- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 110: หลินหยวนมาถึง ดินแดนแห่งความมืด จงเปิด!
บทที่ 110: หลินหยวนมาถึง ดินแดนแห่งความมืด จงเปิด!
บทที่ 110: หลินหยวนมาถึง ดินแดนแห่งความมืด จงเปิด!
วินาทีต่อมา หลี่หวงเหยียนก็ปลดปล่อยพลังของตัวเองออกมาเต็มที่
แสงสีแดงเพลิงได้พุ่งออกมาจากดาบยักษ์ทันที ในเวลาเดียวกัน สีหน้าของไกอัสก็บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดที่ทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากนั้นมันก็ตะโกนด้วยความโมโห “หลงเยี่ยน ถ้าเจ้าไม่รีบมาช่วยข้า ข้าก็จะตาย แล้วเจ้าจะต้องถูกสภาผู้อาวุโสลงโทษ!”
หลังจากที่ราชาแห่งรัตติกาลตะโกนแบบนี้ สีหน้าของหลี่หวงเหยียนกับฉู่อวี้ก็เปลี่ยนไป
พวกเขารู้ดีว่าศัตรูกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
ตูม!
ทันทีที่ไกอัสพูดจบ เปลวเพลิงสีส้มแดงที่เหมือนลมหายใจมังกรก็พุ่งเข้าใส่หลี่หวงเหยียนทันที
“แย่แล้ว!” สีหน้าของชายผมแดงเปลี่ยนเป็นตกตะลึง
ในฐานะผู้ใช้พลังธาตุไฟ เขารู้จักความผันผวนหอมพลังที่น่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากเปลวเพลิงมังกรนี้เป็นอย่างดี
แล้วเขาก็เปลี่ยนจากการโจมตีเป็นป้องกันทันที
วินาทีต่อมาเปลวไฟสีแดงก็พุ่งขึ้นจากพื้นกลายเป็นกำแพงไฟโอบรอบตัวเขาเอาไว้
ตูม!
จากนั้นเปลวเพลิงมังกรก็พุ่งชนกับกำแพงไฟจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่กำแพงไฟจะหายไปจากสายตาของหลี่หวงเหยียนราวกับถูกเพลิงมังกรกลืนกินไป
เป็นไปได้ยังไง?
รูม่านตาของชายผมแดงหดลงอย่างกะทันหัน
ถึงแม้เขาจะสัมผัสได้ถึงพลังไฟสีส้มแดงนั้น แต่เขาก็นึกไม่ถึงว่ามันจะมีพลังที่น่ากลัวได้ขนาดนี้
หลังจากกำแพงไฟสลายไป เพลิงมังกรก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเขา
เปลวไฟที่ร้อนแรงได้กลืนกินร่างของหลี่หวงเหยียนก่อนจะกระแทกเขาจนกระเด็นไปชนกำแพงเต็มแรง
ตูม!!
แรงกระแทกมหาศาลทำให้กำแพงเกิดรอยร้าวคล้ายกับหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่
บัดนี้หลี่หวงเหยียนถูกฝังแน่นติดกับกำแพงในขณะที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียม
ทางด้านฉู่อวี้ก็ได้แต่มองภาพนั้นด้วยสีหน้าซีดเผือด
แม้เธอจะรู้อยู่แล้วว่าปฏิบัติการในครั้งนี้อันตราย แต่การที่ศัตรูสามารถทำให้หลี่หวงเหยียนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว มันก็ทำให้เธอเห็นแล้วว่า… ศัตรูน่ากลัวแค่ไหน
ตึง! ตึง!
เสียงพื้นดินสั่นสะเทือนดังก้องอยู่ในหูของเด็กสาว
เสียงนั้นดังเข้ามาใกล้เธอเรื่อย ๆ เธอจึงเงยหน้าขึ้นก่อนจะเห็นไททันตัวหนึ่งกำลังย่างกรายเข้ามา ร่างของมันมีไฟลุกโชนโดยที่หัวของมันเป็นมังกรขนาดมหึมา
ขณะนี้มันกำลังก้าวเข้ามาในห้องโถงช้า ๆ ทันทีที่ไกอัสเห็นไททันมังกรเพลิง มันก็ทำหน้าไม่พอใจแล้วถามว่า “หลงเยี่ยน ทำไมเจ้าถึงมาช้าขนาดนี้? เจ้ารู้ไหม เพราะความประมาทของเจ้า… ข้าเกือบตายไปแล้ว!”
“หุบปาก!” ไททันมังกรเพลิงตวัดตามองไกอัสด้วยสายตาเย็นชา “เป็นเพราะข้าไม่อยากถูกสภาผู้อาวุโสลงโทษหรอกข้าถึงได้มาช่วยเจ้า เจ้าคิดจริง ๆ เหรอว่าข้าจะสนใจความเป็นความตายของเจ้า?”
“ถ้าเจ้ายังพูดมากอีกละก็… ข้าจะฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้!”
“นี่เจ้า!!” ราชาแห่งรัตติกาลโกรธจนพูดไม่ออก แต่มันก็ยังหวั่นเกรงพลังของหลงเยี่ยนอยู่ดี ลึก ๆ แล้วมันรู้ดีว่าเกิดอีกฝ่ายคลุ้มคลั่งขึ้นมา มันคงจะไม่สนใจสภาผู้อาวุโสและหันดาบเข้าหาพวกเดียวกันตามที่เจ้าตัวข่มขู่
ดังนั้นหลังจากที่ไกอัสกัดฟันกล้ำกลืนความโมโหลงท้องไปแล้ว ร่างมหึมาก็เปลี่ยนกลายเป็นหมอกสีดำพุ่งออกจากตำหนักทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
เมื่ออยู่ที่นั่น มันจะสามารถดูดซับพลังรัตติกาลจากเมืองหย่งเย่มาเยียวยาบาดแผลได้เร็วขึ้น
หลังจากที่ไกอัสบินจากไป ไททันมังกรเพลิงก็ยิ้มเยาะ “ช่างโง่เง่าเสียจริง แต่ก็นะ… แบบนี้ก็ดีแล้ว เพราะจะไม่มีใครมาขวางในระหว่างที่ข้ากำลังเล่นสนุกกับเจ้า!”
จากนั้นหลงเยี่ยนก็ค่อย ๆ หันไปจับจ้องฉู่อวี้
เมื่อมันสัมผัสออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กสาว จู่ ๆ ดวงตามันก็มีประกายแห่งความตื่นเต้นลุกโชน
มันเลียมุมปากในขณะที่พูดว่า “ถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้าคงเป็นผู้สืบทอดพลังของไททันศักดิ์สิทธิ์นั้นใช่ไหม จากออร่าที่แผ่มาจากตัวเจ้า… มันช่างน่ากินเหลือเกิน…”
“พลังที่สูงส่งเช่นนี้ควรจะเป็นของไททันเท่านั้น มันไม่คู่ควรให้มนุษย์ชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าขโมยไปใช้ เอาล่ะ… ถึงเวลาคืนให้กับเจ้าของแล้ว!” ไททันมังกรเพลิงพูดจบแล้วก็ยื่นมือใหญ่โตออกไปหมายคว้าตัวฉู่อวี้
“โซ่ศักดิ์สิทธิ์!” เด็กสาวกัดฟันใช้พลังพิเศษอีกครั้ง วินาทีต่อมา โซ่ศักดิ์สิทธิ์หลายเส้นก็พันรอบตัวของศัตรู
แต่น่าเสียดายที่โซ่พวกนี้ใช้กับหลงเยี่ยนไม่ได้ผล
“นี่เจ้าคิดจะใช้อุบายหลอกเด็กแบบนี้กับข้างั้นรึ? พวกมนุษย์นี่มันไร้เดียงสาซะจริง” ไททันมังกรเพลิงพูดเยาะเย้ยพลางคว้าโซ่ศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าเต็มกำลัง
ทันใดนั้นเปลวเพลิงที่ร้อนแรงก็พุ่งออกจากฝ่ามือเผาโซ่สีขาวบริสุทธิ์ทั้งหมดจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
หลังจากที่โซ่ศักดิ์สิทธิ์ถูกเปลวเพลิงกลืนกินไปจนหมด ฉู่อวี้ก็ถูกพลังสะท้อนกลับจนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ขณะเดียวกัน เลือดสีแดงเข้มก็ไหลซึมออกมาจากมุมปาก
ทว่าขณะที่ไททันมังกรเพลิงกำลังจะยื่นมือออกไปจับตัวเด็กสาวอีกครั้ง หอกเพลิงที่คมกริบหลายสิบเล่มก็พุ่งเข้าใส่มันอย่างกะทันหัน
ไททันมังกรเพลิงสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของพลังที่แผ่ออกมาจากหอกเพลิงได้ในทันที มันจึงหันหน้าไปอ้าปากปลดปล่อยลมหายใจมังกรออกมา
ยามที่หอกเพลิงปะทะกับลมหายใจมังกร หอกทั้งหมดก็ถูกทำลายไปจนสิ้น
หลังจากที่ลมหายใจมังกรสลายไป หลี่หวงเหยียนก็มายืนขวางอยู่ตรงหน้ามัน
ถึงแม้ว่าทั่วร่างกายของชายคนนี้จะมีแต่รอยไหม้ แต่หลังของเขาก็ยังคงตั้งตรงเผชิญหน้ากับศัตรูโดยไม่รู้สึกหวั่นเกรง
“อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนั้น การต่อสู้ระหว่างแกกับฉันยังไม่จบ” ชายผมแดงเงยหน้าพูดกับอีกฝ่าย
“ฮ่า ๆๆ! น่าสนใจ น่าสนใจจริง ๆ” หลงเยี่ยนหัวเราะออกมา “ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกล้าเผชิญหน้ากับข้าแบบนี้ การโจมตีเมื่อครู่ไม่ทำให้เจ้ารู้ถึงความแตกต่างระหว่างเจ้ากับข้าเลยหรือ? แต่ในเมื่อสุดท้ายแล้วพวกเจ้าทั้งคู่ก็ต้องตาย… เพราะงั้นข้าขอชิมอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างเจ้าก่อนจะไปลิ้มรสชาติของผู้สืบทอดคนนั้นก็แล้วกัน!”
สิ้นเสียงพูด ไททันมังกรเพลิงก็ปล่อยรังสีกดดันเข้าใส่คู่ต่อสู้
คนที่ได้รับแรงกดดันอย่างหลี่หวงเหยียนก็เริ่มมีเหงื่อไหลโทรมกาย
แน่นอนว่าเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าตัวเองไม่ใช่คู่มือของไททันมังกรเพลิง
แต่ในสถานการณ์นี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ นอกจากจะต้องต่อสู้
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องยื้อเวลาเอาไว้จนกว่าหลินเทียนเชวี่ยจะมาถึง
เพราะมีเพียงชายคนนี้เท่านั้นที่จะเอาชนะไททันมังกรเพลิงได้!
…
บนท้องฟ้าเหนือเมืองหย่งเย่
ไททันอนธการที่แปลงร่างเป็นหมอกสีดำกำลังดูดซับพลังแห่งความมืดภายในเมืองอย่างบ้าคลั่ง
ขณะเดียวกัน บาดแผลของมันค่อย ๆ หายดี แต่การฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่เกิดจากดาบเพลิงนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
โชคดีที่หลงเยี่ยนกำลังจัดการกับมนุษย์ทั้ง 2 พวกมันที่ต้องเผชิญหน้ากับไททันมังกรเพลิงไม่มีทางเอาชีวิตรอดมาได้แน่
พอคิดถึงเรื่องนี้ไกอัสก็มีสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง
“แย่ชะมัด แย่ที่สุด แค่ได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์มาก็ทำให้มนุษย์ต่ำต้อยกล้าผยองกับข้า ถ้าเป็นไปได้… ข้าก็อยากจะฆ่าพวกเจ้าด้วยน้ำมือของตัวเอง!” ราชาแห่งรัตติกาลคำรามอย่างเดือดดาล พร้อมกับระบายความไม่พอใจที่มีต่อไททันมังกรเพลิง
ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ในที่สุดก็หาตัวเจอสักที”
เสียงนี้ทำให้ใจของไกอัสไหววูบด้วยความหวาดกลัว
แล้วมันก็รีบหันหลังไปมองร่างหนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศ
เมื่อไททันอนธการมองไปยังมนุษย์ตรงหน้า มันก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ก่อนที่หมอกสีดำจะเปลี่ยนกลับเป็นร่างเดิมแล้วถามเสียงต่ำ “เจ้าเป็นใคร?”
ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมากลับเป็นสายฟ้าฟาด
อสนีพิฆาต!
ไกอัสที่เผชิญหน้ากับการโจมตีที่พุ่งเข้ามาก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก่อนที่มันจะปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา
“รัตติกาลกลืนกิน!” สิ้นเสียงคำราม หมอกสีดำก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือขนาดใหญ่ของมัน
ท่ามกลางหมอกสีดำมีพลังแห่งความมืดแพร่กระจายไปทั่วไม่หยุด
แสงดาบสายฟ้าเบื้องหน้าก็ถูกหมอกดำมืดกลืนกินจนแสงริบหรี่ลงในพริบตา
“อยากจะฆ่าข้ารึ?!” ไกอัสคำรามเสียงดัง
ในระหว่างการต่อสู้ มันเป็นฝันร้ายสำหรับมนุษย์มาโดยตลอด มันไม่เคยรู้สึกอับอายต่อหน้ามนุษย์เช่นนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
“หนี้แค้นของเมืองหนานเจียง ฉันจะให้แกชดใช้!” หลินหยวนพูดเสียงลอดไรฟัน
หลังจากการต่อสู้เริ่มขึ้น เขาก็รีบรุดมาหาไกอัสที่เพิ่งหลบหนีออกมาจากตำหนักด้านใน
ด้วยสายตาที่เฉียบแหลมของเด็กหนุ่ม เขารู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บหนัก
จุดประสงค์ในการหลบหนีของไททันอนธการคือการออกมาดูดซับพลังรัตติกาลภายในเมืองหย่งเย่เพื่อรักษาการบาดเจ็บของตัวเอง
ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ หลินหยวนจึงไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายทำสำเร็จโดยง่าย
ยิ่งไปกว่านั้น แผนการของเด็กหนุ่มก็คือการฆ่าไกอัสเสียก่อนถึงจะสามารถดำเนินแผนการขั้นต่อไปได้
ดังนั้นเขาจึงต้องฆ่าไททันตัวนี้และควบคุมศพของมันเพื่อต่อสู้กับไททันมังกรเพลิง แบบนี้พวกเขาจึงจะมีโอกาสหลบหนีออกไปได้สำเร็จ
ไม่ว่าอย่างไรไกอัสก็ต้องตาย!
“วันนี้เป็นวันตายของแก!” หลินหยวนใช้ดวงตาคมกริบจ้องอีกฝ่ายเขม็ง ทันใดนั้นร่างของเขาก็เปลี่ยนเป็นเงาพุ่งเข้าใส่มัน
“ดี ดีมาก!” ไกอัสกดเสียงต่ำ “ดูเหมือนว่ามนุษย์อย่างเจ้าจะดูถูกข้าเกินไปแล้ว! ถ้าอย่างนั้นก็แสดงให้ข้าดูซิว่าเจ้าจะมีปัญญาฆ่าข้าหรือไม่!”
“ดินแดนแห่งความมืด จงเปิด!” ไททันอนธการตะโกนดังก้อง
*******************************************
SkySaffron: ว่าแล้วว่าฆ่าไกอัสได้ไม่ง่ายหรอก 2 คนนี้ตกที่นั่งลำบากแล้ว