- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 125: สกิลพิเศษ: คำสาปหายนะ
บทที่ 125: สกิลพิเศษ: คำสาปหายนะ
บทที่ 125: สกิลพิเศษ: คำสาปหายนะ
เวลาต่อมา หลินหยวนกลับมายังเมืองจี้มู่ ที่นั่นฉู่อวี้ยังคงรอเขาอยู่ตามที่เขาบอก
ทันทีที่เขากลับมา สีหน้าเป็นกังวลของเด็กสาวก็สว่างสดใสขึ้นในขณะที่เธอรีบเข้ามาหาเขา “หลินหยวน นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”
“ฉันไม่เป็นไร” หลินหยวนโบกมือตอบก่อนจะถามว่า “เธออยู่ที่นี่ตั้งนาน ไม่มีไททันตัวไหนพบเธอใช่ไหม?”
ในตอนที่หลินหยวนปล่อยฉู่อวี้ไว้ในเมืองเพียงลำพัง เขาไม่ได้ทิ้งอัญมณีซ่อนเร้นไว้ให้เธอด้วย เพราะหากแถวนี้มีไททันที่มีประสาทสัมผัสเฉียบแหลม มันจะรู้ทันทีว่ามีมนุษย์อยู่ใกล้ ๆ
แต่เด็กสาวกลับส่ายหัวตอบว่า “พวกเรายังไม่ถูกจับได้ ที่นี่เป็นเหมือนเมืองร้าง ฉันรอนายอยู่ที่นี่ตั้งนานก็ยังไม่เห็นไททันแม้แต่ตัวเดียวเลย”
เด็กหนุ่มที่ได้ยินแบบนี้ก็ขมวดคิ้วมุ่น
ดูเหมือนว่าเมืองสุสานไททันแห่งนี้จะแปลกเกินกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
จากนั้นฉู่อวี้ก็ถามขึ้นมาว่า “งั้นเราควรรีบออกไปจากที่นี่ดีไหม?”
“ไม่ต้องรีบหรอก” หลินหยวนตอบ “ในเมื่อเมืองนี้มีไททันน้อย เราก็ควรหลบอยู่ที่นี่ก่อน แล้วค่อยวางแผนว่าจะทำอะไรต่อไป”
หลังจากพูดจบเขาก็พาเด็กสาวไปหลบในอาคารร้างแห่งหนึ่ง
จากนั้นเขาก็หยิบคริสตัลอัปเกรดพลัง 200 ชิ้นออกมาจากช่องเก็บของ
ทีแรกเขาคิดเอาไว้ว่าเขาจะถือโอกาสนี้อัปเกรดพลังพิเศษของตัวเองก่อน
“นั่นคืออะไรเหรอ?” ฉู่อวี้มองไปยังคริสตัลปริศนาในมือของหลินหยวนซึ่งมีลักษณะคล้ายภูเขาลูกเล็กที่กำลังเปล่งแสงสีน้ำเงินจาง ๆ แล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
เด็กหนุ่มจึงอธิบายว่า “นี่เป็นคริสตัลที่เอาไว้เพิ่มพลังพิเศษ เราใช้มันอัปเกรดพลังพิเศษของตัวเอง เธออยากลองดูไหมล่ะ?”
เด็กสาวส่ายหัวพลางหัวเราะเบา ๆ “ฉันไม่อยากหรอก ฉันเป็นผู้สืบทอดพลังของไททันศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ฉันไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษอีกต่อไปแล้ว”
เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าหลินหยวนจะมีคริสตัลที่สามารถช่วยเพิ่มพลังพิเศษของตัวเองอยู่ในมือ
สมบัติที่ล้ำค่าแบบนี้ฉู่อวี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
เธอไม่แปลกใจอีกแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพัฒนาพลังได้ก้าวกระโดดแบบนี้ ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ตั้งคำถามอะไรอีก
เพราะทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเอง โดยเฉพาะหลินหยวนที่คิดจะต่อสู้เพื่อประเทศชาติและมวลมนุษย์
เมื่อเด็กหนุ่มนำคริสตัลอัปเกรดพลังทั้งหมดออกมา เขาก็นั่งขัดสมาธิลงกับพื้นแล้วคว้าคริสตัลที่มีแสงสีน้ำเงินจาง ๆ ส่องสว่างอยู่ภายในมาถือเอาไว้แล้วเริ่มดูดซับมัน
ตอนนี้เขาเหลือเพียง [อันเดด] และ [เทเลพอร์ต] ที่ยังไปไม่ถึงระดับ A
หลังจากที่เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจได้ว่า… เขาจะอัปเกรดพลังอันเดด!
สำหรับเขา ตอนนี้พลังเทเลพอร์ตระดับ B นับว่ามากเกินพอแล้ว
แม้ว่าเขาจะอัปเกรดระดับพลังเทเลพอร์ต แต่มันก็ลดแค่คูลดาวน์และเพิ่มระยะเทเลพอร์ตมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในจุดนี้ยังไม่ได้มีความสำคัญมากนัก
พอหลินหยวนดูดซับพลังเสร็จ คริสตัลอัปเกรดพลังก็ค่อย ๆ เปลี่ยนกลายเป็นก้อนหินสีหม่นทีละชิ้น
ในเวลาไม่ถึง 5 นาที เขาได้ดูดซับคริสตัลอัปเกรดพลัง 200 ชิ้นจนหมด
ขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหู
“ติ๊ง! [อันเดด] อัปเกรดเป็นระดับ A สำเร็จ! พลังสิ่งมีชีวิตอันเดด +5% สกิลพิเศษ: คำสาปหายนะ!”
เมื่อเด็กหนุ่มอัปเกรดพลังอันเดดเป็นระดับ A เขาก็ได้รับสกิลพิเศษใหม่ คำสาปหายนะ!
ต่อมา เขารีบเปิดดูคำอธิบายสกิลคำสาปหายนะขึ้นมาโดยไม่ลังเล
[คำสาปหายนะ]
[คำอธิบาย: สาปศัตรูโดยแลกกับการสังเวยอันเดด]
[ความรุนแรงของคำสาปสัมพันธ์กับความแข็งแกร่งของอันเดดที่ถูกสังเวย ยิ่งอันเดดที่ถูกสังเวยแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ คำสาปก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น!]
หลังจากหลินหยวนอ่านคำอธิบายสกิล เขาก็เข้าใจทันที
สกิลพิเศษที่เขาได้รับในครั้งนี้ก็คือสกิลประเภทคำสาป
สำหรับเด็กหนุ่ม สกิลนี้ชดเชยข้อบกพร่องของเขาได้พอดิบพอดี เพราะเขามักจะพึ่งพาการโจมตีจากพลังของตัวเองเป็นหลัก
แต่พอได้รับสกิลคำสาปหายนะมา นอกจากเขาจะโจมตีได้รุนแรงขึ้นแล้ว เขายังสามารถทำให้ศัตรูอ่อนแอลงได้อีกด้วย
การทำให้ศัตรูอ่อนแอลงนั้นไม่ต่างจากการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง!
หลังจากหลินหยวนอัปเกรดพลังตัวเองเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นพูดว่า “เราไปกันเถอะ”
“ไปไหนเหรอ?” ฉู่อวี้ถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
เด็กหนุ่มตอบกลับไปว่า “ฉันมีแผนแล้ว”
…
ภายในเมืองจี้มู่ หลินหยวนกับฉู่อวี้ค่อย ๆ เดินลัดเลาะผ่านเมืองที่ไร้ไททันและเงียบสงัดไปเรื่อย ๆ
อันที่จริงในระหว่างทางพวกเขาเจอไททันไม่เกิน 10 ตัว
เมืองจี้มู่แห่งนี้ไม่ต่างจากเมืองร้างเลยสักนิด
จู่ ๆ เด็กสาวก็กระซิบถามว่า “จะทำได้จริงเหรอ?”
เด็กหนุ่มหันมาตอบเธอว่า “ในเมื่อเรามาถึงที่นี่แล้ว เราก็ต้องทำให้พวกไททันได้ชดใช้อะไรบ้าง”
แผนการของเขานั้นง่ายมาก นั่นก็คือการค้นหาเจ้าเมืองจี้มู่นี้ แล้วสังหารเพื่อยึดครองเมือง!
หลินหยวนรู้ดีว่าทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน สำหรับพวกเขาในตอนนี้ หากพวกเขาคิดจะหนีออกไปจากที่นี่ พวกเขามีแต่จะต้องลองดูเท่านั้น
เพราะเขาได้กวาดล้างกองทัพไททันที่ขนส่งศพไปแล้ว หากเขายังคงหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในเมืองต่อไป อีกไม่นานพวกไททันก็จะหาพวกเขาพบ
แทนที่จะมานั่งรอความตาย สู้เป็นฝ่ายรุกเองก่อนจะดีกว่า
ตอนนี้หลินหยวนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสุสานตั้งอยู่ตรงไหน เขาต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม
และวิธีการที่จะหาข้อมูลในถิ่นของศัตรูแบบนี้มีแต่จะต้องเอามีดจี้คอฝ่ายตรงข้ามและเค้นสอบปากคำพวกมัน ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงพุ่งเป้าไปที่เจ้าเมืองจี้มู่แห่งนี้
ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด เจ้าเมืองไททันที่เฝ้าเมืองจี้มู่น่าจะเป็นไททันมหันตภัยเหมือนกับไกอัส ไททันอนธการที่เป็นผู้ปกครองเมืองหย่งเย่
ปัจจุบันหลินหยวนมีความมั่นใจมากพอที่จะเผชิญหน้ากับไททันมหันตภัยเพียงลำพัง เว้นเสียแต่ว่า… เจ้าเมืองที่เฝ้าเมืองจี้มู่จะมีพลังในระดับเดียวกับไททันมังกรเพลิง
แต่ในความคิดของเด็กหนุ่ม ความเป็นไปได้นี้ไม่สูงมากนักเพราะเผ่าไททันเองก็จำเป็นจะต้องส่งกำลังพลไปลงสนามรบแนวหน้าเป็นจำนวนมาก พวกมันคงไม่มีทางใช้ไททันที่มีพลังมหาศาลมาเฝ้าเมืองร้างอย่างเมืองสุสานไททันแห่งนี้ ดังนั้นไม่มีทางเลยที่เจ้าเมืองจะเป็นไททันที่มีพลังเหนือกว่าไกอัส
แบบนี้การที่จะฆ่าอีกฝ่ายก็คงไม่ยากนัก
ไม่นานฉู่อวี้ก็พูดขึ้นว่า “แล้วพวกไททันจะไม่รู้เหรอว่าเรายึดเมืองสุสานไททันไปแล้ว? ถ้าไททันโลกาวินาศมาด้วยตัวเอง ฉันกลัวว่า… เราจะต้องตายกันหมด”
ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เด็กสาวกังวลนั้นไม่ได้ไร้เหตุผลเสียทีเดียว แต่หลินหยวนได้พิจารณาปัญหานี้ไว้ก่อนแล้วจึงได้ตัดสินใจทำแบบนี้
“ถึงจะเป็นเผ่าไททัน แต่ไททันโลกาวินาศไม่ได้มีเยอะนักหรอก อีกอย่างก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะติดต่อกับไททันระดับนั้นได้ ที่ไททันโลกาวินาศไปโผล่ที่เมืองหย่งเย่ก่อนหน้านี้ก็เป็นเพราะเฝิงเจิ้งกั๋ว ถึงยังไงเฝิงเจิ้งกั๋วก็เป็นคนทรยศที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางคนระดับสูงในกองทัพ”
“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้แจ้งข่าวมากมายให้พวกไททันทราบ ผลงานของเขานับว่าโดดเด่นเลยทีเดียว เธอรู้หรือเปล่าว่าคนที่มักจะแสวงหาผลกำไรจากความทุกข์ของคนอื่น ถ้าการทำงานเพื่อเผ่าไททันทำให้ต้องพบจุดจบที่น่าเศร้าแบบนี้ ใครจะเลือกทรยศกัน?”
“ถ้าเฝิงเจิ้งกั๋วไม่ได้รับการช่วยเหลือ แน่นอนว่านับจากนี้ไปจะไม่มีใครทรยศพวกเราอีก ในเมื่อเขาเลือกทรยศประเทศชาติ ทรยศเผ่าพันธุ์ตัวเองไปเข้าร่วมกับเผ่าไททัน เขาย่อมได้รับผลประโยชน์มหาศาลอยู่แล้ว”
“เพราะงั้นไททันเทพปีศาจถึงได้ยอมเจรจาปล่อยพ่อของฉันที่เป็นถึงมนุษย์กึ่งเทพไปง่าย ๆ เพื่อแลกกับชีวิตของเฝิงเจิ้งกั๋ว”
ฉู่อวี้ได้ยินแบบนี้ก็เข้าใจได้ทันที “เข้าใจแล้ว”
เด็กหนุ่มกล่าวต่อไปว่า “ส่วนเรื่องที่ว่าสิ่งที่เราทำในเมืองสุสานจะถูกไททันล่วงรู้หรือเปล่านั้นย่อมชัดเจนอยู่แล้ว แต่ตราบใดที่เราลงมือเร็ว เราจะรวบรวมข่าวได้มากพอแล้วหนีออกไปก่อนที่พวกไททันจะส่งกำลังพลมาตามล่าเรา”
ในตอนที่เขาวางแผนนี้ เขาได้คิดทางหนีทีไล่เอาไว้เรียบร้อย
ถ้าวัดจากกำลังที่เขามี การเผชิญหน้ากับเผ่าไททันตรง ๆ ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน
แต่ข้อได้เปรียบเดียวของพวกเขาก็คือ พวกเขามีขนาดตัวเล็กจึงมีความคล่องตัวสูง
นั่นหมายความว่า ขอเพียงพวกไททันไม่สามารถค้นหาที่อยู่ของทั้ง 2 ได้ พวกเขาก็ยังสามารถเร่ร่อนอยู่ในแนวหลังของศัตรูและสร้างความโกลาหลให้พวกมันได้อย่างต่อเนื่อง
แถมวิธีนี้อาจจะช่วยบรรเทาแรงกดดันในแนวหน้าของประเทศลงได้อีกด้วย
ถึงแม้ว่าตอนนี้มันไม่ต่างจากการที่พวกเขาเดินอยู่บนเส้นด้าย แต่สำหรับหลินหยวนแล้ว ไม่ว่าภารกิจจะเสี่ยงแค่ไหน ขอแค่มันมีความหมาย เขาก็ยินดีที่จะทำ!
เพื่อครอบครัว เพื่อประเทศ นี่ไม่ใช่เพื่อการเป็นวีรชนที่ยิ่งใหญ่ หากแต่เป็นจิตวิญญาณที่บ่มเพาะส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น
หลินหยวนเกิดและโตในหัวเซี่ย เขาพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ!
การสละชีวิตเพื่อปกป้องประเทศชาตินั้นมันก็เหมือนกับนักรบที่ได้กลับบ้าน พอเด็กหนุ่มคิดถึงเรื่องนี้ สายตาของเขาที่มองตรงไปข้างหน้าก็แน่วแน่มากยิ่งขึ้น