่พวกออร์คยังคงสู้กัน

มีฝูงออร์คที่แยกตัวออกไปหลังจากสู้กับเจ้าออร์คตัวเล็กนั่น

คนที่นำฝูงคือออร์คตัวเล็ก ดูเหมือนว่ามันจะต้องการถอยอย่างสิ้นเชิง ออร์คตัวนี้อาจจะอยากถอยกลับบ้านให้เร็วที่สุด เนื่องจากกลุ่มที่มันนำไปมีแต่ออร์คที่อ่อนแอ

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือมันเป็นออร์คที่มีสติปัญญาหรืออย่างน้อยมันก็ฉลาดกว่าออร์คที่ผลักมันอย่างไร้จุดหมาย

จากการต่อสู้ของผมกับโกลโกล ทำให้ผมรู้ว่าพวกออร์คสามารถพูดคุยได้

จนถึงตอนนี้ เรายังไม่ได้แบ่งปันการสนทนาใด ๆ นอกเหนือจาก <<คำรามอย่างรุนแรง>> แต่ถ้ามีคนที่มีสติปัญญาอยู่ที่นี่ เราก็อาจจะเจรจาได้ หมายความว่าผมไม่จำเป็นต้องกำจัดพวกออร์คทั้งหมด ไม่มีเหตุผลที่จะต้องว้าวุ่นกับก้อนกรวดสองสามก้อนระหว่างทาง

การฟื้นฟูหมู่บ้านก็ทำไปแล้วครึ่งหนึ่ง ผมไม่ต้องการให้ก็อบลินตกอยู่ในอันตรายโดยไม่จำเป็น

“เจ้าจะเสียเธอไป”

คำพูดของอัลทีเซียสะท้อนอยู่ในใจของผม

ภัยคุกคามจากมนุษย์ที่มาจากตะวันออก แทนที่จะทำลายออร์คทั้งหมด ผมจำเป็นต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง

ผมจมอยู่ในความคิดขณะมองออร์คที่ใหญ่กว่าห้าตัวแยกออกจากฝูงไป

“เราจะทำอย่างไรต่อไป?” กิจิถาม

“โจมตี” ผมตอบอย่างห้วน ๆ

มุมปากของผมบิดขึ้นเป็นรอยยิ้ม หากมีคำถามอะไร …สิ่งแรกที่เราต้องทำก่อนคือการโจมตี

◇◆◆

“ลอร์ดบุย…”

ขณะที่พี่น้องที่บาดเจ็บของผมจ้องมองมา ผมก็เงยหน้าขึ้น

“มาสเตอร์โกลโกลและคนอื่น ๆ …”

เสียงของพวกเขาทั้งหมดสั่นเครือ เพื่อบรรเทาความตื่นตระหนก ผมจึงตอบกลับอย่างชัดเจน

“ข้าให้พวกเขาไปสู้กับก็อบลินน่ะ”

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการโกหก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็จะไม่แสดงความอ่อนแอ

ผมโยนพี่น้องที่บาดเจ็บทิ้งไปไม่ได้ เราใช้เวลามากมายในการรวมสหายของเรา ผมไม่คิดว่าตัวเองเลือกผิด แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว เหมือนกับว่าพวกก็อบลินกำลังไล่ตามเราทันทีจากตอนที่เราจากไป

ผมหนีออกจากหมู่บ้านก็อบลิน หลังจากการตายของมาสเตอร์โกลโกลพร้อมกับพี่น้องที่บาดเจ็บ เพราะความกลัว

ราชาก็อบลินนั่น

แม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่เล็กเหมือนผม แต่ออร่ารอบตัวเขานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

…มันน่ากลัว

ด้วยการใช้ดาบขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวไฟ ก็อบลินตัวนั้นยืนแลกการโจมตีกับมาสเตอร์โกลโกล ...และได้รับชัยชนะ

...ผมไม่รู้ว่าควรเรียกเหตุการณ์นั้นว่าอะไร แต่มันก็น่าตกใจ

“พักสักหน่อยเถอะ” ผมพูด

ใช่

เราสร้างความเสียหายมากมายให้แก่ก็อบลิน พวกเขาไม่น่าจะไล่ตามเราได้ทัน

ดังนั้นมันคงจะดีกว่า หากเราพักผ่อนสักหน่อยที่นี่และปล่อยให้ทุกคนฟื้นกำลัง

“ได้” คนอื่น ๆ ตอบ

เมื่อเห็นพี่น้องของผมผงกหัว ผมก็นั่งลงเช่นกัน

ดาบและหอกของผมหนักผิดปกติ

ราวกับว่าผมจะทิ้งมันได้ทุกเมื่อ ดังนั้นผมวางพวกมันไว้ที่พื้น

มาสเตอร์โกลโกลไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไป

มาสเตอร์โกลโกลและคนอื่น ๆ ที่เป็นรุ่นพี่ของผมทั้งหมด พวกเขาจึงปฏิเสธที่จะฟังคำสั่งของผมและเลือกที่จะลงมือด้วยตัวเอง

ผมรู้ว่านั่นเป็นเพราะผมไม่เข้มแข็งพอ

ผมไม่มีอำนาจที่จะทำให้พวกเขายอมรับ …นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาจากไป

แม้แต่ออร์คที่นี่ก็เช่นกัน เหตุผลเดียวที่พวกเขาทำตามคำสั่งเป็นเพราะว่าอิทธิพลของมาสเตอร์โกลโกลที่ยังหลงเหลืออยู่

ผมต้องการพลัง

สิ่งที่คล้ายกับราชาก็อบลิน

แต่ทันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากภายในป่า

จมูกของผมขยับเพราะกลิ่นเลือดที่โชยมา มันคือเลือดของพี่น้องของผม! ส่วนระยะทาง ...ไม่ ไม่มีทาง ทำไมมีก็อบลินมากมายอยู่ใกล้ ๆ!?

“ทุกคนลุกขึ้น!”

ผมรีบกวัดแกว่งดาบและโล่อย่างรวดเร็ว แต่ตอนที่ผมกำลังจะกำหนดเส้นทางหลบหนี ผมก็ตกใจ

ทำไมมีก็อบลินอยู่ตรงหน้าเรา!?

ขณะที่ผมคิดอย่างนั้น เสียงกรีดร้องก็ดังออกมาจากด้านหลัง

"ก็อบลิน…! "

พวกมันที่น่าจะเป็นเผ่าที่อ่อนแอกว่าพวกเรา แต่ตอนนี้ …สิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคือก็อบลินผิวสีน้ำตาลที่มีแผงคอสีดำ บนหัวและมีเขาทั้งสาม ใบหน้าที่ดุร้ายและร่างกายที่ไม่มีใครเทียบได้ …มันคือเขา

ราชาก็อบลินผู้สังหารมาสเตอร์โกลโกล! เขาไล่ตามเรามา!

“ล - ลอร์ดบุย”

มีคนเรียกผม

ด้วยขาที่สั่นเทา ผมเดินเข้าไปหาราชาแห่งก็อบลิน ใบหน้าของเขากำลังยิ้มกว้าง

…มันน่ากลัว

น่ากลัว! น่ากลัว! น่ากลัว!!

ผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่เบื้องหลังราชาก็อบลินได้ขว้างอะไรบางอย่างมา

“กอย!?”

กอยและออร์คคนอื่น ๆ ที่แยกตัวออกจากฝูง ถูกแยกชิ้นส่วนและโยนลงมาที่เท้าของเรา

“กูรูวววอาาาา!”

เสียงคำรามของก็อบลินทำให้เท้าของผมสั่น

กลัว! กลัว! น่ากลัว!

นี่มันน่ากลัวกว่าแมงมุมยักษ์ซะอีก!!

“ออร์ค”

เสียงของราชาก็อบลินดังขึ้น

ราวกับว่าแค่เสียงของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะฆ่าผมได้!

“ข้าจะให้โอกาสเจ้า!”

ขณะที่ผมยืนอยู่ตรงนั้นต่อหน้าพี่น้องของผม ผมก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากข้างหลังอีกครั้ง

บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ผมรีบมองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว

...เราถูกล้อมรอบไปด้วยก็อบลินอย่างสมบูรณ์

“ยอมจำนนภายใต้ข้าซะ! ถ้าปฏิเสธ เจ้าจะต้องตายที่นี่!”

เราจะถูกกิน!

น่ากลัว! น่ากลัว! น่ากลัว!!

“อะ อ๊ะ…”

ผมไม่สามารถกล่าวเป็นคำพูดได้

“ห-ให้ ข-ข้า พ-พูดกับพ-พรรคพวกของข้าสักครู่”

ครู่หนึ่ง ผมรู้สึกได้ถึงเจตนาฆ่าของก็อบลินตัวนี้

“ไม่! ถ้าเจ้าเป็นหัวหน้า เจ้าก็ต้องตัดสินใจเอง!”

มันเป็นไปไม่ได้!

ผมไม่เหมือนมาสเตอร์โกลโกล ผมไม่มีอำนาจที่จะโน้มน้าวพี่น้องของผม เหตุผลเดียวที่ผมพาทุกคนมาที่นี่ได้ก็เพราะอิทธิพลของเขา

สำหรับคนอย่างผม...

“น-นั่นคือ ...”

“ท่านบุย…”

ผมหันหน้าไปทางเสียงที่กรีดร้อง ที่นั่นผมเห็นพี่น้องทุกคนมองมาที่ผม

การจ้องมองของพวกเขาที่ดูเหมือนจะยึดติดกับผม มันทำให้ผมอยากจะร้องไห้

ผมไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของพวกเขาได้! ผมตัวเล็ก ผมอ่อนแอ ผมเป็นแค่เด็กขี้แย

นั่นคือเหตุผลว่าทำไม นี่เป็นทางเลือกเดียวที่ผมทำได้!

“โอ้?”

เสียงนั่นมาจากลูกน้องของราชาก็อบลิน ผมได้ยินเสียงที่ดูเหมือนจะตกใจและชื่นชม

“…เราจะยอมแพ้ต่อราชาก็อบลิน”

“ข้าจะยอมรับเจ้า ราชาออร์ค”

มันไม่ถูกต้อง ผมไม่ใช่ราชาออร์ค นั่นเป็นชื่อเฉพาะของมาสเตอร์โกลโกลเท่านั้น

คนอย่างผม ...คนอย่างผมไม่มีทางเป็นราชาได้

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ส่ายหัวให้กับคำพูดของราชาก็อบลิน

ราชาออร์ค…

เช่นนี้ …เราจึงกลายเป็นลูกน้องของก็อบลิน

◆◆◇◇◆◆◇◇

ราชาออร์คบุย (Lv34) กลายเป็นสัตว์ใต้บังคับบัญชา

หมายเหตุผู้แต่ง: ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถควบคุมเผ่าออร์คได้

ผู้แปล : สัตว์เลี้ยง→สัตว์ใต้บังคับบัญชา

จบบทที่ ตอนที่ 47 บุยผู้ขี้ขลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว