เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 115: ตราบใดที่ฉันยังอยู่ อย่าหวังว่าจะมีใครหน้าไหนมารุกรานแผ่นดินได้

บทที่ 115: ตราบใดที่ฉันยังอยู่ อย่าหวังว่าจะมีใครหน้าไหนมารุกรานแผ่นดินได้

บทที่ 115: ตราบใดที่ฉันยังอยู่ อย่าหวังว่าจะมีใครหน้าไหนมารุกรานแผ่นดินได้


หลังจากหลงเยี่ยนได้ยินเสียงประกาศก้อง สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปทันที มันหันกลับไปมองทางต้นเสียงก่อนจะพบคนที่คุ้นเคย

ในเวลาเดียวกัน ดวงตาของไททันมังกรเพลิงก็ฉายแววเหลือเชื่อ และสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นก็คือร่องรอยแห่งความหวาดหวั่น

“ทำไมถึงเป็นเจ้า?!” หลงเยี่ยนมองสำรวจร่างตรงหน้าพร้อมกับคำรามดุจสัตว์ป่า

ขณะเดียวกัน สีหน้าของหลี่หวงเหยียนก็ผ่อนคลายลง

หลังจากที่รอคอยมานาน… ในที่สุดหลินเทียนเชวี่ยก็มาสักที

ถ้าชายคนนี้ยังไม่มา เขาคงจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้ว!

ถึงแม้ว่าเขาจะเตรียมตัวสละชีวิต แต่ลึก ๆ ในใจเขาก็ไม่ได้รู้สึกยินดีที่จะถูกไททันฆ่าตายตอนนี้

และเขา… ก็คิดไม่ผิด

เด็กคนนั้นเป็นลูกชายของหลินเทียนเชวี่ยจริง ๆ

ก่อนหน้านี้ท่านนายพลหลินหลอกเขา!

ถ้าเขาไม่ค่อยฉลาดนัก เขาอาจจะเชื่อคำโกหกของอีกฝ่ายไปแล้วก็ได้

หลังจากที่แม่ทัพมังกรปรากฏตัว ดวงตาของหลินหยวนก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เขาไม่คาดคิดเลยว่าพ่อของเขาจะมาโผล่ที่นี่พร้อมกับพลังที่น่าเกรงขามเช่นนี้

สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือ หลินเทียนเชวี่ยรู้ตัวตนของเขาแล้ว

พอคิดแบบนี้เด็กหนุ่มก็ยิ้มเยาะตัวเอง

จะมีพ่อคนไหนกันที่จำลูกชายของตัวเองไม่ได้ เพราะในทางกลับกัน ถ้าหลินเทียนเชวี่ยปลอมตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน แค่มองปราดเดียวเขาก็คงจะจำอีกฝ่ายได้ในทันที

สุดท้ายแล้วพวกเขาก็มีสายเลือดเดียวกัน!

หลังจากที่ไททันมังกรเพลิงเอ่ยถาม ในที่สุดชายขาเดียวก็เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา

มันเป็นสีหน้าที่สงบนิ่งเหมือนทะเลสาบไร้ก้นบึ้ง แต่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว “ทำไมจะเป็นฉันไม่ได้ล่ะ?”

หลงเยี่ยนกำหมัดพร้อมกับคำรามเบา ๆ “หลังจากการต่อสู้ในครั้งนั้น เจ้าน่าจะไร้พลังไปแล้วสิ!”

หลินเทียนเชวี่ยหัวเราะพลางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าฝีมือการแสดงของฉันจะดีทีเดียว แม้กระทั่งแกก็ดูไม่ออก”

จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ พูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดันขึ้น “บอกตามตรงเลยนะ ฉันต้องอดทนมานานหลายปีเพื่อรอคอยวันนี้ ถึงเวลาที่แกต้องชดใช้!”

“สิ่งที่แกติดค้างฉัน วันนี้ฉันจะทวงคืนให้หมด! การต่อสู้ในครั้งนั้นฉันต้องเสียขาขวาไป แบบนี้แหละถึงจะเท่าเทียมกัน!”

พอชายขาเดียวพูดจบ ไททันมังกรเพลิงก็ก้มหน้ามองขาขวาที่ว่างเปล่าของตัวเอง

ดูเหมือนว่าหลินเทียนเชวี่ยจะบรรลุเป้าหมายแล้ว

เพราะสายฟ้าที่คู่ต่อสู้เพิ่งปล่อยออกมาได้ทำลายขาขวาของมันจนแหลกเป็นชิ้น ๆ สำหรับไททันในระดับเดียวกัน พละกำลังของมันแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ แล้วถ้าหากมันมีเวลารักษาตัว ขาของมันจะสามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้

ก่อนอื่นมันเพียงแค่ต้องแน่ใจว่าการขาดขาไปข้างหนึ่งจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการต่อสู้

วินาทีต่อมา เปลวไฟที่โหมกระหน่ำก็พุ่งออกมาจากขาขวาก่อตัวเป็นขาที่มีไฟลุกโชนอยู่ตลอดเวลา

จากนั้นหลงเยี่ยนก็เงยหน้าขึ้นพูดเยาะเย้ยว่า “นายพลหลิน เราไม่ได้เจอกันนานเลย ถือว่าขาขวานี้เป็นของขวัญพบหน้าเจ้าก็แล้วกัน คราวก่อนเป็นเพราะข้าไม่ได้ฆ่าเจ้าให้ตาย ปล่อยให้เจ้าหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย คราวนี้ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าหนีไปง่าย ๆ แน่ ครั้งที่แล้วเจ้าเสียขาไป แต่ครั้งนี้… ข้าจะให้เจ้าเสียชีวิต!”

พอไททันมังกรเพลิงพูดจบ มันก็ก้าวไปข้างหน้า แล้วเปลวไฟก็ลุกโชนรอบกายพร้อมปลดปล่อยแรงกดดันออกมาเต็มที่

สีหน้าของหลินหยวนกับหลี่หวงเหยียนเปลี่ยนไปทันทีที่รับรู้ถึงแรงกดดันนี้

พวกเขาสัมผัสได้ว่าไททันมังกรเพลิงกำลังเค้นพลังของตัวเองเต็มที่

แต่ถึงแม้หลินเทียนเชวี่ยจะอยู่ภายใต้แรงกดดันของหลงเยี่ยน เขาก็ยังไม่สะทกสะท้าน แถมมุมปากเขามีรอยยิ้มจาง ๆ อยู่ด้วย “หลงเยี่ยน แกคิดจริง ๆ เหรอว่าในการต่อสู้ครั้งนั้นแค่ลำพังแกคนเดียวจะทำให้ฉันลำบากได้?”

หลังจากที่เขาพูดแบบนี้ สีหน้าของไททันมังกรเพลิงก็มืดมนลงทันตาเห็น

ที่จริงแล้วตอนนั้นมันเพียงคนเดียวไม่ได้ทำให้แม่ทัพมังกรต้องจนมุม เพราะก่อนที่จะต่อสู้กัน เขาได้ฆ่าไททันมหันตภัยไป 3 ตัว รวมถึงไททันมหาวิบัติอีกหลาย 10 ตัว!

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ตอนที่หลงเยี่ยนเผชิญหน้ากับหลินเทียนเชวี่ย มันเป็นตอนที่เรี่ยวแรงของเขาใกล้จะหมดลงแล้ว

ถึงจะอยู่ในสภาพแบบนั้น แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังต่อสู้กับมันอย่างเต็มที่เป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม จนสุดท้ายก็ทำให้กำลังเสริมที่มาล่าช้ากว่า 1 ชั่วโมงนั้นมาถึงได้ทันเวลา

ด้วยเหตุนี้เอง ไททันมังกรเพลิงจึงรู้สึกหวาดกลัวหลินเทียนเชวี่ยจากก้นบึ้งของหัวใจ เพราะมันรู้ดีว่าอีกฝ่ายน่ากลัวแค่ไหน

แต่ถึงกระนั้น สีหน้าของหลงเยี่ยนก็ยังคงไม่แสดงความหวาดหวั่นออกมาแม้แต่น้อย

ในการปะทะกันระหว่างสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง การเอาชนะไม่ได้หมายถึงการใช้พลังมหาศาลเพียงเท่านั้น ซึ่งไททันมังกรเพลิงก็เข้าใจความจริงข้อนี้เช่นกัน

ดังนั้นมันจึงมองหลินเทียนเชวี่ยด้วยสายตาดูถูก “ถึงแม้ว่าที่เจ้าพูดมันจะถูก แต่แล้วยังไงล่ะ? หลังจากการต่อสู้ในครั้งนั้น ข้าก็ได้รับรางวัลจากสภาผู้อาวุโส และพลังของข้าก็ได้เพิ่มพูนมากกว่าตอนนั้นหลายเท่า”

“แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าปกปิดพลังหมกตัวอยู่ในเมืองเล็ก ๆ มานานหลายปี แล้วอะไรอีกนะ? ขาก็ขาดด้วยนี่ ตอนนั้นเจ้าไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หัวออกมาเผชิญหน้ากับข้าตามตรง เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่า… ตอนนี้เจ้าจะเป็นคู่มือของข้าได้!?”

พอไททันมังกรเพลิงพูดจบ มันก็เปล่งเสียงคำราม บัดนี้ภาพที่ปรากฏเหมือนกับมีมังกรในตำนานคำรามเข้าใส่หลินเทียนเชวี่ยอย่างดุดัน

“จริงเหรอ?” แม่ทัพมังกรหัวเราะอีกครั้ง “ถ้างั้นทำไมแกถึงไม่กล้าเข้าใกล้ฉันล่ะ?”

คำพูดนั้นทำให้หลงเยี่ยนตระหนักได้ว่า ถึงมันจะพยายามแผ่รังสีกดดันใส่อีกฝ่ายอย่างมหาศาล แต่ลึก ๆ ในใจของมันกลับรู้สึกหวาดกลัวจนทำให้ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้เขา

จากนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาก้าวเข้าไปหาไททันมังกรเพลิงทีละก้าว แม้ว่าฝีเท้าจะเบา แต่มันกลับเป็นเหมือนค้อนหนัก ๆ ที่ฟาดใส่หัวใจของไททันตัวยักษ์ใหญ่

“แกคิดจริง ๆ เหรอว่าฉันมาที่นี่เพื่อแค่เอาขาข้างนั้นคืนเฉย ๆ?” สายตาของแม่ทัพมังกรเป็นประกายคมกริบในขณะที่เขาพูดเสียงทุ้มลึก “แกคิดผิดแล้ว ฉันมาที่นี่ก็เพื่อสหายที่ล่วงลับ ฉันมาที่นี่ก็เพื่อทหารทั้ง 547 คนที่ต้องตายไป!”

“ฉันจำชื่อของพวกเขาได้ทุกคน ฉันยังฝันถึงพวกเขาอยู่ทุกคืน ฉันฝันถึงตอนที่พวกเขาต่อสู้ในสนามรบ ทุกคนยิ้มให้ฉันแล้วบอกว่าไม่ต้องกังวล อย่าได้ท้อแท้ และจงสู้ต่อไป!”

“547 ชีวิตนี้ล้วนเป็นหนี้ที่แกติดค้างฉันเอาไว้! ตอนนี้… ถึงเวลาที่แกต้องชดใช้แล้ว!” หลินเทียนเชวี่ยก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าวพร้อมกับที่รอบกายมีพลังบางอย่างที่พุ่งขึ้นสูงเรื่อย ๆ

ในที่สุดเขาก็มาหยุดอยู่ต่อหน้าไททันมังกรเพลิง ขณะนี้เขาได้ปลดปล่อยพลังออกมาจนถึงขีดสุด

บัดนี้แม่ทัพมังกรเป็นเหมือนสิงโตที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล

เขาหลับใหลมานานเกินไปแล้ว… นานจนไม่มีใครจดจำถึงความแข็งแกร่งและองอาจของเขา

“วันนี้จะเป็นวันตายของแก!” หลินเทียนเชวี่ยประกาศก้องไปทั่วห้องโถง

พร้อมกันนั้นสายฟ้าสีม่วงก็แล่นแปลบปลาบรอบกายเขาประหนึ่งงูสายฟ้า

อีกด้านหนึ่ง หลี่หวงเหยียนเดินมาอยู่ข้างกายหลินหยวน เขายิ้มกริ่มพลางกระซิบว่า “เห็นหรือเปล่า นี่คือพลังของแม่ทัพมังกร! ถ้ามีแม่ทัพมังกรอยู่ที่นี่… ไม่มีทางที่ศัตรูหน้าไหนจะโค่นเราได้!”

“ลูกผู้ชายทุกคนควรจะองอาจสมชายชาตรีแบบนี้!” สายตาของชายผมแดงที่มองภาพเบื้องหน้าเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและเคารพรัก หากไม่ใช่เพราะคำขอของหลินเทียนเชวี่ย เขาคงไม่มีทางมาทำภารกิจเสี่ยงอันตรายแบบนี้

เมื่อหลินหยวนได้ยินคำพูดของหลี่หวงเหยียน นัยน์ตาของเขาก็สั่นเล็กน้อย ตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงพลังสายฟ้าสีม่วงที่หมุนวนอยู่รอบตัวของหลินเทียนเชวี่ย

มันบ่งบอกว่าพ่อของเขาฝึกใช้พลังสายฟ้าได้จนสมบูรณ์แบบ

เมื่อเทียบกับผู้เป็นพ่อ พลังสายฟ้าของเขานั้นอยู่ในระดับเด็กอนุบาลเท่านั้น

ที่แท้พลังของพ่อไม่เคยหายไป เขาเก็บตัวอยู่ในเมืองหนานเจียงหลายปีเพื่ออดทนรอโอกาสนี้

รอคอยโอกาสที่จะได้แก้แค้นให้กับสหายร่วมรบของตัวเอง

บัดนี้… แม่ทัพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ได้กลับมาแล้ว!

ทันใดนั้นร่างของหลินเทียนเชวี่ยก็แปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าสีม่วง ความเร็วของเขานั้นรวดเร็วจนแม้แต่หลินหยวนที่ใช้ฉงถงระดับสูงก็ยังมองเห็นอีกฝ่ายไม่ชัด

ตูม!

สายฟ้าควบแน่นอยู่บนหมัดขวาของชายวัยกลางคน แล้วเขาก็ปล่อยหมัดออกไปเต็มแรง

ก่อนที่ไททันมังกรเพลิงจะทันได้ตอบโต้ หมัดนั้นก็ซัดเข้าที่หน้ามันแล้ว

หลังจากเกิดเสียงปะทะดังสนั่น ร่างของหลงเยี่ยนก็กระเด็นถอยหลังไปกระแทกกับกำแพงจนเกิดหลุมลึก

ขณะนี้หลินเทียนเชวี่ยไม่ได้ใช้อาวุธอะไรเลย เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะช่วยระบายความอัดอั้นที่เขาทนกักเก็บมานานหลายปีออกไปได้อย่างเต็มที่

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาอดทนเป็นเสือหมอบคลานอยู่บนเนินเขาที่รกร้าง คอยซ่อนเขี้ยวเล็บของตัวเองไว้ไม่ให้ใครเห็น

แต่ยามนี้เขาไม่จำเป็นต้องทนอีกต่อไปแล้ว

“ฉันจะใช้เลือดของแก… เซ่นไหว้พี่น้องทหารที่ล่วงลับ!” แม่ทัพมังกรมีสีหน้าเย็นชา และสายตาที่คมดุจดั่งสัตว์ร้ายก็จับจ้องไปที่อีกฝ่ายเหมือนเหยื่อตัวเล็ก ๆ

จบบทที่ บทที่ 115: ตราบใดที่ฉันยังอยู่ อย่าหวังว่าจะมีใครหน้าไหนมารุกรานแผ่นดินได้

คัดลอกลิงก์แล้ว