เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 117: มนุษย์กึ่งเทพ

บทที่ 117: มนุษย์กึ่งเทพ

บทที่ 117: มนุษย์กึ่งเทพ


หลังจากร่างที่แท้จริงของหลินเทียนเชวี่ยปรากฏขึ้น เฝิงเจิ้งกั๋วก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาจดจ้องไปที่อีกฝ่ายแล้วถามว่า “แกรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”

ชายขาเดียวตอบกลับไปว่า “แล้วทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกอยู่ที่นี่? เพราะทุกสิ่งที่ฉันกับหลี่หวงเหยียนทำมาทั้งหมดจนถึงตอนนี้ก็เพื่อล่อแกออกมา แผนการนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว นายพลเฝิง ในที่สุดแกก็โผล่หัวออกมาสักที”

เมื่อเฝิงเจิ้งกั๋วได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้าพูด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป นับตั้งแต่ที่หลินเทียนเชวี่ยแสดงตัวออกมา อีกฝ่ายก็ได้ปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลเข้าใส่ไททันมังกรเพลิง

ขณะนั้นนายพลเฝิงรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ผุดขึ้นในใจ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตัวเองวางแผนไว้ได้อย่างรัดกุม และสามารถฆ่าแม่ทัพมังกรได้แน่นอน

ในตอนนั้นเขามั่นใจว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายชนะ

ดังนั้นผู้สมคบคิดอย่างเฝิงเจิ้งกั๋วจึงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด รอคอยจังหวะเหมาะสมที่จะสังหารหลินเทียนเชวี่ยในดาบเดียว

แต่สุดท้ายแล้วโอกาสที่เขารอคอยกลับกลายเป็นกับดักที่อีกฝ่ายวางเอาไว้

มันเหมือนกับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ถูกจัดฉากไว้เรียบร้อยแล้ว

“ฮ่า ๆๆ” เฝิงเจิ้งกั๋วหันไปหัวเราะต่อหน้าหลินเทียนเชวี่ย “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีความสำคัญถึงขั้นทำให้แม่ทัพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ต้องยอมอยู่นิ่ง ๆ เป็นปี ๆ เพื่อให้ฉันคลายความสงสัย แต่ต่อให้แกวางกับดักนี้แล้วยังไงล่ะ?... อย่าลืมสิ ที่นี่คืออาณาเขตของเผ่าไททัน แกฆ่าฉันที่นี่ไม่ได้!”

ชายขาเดียวก้าวออกไปพร้อมกับสายฟ้าที่เล่นแปลบปลาบรอบตัว ในขณะที่เขาพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งว่า “ใครบอกว่าฉันฆ่าแกไม่ได้?!”

ภายใต้แรงกดดันที่มหาศาล เฝิงเจิ้งกั๋วอดไม่ได้ที่จะถอยหลังหนีไป 1 ก้าว

ถึงเขาเองจะเป็นยอดฝีมือแรงก์ SSS แต่ความแข็งแกร่งของชายตรงหน้านั้นเป็นตำนานที่ถูกกล่าวขานมานาน

แม้เขาจะเสียขาไปข้างหนึ่งในระหว่างการต่อสู้ในครั้งนั้น แต่เฝิงเจิ้งกั๋วกลับสัมผัสได้ว่าพลังของคู่ต่อสู้มีมากกว่าครั้งก่อนมาก

พอคิดถึงเรื่องนี้ นายพลเฝิงก็อดไม่ได้ที่จะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหลือเชื่อ “หรือว่า… แกไปถึงขั้นนั้นแล้ว?”

หลินเทียนเชวี่ยยังคงมองคนทรยศด้วยสายตาเย็นชาโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ แต่บางครั้งความเงียบก็อาจเป็นคำตอบอย่างหนึ่งก็ได้

“ไม่ เป็นไปไม่ได้!” เมื่อเฝิงเจิ้งกั๋วคาดเดาคำตอบจากแววตาของแม่ทัพมังกร เขาก็เซถอยหลังไปหลายก้าวพร้อมกับใบหน้าเริ่มซีดเผือด “แกไม่เคยได้รับมรดกจากไททันตัวไหนเลยด้วยซ้ำ แกจะไปถึงขั้นนั้นได้ยังไง?!”

“ใครบอกว่าเราต้องครอบครองมรดกจากไททันทั้ง 8 เพื่อให้ไปถึงขั้นนั้นกัน?” หลินเทียนเชวี่ยเอ่ยเสียงเย็นเยียบ

“เฝิงเจิ้งกั๋ว แกมันหลงมัวเมาในพลังอำนาจของไททันจนประเมินศักยภาพของมนุษย์ต่ำเกินไป ความจริงแล้วศักยภาพในการพัฒนาของมนุษย์นั้นไร้ขีดจำกัดมาโดยตลอด ในสงครามครั้งใหญ่ครั้งนั้น ฉันได้สูญเสียอะไรไปมากมาย แต่ฉันก็ได้รับอะไรกลับคืนมามากมายเหมือนกัน แกคิดว่าฉันแค่ทนรออยู่เฉย ๆ งั้นเหรอ?”

“แกคิดผิดแล้ว ถ้าฉันยังไม่สามารถลากคอคนทรยศอย่างแกออกมาได้ ฉันคงไม่อยู่ในเมืองหนานเจียงนานขนาดนี้ ตอนที่อยู่ในเมืองหนานเจียง ฉันเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการยืนหยัดหลังจากผ่านเรื่องราวที่เลวร้ายที่สุดได้มันมีความหมายยังไง”

“ตอนนี้… ฉันได้มาถึงขั้นกึ่งเทพแล้ว” น้ำเสียงเรียบนิ่งที่หลินเทียนเชวี่ยใช้พูดดังก้องอยู่ในหูของเฝิงเจิ้งกั๋ว

“ขั้นกึ่งเทพ… ขั้นกึ่งเทพ…”

“ไม่… เป็นไปไม่ได้… ไม่จริง… ไม่มีมนุษย์คนไหนก้าวมาถึงขั้นนี้ได้สักคนเดียว… เป็นไปไม่ได้…” สีหน้าของนายพลเฝิงซีดเผือดในขณะที่เขาพึมพำกับตัวเองไม่หยุด

ในเวลาเดียวกัน หลังจากที่หลินหยวนได้ยินบทสนทนาของทั้ง 2 ดวงตาของเขาก็ฉายแววประหลาดใจ

ขั้นกึ่งเทพ?

นี่มันแรงก์อะไรกัน?

เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

แล้วหลินหยวนก็หันไปสบตากับหลี่หวงเหยียนโดยไม่รู้ตัว

ทว่าแววตาของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยความสับสนไม่แพ้กัน

นั่นทำให้เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าหลี่หวงเหยียนเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าขั้นกึ่งเทพคืออะไร

ตามปกติแล้วผู้มีพลังพิเศษในโลกถูกแบ่งออกเป็นแรงก์ E-SSS

ในสายตาของคนส่วนใหญ่ ผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SSS ถือเป็นนักสู้ชั้นยอดของโลกแล้ว

เพราะถึงอย่างไรผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SSS ก็มีพลังเทียบเท่ากับไททันมหันตภัย

แต่ในขณะนี้การเอ่ยถึงขั้นกึ่งเทพของหลินเทียนเชวี่ยทำให้หลินหยวนไม่เข้าใจเลยสักนิด

เมื่อฟังจากคำพูดของพ่อแล้ว ในขั้นที่เรียกว่า ‘กึ่งเทพ’ ดูจะเหนือกว่าแรงก์ SSS เสียอีก

เขาไม่แปลกใจเลยว่าแม้แต่ไททันมังกรเพลิงที่อยู่ในระดับ 8 ขั้นสูงสุดก็ยังทำอะไรพ่อของเขาไม่ได้

ถ้าจะพูดให้ถูก พลังของหลินเทียนเชวี่ยในปัจจุบันมีเพียงไททันระดับ 9 เท่านั้นที่จะต่อกรกับเขาได้

นี่พูดถึงในกรณีที่เผ่าไททันมีไททันระดับ 9 อยู่จริง ๆ!

อย่างน้อยจนถึงทุกวันนี้หลินหยวนก็ยังไม่เคยเห็นไททันระดับ 9 ลงมาต่อสู้ในสนามรบด้วยตัวเองเลยสักครั้ง

ในขณะนั้นหลินเทียนเชวี่ยได้เรียกดาบสายฟ้าสีม่วงออกมาอีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น ขาขวาที่เคยขาดของเขากลับงอกขึ้นมาใหม่!

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ในที่สุดเฝิงเจิ้งกั๋วก็เชื่อสนิทใจ

ความสามารถในการฟื้นฟูเลือดเนื้อได้ตามใจนึก คงมีเพียงขั้นกึ่งเทพเท่านั้นที่ทำได้จริง ๆ

“ตอนนี้แกยังคิดว่าฉันจะฆ่าแกไม่ได้อีกไหม?” หลินเทียนเชวี่ยถือดาบสายฟ้าก้าวเข้าไปหาคนทรยศคล้ายกับมัจจุราชจากนรก

ทันใดนั้นแววตาของเฝิงเจิ้งกั๋วก็เปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง

“นายพลหลิน ฉันต้องขอยอมรับเลยว่าแกเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้แต่โจวเทียนเต้าก็เพิ่งจะไปถึงขั้นกึ่งเทพหลังจากที่ผสานเข้ากับพลังของไททันเซราฟได้สำเร็จ”

“มันหมายความว่าแกมีพรสวรรค์ที่เหนือกว่าโจวเทียนเต้าด้วยซ้ำ แต่ว่า… ถึงจะเป็นขั้นกึ่งเทพแล้วยังไงล่ะ? แกก็รู้ดีไม่ใช่เหรอว่าคนที่ยิ่งมีพรสวรรค์สูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตายเร็วเท่านั้น! ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดของแกก็คือการบุกเข้ามาในดินแดนของไททัน”

“หลินเทียนเชวี่ย ถึงแม้ว่าวันนี้ฉันจะตาย แต่ก็นับว่าเป็นเกียรติที่ฉันจะร่วมฝังไปกับเทพเซียนอย่างแกด้วย!”

ในขณะที่เฝิงเจิ้งกั๋วเอ่ยประโยคนี้ เขาก็ดึงผลึกเวทมนตร์สีดำหน้าตาประหลาดออกมา

ทันใดนั้นทุกคนก็สัมผัสได้ถึงไอชั่วร้ายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

ทันทีที่หลินเทียนเชวี่ยสัมผัสได้ถึงพลังที่น่าขนลุกและน่าสะพรึงกลัว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

แล้วเขาก็เปลี่ยนร่างเป็นสายฟ้าสีม่วงพุ่งเข้าหาเฝิงเจิ้งกั๋วในพริบตา

ฉับ!

ในเสี้ยววินาทีแม่ทัพมังกรก็เพิ่งมาถึงตัวศัตรู จากนั้นเขาตวัดมือเบา ๆ เพียงครั้งเดียวก็ตัดแขนของอีกฝ่ายได้

เพล้ง!

ผลึกเวทมนตร์สีดำแตกละเอียดไปพร้อมกับแขนที่ร่วงหล่นลงพื้น

แม้แขนของเฝิงเจิ้งกั๋วจะถูกตัดขาด แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงบ้าคลั่งเหมือนคนเสียสติ

“สายไปแล้ว ผลึกนี้แตกแล้ว อีกไม่นานท่านอาซาคงจะรู้เรื่องของฉัน หลินเทียนเชวี่ย แกไม่รอดแน่!”

หลังจากที่เขาพูดเช่นนี้ ประกายแห่งความสุขก็ฉายชัดบนใบหน้าของไททันมังกรเพลิง

เพราะถ้าหากสิ่งที่เฝิงเจิ้งกั๋วพูดเป็นความจริง พวกมันก็ยังมีโอกาสรอดชีวิต

เพราะแม้ชายคนนี้จะคอยส่งข้อมูลให้กับพวกมัน แต่มันก็ไม่เคยนับมนุษย์เป็นพวกเดียวกันเลยสักครั้ง

คนที่ยุยงปลุกปั่นให้เฝิงเจิ้งกั๋วทำตัวเป็นกบฏก็คือไททันที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวมันเอง

มีเพียงไททันระดับนั้นเท่านั้นถึงจะสามารถเสนอเงื่อนไขที่ดึงดูดใจนายพลเฝิงยอมทรยศเผ่าพันธุ์ของตัวเองมาเข้าร่วมกับเผ่าไททันโดยการเสี่ยงชีวิตเพื่อคอยแจ้งข้อมูลข่าวสารจากกองทัพมาให้พวกมันทราบอย่างต่อเนื่อง

และผลึกเวทมนตร์สีดำที่เฝิงเจิ้งกั๋วบดขยี้ไปน่าจะเป็นวิธีการสื่อสารกับไททันตัวนี้

ดูเหมือนว่าไททันที่น่ากลัวยิ่งกว่านี้จะมาเยือนเมืองหย่งเย่ในไม่ช้า

ถึงเฝิงเจิ้งกั๋วจะพูดยั่วยุมากแค่ไหน แต่หลินเทียนเชวี่ยก็ยังคงทำหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็งเงียบ ๆ แล้วเขาก็ฟันดาบในมือออกไปอีกครั้ง

ไม่ว่าศัตรูคิดจะทำอะไร มันก็ไม่อาจลดทอนความอยากฆ่าอีกฝ่ายในตัวเขาได้

วันนี้เฝิงเจิ้งกั๋วจะต้องตายด้วยน้ำมือของเขาเท่านั้น!

อย่างไรก็ตาม นายพลเฝิงก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ

เขาตวัดดาบไปในอากาศทำให้อากาศฉีกออกเป็นประตูสีดำตรงหน้า แล้วเขาก็พุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล

วินาทีต่อมา ประตูก็ปิดลงพร้อมกับที่เฝิงเจิ้งกั๋วหายไปจากจุดนั้น

ประตูเงานั้นเป็นพลังพิเศษของเฝิงเจิ้งกั๋ว เขาสามารถเข้าสู่โลกแห่งเงา รวมถึงเดินท่องอยู่ภายในได้เหมือนกับตอนที่อยู่โลกภายนอก

อีกทั้งไม่มีการโจมตีใดที่ทำอันตรายต่อเขาได้ ทว่าตอนที่อยู่ในโลกเงา เขาก็ไม่สามารถโจมตีใครได้เช่นกัน

หากต้องการโจมตีเขาจะต้องออกจากโลกเงาที่เป็นเกราะคุ้มกันของเขาก่อน ถึงพลังพิเศษนี้จะดูไร้เทียมทานมาก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาเป็นอมตะ

รวมถึงความแข็งแกร่งในปัจจุบันทำให้เขาท่องอยู่ภายในโลกแห่งเงาได้เพียง 10 วินาทีเท่านั้น

ก่อนหน้านั้นเฝิงเจิ้งกั๋วได้ใช้พลังนี้แอบย่องเข้าหาหลินเทียนเชวี่ยจากด้านหลังอย่าเงียบเชียบ

ถ้าไม่ใช่เพราะว่าคนที่เขาลอบโจมตีไปนั้นเป็นร่างโคลน เขาคงจะฆ่าอีกฝ่ายสำเร็จแล้ว

และนี่ก็คือพลังที่น่ากลัวของประตูเงา

ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูเงาก็เปิดออกอีกครั้ง

ถึงแม้ว่าแขนของเขาจะเหลือเพียงข้างเดียว แต่ดวงตาก็ยังคงมีประกายแข็งกร้าวในขณะที่เขาไปปรากฏตัวอยู่ข้างหลังหลินหยวน!

เฝิงเจิ้งกั๋วรู้ตัวดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินเทียนเชวี่ย

ดังนั้นเขาจึงคิดจะใช้หลินหยวนข่มขู่ให้อีกฝ่ายยอมแพ้

อย่างน้อยการทำแบบนี้มันก็เป็นการซื้อเวลาให้เขาได้มีหนทางรอดด้วย

วินาทีต่อมา ดวงตาของเฝิงเจิ้งกั๋วมีประกายเย็นชาแล่นผ่าน ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่มราวกับหมาป่ากำลังขย้ำเหยื่อ

จังหวะนั้นหลี่หวงเหยียนสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวจึงตะโกนเตือนว่า “หลินหยวนระวัง!”

*******************************************

SkySaffron: ป้าดดด พ่อหลินหยวนคือเหนือกว่าแรงก์ SSS ขึ้นไปอีก สมกับเป็นตำนานจริง ๆ

จบบทที่ บทที่ 117: มนุษย์กึ่งเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว