เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130: ฉันอยากให้พวกมันรู้สึกเจ็บปวดแบบเดียวกับพวกเรา

บทที่ 130: ฉันอยากให้พวกมันรู้สึกเจ็บปวดแบบเดียวกับพวกเรา

บทที่ 130: ฉันอยากให้พวกมันรู้สึกเจ็บปวดแบบเดียวกับพวกเรา


หลินหยวนเปิดหน้าสถานะขึ้นมาเพื่อตรวจสอบค่าสถานะของตัวเอง

หลังจากสังหารหมู่ไททันในเมืองจี้มู่ พลังปราณของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็น 350,000 แต้ม

ซึ่งคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 30,000 แต้ม

ร่างอาชูร่าจะกลับมาทำงานเต็มที่อีกครั้ง ขอเพียงแค่เขากำจัดไททันเพื่อเก็บเกี่ยวเลือด เขาก็จะแข็งแกร่งขึ้น!

แต่สิ่งที่หลินหยวนคาดไม่ถึงก็คือ ถึงแม้ว่าเขาจะฆ่าไททันมากกว่าเดิม แต่พลังปราณที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้เยอะเท่ากับครั้งแรก

ดูเหมือนว่าร่างอาชูร่าก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน

ในตอนที่เขารวมร่างเข้ากับร่างอาชูร่าครั้งแรก เขาก็เหมือนคนหิวกระหายสุดขีดจึงได้กินอย่างตะกละตะกลามและดูดซับสารอาหารอย่างบ้าคลั่ง

แต่หลังจากได้กินอาหารในครั้งแรกไปแล้ว ร่างอาชูร่าก็อยู่ในสภาวะอิ่มตัว

ต่อให้เขาจะไล่ล่าสังหารต่อไป ผลลัพธ์ที่เขาได้ก็ไม่มากเหมือนครั้งก่อน

ดังนั้นสิ่งที่เขาควรทำในตอนนี้ก็คือ การดูดซับพลังให้ได้มากที่สุดและเปลี่ยนมันให้เป็นพลังของตัวเอง

จากนั้นเขาจึงจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวเองต่อไปได้ด้วยการกำจัดไททัน

ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ เสียงของฉู่อวี้ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา

“หลินหยวน… ข้างหน้านั่นน่าจะเป็นสุสานไททัน”

เมื่อหลินหยวนได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เขาก็เงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้าไกล ๆ

เบื้องหน้าเขานั้นมีป้ายหลุมศพสีดำนับไม่ถ้วน โดยที่หลุมศพสีดำสูงอย่างน้อย 10 เมตร

เนื่องจากป้ายหลุมศพที่เรียงรายกันจนสุดลูกหูลูกตาทำให้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นเหมือนป่าหลุมศพ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบริเวณเบื้องหน้านั้นจะต้องเป็นสุสานไททันที่เขากำลังตามหาอยู่แน่นอน

หลินหยวนจึงกระซิบพูดกับฉู่อวี้ว่า “เราลองไปดูกันเถอะ”

ถัดมา ชายหญิงทั้ง 2 ก็ร่อนลงมาจากอากาศ จากนั้นก็ก้าวเท้าให้เบาที่สุดในขณะที่มุ่งหน้าไปยังสุสานไททัน

พวกเขาระมัดระวังตัวมากเพราะไททันมรณะบอกว่าภายในสุสานแห่งนี้มีไททันซอมบี้ที่เป็นไททันมหันตภัยอาศัยอยู่

อีกทั้งไททันซอมบี้ตัวนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าไททันมรณะเสียอีก

ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะไม่รู้สึกกลัวไททันซอมบี้ แต่เขาก็ยังไม่อยากปะทะกับมันตอนนี้ จุดประสงค์เดียวที่เขามายังสุสานไททันก็คือการเก็บศพไททันระดับสูงให้ได้มากที่สุด

บอกตามตรงว่าเขาจะมาขุดหลุมศพ!

แม้การทำแบบนี้จะขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศตัวเอง แต่เด็กหนุ่มก็ไม่สนใจเรื่องนี้ เผ่าไททันที่ถูกฝังอยู่ที่นี่ล้วนแต่มือเปื้อนเลือดมนุษย์ทั้งสิ้น

อีกอย่างเขามองว่าในยามสงคราม ศีลธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเลยสักนิด

เพราะหากมีโอกาสที่จะชนะสงครามได้…

ถ้าสามารถขับไล่ไททันออกไปจากโลกนี้ทั้งหมด…

เช่นนั้นหลินหยวนก็ยอมเป็นคนชั่วในสายตาของคนทั้งโลก!

ไม่นานหลินหยวนกับฉู่อวี้ก็เข้าไปในพื้นที่สุสาน พอมายืนเทียบกันแล้ว ป้ายหลุมศพสีดำที่ตั้งสูงตระหง่านก็ยิ่งดูใหญ่อลังการมากในสายตาของพวกเขา

“ตอนที่ฉันอยู่ในกองทัพ ฉันได้เรียนรู้อักษรของไททันด้วย” เด็กสาวกระซิบ “ฉันจะลองดูสิ่งที่สลักบนป้ายหลุมศพพวกนี้”

ฉู่อวี้พูดจบแล้วก็ลอยขึ้นไปในอากาศ จากนั้นเธอก็กวาดตาอ่านตัวอักษรที่สลักเอาไว้

ในตอนนั้นหลินหยวนสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเด็กสาวเคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เธอกวาดตามองป้ายหลุมศพ

2 นาทีต่อมา ฉู่อวี้ก็ค่อย ๆ ลอยลงมายืนบนพื้น

หลังจากที่เท้าของเธอแตะพื้น เด็กหนุ่มก็ถามว่า “บนป้ายหลุมศพเขียนอะไรเอาไว้เหรอ?”

ฉู่อวี้กัดฟันตอบว่า “มันเขียนชื่อ ยศ แล้วก็… วีรกรรมในสนามรบ”

หลินหยวนที่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจ

จากนั้นเด็กสาวก็พูดถึงเนื้อหาบนป้ายหลุมศพว่า “ไททันปีศาจน้ำแข็งระดับ 8 ในช่วงที่มีชีวิตมันมีผลงานมากมาย ในสนามรบมันได้แช่แข็งผู้มีพลังแรงก์ SS ของหัวเซี่ย 3 คน และสังหารผู้มีพลังแรงก์ S 13 คน ทำลายกองทัพของหัวเซี่ยและกวาดล้างทหารมนุษย์ไปกว่า 30,000 นาย”

“เผ่าไททันจะจดจำผลงานของเขาไปชั่วนิรันดร์ ขอสดุดีแด่ทหารกล้า”

เมื่อหลินหยวนได้ฟังคำพูดของฉู่อวี้ เขาก็กำหมัดแน่น

เขาไม่เคยคิดเลยว่าเผ่าไททันจะหน้าไม่อายถึงขั้นจารึกความผิดของตัวเองไว้บนแผ่นป้ายหลุมศพอย่างโจ่งแจ้ง แถมยังอวดอ้างว่าสิ่งนั้นเป็นความสำเร็จอีกด้วย!

ทหารกว่า 30,000 นายต้องตายด้วยน้ำมือของไททันปีศาจน้ำแข็งตัวนี้!

เด็กหนุ่มจินตนาการถึงความรู้สึกที่สิ้นหวังของเหล่าทหารเมื่อเผชิญหน้ากับไททันมหันตภัยที่โหดเหี้ยม

เพราะสุดท้ายแล้วไม่ใช่ทุกคนที่แข็งแกร่งมากพอที่จะต่อสู้กับไททันมหันตภัยได้อย่างเขา

สำหรับทหารยศต่ำทั่วไป การเผชิญหน้ากับไททันมหันตภัยในสนามรบนั้นนับได้ว่าเป็นหายนะ

แต่… ถึงจะอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังแบบนั้น พวกเขาก็ยังไม่ยอมแพ้

แม้แต่ความตายก็ไม่อาจหยุดยั้งความปรารถนาในหัวใจของพวกเขา!!!

นี่แหละคือนักรบที่แท้จริง!!

นี่คือจิตวิญญาณของทหาร!!

แน่นอนว่ากองทัพจะไม่ทำให้นักรบที่ต้องสิ้นชีพด้วยน้ำมือของไททันปีศาจน้ำแข็งต้องผิดหวังแน่นอน

แม้ว่าหลินหยวนจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าไททันปีศาจน้ำแข็งตัวนี้ แต่หลักฐานสำคัญที่สุดก็คือร่างของไททันปีศาจน้ำแข็งถูกฝังไว้ที่นี่!

“ไททันมหันตภัย… คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 30,000 คน” เด็กหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

เขารู้ดีว่าสงครามมันโหดร้ายมากแค่ไหน แม้เขาจะเคยผ่านสมรภูมิอันเหี้ยมโหดมาด้วยตัวเอง เขาก็ยังรู้สึกโศกเศร้าอยู่ดี

ทหารที่ต้องล้มตายก็เป็นเหมือนเขาที่มีครอบครัว เพื่อนฝูง และคนที่รัก

แต่พวกเขาต้องเอาชีวิตมาทิ้งในสนามรบ ถึงแม้จะเคียดแค้น ถึงแม้จะสิ้นหวัง แต่ก็ยังต้องถูกบดขยี้จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

บางที… ท่ามกลางทหารพวกนี้ อาจจะมีทหารใหม่รวมอยู่ด้วย

พวกเขาเดินทางไปร่วมสนามรบด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า ความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะปกป้องประเทศชาติ แต่ไททันปีศาจน้ำแข็งตัวนี้ได้พรากความหวังทั้งหมดของพวกเขาไป

พอคิดถึงเรื่องนี้หลินหยวนก็กัดฟันแน่น

หากเขามีพลังมากพอ… คงจะไม่มีใครตายอีกใช่ไหม?

จู่ ๆ ฉู่อวี้ก็เดินเข้ามาตบไหล่หลินหยวนเบา ๆ เธอเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเขาจึงกระซิบว่า “อย่าโทษตัวเองเลย มันไม่ใช่ความผิดของนาย”

“สงครามมันโหดร้ายมาตลอด”

“ฉันรู้” เด็กหนุ่มพยักหน้า ในขณะที่สายตาของเขาเย็นชาลง

จากนั้นเขาก็พูดว่า “ในเมื่อเป็นแบบนั้น ฉันก็จะทำให้ไอ้พวกไททันรู้สึกถึงความโหดร้ายนี้ด้วย! ฉันอยากให้พวกมันรู้สึกเจ็บปวดแบบเดียวกับพวกเรา…”

“ความเจ็บปวดที่ฝังลึกในกระดูก!!”

หลังจากนั้นหลินหยวนก็เริ่มขุดหลุมศพไททันปีศาจน้ำแข็งโดยไม่มีความลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว

ไม่นานเขาก็ขุดซากศพไททันตัวหนึ่งออกมาจากหลุมเบื้องหน้า

ต้องบอกว่าพลังของไททันมหันตภัยนั้นน่าเกรงขามมาก

ถึงแม้ว่าไททันปีศาจน้ำแข็งจะตายไปนานแล้ว แต่โครงกระดูกของมันก็ยังมีแสงสีฟ้าเยือกเย็นเปล่งประกาย พร้อมกับแผ่รังสีที่ทรงพลังและน่ากลัวออกมา

หลังจากเด็กหนุ่มขุดศพเสร็จ เขาก็ยกมือเพื่อนำร่างไปเก็บไว้ในช่องเก็บอันเดด

พอนับรวมไททันปีศาจน้ำแข็งแล้ว ตอนนี้หลินหยวนมีไททันมหันตภัยถึง 3 ตัว

ไททันมังกรเพลิง ไททันมรณะ และไททันปีศาจน้ำแข็ง แม้ว่าอันเดดไททันมหันตภัยทั้ง 3 ตัวนี้จะมีพลังเพียง 80% ของตอนที่มีชีวิตอยู่ แต่พวกมันก็ยังแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ

ถ้าหลินหยวนหาศพไททันมหันตภัยมาได้อีกสัก 2 ศพ เขาก็อาจจะสามารถทำลายเมืองจี้มู่ทั้งเมืองได้เลย

“อันต่อไป” หลินหยวนเดินตรงไปยังหลุมศพถัดไป

ในสายตาของเขา แน่นอนว่าไททันพวกนี้ล้วนแต่เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สังหารมวลมนุษยชาติ ดังนั้นแม้ว่าเขาจะต้องขุดหลุมศพพวกนี้ขึ้นมากี่ศพ เขาก็ไม่รู้สึกว่ามันเหนื่อยเลยสักนิด

ในไม่ช้าเด็กหนุ่มก็ขุดศพไททันขึ้นมาทีละศพ แต่ในบรรดาศพพวกนี้ มีไททันมหันตภัยน้อยมาก นอกจากไททันปีศาจน้ำแข็ง เขาใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็มในการขุดศพไททันออกมาได้ทั้งหมด 12 ศพ ในจำนวนนี้มีไททันภัยพิบัติ 9 ศพ และไททันมหาวิบัติอีก 2 ศพ แล้วมีไททันมหันตภัยเพียงศพเดียว

แล้วมันก็ไม่ใช่ไททันมหันตภัยที่ทรงพลังอะไร ความแข็งแกร่งของมันเทียบได้กับไททันมรณะ

ถึงแม้ไททันมหันตภัยจะหายากไปสักหน่อย แต่ในจำนวนนี้ก็มากพอสำหรับหลินหยวนแล้ว เพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็มีหลุมศพอีกอย่างน้อยหลายร้อยหลุม

แค่เขาขุดมาได้ 1 ใน 10 หรือ 1 ใน 20 เขาก็จะได้ร่างของไททันมหันตภัยมาเยอะอยู่ดี

และถ้าเด็กหนุ่มสามารถขุดหลุมทุกหลุมที่นี่ได้จริง ๆ เขาอาจมีโอกาสสร้างกองทัพที่ประกอบไปด้วยไททันมหันตภัยทั้งหมดได้เลย

เขาไม่อยากจะคิดภาพเลยว่า ถ้ากองทัพนี้ไปโผล่ในสนามรบ เผ่าไททันจะต้องได้พบเจอกับฝันร้ายอย่างแน่นอน

นี่คือเป้าหมายสูงสุดของหลินหยวน นั่นคือการให้ศัตรูได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของมนุษย์ เขาจะแก้แค้นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน!!

“นายคิดอะไรอยู่เหรอ?” ฉู่อวี้เดินเข้าไปหาหลินหยวนแล้วถามเบา ๆ ตอนนี้เธอพอจะนึกภาพออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในหัว

“เราไปนั่งพักกันก่อนเถอะ” เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถามอีกฝ่ายแล้วหาที่นั่งพัก

หลังจากขุดหลุมศพมาหลายหลุม เขาก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยขึ้นมานิดหน่อย จากนั้นเขาก็พูดว่า “ถ้าเราขุดศพขึ้นมาหมดแล้ว เราจะกลับบ้านกัน จากนั้นฉันก็จะพากองทัพไททันอันเดดไปบุกแนวหน้า!”

เมื่อฉู่อวี้ได้ยินคำพูดของหลินหยวน ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างขึ้น ก่อนที่เธอจะยิ้มแล้วพูดว่า “ในตอนนั้นฉันกลัวว่าคนทั้งประเทศจะพากันตกใจไปซะก่อน หลินหยวน ถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ ฉันอยากให้นายถอดหน้ากากเปิดเผยหน้าตัวเองให้ทุกคนได้รู้ว่านายเป็นใคร”

“ฉันอยากให้พวกเขารู้ว่านายไม่ใช่คนขี้แพ้ คนขี้ขลาด หรือแม้แต่เป็นคนทรยศชาติ ฉันอยากให้พวกเขาเห็นด้วยตาตัวเองว่านายกำลังต่อสู้เพื่อใคร”

จบบทที่ บทที่ 130: ฉันอยากให้พวกมันรู้สึกเจ็บปวดแบบเดียวกับพวกเรา

คัดลอกลิงก์แล้ว