เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 125: สกิลพิเศษ: คำสาปหายนะ

บทที่ 125: สกิลพิเศษ: คำสาปหายนะ

บทที่ 125: สกิลพิเศษ: คำสาปหายนะ


เวลาต่อมา หลินหยวนกลับมายังเมืองจี้มู่ ที่นั่นฉู่อวี้ยังคงรอเขาอยู่ตามที่เขาบอก

ทันทีที่เขากลับมา สีหน้าเป็นกังวลของเด็กสาวก็สว่างสดใสขึ้นในขณะที่เธอรีบเข้ามาหาเขา “หลินหยวน นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ฉันไม่เป็นไร” หลินหยวนโบกมือตอบก่อนจะถามว่า “เธออยู่ที่นี่ตั้งนาน ไม่มีไททันตัวไหนพบเธอใช่ไหม?”

ในตอนที่หลินหยวนปล่อยฉู่อวี้ไว้ในเมืองเพียงลำพัง เขาไม่ได้ทิ้งอัญมณีซ่อนเร้นไว้ให้เธอด้วย เพราะหากแถวนี้มีไททันที่มีประสาทสัมผัสเฉียบแหลม มันจะรู้ทันทีว่ามีมนุษย์อยู่ใกล้ ๆ

แต่เด็กสาวกลับส่ายหัวตอบว่า “พวกเรายังไม่ถูกจับได้ ที่นี่เป็นเหมือนเมืองร้าง ฉันรอนายอยู่ที่นี่ตั้งนานก็ยังไม่เห็นไททันแม้แต่ตัวเดียวเลย”

เด็กหนุ่มที่ได้ยินแบบนี้ก็ขมวดคิ้วมุ่น

ดูเหมือนว่าเมืองสุสานไททันแห่งนี้จะแปลกเกินกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก

จากนั้นฉู่อวี้ก็ถามขึ้นมาว่า “งั้นเราควรรีบออกไปจากที่นี่ดีไหม?”

“ไม่ต้องรีบหรอก” หลินหยวนตอบ “ในเมื่อเมืองนี้มีไททันน้อย เราก็ควรหลบอยู่ที่นี่ก่อน แล้วค่อยวางแผนว่าจะทำอะไรต่อไป”

หลังจากพูดจบเขาก็พาเด็กสาวไปหลบในอาคารร้างแห่งหนึ่ง

จากนั้นเขาก็หยิบคริสตัลอัปเกรดพลัง 200 ชิ้นออกมาจากช่องเก็บของ

ทีแรกเขาคิดเอาไว้ว่าเขาจะถือโอกาสนี้อัปเกรดพลังพิเศษของตัวเองก่อน

“นั่นคืออะไรเหรอ?” ฉู่อวี้มองไปยังคริสตัลปริศนาในมือของหลินหยวนซึ่งมีลักษณะคล้ายภูเขาลูกเล็กที่กำลังเปล่งแสงสีน้ำเงินจาง ๆ แล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย

เด็กหนุ่มจึงอธิบายว่า “นี่เป็นคริสตัลที่เอาไว้เพิ่มพลังพิเศษ เราใช้มันอัปเกรดพลังพิเศษของตัวเอง เธออยากลองดูไหมล่ะ?”

เด็กสาวส่ายหัวพลางหัวเราะเบา ๆ “ฉันไม่อยากหรอก ฉันเป็นผู้สืบทอดพลังของไททันศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ฉันไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษอีกต่อไปแล้ว”

เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าหลินหยวนจะมีคริสตัลที่สามารถช่วยเพิ่มพลังพิเศษของตัวเองอยู่ในมือ

สมบัติที่ล้ำค่าแบบนี้ฉู่อวี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

เธอไม่แปลกใจอีกแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพัฒนาพลังได้ก้าวกระโดดแบบนี้ ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ตั้งคำถามอะไรอีก

เพราะทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเอง โดยเฉพาะหลินหยวนที่คิดจะต่อสู้เพื่อประเทศชาติและมวลมนุษย์

เมื่อเด็กหนุ่มนำคริสตัลอัปเกรดพลังทั้งหมดออกมา เขาก็นั่งขัดสมาธิลงกับพื้นแล้วคว้าคริสตัลที่มีแสงสีน้ำเงินจาง ๆ ส่องสว่างอยู่ภายในมาถือเอาไว้แล้วเริ่มดูดซับมัน

ตอนนี้เขาเหลือเพียง [อันเดด] และ [เทเลพอร์ต] ที่ยังไปไม่ถึงระดับ A

หลังจากที่เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจได้ว่า… เขาจะอัปเกรดพลังอันเดด!

สำหรับเขา ตอนนี้พลังเทเลพอร์ตระดับ B นับว่ามากเกินพอแล้ว

แม้ว่าเขาจะอัปเกรดระดับพลังเทเลพอร์ต แต่มันก็ลดแค่คูลดาวน์และเพิ่มระยะเทเลพอร์ตมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในจุดนี้ยังไม่ได้มีความสำคัญมากนัก

พอหลินหยวนดูดซับพลังเสร็จ คริสตัลอัปเกรดพลังก็ค่อย ๆ เปลี่ยนกลายเป็นก้อนหินสีหม่นทีละชิ้น

ในเวลาไม่ถึง 5 นาที เขาได้ดูดซับคริสตัลอัปเกรดพลัง 200 ชิ้นจนหมด

ขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหู

“ติ๊ง! [อันเดด] อัปเกรดเป็นระดับ A สำเร็จ! พลังสิ่งมีชีวิตอันเดด +5%  สกิลพิเศษ: คำสาปหายนะ!”

เมื่อเด็กหนุ่มอัปเกรดพลังอันเดดเป็นระดับ A เขาก็ได้รับสกิลพิเศษใหม่ คำสาปหายนะ!

ต่อมา เขารีบเปิดดูคำอธิบายสกิลคำสาปหายนะขึ้นมาโดยไม่ลังเล

[คำสาปหายนะ]

[คำอธิบาย: สาปศัตรูโดยแลกกับการสังเวยอันเดด]

[ความรุนแรงของคำสาปสัมพันธ์กับความแข็งแกร่งของอันเดดที่ถูกสังเวย ยิ่งอันเดดที่ถูกสังเวยแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ คำสาปก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น!]

หลังจากหลินหยวนอ่านคำอธิบายสกิล เขาก็เข้าใจทันที

สกิลพิเศษที่เขาได้รับในครั้งนี้ก็คือสกิลประเภทคำสาป

สำหรับเด็กหนุ่ม สกิลนี้ชดเชยข้อบกพร่องของเขาได้พอดิบพอดี เพราะเขามักจะพึ่งพาการโจมตีจากพลังของตัวเองเป็นหลัก

แต่พอได้รับสกิลคำสาปหายนะมา นอกจากเขาจะโจมตีได้รุนแรงขึ้นแล้ว เขายังสามารถทำให้ศัตรูอ่อนแอลงได้อีกด้วย

การทำให้ศัตรูอ่อนแอลงนั้นไม่ต่างจากการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง!

หลังจากหลินหยวนอัปเกรดพลังตัวเองเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นพูดว่า “เราไปกันเถอะ”

“ไปไหนเหรอ?” ฉู่อวี้ถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

เด็กหนุ่มตอบกลับไปว่า “ฉันมีแผนแล้ว”

ภายในเมืองจี้มู่ หลินหยวนกับฉู่อวี้ค่อย ๆ เดินลัดเลาะผ่านเมืองที่ไร้ไททันและเงียบสงัดไปเรื่อย ๆ

อันที่จริงในระหว่างทางพวกเขาเจอไททันไม่เกิน 10 ตัว

เมืองจี้มู่แห่งนี้ไม่ต่างจากเมืองร้างเลยสักนิด

จู่ ๆ เด็กสาวก็กระซิบถามว่า “จะทำได้จริงเหรอ?”

เด็กหนุ่มหันมาตอบเธอว่า “ในเมื่อเรามาถึงที่นี่แล้ว เราก็ต้องทำให้พวกไททันได้ชดใช้อะไรบ้าง”

แผนการของเขานั้นง่ายมาก นั่นก็คือการค้นหาเจ้าเมืองจี้มู่นี้ แล้วสังหารเพื่อยึดครองเมือง!

หลินหยวนรู้ดีว่าทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน สำหรับพวกเขาในตอนนี้ หากพวกเขาคิดจะหนีออกไปจากที่นี่ พวกเขามีแต่จะต้องลองดูเท่านั้น

เพราะเขาได้กวาดล้างกองทัพไททันที่ขนส่งศพไปแล้ว หากเขายังคงหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในเมืองต่อไป อีกไม่นานพวกไททันก็จะหาพวกเขาพบ

แทนที่จะมานั่งรอความตาย สู้เป็นฝ่ายรุกเองก่อนจะดีกว่า

ตอนนี้หลินหยวนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสุสานตั้งอยู่ตรงไหน เขาต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม

และวิธีการที่จะหาข้อมูลในถิ่นของศัตรูแบบนี้มีแต่จะต้องเอามีดจี้คอฝ่ายตรงข้ามและเค้นสอบปากคำพวกมัน ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงพุ่งเป้าไปที่เจ้าเมืองจี้มู่แห่งนี้

ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด เจ้าเมืองไททันที่เฝ้าเมืองจี้มู่น่าจะเป็นไททันมหันตภัยเหมือนกับไกอัส ไททันอนธการที่เป็นผู้ปกครองเมืองหย่งเย่

ปัจจุบันหลินหยวนมีความมั่นใจมากพอที่จะเผชิญหน้ากับไททันมหันตภัยเพียงลำพัง เว้นเสียแต่ว่า… เจ้าเมืองที่เฝ้าเมืองจี้มู่จะมีพลังในระดับเดียวกับไททันมังกรเพลิง

แต่ในความคิดของเด็กหนุ่ม ความเป็นไปได้นี้ไม่สูงมากนักเพราะเผ่าไททันเองก็จำเป็นจะต้องส่งกำลังพลไปลงสนามรบแนวหน้าเป็นจำนวนมาก พวกมันคงไม่มีทางใช้ไททันที่มีพลังมหาศาลมาเฝ้าเมืองร้างอย่างเมืองสุสานไททันแห่งนี้ ดังนั้นไม่มีทางเลยที่เจ้าเมืองจะเป็นไททันที่มีพลังเหนือกว่าไกอัส

แบบนี้การที่จะฆ่าอีกฝ่ายก็คงไม่ยากนัก

ไม่นานฉู่อวี้ก็พูดขึ้นว่า “แล้วพวกไททันจะไม่รู้เหรอว่าเรายึดเมืองสุสานไททันไปแล้ว? ถ้าไททันโลกาวินาศมาด้วยตัวเอง ฉันกลัวว่า… เราจะต้องตายกันหมด”

ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เด็กสาวกังวลนั้นไม่ได้ไร้เหตุผลเสียทีเดียว แต่หลินหยวนได้พิจารณาปัญหานี้ไว้ก่อนแล้วจึงได้ตัดสินใจทำแบบนี้

“ถึงจะเป็นเผ่าไททัน แต่ไททันโลกาวินาศไม่ได้มีเยอะนักหรอก อีกอย่างก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะติดต่อกับไททันระดับนั้นได้ ที่ไททันโลกาวินาศไปโผล่ที่เมืองหย่งเย่ก่อนหน้านี้ก็เป็นเพราะเฝิงเจิ้งกั๋ว ถึงยังไงเฝิงเจิ้งกั๋วก็เป็นคนทรยศที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางคนระดับสูงในกองทัพ”

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้แจ้งข่าวมากมายให้พวกไททันทราบ ผลงานของเขานับว่าโดดเด่นเลยทีเดียว เธอรู้หรือเปล่าว่าคนที่มักจะแสวงหาผลกำไรจากความทุกข์ของคนอื่น ถ้าการทำงานเพื่อเผ่าไททันทำให้ต้องพบจุดจบที่น่าเศร้าแบบนี้ ใครจะเลือกทรยศกัน?”

“ถ้าเฝิงเจิ้งกั๋วไม่ได้รับการช่วยเหลือ แน่นอนว่านับจากนี้ไปจะไม่มีใครทรยศพวกเราอีก ในเมื่อเขาเลือกทรยศประเทศชาติ ทรยศเผ่าพันธุ์ตัวเองไปเข้าร่วมกับเผ่าไททัน เขาย่อมได้รับผลประโยชน์มหาศาลอยู่แล้ว”

“เพราะงั้นไททันเทพปีศาจถึงได้ยอมเจรจาปล่อยพ่อของฉันที่เป็นถึงมนุษย์กึ่งเทพไปง่าย ๆ เพื่อแลกกับชีวิตของเฝิงเจิ้งกั๋ว”

ฉู่อวี้ได้ยินแบบนี้ก็เข้าใจได้ทันที “เข้าใจแล้ว”

เด็กหนุ่มกล่าวต่อไปว่า “ส่วนเรื่องที่ว่าสิ่งที่เราทำในเมืองสุสานจะถูกไททันล่วงรู้หรือเปล่านั้นย่อมชัดเจนอยู่แล้ว แต่ตราบใดที่เราลงมือเร็ว เราจะรวบรวมข่าวได้มากพอแล้วหนีออกไปก่อนที่พวกไททันจะส่งกำลังพลมาตามล่าเรา”

ในตอนที่เขาวางแผนนี้ เขาได้คิดทางหนีทีไล่เอาไว้เรียบร้อย

ถ้าวัดจากกำลังที่เขามี การเผชิญหน้ากับเผ่าไททันตรง ๆ ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน

แต่ข้อได้เปรียบเดียวของพวกเขาก็คือ พวกเขามีขนาดตัวเล็กจึงมีความคล่องตัวสูง

นั่นหมายความว่า ขอเพียงพวกไททันไม่สามารถค้นหาที่อยู่ของทั้ง 2 ได้ พวกเขาก็ยังสามารถเร่ร่อนอยู่ในแนวหลังของศัตรูและสร้างความโกลาหลให้พวกมันได้อย่างต่อเนื่อง

แถมวิธีนี้อาจจะช่วยบรรเทาแรงกดดันในแนวหน้าของประเทศลงได้อีกด้วย

ถึงแม้ว่าตอนนี้มันไม่ต่างจากการที่พวกเขาเดินอยู่บนเส้นด้าย แต่สำหรับหลินหยวนแล้ว ไม่ว่าภารกิจจะเสี่ยงแค่ไหน ขอแค่มันมีความหมาย เขาก็ยินดีที่จะทำ!

เพื่อครอบครัว เพื่อประเทศ นี่ไม่ใช่เพื่อการเป็นวีรชนที่ยิ่งใหญ่ หากแต่เป็นจิตวิญญาณที่บ่มเพาะส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น

หลินหยวนเกิดและโตในหัวเซี่ย เขาพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ!

การสละชีวิตเพื่อปกป้องประเทศชาตินั้นมันก็เหมือนกับนักรบที่ได้กลับบ้าน พอเด็กหนุ่มคิดถึงเรื่องนี้ สายตาของเขาที่มองตรงไปข้างหน้าก็แน่วแน่มากยิ่งขึ้น

จบบทที่ บทที่ 125: สกิลพิเศษ: คำสาปหายนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว